เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 นับถอยหลัง (5-1 ฟรี)

บทที่ 55 นับถอยหลัง (5-1 ฟรี)

บทที่ 55 นับถอยหลัง (5-1 ฟรี)


[ไม่ขอสัญญานะครับ เดี๋ยวโดนว่าอีก 555 แต่วันนี้อาจลงเพิ่ม 3-4 ตอน]

บทที่ 55 นับถอยหลัง (5-1)

เพราะการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของผู้กำกับเคียวทาโร่และทีมงานของเขา ทีมงานบีดับเบิลยูเอนเตอร์เทนเมนต์หลายสิบชีวิตจึงหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่และมองไปที่ผู้กำกับเคียวทาโร่

"...ผู้กำกับเคียวทาโร่? ผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนกุจิไม่ใช่เหรอนั่น?”

ในทางกลับกัน พนักงานที่ไม่รู้จักผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ถามคนที่รู้จักเขา

"นั่นใครเหรอ? คนดัง? ผู้กำกับ? นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาเลยแฮะ แถมเขายังพูดภาษาญี่ปุ่นอีก"

“... เขาเป็นที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่น ในชื่อผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนกุจิ เป็นผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จมาก”

ในขณะที่พนักงานกำลังกระซิบคุยกัน ซีอีโอชเวซองกุนก็คว้ามือที่ผู้กำกับเคียวทาโร่ยื่นออกมาทันที แต่เขาก็ยังมีคำถามมากมายในใจ

‘ทำไมผู้กำกับชั้นปรมาจารย์คนนี้ … ถึงมาที่นี่กัน?'

เป็นการมาเยือนที่น่าประหลาดใจจริง ๆ ในเวลาเดียวกัน คังวูจินผู้ซึ่งอยู่ในห้องสำนักงานของซีอีโอและเห็นสถานการณ์ในสำนักงาน เขาก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน แน่นอนว่าแค่ในใจเท่านั้น

'หา? ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นคนนั้น... เขาเป็นคนที่มอบรางวัลให้ฉันในเทศกาลภาพยนตร์นิ‘

คังวูจินที่ได้พบกับผู้กำกับเคียวทาโร่ก็สามารถรับรู้ตัวตนของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ในไม่ช้า สีหน้านิ่งเฉยพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา วูจินเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าผู้กำกับเคียวทาโร่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น

แล้ว? ทำไมเขาถึงมาที่นี่?

ผู้กำกับเคียวทาโร่และวูจินแค่เคยได้พูดคุยกันในช่วงพิธีปิดของเทศกาลภาพยนตร์เท่านั้น ประมาณ 5 นาทีมั้ง? เพราะมันวุ่นวายมาก เขาจึงจำไม่ได้ดีนัก ดังนั้นสำหรับวูจิน ผู้กำกับเคียวทาโร่จึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลุงข้างบ้าน

-ฟึบ...

ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่ปล่อยมือจากชเวชองกุนก็พึมพำเป็นภาษาญี่ปุ่น รอยยิ้มของเขายังคงเหมือนเดิม

“ผมมาที่นี่ด้วยตัวเอง เพราะผมคิดว่าคุณจะเข้าใจถึงความจริงใจของผม หากไม่สะดวก ไว้เราสามารถนัดประชุมอีกครั้งได้นะครับ”

ภาษาญี่ปุ่นไหลออกมาจากปากของเขา แน่นอนว่ามีล่ามอยู่คนหนึ่งอยู่ด้านข้างด้วย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผู้กำกับเคียวทาโร่กลับมองไปยังคังวูจินที่นิ่งสงบ

เชื้อแห่งความเข้าใจผิดเริ่มแพร่กระจายออกไปอีกครั้งแล้ว

ชเวชองกุนยังหันไปมองวูจินพด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ ทางพนักงานก็หันไปมองคังวูจินด้วยแววตาเดียวกัน ต่างสงสัยว่าทำไมต้องเป็นวูจิน? ในไม่ช้า สายตาหลายสิบคู่ก็จับจ้องไปที่วูจิน จากนั้นเอง คังวูจินที่กำลังมองไปรอบ ๆ ก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง

‘อา พวกเขามองมาที่ฉันเพราะอยากให้ฉันโชว์งั้นเหรอ? ง่ายอย่างกับปลอกกล้วยเข้าปาก’

คงได้โอกาสที่จะได้อวดภาษาญี่ปุ่นของเขา ซึ่งเขาเรียนรู้จากสูตรโกงแล้วสิ ในขณะที่เข้าเดินไปหาผู้กำกับเคียวทาโร่ คังวูจินก็พูดภาษาญี่ปุ่นด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“สวัสดีครับคุณผู้กำกับ ผมไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณอีกหลังจากงานเทศกาลภาพยนตร์”

"จริงเหรอ? แต่ผมหวังว่าจะได้พบกับคุณมากเลยนะครับ”

การสนทนายังคงดำเนินต่อไปอย่างลื่นไหล ชเวชองกุนรู้ แต่พนักงานของบริษัทบีดับเบิลยูเอนเตอร์เทนเมนต์หลายสิบคนต่างตกตะลึงกับทักษะภาษาญี่ปุ่นของคังวูจิน

ซึ่งทางผู้อำนวยการเคียวทาโร่ยังคงพูดต่อไป

“มีที่ให้คุยเป็นการส่วนตัวไหมครับ?”

"กรุณารอสักครู่ก่อนนะครับ"

คังวูจินหันไปหาชเวชองกุนทางด้านซ้าย

“เราต้องการที่คุยกันครับ”

"....เอ๊ะ? ที่คุย? อ๋อ โอ้!"

ชเวชองกุนที่รู้สึกสับสนเล็กน้อยก็รู้สึกตัวขึ้นมา

"เชิญทางนี้ได้เลย!"

สถานที่ที่ชเวชองกุนนำพวกเขาไปคือห้องทำงานของซีอีโอ ทางด้านคังวูจินก็แสดงท่าทีอย่างสุภาพต่อผู้กำกับคียวทาโร่ด้วย ในไม่ช้า ผู้กำกับเคียวทาโร่และล่ามก็นั่งอยู่ในห้องทำงานของซีอีโอ ที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือชเวซองกุนและคังวูจิน ทีมของผู้กำกับเคียวทาโร่ที่เหลือรออยู่ข้างนอก

ตอนนั้นเอง

"วูจิน"

ชเวชองกุนกระซิบกับคังวูจิน

“ทำไมจู่ ๆ ผู้กำกับเคียวทาโร่ถึงมาหาเรากัน?”

“ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน”

“เขามาเพราะฮเยยอนเหรอ? แต่ว่ายังไงคุณก็ควรจะอยู่นะ เพราะคุณเก่งกว่าล่ามมืออาชีพคนนั้นเสียอีก”

สำหรับวูจิน มันก็ไม่เลวเลย เพราะการเรียนภาษาญี่ปุ่นในหนึ่งวันถือเป็นเรื่องที่สนุกอย่างยิ่ง

ณ จุดนั้น เอง

“นี่เป็นครั้งแรกของผมที่มาทำอะไรแบบนี้ แต่มันรู้สึกดีมากเลยครับ”

ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่มีผมหงอกเต็มโต๊ะได้หัวเราะและพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น

“เป็นเรื่องดีที่นักแสดงสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ มันจึงทำให้ไม่มีความอึดอัดในการสนทนากัน ผมน่ะรู้สึกไม่สบายใจเสมอเลยเมื่อมาเกาหลี ว่าแต่อันนี้ทางคุณคังวูจินจะช่วยแปลงั้นเหรอครับ?”

วูจินพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบคำถามไป

"ครับ ผมจะช่วยแปล"

“คือผมรู้สึกผิดหวังตอนที่เราได้พูดคุยกันสั้น ๆ ที่ ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ มาก มันถือเป็นการด้อยค่าความสามารถของคุณวูจินโดยเสียเปล่า ด้วยทักษะที่น่าทึ่งขอบคุณ แต่กลับได้เพียงแค่รางวัลหนังสั้นเท่านั้น ในความคิดของผม คุณมีทักษะที่ควรจะได้รับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่ ๆ เลยล่ะครับ”

"...ขอบคุณครับ"

“แม้ว่าการแสดงในเกาหลีจะมีการแข่งขันที่สูง แต่ก็น่าเสียดายนะครับที่คุณวูจินจะต้องมาติดอยู่กับหนังสั้น”

ตาแก่นี้กำลังพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย? วูจินไม่ได้ตอบอะไรไปและยังคงเงียบ

“······”

“คุณอยู่ญี่ปุ่นนานแค่ไหนแล้วครับ?”

“ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมคงไม่อาจตอบได้ครับ”

"อ๋อ ผมเข้าใจแล้ว ขอโทษทีนะครับ"

ในเวลานี้เอง ชเวชองกุนผู้ที่กำลังฟังการสนทนาภาษาญี่ปุ่นระหว่างทั้งสองคนก็ได้เข้ามาแทรก

"คือว่าขอโทษนะครับ คุณผู้กำกับ คุณมาที่นี่เพราะนักแสดงฮงฮเยยอนหรือเปล่าครับ?”

วูจินแปลความหมายทันที ส่วนทางผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ค่อย ๆ ส่ายหัวไปมา

“คุณฮงฮเยยอนก็เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเช่นกันครับ เธอเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม การแสดงในเรื่อง ‘สำนักงานนักสืบ‘ ของเธอน่าประทับใจมาก แต่วันนี้ผมมาที่นี่เพราะนักแสดงคังวูจินต่างหาก”

ฉันเหรอ? เขามาหาฉันเหรอ? ทำไมกันล่ะ? ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด ตอนนั้นเอง

“คุณวูจิน คุณคิดยังไงกับการเดบิวต์ในญี่ปุ่นครับ?”

จู่ ๆ ผู้อำนวยการเคียวทาโร่ก็ถามคำถามด้วยสีหน้าจริงจัง วูจินยังคงทำหน้านิ่งเหมือนโป๊กเกอร์ แต่ภายในใจเขาตกใจมาก

'บ้าหรือเปล่าเนี่ย? ฉันเพิ่งเริ่มแสดงได้แค่สองเดือนเองนะ ให้ไปญี่ปุ่นมันหมายความว่ายังไงกัน?’

เขาไม่ได้เสแสร้ง แต่พูดไม่ออกจริง ๆ ทว่าเพราะการแสดงเป็นคนเย็นยะเยือกมาโดยตลอด ยามนี้เขาจึงดูเหมือนกำลังไตร่ตรองข้อเสนอของผู้กำกับเคียวทาโร่

“เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะกังวล ตอนนี้คุณมีงานไหนที่ยืนยันว่าต้องถ่ายทำไหมครับ?”

ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพลยังอยู่ระหว่างจัดการเรื่องออกฉาย ส่วนเรื่องของผู้กำกับควอนกีแท็กยังไม่ได้ยืนยัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ วูจินมีเพียงคำตอบเดียวีท่จะให้ไป

“ยังไม่มีครับ”

"เข้าใจแล้ว..."

เมื่อได้ยินคำตอบ ผู้กำกับเคียวทาโร่ก็ถอนหายใจออกมา

'อย่างที่คาดไว้ ช่างเป็นอะไรที่น่าเสียดายแทนจริง ๆ ’

ผู้กำกับเคียวทาโร่ใช้เวลาสองสามวันในการตรวจสอบสถานะและประวัติของคังวูจินในวงการนักแสดงเกาหลี ทว่ามันกลับไม่มีอะไรอยู่เลย ในไม่ช้า ผู้กำกับเคียวทาโร่ที่หลับตาลงครู่หนึ่งก็สบตากับคังวูจิน

“ตอนนี้ผมกำลังเตรียมตัวทำงานชิ้นต่อไป เรื่องของผมได้รับการยืนยันแล้ว เรากำลังอยู่ในขั้นตอนการดัดแปลงนวนิยายญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและประมาณ 80% ของบทเสร็จสมบูรณ์แล้ว”

ผู้อำนวยการเคียวทาโร่กล่าวอย่างมั่นใจ

“ผมอยากทำโปรเจกต์นั้นกับคุณวูจินครับ”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 55 นับถอยหลัง (5-1 ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว