เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 165 แก่นแท้แห่งดาบที่ทะยานขึ้น

ตอนที่ 165 แก่นแท้แห่งดาบที่ทะยานขึ้น

ตอนที่ 165 แก่นแท้แห่งดาบที่ทะยานขึ้น


ภายในเทือกเขาเมฆาครามตกอยู่ในความสงบ

ทันใดนั้น แก่นแท้แห่งดาบที่น่าเหลือเชื่อที่เหมือนดั่งมังกรยักษ์ตัวหนึ่งที่หลับไหลมาเป็นล้านปี

ท้องฟ้าเปลี่ยนสีและโลกก็เริ่มสั่นสะเทือน

ตลอดแนวเทือกเขาเมฆาคราม นักรบอาณาแก่นทองคำที่มีแก่นพลังอสูรและไม่มีล้วนแต่ตื่นตระหนก

"แก่นแท้แห่งดาบนี่..."

"แก่นแท้แห่งดาบที่น่าสะพรึงกลัว แก่นแท้แห่งดาบนี้เรียบง่ายและทำให้ข้าหวาดกลัว พลังของมันแข็งแกร่งอย่างมาก!"

"ตอนนี้ในบรรดาคนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในเทือกเขาเมฆาคราม มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปลดปล่อยแก่นแท้ที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ เจียงวู่เฉิง!"

เหล่านักรบนั้นหวาดกลัว แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็เข้าใจสิ่งที่เจียงวู่เฉิงต้องการจะบอก

"ด้วยดาบในมือ จะไม่มีใครเทียบได้!"

แน่นอนว่าเขามีความเข้าในแก่นแท้แห่งดาบที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์!

"ฮ่าฮ่า มันเริ่มแล้ว"

ผู้เชี่ยวชาญที่รวมตัวกันอยู่บนอากาศกำลังตกอยู่ในความโกลาหล

"การต่อสู้ระหว่างเจียงวู่เฉิงและเสวี่ยหยุนนั้นน่าตื่นเต้น!"

"ก่อนหน้านี้ เจียงวู่เฉิงไม่มีโอกาสที่จะชนะเสวี่ยหยุนอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้มันเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไป"

"การผสานกันระหว่างแก่นแท้แห่งดาบทั้งสามชนิดทำให้เขามีคุณสมบัติที่จะต่อสู้กับเสวี่ยหยุน ไม่เพียงเท่านั้น ผลลัพธ์ก็ยังไม่อาจจะคาดเดา"

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้กำลังพูดคุยกัน

ก่อนการคัดเลือกนี้เริ่มขึ้น เจียงวู่เฉิงและเสวี่ยหยุนได้ต่อสู้กันไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่พวกเขาก็เพียงแค่ทักทายกันและเสวี่ยหยุนยังไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งของเขาอย่างเต็มที่ ในเวลานั้นผู้คนล้วนรู้ว่าเขากำลังจะต่อสู้ แต่ไม่มีใครเชื่อในตัวเขาสักคน

หลังจากทั้งหมด เสวี่ยหยุนนั้นแข็งแกร่งเกินไป

อย่างไรก็ตามวันแรกของการคัดเลือก ความแข็งแกร่งของเจียงวู่เฉิงก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเขาผสานแก่นแท้ทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังฆ่าโอวหยางห่าวเทียนที่อยู่ครึ่งก้าวสู่ขั้นระเบิดหยินหยางด้วยกระบวนท่าเดียว ทำให้ทุกคนตระหนักได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาก้าวหน้าขึ้นพอที่จะสู้กับเสวี่ยหยุนได้

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการคัดเลือก

วันนี้เป็นวันของเจียงวู่เฉิงและเสวี่ยหยุน

การต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะยอดเยี่ยมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในราชวงศ์เทียนซ่งกำลังจะเริ่มขึ้น

หลังจากแก่นแท้แห่งดาบที่น่าเหลือเชื่อพุ่งสูงขึ้นไปเสียดฟ้าสร้างเสียงที่ดังกังวาลขึ้น พลังออร่าที่น่าหวาดหวั่นก็พุ่งออกมาจากเขายอดเขาอีกแห่ง

ออร่านี้เย็นและมืดมิดอย่างมาก!

ดูเหมือนว่าพลังนี้จะกลืนกินทุกสิ่งในจักรวาล

ในทันทีที่พลังแห่งความมืดมิดปรากฏขึ้น ทั้งโลกถูกเปลี่ยนเป็นสีดำ มันเปรียบเหมือนราชาแห่งโลกนี้

แก่นแท้แห่งดาบที่สามารถควบคุมทั้งโลกได้

และพลังแห่งความมืดที่กลืนกินทุกสิ่ง

พวกเขาลุกขึ้นยืนและเผชิญหน้ากันจากระยะไกล...

โลกทั้งใบตกอยู่ในความวังเวงและบรรดานักรบที่อยู่ในเทือกเขาเมฆาครามต่างกลั้นหายใจ จ้องมองแก่นแท้แห่งดาบและพลังแห่งความมืดที่น่าหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าที่จะพูดอะไร

เมื่อแก่นแท้แห่งดาบและพลังแห่งความมืดมาถึงจุดสูงสุด

ตึง!ตึง!

เสียงฝีเท้าดังขึ้น แม้ว่าเสียงจะเบา แต่ภายในเทือกเขาเมฆาครามเต็มไปด้วยความเงียบ มันทำให้เหมือนมีคนตีกลองอยู่ภายในใจของพวกเขา ทำให้คอของทุกคนแห้งผาก

"การต่อสู้ที่สุดยอด!"หยางจู่ซวนยืนอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง เขามองดูทุกสิ่งด้วยความรุนแรง ถึงแม้ว่าเขาจะเก่งมาก แต่เมื่อเขาเห็นแก่นแท้แห่งดาบและพลังแห่งความมืด เขาก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้

"นี่คือการต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์เทียนซ่งของเรา"ไป่หลีเฉิงถอนหายใจ"น่าเสียดาบที่คู่ต่อสู้ของเสวี่ยหยุนไม่ใช่ข้า"

ช่วงเวลาที่แก่นแท้แห่งดาบของเจียงวู่เฉิงถูกปลดปล่อยออกมา เขาก็รู้ในทันทีว่าเจียงวู่เฉิงแข็งแกร่งกว่าเขา

"พี่สาม"ซูรูที่ยืนอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย มีความคาดหวังเล็กน้อย แต่ความกังวลปรากฏขึ้นในสายตาของนาง

ที่นอกเทือกเขาเมฆาคราม นักรบจำนวนมากไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่น

ไม่กี่วันทีผ่านมา นักรบเหล่านี้ยืนอยู่ที่แห่งนี้และจ้องมองไปที่เทือกเขาเมฆาคราม พวกเขาตื่นเต้นอย่างมากกับสิ่งที่เห็นและมันไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย

เมื่อแก่นแท้แห่งดาบพวกพุ่งขึ้นและพลังแห่งความมืดก็ปรากฏ คนเหล่านี้ก็ตื่นเต้น

"นั่นคือเจียงวู่เฉิงและเสวี่ยหยุน!"

"ฮ่าฮ่า วันสุดท้าย ในวันสุดท้ายสัตว์ประหลาดทั้งสองตนจะสู้กัน"

"การต่อสู้ที่สุดยอดครั้งนี้ คือการต่อสู้กันระหว่างอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมทั้งสองของราชวงศ์เทียนซ่ง การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องถูกบันทึกลงไปในบันทึกประวัติศาสตร์ของลานนักสู้"

"ข้ารอการต่อสู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นนี้มาหลายวันแล้ว!"

นักรบหลายคนตะโกนด้วยความตื่นเต้นและตกใจ

นี่คือการต่อสู้ที่จะทำให้ทั่้วโลกตกใจ

แม้ว่าการต่อสู้จะยังไม่เริ่มขึ้น แต่แก่นแท้แห่งดาบที่พวกพุ่งและพลังแห่งความมืดมิดที่กลืนกินทุกอย่างก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาบ้าคลั่งและตื่นเต้น

"ยังไม่รู้่ว่าใครจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้หัวเราะ"หลิงเฟิงหน้าซีดเล็กน้อยและยืนจ้องไปข้างหน้า

เขายังเป็นหนึ่งในนักรบอาณาแก่นทองคำที่เข้าร่วมการคัดเลือกครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเขาใช้เวลาหนึ่งวันในเทือกเขาเมฆาคราม ก่อนที่จะยอมแพ้อย่างไม่ลังเล เขาเข้าใจถึงความน่ากลัวในการคัดเลือกครั้งนี้เป็นอย่างดี

ตอนนี้ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกที่แข็งแกร่งที่สุดกำลังจะต่อสู้กัน

"พี่ใหญ่"เจียงเมิ่งเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ถัดไปจากหลิงเฟิงกัดฟัน ภายในใจของนางเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ

หนึ่งในผู้เข้าร่วมการคัดเลือกที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนในตอนนี้ คือคนที่นางเคยดูถูกจากก้นบึ้งของหัวใจ

นางยังคิดว่าเขาเป็นถึงขยะที่จะไม่มีโอกาสดีๆในชีวิตของเขาอีก

แต่ในตอนนี้?

ผู้ชายคนนี้ไปไกลเกินเอื้อม

แม้ว่าจะเป็นหลิงเฟิงที่นางชื่นชม เขาก็ยังห่างไกลจากเจียงวู่เฉิงอย่างมาก

"ถ้าหากข้าเหลือความรักไว้ให้แก่เขาบ้างในเวลานั้น..."เจียงเมิ่งเอ๋อร์คิดถึงเรื่องนี้ แต่นางก็ไม่กล้าที่จะคิดต่อไป

นางรู้ว่าเจียงวู่เฉิงรักนางเมื่อตอนที่เขายังเด็ก

หากตอนนั้นนางไม่ทำร้ายเขาและปล่อยให้ความรู้สึกดีดีของพวกเขายังอยู่ บางทีตอนนี้เขาและนางอาจจะอยู่ด้วยกัน

แต่ตอนนี้ทุกอย่างหายไป

...

ครืด!ครืด!ครืด!

เสียงฝีเท้าดังขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้สายตาของทุกคน ร่างสองร่างเดินช้าๆจากสองทิศทางที่แตกต่างกัน

หนึ่งในร่างนั้นเปรียบดั่งคมดาบที่ทรงพลัง ให้ความรู้สึกเหมือนแผ่นดินและสวรรค์แยกออกจากกัน

อีกร่างหนึ่งเป็นดั่งตำนานที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งอย่างในจักรวาล

คนทั้งสองกลายเป็นจุดสนใจจากทุกสิ่ง

มีช่องว่างระหว่างพวกเขาเพียงระยะ2ลี้ ช่องว่างนั้นเป็นที่ราบกว้างใหญ่ของเทือกเขาเมฆาคราม

ในตอนนี้พวกเขาทั้งคู่เงยหน้าขึ้นและมองไปที่แต่ละฝ่าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความต้องการสู้

ฟุบ!

ทันใดนั้นร่างของเจียงวู่เฉิงก็หายไป

ฟุบ!

ร่างของเสวี่ยหยุนก็หายไปในเวลาเดียวกัน

"พวกเขาหายไปไหน?"

นักรบทุกคนที่เฝ้ามองการต่อสู้นั้นสบสน แต่ทันใดนั้นที่ใจกลางของที่ราบ...

แสงดาบที่น่าสะพรึงกลัวที่สามารถทำลายสวรรค์และโลกได้ และดาบสีแดงเลือดที่ราวกับจะกลืนกินจักรวาล

ทันใดนั้นท้องฟ้าและพื้นดินก็แตกระแหง!

...

จบบทที่ ตอนที่ 165 แก่นแท้แห่งดาบที่ทะยานขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว