เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ผู้เชี่ยวชาญ (5)

บทที่ 33 ผู้เชี่ยวชาญ (5)

บทที่ 33 ผู้เชี่ยวชาญ (5)


บทที่ 33 ผู้เชี่ยวชาญ (5)

. .

ในวันที่ 20 หน้าอพาร์ทเมนท์ของคังวูจิน

เช้าตรู่ ท่ามกลางอากาศที่อุ่นสบาย คังวูจินสวมเสื้อสเวตเตอร์สีเทา ก้าวออกมาจากอพาร์ทเมนต์ของเขา ตรงหน้าเขามีรถตู้สีดำที่คุ้นเคยจอดอยู่

ยามนั้นเอง

"คุณคังวูจิน!"

ซีอีโอชเวซองกุนเห็นคังวูจิน จึงลงจากรถตู้และหัวเราะอย่างออกรส

“สวัสดีตอนเช้า ขึ้นมาสิครับ!”

เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารพร้อมกับท่าทางเบิกบาน คังวูจินก็คล้อยไปตามอารมณ์ของเขาเช่นกัน  แน่นอนแค่ภายในใจเท่านั้น สาเหตุที่เขาสุขใจมากคงเพราะเรื่องที่เขาสามารถจำภาษาอังกฤษที่เพิ่งได้เรียนรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนได้กระมัง

‘อืม เช้านี้วิเศษจริง ๆ’

คังวูจินทักทายซีอีโอชเวซองกุนด้วยน้ำเสียงที่เย็นชากว่าความรู้สึกของเขา

"สวัสดีครับ ซีอีโอ"

หลังจากคังวูจินขึ้นรถซีอีโอชเวซองกุน เขาจึงขึ้นเบาะคนขับและรถก็เริ่มเคลื่อนตัว ซีอีโอชเวซองกุนเหลือบมองคังวูจินที่เบาะข้างคนขับ ขณะที่เขากำลังขับรถออกจากซอย

‘ทำไมวันนี้เขาดูเย็นชาจัง? เมื่อวันก่อนเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?’

เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นเลย ตอนนี้ถึงคังวูจินที่มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ที่จริงกำลังจมอยู่กับความคิดฟุ้งซ่านเล็ก ๆ น้อย ๆ

‘หิวจัง กินข้าวเช้าดีไหมนะ? อยู่ ๆ ฉันก็อยากกินบะหมี่เย็น อยากทงคัตสึด้วย’

ซีอีโอชเวซองกุนที่ไม่มีทางรู้เรื่องนี้ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ฮงฮเยยอนนักแสดงหญิงที่เขาดูแลมาอย่างยาวนานนั้นก็ไม่ธรรมดาเลย แต่คังวูจินยิ่งกว่านั้นอีกหลายเท่า เป็นถึงคนบ้าที่ปฏิเสธผู้กำกับวูฮยอนกูคนนี้

‘ทำไมมีแต่คนบ้า ๆ มารวมตัวกันรอบตัวฉันกันเนี่ย?’

แต่ก็นะ คนบ้าพวกนี้ก็มีความสามารถที่ยอดเยี่ยม ซีอีโอชเวได้แต่ยอมรับชะตากรรมของตัวเอง ก่อนจะเริ่มบทสนทนาด้วยรอยยิ้ม

“คุณคังวูจิน คุณได้รับโทรศัพท์เกี่ยวกับการถ่ายทำเรื่อง 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ครั้งแรกแล้วหรือเปล่าครับ? พวกเขาบอกว่ามันจะเป็นวันที่ 25 นี้”

"ครับ ผมทราบแล้ว"

"ผมกำลังจัดการทุกอย่างให้นะครับ แม้ว่าคุณPDซงมันวูยังไม่ยืนยัน แต่ดูเหมือนว่าจะถ่ายฉากของรยูจองมินและรองหัวหน้าพัคก่อน"

ตอนนี้ใจของคังวูจินเริ่มเต้นระรัว

หลังจากการซ้อมถ่ายทำผ่าน 'สำนักงานนักสืบ' จบลง ตอนนี้ก็ถึงเวลาถ่ายทำจริงแล้ว การถ่ายทำครั้งนี้คงจะไม่สั้นเหมือน 'สำนักงานนักสืบ' ซึ่งเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุด เขาจำเป็นต้องรักษาระดับการแสดงให้นิ่งและสม่ำเสมอตลอดการถ่ายทำ มันน่าตื่นเต้นมาก จากนั้นเอง ซีอีโอชเวซองกุนก็ยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่กังวลเลย

"ดูเหมือนว่าคุณจะกังวลเลยนะครับ คุณคังวูจิน ว่าแต่เรื่องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำในอีกห้าวันข้างหน้า คุณต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ?"

"ยังไม่มีครับ"

"เข้าใจแล้วงั้น งั้นวันนี้เราจะเริ่มต้นด้วยการถ่ายรูปโปรไฟล์ก่อนแล้วกัน"

เอ่อ รูปโปรไฟล์ ต้องใช้ท่าโพสต์เท่ ๆ สำหรับรูปโปรไฟล์หรือเปล่า? คังวูจินเคยเห็นภาพโปรไฟล์นักแสดงมาก่อน ทันใดนั้นความอายคล้ายคลื่นเล็ก ๆ พลันพัดผ่านเข้ามา เอ่อ ไม่ใช่ความอายอย่างเดียว แต่มันใกล้เคียงกับความเขินมากกว่า

'ฉันไม่เคยทำแบบนั้นมาก่อนเลย ต้องโพสต์ท่าแบบไหนเนี่ย?’

เขารู้สึกเก้งก้างตลอดเวลาเลยตอนถ่ายรูปบัตรประชาชน

แต่มันก็น่าจะคล้ายกับการแสดงใช่ไหมนะ? เขาพยายามกลบเกลื่อนความเขินอาย คังวูจินกลบเกลื่อนมันเอาไว้ และพูดเบา ๆ กับซีอีโอชเวซองกุนที่เพิ่งเลี้ยวรถไปทางขวา

"ซีอีโอครับ คุณพูดกับผมแบบสบาย ๆ ก็ได้นะครับ"

เขารู้สึกอึดอัดใจกับการพูดแบบสุภาพมาก ซึ่งราวกับได้ยินความคิดภายในใจของคังวูจิน ซีอีโอชเวซองกุนจึงพยักหน้าและตอบไปว่า

“อ้อ อย่างนั้นเหรอ? งั้นคังวูจิน แบบนี้โอเคใช่ไหมครับ?”

ในน้ำเสียงที่ผสมระหว่างคำสุภาพและคำไม่สุภาพ ซีอีโอชเวซองกุนก็อธิบายตารางงานประจำวันให้ฟัง

อันดับแรก เราต้องสร้างโปรไฟล์อย่างเป็นทางการของคังวูจินก่อน เพราะเขามีสังกัดแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้สำหรับโปรโมทภายนอกหรือบนเว็บไซต์ พวกเขาต้องถ่ายรูปประจำตัวก่อน ด้วยเหตุนี้จึงไปที่ร้านเสริมสวยเพื่อแต่งหน้า

ที่นี่เป็นร้านเสริมสวยสำหรับคนดังเท่านั้น

ผ่านไปสักพัก คังวูจินก็รู้สึกตื่นเต้นพอสมควร

‘ในที่สุด ฉันก็จะได้ไปร้านเสริมสวยของคนดังเพื่อไปแต่งหน้าแล้ว’

คังวูจินเป็นคนธรรมดา รู้เพียงแค่ประโยคเดียวเวลาไปร้านตัดผม

ตัดผมสั้นหน่อยครับ

เรื่องนี้อาจจะเป็นแบบเดียวกันกับผู้ชายทุกคน แต่สำหรับคังวูจินมันแย่ยิ่งกว่า เพราะเขาไว้ผมสั้น ร้านตัดผมเลยเป็นสถานที่ที่น่าอึดอัด แต่ตอนนี้เขากำลังไปร้านเสริมสวยที่นักแสดงไปกัน

ในยามนี้เอง

"คังวูจิน"

เมื่อเจอะเข้ากับสัญญาณไฟแดง ซีอีโอชเวซองกุนก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างกะทันหัน

“ผมปฏิเสธการคัดเลือกกับบ็อกซ์มูฟวี่ไปแล้ว หัวหน้าชเวโดมินเดือดมาก แต่ยังไงก็ตาม ผมปฏิเสธไปแล้ว”

อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ? เขาลืมมันไปเสียสนิทเลย จริง ๆ แล้วคังวูจินลืมเรื่องพวกนนั้นไปแล้ว เพราะการได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษมันเป็นเรื่องใหญ่มากเกินไปสำหรับเขา

“อ้อ อย่างนั้นเหรอ? ขอบคุณครับ”

ซีอีโอชเวซองกุนได้แต่เกาหัว พลางยิ้มน้อย ๆ

“บอกตามตรง ผมเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน หากมีเหตุผลที่จริงจังมากมันคงไม่เป็นอะไร แต่แบบนี้มันก็... เฮ้อ ไม่สำคัญแล้วล่ะครับ เอาเป็นว่าคุณคงไม่ได้พูดถึงเรื่องสัญชาตญาณหรืออะไรก็ทำนองนั้นกับหัวหน้าชเวโดมินใช่ไหมครับ?”

“ครับ”

“ถ้าเขาได้ยินเรื่องนั้น เขาคงจะยิ่งโกรธเข้าไปอีก ยังไงซะตอนนี้บ็อกซ์มูฟวี่คงไม่มองคุณด้วยสายตาที่ดีแน่ เพราะพวกเขาดันถูกเมินจากการเสนอบทให้กับดาราโนเนม”

วงการบันเทิงมันเป็นวงการที่คับแคบ ใครอยากปฏิเสธก็ปฏิเสธได้ แต่ว่าวงการบันเทิงมันก็เหมือนกับป่า พอมันเป็นแบบนี้แล้ว เขาจะทำอะไรได้อีก? ทว่าคังวูจินกลับตอบไปได้อย่างใจเย็นกว่าที่คาดไว้

“แต่มันก็ยังดีกว่าไปปฏิเสธเขาหลังจากที่ได้คัดเลือกไปแล้วนะครับ”

“ถูกต้องครับ การปฏิเสธไปตั้งแต่แรกเลยมันย่อมส่งผลกระทบน้อยกว่า แต่ก็นั่นแหละครับ ต่อไปนี้คุณคงจะได้ร่วมงานกับผู้กำกับวูฮยอนกูยากขึ้นแน่ ๆ คุณรู้ใช่ไหม? เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ และเอาแต่ใจตัวเองด้วย”

แล้วจะให้เขาทำยังไง? แค่เพราะเขาเป็นผู้กำกับฝีมือดี ฉันก็ไม่สามารถไปเล่นหนังกาก ๆ ได้หรอกนะรู้ใช่ไหม? ถึงจะน่าเสียดายที่เขาเป็นถึงผู้กำกับฝีมือดี...แต่ถ้าหนังมันห่วย ก็เป็นแค่การเสียเวลาเปล่า ๆ

‘ด้วยเหตุนี้ ฉันคงต้องโกหกนิดหน่อยแล้วล่ะ’

คังวูจินตอบกลับด้วยท่าทีจริงจัง

“ผมไม่สนใจครับ”

พอเห็นท่าทางของคังวูจิน ซีอีโอชเวซองกุนก็พึมพำกับตัวเองเบา ๆ

‘เขาเฉยเมยกับหนังของผู้กำกับฝีมือดีขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ? ยิ่งดู ยิ่งรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนทั่วไปเลยแฮะ'

ความเข้าใจผิดมันกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ แบบทุกวินาที แต่ซีอีโอชเวซองกุนก็ไม่รู้ตัว พอไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เสียงอันเรียบเฉยของคังวูจินก็ดังขึ้น

“ซีอีโอ ผมต้องการชุดสูทครับ”

"สูทเหรอ? อยู่ ๆ นายอยากได้สูทขึ้นมาทำไม?”

ทำไมงั้นเหรอ? เพราะผู้กำกับชินดงชุนบอกให้เขาซื้อสูท ถึงเขาจะยังไม่แน่ว่าจะได้เข้ารอบชิงชนะเลิศหรือเปล่า แต่เขาก็คิดว่ายังไงคงต้องใช้สูทอยู่ดี

อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่คังวูจินคิด

แต่คำตอบที่ออกจากปากไปมันต้องน่าสนใจหน่อย 'คำว่า ‘เผื่อไว้’ มันดูฟังไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร คังวูจินจึงคิดว่าควรจะต้องผสมความหยิ่งยโสเข้าไปด้วย

“ผมตั้งใจจะใส่มันไปงาน ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ ครับ”

“… ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ งั้นเหรอครับ?”

“ครับ”

เมื่อได้ยินคำตอบจริงจังของคังวูจิน ซีอีโอชเวซองกุนก็รู้สึกประทับใจยิ่ง

‘ถ้านายเข้ารอบชิงไม่ได้ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรไปงานเทศกาลหนังสิ แต่สำหรับหมอนี่ เขาไม่มีพื้นฐานความคิดถึงว่าเรื่องนี้จะล้มเหลวเลยเหรอ? มั่นใจในตัวเองมากมันเกินไปแล้ว’

ซีอีโอชเวซองกุนคิดเองเออเอง ว่าเขาเชื่อมั่นในตัวเองมาก

“ฮ่า ๆ ได้อยู่แล้วครับ ‘สำนักงานนักสืบ’ คงได้รางวัลใหญ่แน่นอนใช่ไหม? แต่ถึงจะไม่ยังไง นายก็ควรเตรียมสูทไว้อยู่ดี ซึ่งนายคงมีอยู่แล้วแหละ ทว่านี่คืองานเทศกาลใหญ่ เราคงต้องดูแลภาพลักษณ์มากกว่าเดิมด้วย”

จากนั้น หลังจากคิดอยู่สักพัก ซีอีโอชเวซองกุนก็ตัดสินใจ

“เรื่องสูท แน่นอนว่าทางบริษัทจัดการให้ได้ เพราะมันจำเป็นสำหรับการทำงาน วันนี้คงจะยุ่งมาก งั้นจัดการเรื่องสูทวันนี้เลยละกัน  เอ่อ- เพราะว่าฮงฮเยยอนเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์หรูพอดี การหาสูทผู้ชายคงไม่ใช่เรื่องใหญ่  ไหน ๆ พอพูดถึงสูทแล้ว ลองเพิ่มรูปใส่สูทลงในโปรไฟล์คุณดูด้วยสิ”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘หรู’ คังวูจินก็หูชันขึ้นมาทันที

‘สุดยอดเลย ให้สูทแบรนด์หรูกับฉันเฉย ๆ งี้เลยเหรอ?’

จากนั้นบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวของคังวูจินทันที มันเป็นประโยคที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน

“ผมขอบทภาษาญี่ปุ่นได้ไหมครับ?”

“… ภาษาญี่ปุ่น? นี่เป็นคำขอที่แปลกประหลาดมาก ทำไมต้องเป็นบทภาษาญี่ปุ่นด้วยล่ะครับ?”

เพื่อตอบคำถามนั้น คังวูจินก็ตอบกลับไปอย่างจริงจัง

“ผมแค่อยากลองดู ไม่มีเหตุผลอะไรมาก”

สองชั่วโมงต่อมา ที่ร้านเสริมสวยขนาดใหญ่ย่านชองดัมดง

ประมาณเที่ยง ร้านในอาคารสามชั้นดูหรูหราตั้งแต่แวบแรก ภายในตกแต่งราวกับวัง และคังวูจินกำลังอยู่บนชั้นสาม ซีอีโอชเวซองกุนอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ซึ่งท่ามกลางเก้าอี้หลายตัวตรงกลาง เป็นคังวูจินที่กำลังนั่ง...ไม่สิ

“…”

กำลังหลับอยู่ เขาอยู่ในร้านตั้งแต่เช้าและรู้สึกเหนื่อยเมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน นอกจากนี้ มันอาจเป็นเพราะเบาะที่เขานั่งค่อนข้างสบายอีกด้วย

ทันใดนั้นเอง...

-พึบ

คังวูจินที่หลับอยู่ก็ลืมตาขึ้น โชคดีที่เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนมากนัก คังวูจินทำหน้าราวกับเพิ่งตื่นจากการงีบหลับในห้องเรียน

‘ฉันหลับไปเหรอเนี่ย?  แย่ชะมัด-เป็นเพราะเก้าอี้สบายเกินไปหรือเปล่า? แต่ฉันยังรู้สึกง่วงอยู่เลยแฮะ’

ในเวลานั้นเอง

“โอ๊ะ”

ดีไซเนอร์สาวที่ยืนอยู่ด้านหลังคังวูจินก็ยิ้มออกมา

“คุณคงเหนื่อยมากสินะคะ”

ผู้หญิงในเสื้อเชิ้ตสีขาวมีผมยาวสีเหลืองพูดขึ้นมา ส่วนคังวูจินก็ได้แต่กลั้นความอายไว้แล้วกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

“ผมแค่กำลังนึกถึงบท”

นั่นไม่ใช่ความจริงเลย เขาแค่ผล็อยหลับไปโดยไม่คิดอะไร ซึ่งที่พูดออกไปแบบนี้เพราะแค่เขาอายเท่านั้น ซึ่งโชคดีที่ดีไซเนอร์ไม่สงสัยคำพูดโกหกของคังวูจิน

“เป็นอย่างนั้นเหรอคะ? ถ้าบอกว่ากำลังคิดถึงบทอยู่ แสดงว่าคุณเป็นนักแสดงหน้าใหม่ใช่ไหมคะ? คุณดูเหมือนนักแสดงมากเลย ว่าแต่คุณตัดสินใจใช้ชื่อบนวงการแสดงของคุณแล้วหรือยังคะ?”

“แค่คังวูจินครับ”

“อ๋อ คุณคังวูจิน! มาบ่อย ๆ นะคะ นี่คือร้านประจำของคุณฮงฮเยยอนเลยค่ะ”

“ครับ”

“เสร็จแล้วลองดูสิคะ ซีอีโอชเวซองกุนให้ฉันทำให้ดีที่สุด ฉันเองก็ลงมือสุดความสามารถเลย”

ในไม่ช้า คังวูจินก็สบตากับภาพสะท้อนในกระจกเงาตรงหน้าเขา แล้วเขาก็ตรวจสอบภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก สิ่งที่น่าสนใจตรงนี้คือ

“?!?!”

ดวงตาของคังวูจินเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเขาเอง เหตุผลนั้นง่ายมาก

เพราะคังวูจินในกระจก...

‘… ว้าว นายคือใคร? นั่นฉันจริง ๆ เหรอ?’

เขาเปลี่ยนไปเป็นตัวเองที่หล่อเหลาอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ใช่แค่ในสายตาของคังวูจินเท่านั้น ดีไซเนอร์ผมสีทองที่แต่งหน้าให้เขาก็เช่นกัน

“แม้แต่ซีอีโอชเวซองกุนคงจะประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แน่เลย ว่าไหมคะ?”

ในเวลานั้นเอง ที่กองถ่าย 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล'

เนื่องจากวันถ่ายทำวันแรกได้รับการยืนยันแล้ว ทีม'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' จึงยุ่งมาก แม้กระทั่งตอนนี้ พวกเขาก็กำลังตรวจสอบการตรวจสอบขั้นสุดท้าย แน่นอนว่าความรับผิดชอบทั้งหมดเป็นของ PDซงมันวู

เขาตอนนี้กำลังสั่งทีมกำกับ

“ทันทีที่การตรวจสอบที่นี่เสร็จสิ้นแล้ว บอกทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำให้รอด้วย ผมจะคุยกับผู้กำกับกล้องแยก”

“ครับ ครับ คุณPD”

“เหลือเวลาอีก 5 วันก่อนการถ่ายทำวันแรก! พยายามกันเข้าไว้!”

หลังจากให้คำแนะนำที่เหมาะสมแล้ว PDซงมันวูก็เดินไปที่รถตู้ที่จอดอยู่ในที่จอดรถ มันเป็นการพักผ่อนช่วงสั้น ๆ ในวันก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งนอนไปแค่ 3 ชั่วโมงเอง เขาแทบไม่มีเวลานอนพักเลย

จากนั้นเอง...

"อืม"

ภายในรถ PDซงมันวูนึกถึงคังวูจินเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาได้ไปเป็นคนกลางคัดเลือกตัวนักแสดงหนังใหม่ให้คังวูจิน แต่เขาไม่รู้ว่าผลลัพธ์มันจะลงเอยเช่นไร มันทำให้เขาสงสัยมากจริง ๆ ว่าคังวูจินจะมาร่วมงานกับผู้กำกับวูฮยอนกูหรือไม่?

ในไม่ช้า PDซงมันวูก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาออกมา แต่คนที่เขาโทรหาไม่ใช่คังวูจิน ทว่าเป็นซีอีโอชเวซองกุน

"สวัสดีครับ ซีอีโอชเวซองกุนครับ"

PDซงมันวูเอ่ยปากทันทีที่ซีอีโอชเวซองกุนรับสายอย่างรวดเร็ว

"คุณยุ่งอยู่ไหม?  คุยได้หรือเปล่า?"

ปลายสาย ซีอีโอชเวซองกุนตอบกลับอย่างยินดี

"ไม่ยุ่งแน่นอนครับ ผมต้องรับโทรศัพท์จากPDซงมันวูของเราแน่นอน ต่อให้ผมจะนอนหลับอยู่ก็ต้องรับหได้ ฮ่าฮ่าฮ่า  มีอะไรหรือเปล่าครับ?"

ในเวลาเดียวกัน เสียงผู้หญิงดังขึ้น

"PD สวัสดีค่ะ-"

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย PDซงมันวูจึงหัวเราะออกมา

"อ่า อยู่กับคุณฮงฮเยยอนด้วยเหรอ?"

"ใช่ครับ ผมขอโทษนะครับ ฮงฮเยยอนก็อยู่ที่นี่ด้วย ผมเจอกับเธอระหว่างรอคังวูจินที่ร้านค้า อ๋อ คุณโทรมาหาผมเพราะคังวูจินไม่รับโทรศัพท์เหรอครับ? ตอนนี้เขายังอยู่ชั้น 3 ของร้านเสริมสวยครับ"

"เปล่า ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ"

ทันทีที่ชื่อของคังวูจินถูกพูดถึง PDซงมันวูก็เข้าประเด็น

"ผมแค่อยากรู้ว่าการประชุมกับบ็อกซ์มูฟวี่ของคังวูจินเป็นยังไงบ้าง ไปเจอกับผู้กำกับวูฮยอนกูหรือเปล่าครับ?"

"อ๋อ เขาปฏิเสธไปครับ"

"อะไรนะ?  ปฏิเสธอะไรครับ?"

"ผลงานชิ้นต่อไปของผู้กำกับวูฮยอนกูครับ แม้ว่าจะไม่ใช่การคัดตัวนักแสดง แต่หัวหน้าชเวโดมินก็กระตือรือร้นที่จะเอาตัวเขามาให้ได้ แต่คังวูจินของเรากลับปฏิเสธอย่างเด็ดขาด"

"จริงหรือ? เหตุผลคืออะไรกัน?"

ต่อคำถามนั้น ซีอีโอชเวซองกุนตอบด้วยน้ำเสียงที่เฉยชายิ่ง

"เขาพูดประมาณว่าสัญชาตญาณครับ เขาแค่อ่านบทไม่กี่หน้าอย่างรวดเร็ว แล้วก็บอกว่ารู้สึกไม่ดี"

"อะไรนะ?"

มันเป็นคําที่คุ้นเคยมาก รู้สึกไม่ดีงั้นเหรอ? PDซงมันวูลูบเคราของเขาโดยไม่รู้ตัว

'··· คังวูจิน เขาใช้ลางสังหรณ์อีกแล้วเหรอ?  สัญชาตญาณถูกกระตุ้น?'

แน่นอนว่ายังไม่มีอะไรแน่นอน เพราะผลงานเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' และ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล'' ยังไม่ออกฉาย  แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง PDซงมันวูจริงจังกับ 'ความรู้สึก' ของคังวูจินมาก เขาอยากรู้เหลือเกินว่าสายตาและสัญชาตญาณที่แท้จริงของคังวูจินจะทำได้ดีขนาดไหนกัน?

'ว่าแต่ บทภาพยนตร์ของผู้กำกับวูฮยอนกูมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?'

แต่มันแปลกเกินไปแล้ว

อีกฝ่ายเป็นถึงผู้กำกับวูฮยอนกู แม้ว่าผลงานจะต่ำกว่ามาตรฐานไปหน่อย แต่อย่าลืมสิว่าคังวูจินเป็นแค่นักแสดงโนเนม หากเขาเข้าร่วมการแสดงเรื่องนี้ ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นและคำขอสัมภาษณ์จะหลั่งไหลเข้ามแน่

'แต่เขาปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิดทบทวนเลยงั้นเหรอ? เป็นการกระทำที่มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่ทำได้ อ่า จริงสิ คุณคังวูจินก็มีด้านที่บ้าคลั่งซ่อนอยู่สินะ'

จากนั้นPDซงมันวูก็พึมพำกับโทรศัพท์ของเขา ราวกับว่าเขาจะวางสาย

"อืม คุณเองก็คงทำอะไรไม่ได้สินะครับถ้านักแสดงบอกว่าเขาไม่อยากแสดง"

"ใช่แล้วครับ ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของคุณPDนะครับ”

เมื่อวางสาย PDซงมันวูก็มองออกไปนอกหน้าต่าง  ในเวลาเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความคาดคาดหวังอันแสนแปลกประหลาด

“คน ๆ นี้ชักดูน่าสนุกดีแฮะ”

ตอนนั้นเอง

-♬♪

โทรศัพท์ในมือของPDซงมันวูดังขึ้นอย่างอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้PDซงมันวูที่สงสัยว่าเป็นสายจากใครจึงเอียงคอ เพราะมันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ ทว่าเพราะช่วงนี้เขาสายโทรศัพท์แบบนี้บ่อย ๆ PDซงมันวูจึงรับสายอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ครับ ผมPDซงมันวูเอง”

เสียงผู้ชายตอบกลับจากอีกด้านของโทรศัพท์ เป็นน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยน

“PDซงมันวูครับ นานแล้วนะครับที่ไม่ได้เจอกัน ผมผู้กำกับควอนกีแท็กครับ”

ในไม่ช้า ดวงตาของPDซงมันวูก็เบิกกว้างขึ้น เขาตะโกนไปทันที

“หา?  อ๋อ ใช่ครับ! ผู้กำกับครับ!  ไม่เจอกันนานเลยนะ”

“ฮ่าฮ่า คุณสบายดีไหม?  เอ่อ เราทักทายกันที่งานประกาศรางวัลแบคซังเมื่อสองปีที่แล้ว”

“ผมรู้ ผมจำได้ครับ จะลืมได้ยังไงกัน”

“ผมมีบางอย่างที่อยากรู้ เลยต้องหาเบอร์ของคุณมา ขอโทษนะครับที่โทรไปรบกวนแบบกะทันหัน”

"ครับ?? เปล่าครับ ไม่เป็นไรเลย!”

PDซงมันวูตื่นเต้น เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะผู้กำกับควอนกีแท็กเป็นผู้กำกับฝีมือดีคนหนึ่ง ทัดเทียมกับผู้กำกับวูฮยอนกู ถ้าจะจัดอันดับผู้กำกับแถวหน้าของประเทศ เขาก็จะติดอันดับเสมอ  ยิ่งถ้าต้องจัดอันดับจริง ๆ ผู้กำกับควอนกีแท็ก อาจจะอยู่เหนือผู้กำกับวูฮยอนกูด้วยซ้ำ

เรียกได้ว่าติดอันดับสูงไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ชมรวมและผลงานที่ประสบความสำเร็จ

ผู้กำกับควอนกีแท็กคนนั้น ถามPDซงมันวูว่า

“คุณกำลังเตรียมถ่ายทำละครอยู่ใช่ไหม? ผมตั้งตารอชมอยู่นะ มีกำหนดการถ่ายทำวันแรกหรือยังครับ?”

“อ๋อ ขอบคุณครับ ถ่ายทำวันแรกนัดกันไว้สัปดาห์หน้าครับ แต่ทำไมคุณถึงถามเรื่องนี้กันล่ะครับ?”

“อืม คือผมได้ยินข่าวลือมาว่านักแสดงในละครของคุณ ขยันฝึกฝีมือการแสดงกันมาก เลยอยากจะขอแอบเข้าไปดูการถ่ายทำในวันแรกสักหน่อยน่ะ”

“คุณอยากจะมาสังเกตการณ์งั้นเหรอครับ?”

เมื่อPDซงมันวูถามคำถามนั้น ผู้กำกับควอนกีแท็กก็รีบตอบกลับมาทันทีจากปลายสายว่า

“ใช่ครับ ผมอยากดูการแสดงของรยูจองมิน รบกวนด้วยนะครับ”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแค่ในThai-novelและMy-Novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 33 ผู้เชี่ยวชาญ (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว