เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 ศัตรู (3)

บทที่ 93 ศัตรู (3)

บทที่ 93 ศัตรู (3)


[-แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ-]

[-Thai-novel ลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ 5 ตอนแต่จะราคาแพงที่สุด-]

[-หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ100คน ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบไม่มีการแก้คำผิด และยิบย่อยมากมาย ไปนั่นแหละ-]

บทที่ 93 ศัตรู (3)

คังวูจิน คาดเดาว่าผู้ต้องสงสัยคือ ซอแชอึน แต่ความคิดนี้เป็นเพียงความรู้สึกของเขาเท่านั้น ครั้งแรกที่เห็นเธอ เขาก็ไม่ชอบนัก ยิ่งเธอชอบหาเรื่องทะเลาะด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ แต่เขาไม่สามารถตัดสินใจได้เพียงแค่ความรู้สึก มันก็เหมือนกับการบอกว่า “เธอหน้าตาไม่ดี เธอต้องเป็นคนร้าย”

“ชิชะ ไม่มีอะไรชี้ชัดบ้างเลยหรือไง?”

เขาต้องการหลักฐานชัด ๆ หรือกลยุทธ์อะไรก็ได้ ปัญหาคือ ตอนนี้ คังวูจินเป็นคนเดียวในโลกที่รู้เรื่องนี้ ถ้าเขาตะโกนบอกว่า “เกาะแห่งผู้สูญหาย” ถูกปรับลดระดับลงมาเป็น D แล้ว ให้รีบหาคนร้าย เขาคงโดนมองว่าบ้าแน่ ๆ ในความเป็นจริง ตอนนี้ คังวูจินเป็นคนเดียวที่สามารถช่วย “เกาะแห่งผู้สูญหาย” ได้

นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งวูจิน และทุกคนที่เข้าร่วม “เกาะแห่งผู้สูญหาย”

“ฮึ-”

วูจินเริ่มรู้สึกหนักอึ้งที่ไหล่ เขาขมวดคิ้วคิดไปมา “ต้องหาทางลดวงแคบผู้ต้องสงสัยก่อน สามคนมันเยอะเกินไป” เขาพยายามหาทางออก

“อ่า”

ถึงจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นวิธีที่ใช้ได้ คังวูจินรีบตะโกน “ออกไป” ไม่นานเขาก็กลับมาที่อพาร์ตเมนต์นั่งคิดอยู่พักใหญ่ แล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ

“เหนื่อยอยู่แล้ว ยังต้องมาวุ่นวายอีก”

เขาเปิดโน้ตบุ๊กที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น

“เริ่มจาก ซอแชอึน ก่อน”

เขาเข้าเว็บไซต์ พิมพ์ชื่อ ซอแชอึน ข้อมูลและข่าวสารมากมายปรากฏขึ้น วูจิน เลือกดูผลงานอื่น ๆ ของเธอไม่ใช่ผลงานเก่า

“ต้องมีสิ ต้องมีสิ”

เขาต้องการผลงานในอนาคต ผลงานที่ซอแชอึนมีส่วนร่วม หรือกำลังจะมีส่วนร่วม และโชคดี

‘เจอแล้ว’

จากบทความหลายฉบับ เธอได้ยืนยันผลงานในอนาคตของเธอแล้ว ทั้งหมด 2 เรื่อง คือภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ ‘ลิขิตฟ้าชะตารัก’ ที่จะเข้าฉายในอีกสองเดือนข้างหน้า และภาพยนตร์แอ็คชั่นคอมเมดี้ ‘คู่ฟัด ฮาป่วน กฎหมายปั่น’ ที่กำลังจะปิดกล้องในเร็ว ๆ นี้เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นนักแสดงหญิงระดับท็อป ผลงานจึงไม่เคยขาดสาย

“‘ลิขิตฟ้าชะตารัก’ ถ่ายทำเสร็จไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เพิ่งจะได้ฉายในปีนี้เอง”

‘คู่ฟัด ฮาป่วน กฎหมายปั่น’ คาดว่าจะปิดกล้องภายในเดือนนี้ คังวูจิน ตรวจสอบผลงานของชอนอูชาง และคิมอีวอน ต่อ แน่นอนว่าทั้งสองคนก็มีผลงานเช่นกัน ชอนอูชางกำลังถ่ายทำละครเรื่อง ‘คณะบุปผชาติ’ ที่จะออกอากาศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนคิมอีวอนกำลังจะมีภาพยนตร์เข้าฉายเรื่อง ‘วีรบุรุษคืนถิ่น’ ในเร็ว ๆ นี้

โชคดีที่ทั้งสามคนเป็นนักแสดงระดับท็อปจึงมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง

สรุปแล้ว คังวูจินได้ผลงานทั้งหมด 4 เรื่อง แล้วทำไมเขาถึงต้องค้นหาผลงานของนักแสดงระดับท็อปทั้ง 3 คน? คำตอบนั้นง่ายมาก

“เอาล่ะ ก่อนอื่น ฉันต้องหาบทละครหรือบทภาพยนตร์ของผลงานพวกนี้ให้ได้ก่อน-”

เพราะฉันต้องใช้มันเพื่อเข้าไปในมิติว่างเปล่า ถ้าทำได้ ฉันก็จะได้คำตอบที่ชัดเจน แน่นอนว่าในสามผลงานนี้ ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งผลงานที่มีระดับที่แปลกออกไป อาจจะเทียบเท่าหรือต่ำกว่า ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’

คังวูจินจดชื่อผลงานทั้งสี่ลงในโทรศัพท์มือถือ

“ตอนนี้มันสายไปแล้ว”

เขาก้าวเข้าไปในห้องน้ำและเริ่มอาบน้ำ แต่ในหัวของวูจินเต็มไปด้วยความคิดเพียงอย่างเดียว

“ฉันจะช่วยแกให้ได้ ฉันจะทำให้แกฟื้นคืนชีพผงาดค้ำฟ้า”

มันคือคำมั่นสัญญาที่จะทำให้ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

รุ่งเช้าของวันที่ 24

สตูดิโออัดเสียงใกล้กับสำนักงาน NETFLIX สถานที่ที่คังวูจินเคยโชว์พลังเสียงอันเหลือเชื่อ ตอนนี้เต็มไปด้วยทีมงานของ "เพื่อนชาย" แต่ไม่มีนักแสดงมีคนราวสิบกว่าคน ผู้กำกับดนตรีนั่งอยู่หน้าเครื่องอัดเสียง ข้าง ๆ คือ ผู้กำกับชินดงชุนที่ดูเหมือนจะมีร่องรอยความเหนื่อยล้าใต้ตา

"เดี๋ยวเราจะเปิดให้ฟังทีละเพลง เพลงเดี่ยวของวูจิน เพลงเดี่ยวของฮวาลิน และเพลงคู่"

คิมโซฮยาง ผู้กำกับฝ่ายผลิตกอดอก นักเขียนชเวนานาดูตื่นเต้น และทีมงานจากบริษัทผลิต ทุกคนต่างมารวมตัวกัน

- เสียงเครื่องจักรดังขึ้นเบา ๆ

ผู้กำกับดนตรี ปรับแต่งเครื่อง และเสียงเพลงแรกก็ดังขึ้นในสตูดิโอ

-♬♪

โทนเพลงหนักแน่น แต่หวานเรียกได้ว่าถ้าเพลงนี้ดังขึ้น มันจะทำให้เกิดภาพเรื่องราวของชายหญิงที่สนิกกันขึ้นมา จากนั้นคิมโซฮยางที่กำลังเกาคางก็เริ่มแสดงความคิดเห็น

"ดี ดีมาก ชอบมาก ไม่มีปัญหาเลยสักนิด"

“นี่มันแค่เดโมที่นักแต่งเพลงทำขึ้นมาคร่าว ๆ ใช่มั้ย? อ๊ะ… ฟังแล้วติดหูแบบนี้ เหมือนจะดังแน่ ๆ เลยนะ”

“ว้าว! ถ้า วูจินร้องเพลงนี้คงจะเข้ากันสุด ๆ ไปเลย!”

“ใช่เลย! เวลาวูจินร้องเพลงจะมีเสียงแหบ ๆ นิด ๆ น่ะ มันเข้ากับเพลงนี้เป๊ะ ๆ เลย”

“นักแต่งเพลงคนไหนกันนะ?”

เสียงตอบรับดีมาก ผู้กำกับชินดงชุนที่ทำงานหนักจนต้องนอนดึกติดต่อกันหลายวันยิ้มออกมาเบา ๆ

“ดีใจจังเลยครับ รายละเอียดทั้งหมดจะบอกหลังจากฟังจบนะครับ ต่อไปเป็นเพลงของฮวาลิน นะครับ”

เพลงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้เป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน

-♬♪

จังหวะเพลงเร็วขึ้นนิดหน่อยมีเสียงไวโอลินแทรกเข้ามาในท่อนฮุก แน่นอนว่าเพลงนี้ก็ดีไม่แพ้กัน เพราะทุกคนต่างก็ชื่นชอบ

“เพลงนี้เข้ากับตัวละครของฮวาลิน เป๊ะ ๆ เลย!”

“น่ารัก ๆ แต่พอดึงอารมณ์ในท่อนหลังมันติดหูสุด ๆ ไปเลย”

ต่อจากนี้คือเพลงสุดท้าย…

“เพลงประกอบละครนี้เรียกได้ว่าเป็นเพลงคู่หลักเลยนะ”

เสียงเพลงไพเราะดังขึ้น ทุกคนต่างเบิกตากว้าง แต่สิ่งที่แปลกคือ ปฏิกิริยาของพวกเขาไม่ได้รุนแรงเท่ากับตอนฟังเพลงเดี่ยวไม่ใช่เพราะเพลงไม่ดี

“······โอ้”

แต่เพราะมันโดดเด่นเกินไปต่างหาก

เสียงพึมพำเบา ๆ นั่นคือจุดเริ่มต้น

-♬♪-

ทุกคนต่างจินตนาการไปตามจังหวะเพลง ถ้าเสียงของคังวูจิน และ ฮวาลินถูกใส่ลงไปในเพลงนี้ มันจะเป็นยังไงนะ? แน่นอน มันเป็นแค่ความคิดของแต่ละคน แต่ทุกคนต่างมั่นใจในสิ่งเดียวกัน

‘ต้องเข้ากันได้ดีแน่ ๆ’

เคมีของคังวูจิน และ ฮวาลิน ความกลมกลืนกับ ‘เพื่อนชาย’ มันจะต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน ทุกคนต่างดื่มด่ำกับเสียงเพลง จนกระทั่งเพลงจบลง ความเงียบงันปกคลุม ผู้กำกับชินดงชุน ผู้กำกับภาพยนตร์เป็นคนทำลายความเงียบนี้ลงไป

“ผมคิดว่า 3 เพลงนี้เหมาะสมแล้วล่ะ ทุกคนคิดยังไงบ้าง โดยเฉพาะคุณชเวนานา”

ชเวนานา ผู้เขียนบท เหมือนถูกสะกดจิต เธอตบมือตอบแทนคำพูดนั้น

- แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ!

“ดีค่ะ ฉันชอบมาก!”

เสียงปรบมือติดต่อกัน

- แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ!

- แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ!

ไม่มีใครแสดงความไม่เห็นด้วย ทุกคนต่างอยากส่งเพลงที่เพิ่งได้ยินไปให้กับนักแสดงโดยเร็ว

“คุณผู้กำกับทั้งสองท่านเหนื่อยมากแล้วนะคะ! เพลงดีมากเลย! เข้ากับ ‘เพื่อนชาย’ ได้ดีมาก”

“ติดหูมาก! อยากเห็นปฏิกิริยาของผู้ชมเลย!”

“ทั้ง 3 เพลงต้องลองให้เหล่านักแสดงร้องดู แต่ฉันรู้สึกว่ามันจะต้องดังแน่ ๆ ฉันคิดไปเองคนเดียวรึเปล่า?”

แน่นอนว่าเพลงประกอบละครไม่ได้มีแค่เพลงนี้ แต่การตัดสินใจเลือกเพลงธีมหลัก 3 เพลง ถือเป็นการก้าวข้ามภูเขาหินก้อนใหญ่ไปได้แล้ว

นั่นคือ...

“งั้นเพลงธีมหลักจะใช้สามเพลงนี้แล้วกัน”

คำพูดนั้นหมายถึงเพลงประกอบละครเรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ได้ถูกตัดสินใจแล้ว

“เวลาไม่ค่อยเหลือแล้ว พรุ่งนี้จะไปอัดเสียงนำ แล้วส่งให้วูจิน กับฮวาลิน ทันที”

“ดีเลยค่ะ ว่าแต่อัดเสียงเมื่อไหร่ดีล่ะคะ?”

“ต้องดูตารางงานก่อน แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพราะสัปดาห์หน้าต้องมีการอ่านบท”

“โอเค! งั้นฉันจะส่งตารางงานให้วูจินกับฮวาลินทันทีค่ะ”

การอัดเสียงเพลงประกอบละครใกล้เข้ามาทุกที

ขณะเดียวกัน

สถานที่คือเมืองซุนชอน บริเวณกองถ่ายเซ็ตขนาดใหญ่ ทีมงานของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ รวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่ หรือพูดให้ถูกคือถ่ายทำกันมาตั้งแต่เช้ามืดแล้ว จินแจจุน หรือ จองซองฮุนยืนอยู่หน้าตึกหลังหนึ่ง

“ฮู้-”

เขาสูดบุหรี่เข้าไปลึก ๆ แล้วปล่อยควันออกมาราวกับจะพ่นไฟ สายตาของเขามองไปที่กล้องที่กำลังถ่ายทำเขาอยู่

“······”

ไม่มีบทพูดใด ๆ เพียงแค่จ้องมองกล้องด้วยแววตาแปลกประหลาด เต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ทั้งความเสียใจ ความกังวล ความวิตกกังวล และความมั่นคง ฉากสุดท้ายในบทภาพยนตร์ยังไม่จบ แต่ผู้กำกับคิมโดฮีก็เฝ้าดูอยู่

“อารมณ์สุดมาก-”

ใบหน้าของทีมงานเต็มไปด้วยความจริงจัง มากกว่าที่เคย บางคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในไม่ช้า ใบหน้าของจองซองฮุนก็ถูกซูมเข้ามาในจอที่ผู้กำกับคิมโดฮีกำลังดูอยู่

-ฉึก

จองซองฮุน โยนบุหรี่ทิ้ง ภาพตัดไปยังฉากว่างเปล่าประมาณ 10 วินาที พร้อมกันนั้น

“คัท!! โอเค!! เยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก!!”

ผู้กำกับคิมโดฮีลุกขึ้นยืนทันที ตะโกนเสียงดัง จินแจจุนที่แสดงสีหน้าผ่อนคลายยิ้มบาง ๆ และโค้งคำนับเบา ๆ

“เหนื่อยกันมากเลยนะครับ- ทุกคนทำงานกันมาหนักมาก!”

ทีมงานกว่า 60 คนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งกองถ่าย ตะโกนพร้อมกัน

“ทุกคนเหนื่อยกันมามากเลยนะ!!”

“เสร็จแล้ว!! ฮ่า ๆ ๆ ! วันนี้มาถึงซะที!!”

“ใช่เลย! คุณเองก็เหนื่อยมากเลยนะคะ!!”

“ช่วงกลาง ๆ มีเรื่องวุ่นวายบ้าง แต่ยิ่งทำให้รู้สึกดีใจมากขึ้นไปอีก! ไปฉลองกันเถอะ! ไปฉลองกัน!”

“ฮ่า ๆ คุณผู้กำกับดูจะดีใจที่สุดเลยนะคะ!”

“คุณผู้กำกับ! ลำบากแล้วนะคะ!”

พวกเขาตะโกนดังลั่นจนแทบจะทำให้เซ็ตถ่ายทำพังทลายไปเลย สาเหตุของความดีใจนั้นมาจากปากของผู้ช่วยผู้กำกับ

“เอาล่ะ! ทุกคน! ต้องจัดการให้เรียบร้อยถึงจะถือว่าถ่ายทำเสร็จจริง ๆ นะ!รีบ ๆ จัดการกันเถอะ!!”

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่ดำเนินมาเกือบครึ่งปีได้สิ้นสุดลงในที่สุด เพราะ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เป็นหนังที่ค่อนข้างหนักหน่วง นักแสดงและทีมงานกว่าร้อยคนจึงแสดงสีหน้าราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ดูเหมือนพวกเขาจะดีใจกันมาก

ในบรรดาพวกเขา

“เฮ้อ สุดท้ายก็จบซะที”

ผู้กำกับคิมโดฮี เงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะนั้น จินแจจุน นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง “พ่อค้ายาเสพติด” เดินเข้ามาข้าง ๆ

“ผู้กำกับ ดีใจนะครับที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี”

ผู้กำกับคิมโดฮี เกานิ้วไปที่ผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองพลางมองจินแจจุน

“อืมก็ตอนนี้ต้องนั่งตัดต่อกันทั้งคืนแล้วล่ะ แต่ก็อย่างว่าแหละ ดีใจจริง ๆที่มันจบลงแบบนี้ ตอนที่ ‘อีซังมัน’ เกิดเรื่องขึ้น ฉันนึกว่ามันจะพังแน่ ๆ”

จินแจจุนนึกถึงใบหน้าของคังวูจิน แล้วหัวเราะเบา ๆ

“ผู้กำกับก็รู้ใช่ไหมครับ การที่คุณวูจินมารับบทรับเชิญนี่มันคือจุดเปลี่ยนของเรื่องเลย ผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องโด่งดังแน่ ๆ”

“ใช่ ๆ ฉันก็คิดแบบนั้น ถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้ไป ‘เทศกาลหนังมิสอองแซง’ จะทำยังไงดีนะ ฉันต้องขอบคุณ คุณวูจิน ตลอดไปเลยล่ะ แล้วก็ต้องเลี้ยงข้าวแจจุนด้วยนะ”

“แน่นอนครับ แล้วโปสเตอร์จะออกแบบยังไงดีครับ?”

“อืม...ไม่รู้สิ จะใส่วูจินเข้าไปในตัวอย่างเพื่อเพิ่มความคาดหวังดี หรือจะใส่แค่ในตัวอย่างเท่านั้นเพื่อเพิ่มความตื่นเต้นดีนะ แล้วภาพพวกนี้ก็สวยมากเลย จะตัดออกหรือใส่เข้าไปดีเนี่ย ฉันเริ่มกังวลแล้วสิ”

“เป็นความกังวลที่น่าสุขใจนี่นาครับ ฮ่าฮ่า”

ทันใดนั้น นักแสดงก็มารุมล้อมผู้กำกับคิมโดฮี โดยเฉพาะ พัคพันซอที่มาเยี่ยมในโอกาสฉลองการถ่ายทำเสร็จสิ้นเป็นคนถามคำถามขึ้น

“ผู้กับคิม ภาพยนตร์จะเข้าฉายเมื่อไหร่นะครับ”?

ผู้กำกับคิมโดฮียิ้มตอบ

“ต้องฉายช่วงต้นฤดูหนาวแหละค่ะ”

ในวันเดียวกันช่วงบ่าย

อากาศร้อนขึ้นมาก คังวูจินจึงแต่งตัวเบา ๆ ออกจากอพาร์ตเมนต์ และรีบตรงไปที่รถตู้ที่จอดรออยู่ที่ลานจอดรถใต้ดิน

- ครืดด

ใบหน้าคุ้นเคยปรากฏขึ้น จางซูฮวาน และ ชเวซองกุน แต่ฮันเยจองไม่เห็น วูจินก็รีบขึ้นรถตู้ทันที

“สวัสดีครับ”

เสียงทักทายแผ่วเบาถูกส่งออกไป ชเวซองกุน ผู้มีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏชัดในดวงตา ยืดตัวหาวพร้อมกับโบกมือทักทาย

“อือ- วูจิน นอนหลับสบายไหม? วันนี้มาทำงานช้าหน่อย เลยได้นอนเต็มอิ่มสินะ?”

ไม่เลย วูจินนอนไม่หลับทั้งคืน ฝันร้ายไปทั้งคืน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ พังทลายลงในฝัน แต่วูจิน ผู้สวมบทบาทนักวางแผนไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ

“ครับ นอนหลับสบายมาก”

“ดีแล้ว- ไปกันเถอะ”

รถตู้เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล ชเวซองกุน เปิดไดอารี่พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ผู้โทรเป็นทีมประชาสัมพันธ์ของบริษัท เขาจึงรับสาย

“อ้าว? อ่า- วูจิน เขามีงานแฟนไซน์เหรอ? อืม บอกมาเลย”

ชเวซองกุน ฟังรายงานอย่างใจเย็น ก่อนจะสั่งการอย่างรวดเร็ว

“อือ อือ เอ่อ... จริงเหรอ? อืม งั้นวันนั้นเลยละกัน อือ อือ ขนาด? ใหญ่โตอลังการไปเลยก็ได้ ถึงจะใหญ่ไปหน่อย แต่ก็เป็นแฟนไซน์ครั้งแรกของวูจินก่อนแฟนมีตติ้งอย่างเป็นทางการ ต้องจัดเต็มสิ อืม ใช่แล้ว วูจินบอกแฟนคลับด้วยนะไม่ต้องจำกัดจำนวนคนหรอก อืม”

ชเวซองกุนวางสายแล้วหันไปยิ้มกริ่ม ๆ กับวูจิน

“นายได้แฟนไซน์แล้ว”

นั่นคือช่วงเวลาที่แฟนไซน์ครั้งแรกของคังวูจินได้รับการยืนยัน แต่ดูเหมือนวูจินจะไม่ได้สนใจ

“...เหรอครับ?”

ตอนนี้หัวของเขากำลังเต็มไปด้วยเรื่องอื่น ชเวซองกุนคุ้นเคยกับท่าทางแบบนี้ของวูจินจึงชี้มือไปทางจางซูฮวาน

“ซูฮวาน ไปที่ร้านกันเถอะ”

“ครับ!”

“อ้อ ใช่แล้ว วูจิน นายได้ยินข่าวที่ว่า...เพื่อนนายเดยองมาทำงานแล้วใช่ไหม?”

“ครับ เมื่อวานผมได้รับโทรศัพท์แล้ว”

ชเวซองกุนหัวเราะคิกคัก

“เขาบอกว่าเมื่อวานเป็นวันแรกที่เข้าทำงาน แล้วก็ทำได้ดีเลยครับ”

เอาจริง ๆ ตอนนี้ วูจินไม่แคร์หรอกว่าคิมแดยองจะไปอึข้างถนนหรือไปทำอะไร เรื่องสำคัญมันอยู่ที่เรื่อง…

“ท่านประธาน”

พอตัดสินใจได้แล้ว วูจินจึงใช้เสียงที่นุ่มนวลแล้วก็ถามชเวซองกุนไปตรง ๆ

“ก่อนจะฟังตารางงาน ขอฝากเรื่องนึงได้ไหมครับ?”

ชเวซองกุนหันหลังมาสบตาวูจิน

“ฝากเรื่อง? ได้สิ เรื่องของนักแสดงระดับพระกาฬอย่าง คังวูจิน น่ะ ถึงฟ้าจะถล่มก็ต้องช่วยอยู่แล้วจะขออะไร?”

“ผมอยากได้บทภาพยนตร์ครับ”

“จู่ ๆ เลยเนี่ยนะ? ทำไมล่ะ?”

ชเวซองกุนหน้าตาตื่นตกใจทันที

“เฮ้ย เฮ้ย นายอย่าเป็นพวกติดงานหนักเกินไปนะไม่ดีต่อสุขภาพหรอก จำ ฮเยยอนได้ไหม? เธอเคยเป็นแบบนี้ แล้วก็พักไปหนึ่งปีเลย นายมีตารางงานเยอะอยู่แล้วนะ แถมตอนนี้ก็เยอะเกินไปแล้ว”

‘คุณชเวซองกุนคงคิดว่าฉันอยากจะรับงานเพิ่มสินะ’ คังวูจินคิดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วส่ายหัวเบา ๆ

“ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้อยากรับงานเพิ่ม”

“งั้นเหรอ? แล้วจะดูทำไมล่ะ?”

“แค่ตรวจสอบครับ ผมดูผลงานของคิมอีวอน ชอนอูชาง ซอแชอึนที่ดูเมื่อวานนี้”

“อ๋อ-จะไปดูลีลาการแสดงของพวกเขาน่ะเหรอ? เขาเล่นเรื่องอะไรบ้าง?”

แม้ว่าคังวูจินจะเตรียมคำตอบไว้แล้ว แต่คำถามนี้ก็ไม่เลวร้ายอะไร เขาจึงตอบอย่างนิ่ง ๆ

“ครับ ผมอยากจะลองเข้าใจการแสดงของพวกเขา”

“······แต่นายไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนนี่นา”

“ใช่ครับ แค่รู้สึกอยากดูเฉย ๆ ว่าเขาถ่ายทำอะไรบ้าง”

“งั้นก็ไม่ยากอะไรหรอกจะให้ช่วยหาอะไรก็บอกมา”

คังวูจินพูดพลางจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แล้วไล่เรียงชื่อเรื่องของผลงานออกมาอย่างรวดเร็ว

“‘ลิขิตฟ้าชะตารัก’ , ‘คู่ฟัด ฮาป่วน กฎหมายปั่น’ , ‘คณะบุปผชาติ’ , ‘วีรบุรุษคืนถิ่น’ รวม 4 เรื่องครับ”

ชเวซองกุนกระพริบตาถี่ ๆ

“เฮ้ย เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ครับ ทั้งหมดนี้กำลังจะฉายและออกอากาศแล้ว ส่วนละครก็แค่ 1 ตอนก็พอครับ”

“อื้อ ๆ เดี๋ยวฉันขอจดก่อนนะ”

ชเวซองกุนเปิดไดอารี่ขึ้นมาอีกครั้ง คังวูจินจึงต้องถามอย่างจริงจัง เพื่อให้ดูเหมือนรีบเร่งแต่ก็ต้องดูไม่เร่งเกินไป

“วันนี้คงจะหาไม่ได้หรอกใช่ไหมครับ?”

“ห๊ะ?”

“อยากอ่านให้เร็วที่สุดก่อนที่ผมจะยุ่งกว่านี้”

ชเวซองกุนรู้สึกเหมือนพลังต่อสู้เพิ่มขึ้นทันที คังวูจินที่ดูเย็นชาคนนี้แสดงความกระตือรือร้นขนาดนี้ เขาจะทำตัวเฉื่อยชาไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น

“ไม่หรอก วันนี้แหละได้เลย”

สำหรับชเวซองกุนที่มีคอนเนคชั่นในวงการบันเทิงกว้างขวาง เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยาก

“วันนี้ก่อนนายเลิกงาน ฉันจะไปหามาให้เลย”

จบ

-ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร -ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 93 ศัตรู (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว