เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: การอ่าน (3)

บทที่ 22: การอ่าน (3)

บทที่ 22: การอ่าน (3)  


บทที่ 22: การอ่าน (3)

ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในคอนโด หัวใจของคังวูจินก็เต้นไม่หยุด เขาประหม่าสุด ๆ นี่คือสถานที่ที่เขาควรอยู่เหรอ? เขาคิดพร้อมก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมใหม่ที่เร็วเกินกว่าจะปรับตัวได้

คังวูจินพยายามวางท่าและใบหน้าให้นิ่งเฉย แต่ภายในนั้นมันเหมือนสนามรบ

'ใจเย็น ๆ อย่าตื่นกลัวไป พวกเขาก็คนเหมือนกันกับฉัน ฉันมั่นใจ ฉันแข็งแกร่ง'

เขาพยายามควบคุมความคิด เพื่อปกปิดตัวตนความเป็นคนธรรมดาของเขา

โชคดีที่....

“คุณฮงฮเยยอน คุณยืนยันรับงานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

เหล่านักแสดงที่จำฮงฮเยยอนผู้เป็นดาราชั้นนำได้ ต่างก็กรูเข้าไปหาเธอโดยไม่สนใจคังวูจินเลย ซึ่งก็คงเป็นเรื่องปกติแหละ

ขอบคุณมากเลยที่เป็นแบบนี้

'ฉันควรจะไปหลบข้างหลังฮงฮเยยอนก่อน'

เขาอาศัยจังหวะนั้นตั้งสติ คังวูจินใช้ฮงฮเยยอนเป็นเกราะบัง และแอบสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้านหลังของเธอ มันคล้ายกับจุดยุทธศาสตร์ที่เขาเอาไว้ใช้หลบสายตาที่กำลังจับจ้องอยู่รอบตัวเขาเป็นร้อยคู่ได้

'คนพวกนี้ทั้งหมดล้วนเป็นปรมาจารย์ด้านการแสดง'

ห้องโถงเต็มไปด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ แม้ว่าเขาจะรักษาการปลอมตัวได้ดีมาจนถึงตอนนี้ แต่ถ้ามันถูกจับได้ที่นี่...ทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

ดังนั้นเขาจึงต้องตื่นตัวมากกว่าปกติ

'อ่า -บ้าเอ๊ย ควบคุมสติ ควบคุมสติสิตัวฉัน'

ดูเหมือนว่าก่อนการอ่านบท คังวูจินยามนี้จะเอาชีวิตตัวเองไปเดิมพันกับ ‘การปลอมตัว’ มากกว่า ‘การแสดง’ เสียอีก

“ฮงฮเยยอน คุณจะไปงานปาร์ตี้หลังอ่านบทวันนี้หรือเปล่าครับ?”

ผู้ชายรูปร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาหาฮงฮเยยอนที่ทางเข้าของห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งทันทีที่เห็น คังวูจินก็จำเขาได้ทันที

'อ่า รยูจองมิน เขาหน้าตาดีจริง ๆ'

เขาจำรยูจองมินพระเอกของเรื่อง ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ ได้ เขาเคยเห็นอีกฝ่ายแค่ในข่าว ระหว่างทางเข้ามาเขาก็เห็นนักแสดงหลายคน แต่รยูจองมินช่างมีออร่าที่แตกต่างออกไปจริง ๆ ตอนนั้นเอง รยูจองมินก็เอ่ยถามถึงนักแสดงที่รับบทรองหัวหน้าพัคพอดี

“เฮ้ คุณเคยเห็นนักแสดงที่รับบทเป็นรองหัวหน้าพัคบ้างไหม?”

คังวูจินยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัวด้วยความประหลาดใจ เขาแทบสะดุ้งเลย

'นักแสดงคนนั้นก็อยู่ที่นี่ไง ตรงหน้าคุณนี่แหละ'

ปัญหาก็คือ...

“โอ้-คน ๆ นี้ดูดีเกินกว่าจะเป็นผู้จัดการหรือเปล่าเนี่ย? เขาหน้าตาดีมากเลยนะ”

รยูจองมิน จู่ ๆ ก็สนใจตัวคังวูจิน เขาเรียกคังวูจินว่าเป็นผู้จัดการของฮงฮเยยอนอย่างเปิดเผย มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? ทำไมเขาถึงเข้าใจผิดกันนะ แต่ดูเหมือนในตอนนี้ คังวูจินจะมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่คำชมว่า 'หล่อ' ที่ออกมาจากปากของรยูจองมิน

‘จะบ้าตาย! เกือบเผลอหลุดหัวเราะออกมาแล้ว’

ถึงแม้จะเป็นคำชมเล่น ๆ แต่รยูจองมินผู้เป็นสามีแห่งชาติกลับชมเขาว่าหล่อ เขาเลยดีใจจนอยากกระโดดโลดเต้น แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นั้น รยูจองมินก้าวไปข้างหน้าคังวูจินแล้วพูดว่า

“พูดจริงนะ คุณควรลองเล่นละครดูสักครั้ง เสียดายหน้าตาของคุณเลยถ้าไม่ได้ใช้”

อืม…แต่นี่เขาก็หล่อจริง ๆ นะ ยิ่งมองใกล้ก็ยิ่งรู้สึกว่าหล่อ ผมยาวรับกับใบหน้า ผู้หญิงคงจะคลั่งไคล้ผู้ชายหน้าตาดีอย่างเขามากมายแน่ คังวูจินเผลอตัวหลงใหลไปกับใบหน้าอันหล่อเหลาของรยูจองมิน ไม่สิ เขาถูกสะกดด้วยเสน่ห์นั้นต่างหาก

“······”

จากนั้น รยูจองมินพูดกับฮงฮเยยอนอย่างสบาย ๆ ว่า

“คนนี้ดูเท่ดีนะ เขาเหมือนมีออร่าอยู่เลย หรือว่าเขาประหม่า? นี่คุณเป็นหน้าใหม่เหรอครับ?”

เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว! แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง… ซึ่งในช่วงเวลานั้นเอง บุคคลคุ้นหน้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าโถง พวกเขาคือ PDซงมันวูและนักเขียนพัคอึนมี รยูจองมินจึงรีบเดินเลี่ยงออกไปหลังทักทายฮงฮเยยอน

สักพักหนึ่ง…

“คุณคังวูจิน”

ฮงฮเยยอนแตะไหล่คังวูจินเบา ๆ  แล้วชี้ไปตรงกลางโต๊ะที่จัดเป็นรูปตัว ㅁ

“นั่นเป็นที่นั่งสำหรับดาราดังที่จะรับบทรองหัวหน้าพัค แต่ฉันคิดว่าคุณคงไม่ประหม่าหรอกนะ เพราะงั้นก็อย่าเกร็งไปล่ะ”

บ้าจริง! ฉันน่ะประหม่าจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วต่างหาก คังวูจินแอบพ่นลมหายใจออกยาว ๆ พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นไว้ แล้วมองไปยังเก้าอี้กลางที่เธอชี้บอก ท่ามกลางเหล่านักแสดง เขามองเห็นป้ายชื่อบท ‘รองหัวหน้าพัค’ วางอยู่

-พึบ

ทันใดนั้น คังวูจินก็เริ่มขยับตัว เขาพยายามทำตัวกลมกลืนท่ามกลางผู้คนนับร้อย หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงไปเมื่อครู่นี้เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง เหมือนจะระเบิดออกมาจากอก

‘ว้าว นี่มันบ้าไปแล้ว’

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ปลายนิ้วมือของคังวูจินเริ่มสั่นเทาเบา ๆ แต่ตอนนี้ถอยหลังไม่ได้อีกต่อไป และสิ่งที่เขาต้องทำก็ถูกกำหนดไว้หมดแล้ว

คังวูจินเดินไปทีละก้าว ท่องคาถาในใจ โชคดีที่ไม่มีใครในห้องสนใจเขาเลย จนกระทั่งในที่สุด เขาก็สามารถมาถึงเก้าอี้ของรองหัวหน้าพัคได้เสียที

“คุณPDครับ มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นักแสดงที่รับบทรองหัวหน้าพัคยังไม่มาเหรอครับ เขาจะไม่มาเหรอ?”

“เขามาแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ขณะนั้นเอง PDซงมันวูยิ้มและพยักหน้าไปทางคังวูจิน

-ตุบ

ความสนใจของผู้คนนับร้อยคนในห้องโถงมุ่งความสนใจไปที่คังวูจิน โอ้เดี๋ยวก่อนนะ คังวูจินตัวแข็งทื่อ เพราะสายตาของนักแสดงหลายสิบคน ผู้จัดการต่างเริ่มกระซิบกระซาบกัน นักข่าวก็เอียงคอด้วยความสงสัย

ผู้คนนับร้อยคนต่างรอคอยคำตอบจากคังวูจิน

คุณเป็นใครกันเนี่ย?

คังวูจินรู้สึกเหมือนร่างกายและจิตใจกลายเป็นสีขาวโพลนเหมือนกระดาษเปล่า แปลกที่ท่ามกลางสถานการณ์ที่สติสัมปชัญญะปลิวหายไปหมดสิ้น กลับมีคำสั่งชัดเจนเพียงหนึ่งเดียวผุดขึ้นในหัว

‘ไม่รู้แล้วโว้ย’

จังหวะนี้มีแต่ต้องแน่วแน่ พุ่งชนเข้าไป ความคิดอันไร้แก่นสารผุดขึ้นในหัวของเขา ความคิดนี้มันอาจเกิดจากนิสัยของคังวูจินกระมัง ด้วยเหตุนี้ ตัวเขาจึงทำตามความคิดที่ว่า แสร้งทำหน้าเหี้ยมพร้อมกับมองทุกคนที่จับจ้องมาทางเขา

นั่นกินเวลาไปหลายวินาที

มีสติได้แล้ว คังวูจิน...

‘อ๋อ…ต้องแนะนำตัวเองสินะ’

เขาพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา

“สวัสดีครับ ผมคังวูจิน รับบทรองห้วหน้าพัคครับ”

ทันใดนั้น ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยความอึดอัดก็กลับเงียบสนิทไป บรรยากาค่อนข้างประหลาดพอควร แต่คังวูจินรู้สึกว่าเขาควรจะนั่ง เขาจึงดึงเก้าอี้ออกมา

-ครืดคราด

ภายในห้องอ่านบทอันกว้างขวางแห่งนี้ มีเพียงเสียงคังวูจินดึงเก้าอี้เท่านั้น

“······”

“······”

สายตามากมายยิ่งจับจ้องเขาเข้าไปใหญ่ ไม่ว่าจะนักแสดงรุ่นใหญ่ชื่อดัง นักแสดงหญิงที่ประสบความสำเร็จในรายการบันเทิง นักแสดงชายที่หนังเรื่องล่าสุดเพิ่งประสบความสำเร็จ นักแสดงหน้าคุ้นแต่จำชื่อไม่ได้ และอีกมากมาย ต่างคนต่างพากันจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง

‘อ้า… อย่าจ้องฉันนักสิ ฉันตัวสั่นไปหมดแล้วนะ’

คังวูจินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะที่เหลือบมองไปทางนักแสดงคนหนึ่ง

‘อ๋อ นักแสดงคนนั้น…พอเห็นโฆษณาที่เขาเล่นแล้ว ฉันก็เลยไปซื้อเสื้อกันหนาวมาตัวหนึ่งด้วย’

ฮงฮเยยอนที่นั่งอยู่แถวหน้ากำลังยิ้มน้อย ๆ ราวกับกลั้นหัวเราะ ส่วนพระเอกรยูจองมินยังคงเบิกตากว้าง มองมาที่คังวูจินด้วยท่าทางสับสนสุด ๆ

ผู้คนนับร้อยคนในห้องโถงต่างก็ตกตะลึงด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป

บทบาทที่พวกเขากำลังเฝ้ารอคอยอย่าง ‘รองหัวหน้าพัค’ กลับถูกนักแสดงที่ไม่ทราบชื่อมารับบทไป สำหรับทุกคนแล้ว คังวูจินแทบไม่ต่างจากคนธรรมดาคนหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เหล่านักแสดงจะมองมาที่เขาด้วยท่าทางสงสัย

บรรดาผู้สื่อข่าวและทีมผู้จัดการที่มางานอ่านบทก็ไม่ต่างกัน

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง

“เอาล่ะครับ”

PDซงมันวูเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบในห้องโถง

“ทุกคนคงอยากรู้จักนักแสดงที่รับบทรองหัวหน้าพัคใช่ไหมครับ? นั่นแหละครับคุณคังวูจิน พวกคุณคงทักทายกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?”

เพียงแค่นั้นเอง สายตาของทุกคนที่เคยจับจ้องไปที่คังวูจินก็ละสายตาออกไป คังวูจิลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในขณะที่PDซงมันวูก็เริ่มต้นการอ่านบท

“เดี๋ยวเราจะแนะนำตัวกันอย่างละเอียดระหว่างการอ่านบทกัน ทุกคนรบกวนเปิดบทละครหน้าที่ 1 ได้เลยครับ”

-พั่บ พั่บ

ในไม่ช้า เหล่านักแสดงที่กำลังตื่นเต้นต่างก็รีบกางบทละครออกมา แม้กำลังทำอย่างนั้น พวกเขาก็แอบเหลือบมองคังวูจินอด้วยความสงสัย

“เขาเป็นใครกัน? คุณรู้จักไหม?”

“ไม่รู้จักเลย เพิ่งเห็นครั้งแรกเหมือนกัน เขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่หรือเปล่า?”

“นักแสดงหน้าใหม่… แต่นี่มันจะหน้าใหม่เกินไปหน่อยนะ ฉันรู้จักคนในวงการละครเวทีอยู่บ้าง แต่เขาคนนี้นี่ไม่คุ้นหน้าเลย”

ทุกคนต่างก็มีความเห็นตรงกัน

“PDซงมันวูไม่ใช่คนที่ชอบดึงนักแสดงหน้าใหม่มาร่วมงานบ่อยนิ?”

“ใช่ แถมบทบาทของ ‘รองหัวหน้าพัค’ มันไม่ใช่บทบาทตัวประกอบถูกต้องไหม? เขาจะเอาบทดีขนาดนี้ให้คนที่ไม่รู้จักเลยเหรอ? บ้าไปแล้ว”

แน่นอนว่านักแสดงที่นั่งรอบ ๆ คังวูจินก็เข้ามาทักทายเขาเช่นกัน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณคังวูจิน เคยเล่นละครเวทีมาก่อนหรือเปล่าครับ?”

“สวัสดีครับ ผมไม่เคยเล่นละครเวทีมาก่อนเลย”

“เสียงคุณเพราะดีนะครับ นี่เป็นผลงานแรกของคุณเลยเหรอ?”

“ใช่ครับ เป็นผลงานชิ้นแรกของผม”

คังวูจินยังคงวางท่าทีนิ่งเฉย เนื่องจากเขาไม่ค่อยรู้จักใครที่นี่ การตอบคำถามจึงต้องกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้  ทว่าบรรดานักแสดงรอบข้างกลับตีความไปอีกทาง

“ทำไมเขาถึงดูเย็นชาขนาดนี้? นี่ถึงขั้นเป็นโรคหยิ่งของคนดังแล้วเหรอ?”

“เขาดูดีมากเลยแฮะ…เป็นเพราะนิสัยของเขาหรือเปล่านะ?”

“ผมค่อนข้างตั้งตารอ ‘รองหัวหน้าพัค’ อยู่นะ แต่ดูท่าฝีมือการแสดงของเขาอาจจะเรียบ ๆ ไปหน่อยแหง”

“แต่ถ้าPDซงมันวูเอาเขามาเล่น แสดงว่าพื้นฐานก็น่าจะพอมีบ้างแหละ”

“แค่มีพื้นฐานได้ก็ถือว่าโอเคแล้ว”

ขณะนั้นเอง PDซงมันวูก็เอ่ยขึ้นมา

“งั้นเราเริ่มแนะนำตัวกันเลยนะครับ”

การอ่านบทเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ครู่หนึ่งต่อมา…

มีการแนะนำทีมงานเบื้องหลังและนักแสดงจนครบ ทุกอย่างราบรื่น ยกเว้นช่วงแนะนำตัว คังวูจินดูเกร็ง ๆ ไปหน่อย

จากนั้นการอ่านบทก็เริ่มต้นจากคำบรรยายของPDซงมันวู

“ฉากที่ #1 ป่าเขาในตอนเช้า ทั่วป่ามีตำรวจเต็มไปหมด”

‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2010

แม้ว่าบทจะยังเขียนไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็มีการวางแผนที่จะเชื่อมโยง 4 ตอนย่อยให้กลายเป็น 16 ตอน โดยตัวละคร ‘รองหัวหน้าพัค’ จะเป็นตัวละครสำคัญในตอนแรก และเป็นผู้เปิดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของละครทั้งเรื่อง

ฉากแรก เปิดด้วยการค้นพบศพชายวัย 50 ปี บนภูเขา

ในตอนนั้นเอง รยูจองมิน ผู้รับบทเป็น 'ยูจีฮยอง' ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาและมีสมองอันชาญฉลาด แต่ก็ถูกเรียกว่า 'ยูฮันรยาง' เพราะมีนิสัยเกียจคร้าน

(ฮันรยาง=คนเสเพล)

เมื่อ 'ยูฮันรยาง' ปรากฏตัวขึ้น เขาก็จะกล่าวประโยคเด็ดออกมา

“อา สภาพร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไรเลยแฮะ สงสัยว่าเพราะผมเพิ่งทานข้าวเช้าก่อนมาที่นี่แหง”

นักแสดงคนถัดไปคือ ฮงฮเยยอน ผู้รับบท ‘จองยอนฮี’ นักสืบสาวผู้มุ่งมั่น เธอถูกวางบทให้เป็นคนที่จริงจังและไม่ยอมปล่อยวางคดีง่าย ๆ

ทันทีที่จองยอนฮีเห็นยูฮันรยาง เธอก็ทำหน้าบึ้งตึง

“ทำไมคุณยูฮันรยางถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน? ไม่มีใครคนอื่นมาแล้วเหรอ?”

“ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาทั่วประเทศไม่ได้มีเยอะแยะนะครับ ถ้าคุณรำคาญนัก ก็ไม่ลองทำเองสิ คุณนักสืบจองยอนฮี แต่คือผมขอไปกินของหวานครู่หนึ่งนะครับ”

“เหอะ ฟังแล้วเพลียซะจริง”

ทั้งสองคนดูเหมือนจะรู้จักกันดี พวกเขาเริ่มโต้ตอบกันอย่างดุเดือด ด้านหลังของพวกเขามีนักแสดงชายคนอื่น ๆ ทยอยเข้าร่วมฉาก บรรยากาศการอ่านบทกลายเป็นจริงจังอย่างรวดเร็ว ยามนี้นักแสดงผู้ซึ่งมีชื่อเสียงด้านฝีมือการแสดงต่างแลกเปลี่ยนบทพูดที่แต่ละคนวิเคราะห์มาแล้วอย่างคล่องแคล่ว

“ประมาณการเวลาเสียชีวิตคือเมื่อไหร่?”

“น่าจะเป็นเมื่อคืน”

“สีแดง ๆ ใต้เล็บนั่นคืออะไร?”

“มันคือยาทาเล็บ”

"ยาทาเล็บ? ลุงแบบนี้มีงานอดิเรกอะไรกนันเนี่ย?”

แม้จะเป็นแค่การอ่านบท แต่เหล่านักแสดงต่างก็ทุ่มเทกับการแสดงอย่างเต็มที่ ความเข้มข้นนั้นสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

"ฮึ่ม"

คังวูจินสั่นหัวเบา ๆ ขณะดูการแสดงของนักแสดงคนอื่น

'นักแสดงคนนั้น ดูเหมือนเขาจะส่งบทพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจเลยแฮะ'

เพราะในสายตาของเขา ที่นี่ไม่ใช่ห้องอ่านบท แต่มันคือโลกของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ตอนที่ 1 ซึ่งคังวูจินเคยสัมผัสชีวิตของตัวละครแต่ละตัวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่เพิ่งส่งบท ตัวละครที่กำลังพึมพำบทพูดของตัวเองอยู่ตอนนี้ และตัวละครที่กำลังเตรียมตัวพูดบท

จริง ๆ แล้วในบรรดานักแสดงที่มาร่วมงานอ่านบทครั้งนี้ เขาคงเป็นคนที่สามารถแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

'ไม่นะ ส่วนนั้นต้องเน้นน้ำเสียงสิ ตัวละครกำลังสิ้นหวังไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาถึงพูดจืดชืดแบบนั้นกัน?'

ซึ่งยามนั้นเอง

“แทซาน เมื่อครู่น้ำเสียงของคุณดูจืดชืดเกินไปหน่อยนะ ช่วยเน้นน้ำเสียงเพิ่มหน่อยสิ”

ขณะคังวูจินกำลังผิดหวังอยู่ภายในใจ PDซงมันวูก็ชี้จุดบกพร่องของนักแสดงคนนั้นอย่างใจเย็น คังวูจินจึงได้แต่คิดในใจ

'เห็นไหมล่ะ ฉันก็ว่าแล้วว่าการแสดงของนักแสดงคนนี้มันแปลก ๆ ดูก็รู้ตั้งแต่แรกเลยไม่ใช่หรือไง?'

ในขณะเดียวกัน นักเขียนบทพัคอึนมีที่คาดผมไว้ ก็ตำหนิจางแทซันผู้รับบทสมทบ

“คุณแทซาน คุณศึกษาตัวละครของคุณอย่างละเอียดรอบคอบหรือเปล่า? คือฉันไม่รู้ว่าทำไม แต่คุณดูแสดงเหมือนคนจะหมดแรงเลยนะคะ”

“เอ่อ… ขอโทษครับ ผมพยายามตีความตัวละครในมุมมองที่ต่างออกไป เดี๋ยวผมจะลองทำการบ้านใหม่ครับ”

ทุกอย่างเป็นไปตามที่คังวูจินคิด ส่วนบทบาทผู้หญิง เขานั้นรู้น้อยมาก แต่มันก็ไม่สำคัญกับบทบาทของรองหัวหน้าพัคหรอก เพราะส่วนใหญ่เขาจะต้องจับคู่กับตัวละครชาย คังวูจินรักษาใบหน้าอันนิ่งเฉยไว้ได้ตลอด แต่เขาก็ตึงเครียดนัก ทว่าอีกใจเขาก็เริ่มสนุกกับการอ่านบท

เมื่อเปรียบเทียบการแสดงกับประสบการณ์ที่ตัวเองเคยเผชิญมา ในบางครั้งคังวูจินจึงรู้สึกอยากจะกระโดดเข้าไปเล่นเองเลยด้วยซ้ำ

‘มันไม่ควรแสดงแบบนั้นสิ เขาคิดภายในใจ จนเกือบเผลอหลุดพูดออกความคิดเห็นไป'

มันเหมือนกับความรู้สึกที่แอบไปเล่นดินในสนามเด็กเล่นช่วงพักไม่มีผิด ยามนั้นเอง คังวูจินก็รู้สึกได้ อ่า นี่สินะคือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าความทะเยอทะยานในการแสดงงั้นเหรอ? ในขณะเดียวกัน ช่วงกลางของเรื่อง 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ก็เกิดปมสำคัญที่พลิกผันเรื่องราว

มันเริ่มต้นด้วยบทพูดของผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยา ยูจีฮยอง

“คุณดูสิ่งนี้สิ ยาทาเล็บสีแดง เสื้อผ้าที่ถอดเฉพาะช่วงบน อาวุธสังหาร ทั้งยังจัดท่าทางอย่างสบาย ๆ ก่อนที่ศพจะแข็งทื่อหลังจากการฆาตกรรม เคยมีวิธีคล้าย ๆ กันนี้ถูกใช้ในอดีตบ้างไหม? ในบรรดาคดีที่ยังไม่คลี่คลายน่ะ”

ปรากฎว่าวิธีการและพฤติกรรมของการฆาตกรรมครั้งนี้เหมือนกับคดีที่ยังไม่คลี่คลาย มันคือฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างศพไว้ห้าศพในอดีต เป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วประเทศ บทต่อไปก็เป็นของจองยอนฮี

“เหมือนมีอยู่ในปี 2004...แต่ฆาตกรคนนั้นก็หายตัวไป แต่เขาจะกลับมาหลังจากผ่านไปแล้ว 6 ปีงั้นเหรอ?”

“เรายังไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนเป็นฝีมือเขานะ คงคิดจะเปิดโหมโรงบทใหม่หรือเปล่า?”

“ถ้าหากเขาจะกลับมา…แต่ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงกลับมาตอนนี้กันล่ะ?”

เมื่อละครดำเนินไปถึงกลางตอนที่ 1 บรรยากาศตึงเครียดก็ค่อย ๆ ทวีความรุนแรง แน่นอน ว่าด้วยการแสดงของนักแสดง บรรยากาศในห้องอ่านบทจึงร้อนแรงยิ่ง

จังหวะนั้นเอง

“เปิดหน้าต่อไป”

PDซงมันวูเปิดหน้าต่อไปในบทละครและชี้ไปที่ตัวละครถัดไป

“สวนสาธารณะที่เงียบสงบ อ่า คุณคังวูจิน”

ช่วงปลายของตอนที่ 1 รองหัวหน้าพัคได้ปรากฏตัวขึ้น

"ฉากเปิดตัวของรองหัวหน้าพัคเป็นฉากเดี่ยว ไม่มีคู่แสดง ดังนั้นแค่แสดงให้ได้อารมณ์นิดหน่อยพอประมาณก็ได้ เน้นให้เข้ากับโทนเรื่องที่ดำเนินไปพอ"

“ครับ ผมเข้าใจ ผมจะทำอย่างพอประมาณ”

อย่างไรก็ตาม คังวูจินที่ขาดประสบการณ์ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “พอประมาณ” เขากำลังพูดถึง “พอประมาณ” แบบไหนกัน? หมายถึงให้ตัดทอนการแสดงออกหรือเปล่า? หรือเขาขอให้ทำแบบไม่ตั้งใจ? คังวูจินไม่อาจรู้ได้เลย

‘ฮู้ว เกร็งไปหมดเลยแฮะ แต่ยังไงก็แค่ซ้อมบท ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ เน้นแสดงออกทางสีหน้าและท่าทางให้ดีพอ คงต้องทำแค่นี้สินะ’

สำหรับคังวูจินแล้ว การแสดงต่อหน้าคนเป็นร้อยคน โดยเฉพาะในสถานที่ที่เต็มไปด้วยนักแสดงเช่นนี้ มันถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเขา หัวใจมันแทบจะหลุดระเบิดออกมา แต่เขาก็ทำได้เพียงเก็บอาการไว้ พยายามทำเป็นเย็นชาถึงที่สุด ผ่อนคลายให้ถึงที่สุด นึกถึงแค่อุปนิสัยของตัวละครรองหัวหน้าพัคก็พอ

เขามุ่งความสนใจไปยังประสบการณ์ที่เขาเคยได้สัมผัส สังเกต และรู้สึกในฐานะรองหัวหน้าพัค จากนั้นก็ทำให้มัน 'พอประมาณ' ลดการเคลื่อนไหวลงเล็กน้อย

ในเสี้ยววินาทีนั้น คังวูจินที่จดจ่อและตั้งใจก็กลายเป็นรองหัวหน้าพัคอย่างสมบูรณ์แบบ เขาไม่ได้ค่อย ๆ ปรับตัวเข้าไปสู่ตัวละคร แต่ออร่าของคังวูจินคล้ายเปลี่ยนไปในทันที สำหรับวูจินแล้ว นี่ไม่ใช่กระบวนการที่ยุ่งยากอะไรเลย

เขาอ่านและสัมผัสมันมาหลายสิบครั้ง ทั้งเคยสัมผัส เข้าใจ และแยกแยะมัน

ทันใดนั้นเอง ฉากตรงหน้าของคังวูจินก็ได้เปลี่ยนไป ผู้คนหลายร้อยคนหายไปหมด เหลือเพียงสวนสาธารณะในยามกลางวันที่เงียบสงบได้แผ่ขยายเบื้องหน้าเขา อุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวของห้องอ่านบทกลายเป็นแสงแดดที่สัมผัสผิวหนังของเขา เป็นอากาศอบอุ่น

ตอนนี้ ใบหน้าของรองหัวหน้าพัคดูนิ่งสงบยิ่ง

มันไม่ได้อยู่ในระดับที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา แต่มันเหมือนคังวูจินคือรองหัวหน้าพัค ไม่สิ มันไม่สำคัญหรอกว่าใครเป็นใคร เพราะเหมือนทั้งสองคนได้ผสมผสานกันเข้าไปแล้ว

-เฮ้อ

รองหัวหน้าพัคเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าที่อ่อนโยนแต่ดูโทรมของเขา มันเป็นแววตาที่แปลกประหลาดยิ่ง ดวงตาสีคล้ำมืดทว่าแฝงประกายของความบ้าคลั่งอย่างเลือนราง

แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกิดความไม่สบายใจ

ในเสี้ยววินาทีนั้น รองหัวหน้าพัคได้จ้องมองไปที่ว่างเปล่า ลบรอยยิ้มประหลาดเมื่อครู่ทิ้งไป เหลือเพียงใบหน้าเรียบตึงไร้ริ้วรอย ทว่ากลับดูแข็งกร้าว ทำไมกันนะ? มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้รู้สึกสงสัย จากนั้นรองหัวหน้าพัคก็ยิ้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม มันเป็นรอยยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นฟันขาว

มีช่องว่างเล็กน้อยในรอยยิ้มที่มองเห็นได้

ช่องว่างนี้ดูเล็กน้อย แต่ก็ซ่อนความหมายไว้ นักแสดงรุ่นเก๋าไม่มีใครไม่สังเกตเห็น นักแสดงที่จ้องมองรองหัวหน้าพัคต่างอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นการแสดงเช่นนี้มาก่อนเลย

กระทั่งฮงฮเยยอนที่กำลังจ้องมองรองหัวหน้าพัคเพื่อไม่ให้พลาดสิ่งใดก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน

‘เขาดูไม่ตึงเครียดเลย เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ แถมยังรู้สึกแสดงได้ลุ่มลึกกว่าเดิมอีกงั้นเหรอ? ถ้างั้นเขาเตรียมตัวสำหรับตอนที่ 2 ยังไงกันนะ? อ่า แทบจะทนรอไม่ไหวแล้วสิ’

นักเขียนพัคอึนมี ผู้สร้างรองหัวหน้าพัคก็ทนรอแทบไม่ไหวเช่นกัน

‘อวดฝีมือต่อหน้าเหล่านักแสดงระดับแนวหน้าเนี่ยนะ…ยิ่งชัดเจนกว่าเดิมเลย นายคนนี้มันบ้าจริง ๆ สินะ แต่ฝีมือการแสดงของเขามันพัฒนาโดยไม่ได้หยุดลงเลยเหรอเนี่ย?!’

PDซงมันวู หัวหน้าผู้ดูแลทิศทางทั้งหมดของละครเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

‘เหมือนเขาไม่สนใจสายตาของคนเป็นร้อยคนเลยสินะ เพราะอีโก้พุ่งไปถึงท้องฟ้าแล้วเหรอ? แต่ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ อา จอภาพ ฉันอยากเห็นมันบนจอภาพเดี๋ยวนี้เลย การแสดงแบบนี้น่ะ’

จากนั้นเอง รองหัวหน้าพัคก็ลดศีรษะลงแล้วเงยขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเขาก็มองนักแสดงทั้งหมด ไปทางขวา ไปทางซ้าย อารมณ์ที่เขาสร้างขึ้น ทำให้พวกเขาไม่อาจละสายตาจากเขาได้เลย

ในไม่ช้า...

-พึบ

สายตาอันแหลมคมของรองหัวหน้าพัคมุ่งไปยังจุดเดียว เบื้องหน้าคือ รยูจองมิน นักแสดงนำชายผู้ที่เบิกตาด้วยความตกตะลึง ไม่สิ สายตานี้คล้ายจ้องมองไปด้านข้างเขาต่างหาก จากนั้นรองหัวหน้าพัคก็เอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่แข็งกร้าวของเขา

เขายิ้มแย้ม แต่ความเย็นชายังคงแฝงอยู่ในดวงตา

ความคาดหวัง โอบล้อมไปด้วยความตื่นเต้นและความพึงพอใจ

หลังจากมองอย่างจดจ่อไปที่บริเวณใกล้กับรยูจองมินสักสองสามวินาที ปากของรองหัวหน้าพัคก็เผยอออกเล็กน้อย

“อ่า อยู่ตรงนั้นเองสินะ ไอ้เวรตะไล”

ดูเหมือนว่าเป้าหมายของรองหัวหน้าพัค จะเป็นพระเอกอย่างรยูจองมิน

“....ไซโคพาธชัด ๆ”

เขา ผู้ที่ได้สัมผัสฝีมือการแสดงของคังวูจินเป็นครั้งแรก ก็อดไม่ได้เลยที่จะพึมพำกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว

“นี่คือการแสดงที่เรียกว่า ‘พอประมาณ’ งั้นเหรอ?”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแค่ในThai-novelและMy-Novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 22: การอ่าน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว