เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 การเปลี่ยนแปลง (2)

บทที่ 25 การเปลี่ยนแปลง (2)

บทที่ 25 การเปลี่ยนแปลง (2)


บทที่ 25 การเปลี่ยนแปลง (2)

. .

คังวูจินหิว เขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่มื้อเที่ยงเมื่อวานนี้ เขาเสียดายที่พลาดงานเลี้ยงเนื้อย่างเมื่อคืนไปโดยไม่ตั้งใจ

'อุตส่าห์แสดงละครและแสร้งทำเป็นเย็นชา ทั้งหมดมันก็เพื่อหาเงินมาประทังชีวิต....แต่ว่า อา- เนื้อย่างของฉัน'

เขาจะทำอะไรได้? ความตึงเครียดได้คลายลงอย่างรวดเร็ว และเขาก็ผล็อยหลับไป สีหน้าของวูจินตอนนี้มันฉาบไปด้วยความหดหู่เล็กน้อย จนเผลอทับบนความเฉยชาที่เขาวางท่าเอาไว้ ทำให้เขาดูเย็นชามากยิ่งกว่าเดิม ซึ่งฮงแฮยอนที่ยืนอยู่ข้างคังวูจินก็รู้สึกเช่นนั้น

'จะว่าไปแล้ว เขาดูเย็นชามากกว่าปกติเลยนะ เมื่อวานนี้เขายังคงรู้สึกติดค้างอารมณ์จากรองหัวหน้าพัคอยู่หรือเปล่านะ?’

ฮงฮเยยอนผู้รวบผมยาวไว้ด้านข้าง คอยเหลือบมองอาการของวูจินเป็นระยะ ๆ ไม่นานนักเธอก็ได้ทำอะไรบางอย่าง

จากนั้นเอง...

กึก!

ฮงเฮยอนทำท่าทางเชื้อเชิญเข้าไปในประตูที่เปิดอยู่ของรถตู้

“ไปกันเลยไหม?”

ถูกเชื้อเชิญโดยฮงฮเยยอน? สุดยอด คังวูจินเก็บความรู้สึกตื่นเต้นภายในใจเอาไว้ พยักหน้าเล็กน้อยตอบไป

"ครับ"

ในขณะนั้นเอง

"สวัสดีครับคุณคังวูจิน"

เสียงของชายคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังของคังวูจินขณะที่เขากำลังขึ้นรถตู้สีขาว เมื่อหันกลับไปก็เห็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ฮงฮเยยอนผู้ซึ่งอยู่ในรถตู้ก็แนะนำอีกฝ่าย

"ซีอีโอสังกัดของฉันเองค่ะ"

ซีอีโอชเวซองกุนยื่นมือไปหาคังวูจิน

"คุณคังวูจิน คุณพอจะมีเวลาสักครู่ไหมครับ?"

เนื่องจากเขาเป็นซีอีโอของสังกัดของฮงฮเยยอน คังวูจินจึงมีความเกี่ยวข้องกับเขาด้วย

'ผู้ชายคนนี้เป็นนักลงทุนเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' งั้นเหรอ?'

นักลงทุนสร้างหนังสั้นเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเขาอยู่ในตำแหน่งที่คล้ายกับเจ้าของบ้านของคังวูจิน หากเมินเขาไปมันคงจะน่าอึดพอควร คังวูจินจึงตอบกลับเบา ๆ ขณะที่เขากำลังขึ้นรถตู้

"ว่ามาเลยครับ"

ในไม่ช้า ซีอีโอชเวซองกุนก็เข้าร่วมกับพวกเขาเช่นกัน ทั้งสามคนรวมตัวกันในรถตู้ของฮงเฮเยยอน ซีอีโอชเวซองกุนเป็นคนเริ่มการสนทนา

"คุณดูหล่อขึ้นอีกเมื่ออยู่ใกล้ ๆ ผมชื่อชเวซองกุน ซีอีโอของบีดับบลิวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ครับ”

แค่พูดไปอย่างนั้นเอง เหมือนคำชมลอย ๆ คังวูจินเองก็แนะนำตัวเองออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ผมชื่อคังวูจินครับ"

“ฮ่า ๆ ต้องรู้จักสิ รู้จักอยู่แล้ว นักแสดงที่ฮอตที่สุดในบทนี้จะเป็นใครได้อีกล่ะ ก็คุณคังวูจินไง คุณเล่นได้สุดยอดไปเลยนะครับ”

ตอนนี้ คังวูจินกำลังประเมินซีอีโอที่อยู่ตรงข้ามเขา ท่าทางของเขาดูแปลกเล็กน้อย จริงจังแต่ผสมกับความขี้เล่น ไม่นานนักซีอีโอชเวซองกุนก็พูดต่อ

"ที่จริงก็เป็นเรื่องบังเอิญมากเลยนะครับที่ผมมีความเกี่ยวข้องกับคุณคังวูจิน คุณรู้ไหมว่าเราลงทุนใน 'สำนักงานนักสืบ' ?"

"ครับ"

“นั่นเป็นเพราะผมได้ยินอะไรมากมายจากดาราฮงฮเยยอนของเรา ทว่าครั้งนี้ตัวละครหลักไม่ใช่ฮงฮเยยอน เพราะงั้นคุณคังวูจินช่วยดูแล 'สำนักงานนักสืบ 'ให้ดีด้วยนะครับ”

ซีอีโอชเวซองกุนที่ก้มศีรษะให้คังวูจินเล็กน้อย ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่จริงจัง

“เอาล่ะ ตัดเข้าเรื่องเลยละกันนะครับ เท่าที่ผมรู้มา คุณคังวูจินยังไม่มีสังกัด ดังนั้นผมอยากให้บีดับบลิวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ไม่สิ ผมอยากจะอยู่เคียงข้างคุณในฐานะจุดเริ่มต้นของคุณและในฐานะนักแสดงครับ”

"คุณกําลังเสนอสัญญาเหรอครับ?"

"ใช่ครับ แน่นอนว่าบริษัทของเรายังเล็กอยู่ บางคนอาจมองว่ามันเป็นบริษัทสังกัดสำหรับฮงฮเยยอนคนเดียว แต่บริษัทสตาร์ทอัพก็มีพลังของสตาร์ทอัพอยู่เหมือนกัน"

ซีอีโอชเวซองกุนเริ่มกล่าวสรุปด้วยความกระตือรือร้น

"บริษัทใหญ่และเล็กมีข้อดีข้อเสียที่ชัดเจน มันคงถึงเวลาแล้วที่คุณคังวูจินจะได้รับการดูแลอย่างเข้มงวดมากกว่าถูกปล่อยปะละเลย มันมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ในระดับปานกลาง เพราะวงการบันเทิงเหมือนกับป่า การสูญเสียนักแสดงไปจากการตัดสินใจผิดพลาดแค่ครั้งเดียว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรเลยครับ”

นั่นมันโหดร้ายมากเลยนะ คังวูจินที่ได้ฟังการบรรยายสรุปก็รู้สึกว่าวงการบันเทิงที่ไม่คุ้นเคยนั้นเป็นเหมือนคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม เขาต้องพูดอะไรออกมา คำพูดไหนกันนะจะดูโดดเด่นและเป็นประโยคเด็ดสุดในตอนนี้? ไม่ว่าจะเป็นยังไง เขาก็ต้องวางท่าว่าตัวเองเป็นคนมั่นใจสูงไว้ก่อน

"ผมชอบวงการบันเทิง"

ครู่หนึ่ง ซีอีโอชเวซองกุนถึงกับตกตะลึง เขาพยายามบอกให้คังวูจินรู้ว่าวงการบันเทิงเหมือนกับการเดินบนน้ำแข็งบาง ๆ แต่เขากลับชอบมันเนี่ยนะ? ท่าทางแบบนี้มันอะไรกัน? ดวงตาของคังวูจินตอนนี้แน่วแน่ยิ่ง ซีอีโอชเวซองกุนจึงรู้ได้เลยว่าคังวูจินมีความผิดปกติบบางอย่างอยู่

‘นี่มัน…ต้องผ่านอดีตแบบไหนกันถึงทำให้เป็นแบบนี้ได้?’

ความดื้อรั้นที่คนไร้ชื่อเสียงและหน้าใหม่ไม่มีทางมีได้ คังวูจินตอนนี้อาจจะไร้ชื่อเสียงอยู่ แต่จิตใจของเขามุ่งขึ้นไปสูงแล้ว ในสายตาที่เฉียบคมของซีอีโอชเวซองกุนคิดเช่นนั้น

'ฉันต้องการเขา ฉันต้องการเขาในตอนนี้เลย'

ด้วยเหตุนี้ ซีอีโอชเวซองกุนจึงเปล่งเสียงอย่างหนักแน่นยิ่งขึ้น

"ผมจะทำให้คุณได้กางปีกในวงการบันเทิงนี้ ถ้าคุณคังวูจินมาร่วมงานกับเรา ผมสัญญา ไม่สิ ผมรับรองกับคุณว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ผมอาจจะดูเป็นแบบนี้ก็จริง แต่ผมเก่งในสิ่งที่ผมทำมาก ผมสร้างความสัมพันธ์ในวงการบันเทิงนี้และชื่อเสียงของผมก็ไม่ได้แย่เลยครับ”

ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริง ซีอีโอชเวซองกุนเป็นผู้จัดการที่มีชื่อเสียงค่อนข้างสูงในวงการบันเทิง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องคุย

“คุณคังวูจิน คุณได้รับนามบัตรมากเลยใช่ไหมครับ?”

“ผมได้มาไม่น้อยเลยครับ”

"ผมเข้าใจครับ แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อวานนี้ แต่ก็เกิดความโกลาหลในหมู่คนวงในวงการบันเทิง พวกเขาต่างพูดกันว่าบลูชิพแห่งชุงมูโรกันเป็นการเดิมพันที่ได้กำไรแน่ เพราะงั้นผมเลยคาดว่าคุณจะได้รับประมาณสิบใบ "

[บลูชิพแห่งชุงมูโร=ฉายาที่มอบให้นักแสดงเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จสูง เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม]

ตัวเลขใกล้เคียงกันพอควร

"มีใครพูดถึงโบนัสเซ็นสัญญาบ้างไหมครับ? ถ้ามันลำบากก็ไม่ต้องบอกผมก็ได้ครับ”

โบนัสการเซ็นสัญญา? มีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ? คังวูจินนึกถึงคนที่ให้นามบัตรเขาเมื่อวานนี้ แต่ไม่มีการพูดถึงโบนัสการเซ็นสัญญาอย่างแน่นอน แต่พวกเขาส่วนใหญ่พูดอะไรบางอย่างออกมา...

'พวกเขาพูดถึงเงื่อนไขพิเศษสักอย่าง'

คังวูจินตอบแบบเลี่ยง ๆ

"ผมคิดว่าผมได้ยินอะไรบางอย่างเกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษมาครับ"

"...พิเศษเหรอ"

ฮงเฮยอนที่กำลังฟังอย่างเงียบ ๆ กัดริมฝีปากของเธอเล็กน้อยและสะกิดซีอีโอชเวซองกุนที่ซี่โครงด้วยความประหลาดใจ ด้วยเหตุนี้ ซีอีโอชเวซองกุนจึงโน้มตัวเข้ามาใกล้คังวูจิน

“ผมจะพยายามทำให้มันตรงกับที่คุณต้องการมากที่สุดครับ ผมหวังว่าอย่างน้อยคุณจะรับฟังว่าบริษัทของเรามีข้อเสนออะไรบ้าง  ได้โปรดนะครับ”

อีกแล้ว จู่ๆ ทุกอย่างก็พุ่งทะยานเกินควบคุม แต่คังวูจินขึ้นรถด่วนไปแล้ว การลังเลจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูแย่ ดังนั้นวูจินจึงเลือกคำตอบที่ไม่อาจเผยความคิดของเขาได้ง่าย ๆ

“ผมจะพิจารณาแล้วติดต่อคุณไปครับ”

ขณะเดียวกัน ภายในรถตู้ของรยูจองมิน นักแสดงนำชื่อดัง

ต่างกับคังวูจิน รถตู้ของรยูจองมินได้ออกเดินทางไปก่อนประมาณ 30 นาทีแล้ว มันกำลังวิ่งอยู่บนทางด่วน โดยที่รยูจองมินก็รวบผมยาวของเขาเอาไว้ด้านหลัง ขณะที่เขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

ดวงตาของเขามองออกไปข้างนอก แต่จิตใจของเขาดูเหมือนจะอยู่ที่อื่น

หลังจากนั้นประมาณห้านาที

"พี่ครับ"

รยูจองมินพูดกับผู้จัดการของเขาที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ

"พี่รู้จักเขาใช่ไหม? คังวูจินที่รับบทรองหัวหน้าพัค"

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้จัดการจึงปิดสมุดบันทึกและหันหน้ากลับมา

“นายไม่รู้เหรอ? เขาเล่นได้โดดเด่นมากเลยนะ การแสดงของเขามันทำให้ขนลุกเลยล่ะ แม้กระทั่งที่งานเลี้ยง ผู้จัดการคิมกับคนอื่น ๆ ก็ยังชื่นชมเขาอยู่เลย เฮ้อ~”

“... เรายื่นนามบัตรเขาด้วยหรือเปล่าครับ? คังวูจิน นายคนนั้นคงได้รับการติดต่อมากมายจากบริษัทบันเทิงเยอะเลย”

“เราก็ตั้งใจจะยื่นให้อยู่แล้วแหละ เพราะกระแสที่บริษัทเรากำลังเน้นเรื่องปั้นเด็กใหม่หนักหน่วงขนาดนี้ แต่มันไม่มีโอกาสได้เจอเขาเลย ฉันอยากจะเข้าไปทักทายที่งานเลี้ยงด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่ยอมออกมาเลย ทำไมล่ะ?  ไม่อยากเอาให้เขาเหรอ? หรือว่า…”

“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นครับ”

“น่าเสียดายนะ เพราะเรามีงานถ่ายทำอยู่ด้วย...อ่า - แต่ใครจะคว้าตัวเขาไปก่อนกันนะ? ว้าว การแข่งขันกันขนาดนี้เพื่อนักแสดงโนเนม มันไม่เคยมีมาก่อนเลยแฮะ”

หลังจากทิ้งผู้จัดการให้เกาหัวด้วยความงุนงง รยูจองมินก็นึกถึงงานเลี้ยงฉลองหลังจบงานเมื่อวาน

เพื่อความชัดเจน ต้องบอกว่าเป็นตอนที่รยูจองมินถามPDซงมันวู

"คุณPD คังวูจินเป็นใครครับ? คุณเจอเขาที่ไหน?”

PDซงมันวูแค่ยักไหล่

"วันนี้นี่เป็นครั้งที่เก้าแล้วนะที่ผมถูกถามคำถามนี้ บอกตามตรง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เดาได้แค่อย่างเดียว"

"เดาอะไรครับ?"

"ก็เรื่องการแสดงที่น่าอัศจรรย์ของเขาและอดีตที่ไม่ชัดเจน ผมคิดว่าเขาคงมาจากต่างประเทศ"

".......ต่างประเทศ? แสดงว่าเขาเรียนการแสดงด้วยตัวเองจริงงั้นเหรอครับ?"

“ใช่แล้ว เขาเหมือนคนที่เดินบนเส้นทางที่เดียวดายมานานเลยนะ”

"ฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดครับ การแสดงแบบนั้นมาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ยังไงกัน?"

"คังวูจินเองก็มีตัวตนที่ไม่ธรรมดาเลย จริง ๆ หลังจากเห็นคุณคังวูจิน ผมก็ลองเช็คดูเท่าที่รู้ แต่เขาไม่มีประวัติในประเทศเลย นั่นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าเขาคงเคยอยู่ต่างประเทศ”

ในเวลานั้นเอง PDซงมันวูที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา

“อ่า ผมรู้อย่างหนึ่ง”

“อะไรนะครับ?”

“คุณคังวูจินเก่งเรื่องการออกแบบ”

"ว่าไงนะครับ??"

"จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้ว คุณคังวูจินยังทำงานอยู่ที่บริษัทออกแบบ เพื่อนของเขาก็ยืนยันเช่นกันครับ"

“การออกแบบ…หมายความว่ายังไงครับ??”

กลับไปที่รถตู้ของเขา ในโลกแห่งความเป็นจริง รยูจองมินยิ่งพยายามค้นหาตัวตนของคังวูจิน ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจมอยู่ในความมืดมิด

“พี่ครับ พี่คิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องราวการศึกษาด้วยตัวเองของคุณคังวูจิน?”

“นั่นมันไร้สาระไม่ใช่เหรอ? เขาคงพูดไปงั้นแหละเพื่อให้ดูน่าสนใจ”

“แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะครับ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาเรียนรู้การแสดงจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองจริง ๆ ?”

“… ถ้าอย่างนั้นเขาต้องเป็นบ้าแน่ ๆ ไม่มีตัวประหลาดแบบนั้นหรอกน่า คิดว่าหมอนี้ที่เกิดมาเพื่อแสดงหรือไง?”

ด้วยเหตุผลบางอย่าง รยูจองมินรู้สึกถึงความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นภายในตัวเขา ในไม่ช้า รยูจองมินที่ครุ่นคิดถึงการแสดงของคังวูจินในฐานะรองหัวหน้าพัคก็ดึงบทออกมา มันเป็นตอนที่ 1 ของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' จากนั้นเขาก็พูดกับผู้จัดการอีกครั้ง

“วันนี้มีกำหนดสัมภาษณ์ใช่ไหมครับ? พี่สามารถโทรเลื่อนออกไปได้ไหมครับ?”

“หือ? ทำไมจู่ ๆ ถึงเลื่อนล่ะ?”

"ผมต้องการดูบทละครอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ”

“นายศึกษาบทไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”

"ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ แค่อยากดูให้ละเอียดมากขึ้น”

ในความเป็นจริงแล้ว รยูจองมินไม่สามารถอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป มันเหมือนมีไฟลุกโชนใต้เท้าเขากระมัง? ซึ่งเหตุผลนั้นง่ายมาก

“บทบาทตัวละครนำไม่ควรถูกบดบังโดยนักแสดงสมทบสิครับ”

มันเป็นความรู้สึกคล้ายตกอยู่ในวิกฤตหรือความสิ้นหวัง คังวูจินที่เพิ่งเปิดเผยตัวตนได้จุดไฟในตัวนักแสดงชั้นนำอย่างรยูจองมิน

สิ่งที่ตลกคือ

“พี่! พี่ช่วยยกเลิกคิวจองคลินิกผิวหนังของฉันวันนี้ได้ไหม!”

ไม่ใช่แค่รยูจองมินเพียงคนเดียว นักแสดงที่ได้เห็นการแสดงของคังวูจินในการอ่านบท ก็แทบจะอยู่ในสภาพเดียวกัน แน่นอนฮงฮเยยอนก็เช่นกัน นักแสดงทุกคนต่างรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเพราะคังวูจิน เปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นและความไร้เดียงสาต่างลุกโชน

ด้วยเหตุนี้ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มพัดพาเปลวไฟในหมู่นักแสดง

“ไปส่งผมที่บ้าน และอย่าติดต่อผมจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้นะครับ”

“หือ? แทซัง คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่น่ะ??”

“ผมต้องทำความเข้าใจเข้าถึงอารมร์ของบทละครให้ดีขึ้นครับ”

ซึ่งหมายความว่า คุณภาพของการผลิตจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่อพาร์ตเมนต์ของคังวูจิน

คังวูจินที่กินราเม็งหลังจากกลับมาถึงบ้าน ได้หมดแรงจนล้มตัวลงนอน ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาขึ้น

“... ผ่านไปอีกวันแล้วสินะ”

เก้าโมงเช้า วันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมการอ่านบทนั้นหายวับไปเหมือนควัน วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม วันธรรมดาเริ่มต้นขึ้น และคังวูจินก็ขยับศีรษะขณะนอนลง ทางขวาของเขามีนามบัตรซ้อนกัน

"อืม..."

คังวูจินถ่มน้ำลายเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย จากนั้นก็หยิบบทละคร 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ตอนที่ 2 ขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็กดที่สี่เหลี่ยมสีดำถัดจากบทละคร

ทันใดนั้น คังวูจินก็เข้าไปในมิติว่างเปล่า

ต่อหน้าต่อตาของเขาคือความว่างเปล่าดำมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด เหตุผลที่จู่ ๆ เขาก็เข้าไปในมิติว่างเปล่านั้นง่ายมาก

“ไหนขอคิดหน่อยซิ”

ใช้เวลาคิดไงล่ะ มันคือวิธีการที่คังวูจินใช้บ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา เพื่อคลายความกังวล ตัวเขาก็จะเข้ามาในพื้นที่นี้เสมอ มันเป็นเหมือนการประหยัดเวลานิดหน่อยเข้าใจกันใช่ไหม?

ถึงอย่างนั้น...

“อืม ต้นสังกัด”

คังวูจินลูบคางเบา ๆ เขานึกถึงนามบัตรและข้อมูลที่เขาได้รับ ขณะที่เขาทำเช่นนั้น เขาก็เดินไปยังบริเวณพื้นที่ที่มีสี่เหลี่ยมสีขาวลอยอยู่ จากนั้น

“ห๊ะ?”

คังวูจินค้นพบบางอย่าง

- [1/บทภาพยนตร์ (ชื่อเรื่อง: สำนักงานนักสืบ) ระดับ B]

- [2/บทละคร (ชื่อเรื่อง: ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล 1)ระดับ S]

ระดับของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล'ได้เปลี่ยนเป็น Sแล้วสินะ เมื่อก่อนไปอ่านบทยังเป็น A+ อยู่เลย พูดอีกอย่างก็คือ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' มีมูลค่าเพิ่มขึ้นแล้ว ด้วยเหตุนี้คังวูจินจึงเอียงคอด้วยความสงสัย เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ

เขารู้ว่าจุดเริ่มต้นของสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้คือตัวเขาเอง แต่ว่า…

“ทำไมจู่ ๆ มันถึงได้เพิ่มขึ้นล่ะ?”

คังวูจินไม่รู้เรื่องเลย

วันที่ 10 มีนาคม

คังวูจินถือกระเป๋าเป้ใบใหญ่ออกจากอพาร์ทเมนท์ของเขาในตอนเช้าตรู่ ห้านาทีต่อมา มีคนตะโกนเรียกคังวูจินจากริมป้ายรถเมล์

“ฮ่าฮ่า คุณคังวูจินครับ!”

เป็นผู้กำกับชินดงชุนที่เพิ่งจอดรถตู้ของเขาไว้ ทันทีที่วูจินเห็นเขา เขาก็เริ่มเดินไปหาอีกฝ่าย ภายในใจเขากำลังสวดมนต์คาถาอยู่ตลอดเวลา ทำไมน่ะเหรอ?

ก็เรื่องห้าวันนับจากวันนี้ไงล่ะ

'ฮึ่ม-ต้องอย่าลืมวางตัวให้ดูเย็นชาเข้าไว้ แต่ถึงแม้จะเป็นหนังสั้น นี่ก็เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันจะได้ไปกองถ่าย แอบตื่นเต้นนิดหน่อยแฮะ'

เพราะว่าหนังเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' กำลังถ่ายทำฉากหลักอยู่

ประมาณ 11 โมงเช้า เมืองพาจู จังหวัดคยองกี

ด้านหน้าของวิลล่าในเมืองพาจู ซึ่งจะมีการถ่ายทำฉากหลักของ 'สำนักงานนักสืบ'

“โอ้ วันนี้อากาศหนาวนิดหน่อย! นี่มันเดือนมีนาคมแล้ว ทำไมมันถึงหนาวแบบนี้เนี่ย?”

นักแสดงที่ปรากฏตัวใน 'สำนักงานนักสืบ' ต่างสามารถเห็นได้ในสนามหญ้า รวมตัวประกอบคงมีประมาณ 5 คนมั้ง? ชายสามหญิงสอง ทุกคนกำลังวุ่นวายห่มคลุมตัวเองด้วยเสื้อโค้ท นั่งอยู่บนเก้าอี้สนาม เพราะอากาศค่อนข้างเย็น

"ดีเหลือเกินที่มีที่นั่งอยู่ โดยปกติแล้วที่ถ่ายทำอื่น เราต้องยืนขาแข็งทั้งวันเลยเนอะ"

"นั่นก็จริง"

นักแสดงทุกคนเขาไม่รู้จักหน้าเลย

นักแสดงชายที่พอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างก็แค่เคยมีบทบาทเล็ก ๆ น้อย ๆ  ในละครเวทีหรือภาพยนตร์เท่านั้น พวกเขาทั้งหมดพบกันเป็นครั้งแรกที่กองถ่ายวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่เคยเห็นตัวเอกของ 'สำนักงานนักสืบ' ด้วยซ้ำ แถมพวกเขากำลังจะต้องถ่ายทำด้วยตารางเวลาที่เร่งรัด ซึ่งรวมถึงการอ่านและการซ้อม ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันเลย

ถึงอย่างนั้น

“โอ้ จะว่าไปแล้ว”

นักแสดงชายที่รูดซิปเสื้อแจ็กเก็ตน้ำหนักเบาของเขาไว้ที่คอ จู่ ๆ ก็ถามนักแสดงคนคนอื่น ๆ ทั้งหมด

“มีใครเห็นนักแสดงที่รับบท 'ภรรยา' บ้างไหม?”

นักแสดงทุกคนส่ายหัว แสดงว่าพวกเขาไม่เคยเห็นเลย

“จริงด้วย เธอยังไม่มาอีกเหรอ?”

“ฉันอยากรู้ว่าทำไมเธอยังไม่มากันล่ะ? ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใครใช่ไหม?”

“ทีงานก็ไม่รู้เหมือนกัน”

จากนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งที่รับบทเป็นเจ้าหน้าที่นักสืบก็เปลี่ยนเรื่อง

"อา ได้ยินเรื่องนี้กันหรือเปล่า? เขาว่าตัวเอกของเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' ก็เป็นนักแสดงที่โนเนมเหมือนกัน”

นักแสดงคนอื่น ๆ พยักหน้าราวกับว่าพวกเขารู้แล้ว

“ได้ยินมาเหมือนกันนะ แต่มันแปลกตรงที่ แม้ว่าผู้กำกับจะค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการละคร แต่ความยาว 45 นาทีถือว่ายาวมากสำหรับหนังสั้นเรื่องหนึ่ง ทว่าเขากลับได้พระเอกโนเนมมา มันเลยแปลก ๆ นะ”

"สำหรับหนังสั้นระดับนี้ ไม่ควรดันให้นักแสดงสมทบเป็นพระเอกหรือเปล่า? ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนว่าหนังเรื่องนี้จะส่งประกวดเทศกาลภาพยนตร์สั้น ‘มิสอองแชง’ อีกด้วยนะ"

"อืม บางทีมันอาจจะเป็นเงื่อนไขสำหรับการลงทุนมั้ง? หรือบางทีนักลงทุนอาจจะเป็นบริษัทบันเทิงสักแห่ง”

ในไม่ช้า นักแสดงก็ต่างรู้สึกอิจฉา

“อ๊า ฉันล่ะอิจฉา ฉันอยากเป็นตัวละครหลักในหนังที่มีการลงทุนด้วยเหมือนกันนะ”

“นั่นแหละเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงต้องเข้าร่วมบริษัท จะได้มีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงเสียที”

"แต่ว่างี้การแสดงของเขาอาจจะน่าผิดหวังน่ะสิ ถ้ามีค่ายใหญ่หนุนหลังแบบนี้?"

“ผมว่าพวกเขาอาจจะยังเด็กมาก”

“หือ? พูดถึงพระเอกแล้ว พระเอกยังไม่มาเลยเหรอ?”

ยามนั้นเอง

“เร็วเข้าหน่อยสิทุกคน! อีกแค่ 30 นาทีก็ถึงเวลาแล้วนะ รีบกันหน่อย!”

ผู้กำกับชินดงชุนเดินเข้ามาในสนามวิลล่า เขามองรอบ ๆ พร้อมกับขมวดคิ้ว

“แต่ว่าตัวเอกของเราอยู่ที่ไหนล่ะครับ?”

จากนั้น ผู้กำกับชินดงชุนก็ยิ้มเมื่อเขาเห็นนักแสดงที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่

“อ๊ะ พระเอกของเรื่องมาแอบอยู่ตรงนี้เอง รีบมาเถอะครับ”

พระเอก? ตัวเอกของเรื่อง? ด้วยเหตุนี้นักแสดงจึงเริ่มมองไปรอบ ๆ ขยับศีรษะไปทางซ้ายและขวา

ฟุ้บ!

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งที่มีสีหน้าเย็นชาก็ลุกขึ้นยืนจากหมู่นักแสดงที่เขานั่งอยู่ด้านหลัง

“ครับผู้กำกับ”

บุคคลนั้นคือคังวูจิน ตัวเอกจากเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ'

“···!”

"อะไรกันนะ??"

นักแสดงทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันถ้วนหน้า

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแค่ในThai-novelและMy-Novelเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 25 การเปลี่ยนแปลง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว