เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ความเข้าใจผิด (1)

บทที่ 1 ความเข้าใจผิด (1)

บทที่ 1 ความเข้าใจผิด (1)


บทที่ 1 ความเข้าใจผิด (1)

"ผมลาออก"

ในห้องสํานักงานที่คับแคบของซีอีโอ ชายร่างสูงคนหนึ่งได้ประกาศอย่างเด็ดขาด

"ผมได้จัดการงานที่ได้รับผิดชอบทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ หมดแล้วครับ เพราะอย่างงั้นผมขอลาออก"

เขาได้กล่าวแสดงความตั้งใจที่จะลาออกไปอย่างใจเย็น ในที่สุดมันก็จบลงเสียที ชื่อของชายผู้นี้คือคังวูจิน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นซีอีโอที่ดูเหมือนคางคก อีกฝ่ายจ้องมองดูเขาพร้อมหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

"ฮ่า!  แกอยากจะลาออกจากงานงั้นเหรอ? แกมันโง่! แกคิดว่าอุตสาหกรรมการออกแบบที่นี่มันกว้างใหญ่เท่ากับของจีนเหรอ? ที่นี่แคบมากด้วยซ้ำไป คิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าแกจู่ๆ ก็ลาออกจากงานไป? แกคิดว่างานมันเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ เหรอ? หา?"

ซีอีโอโพล่งออกมา คำพูดของเขาผสมระหว่างความรําคาญและเย้ยหยัน  ทว่าคังวูจินที่ยืนอยู่ตรงข้ามกลับนิ่งและไม่ตอบสนองอะไรเลย

‘เปลี่ยนงานแล้วมันยังไง มันไม่ใช่เรื่องของแกสักหน่อย ไอ้เวรคางคกนี้"

ตอนนี้เขาแค่อยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด บริษัทที่คังวูจินกำลังจะลาออกเป็นบริษัทออกแบบธรรมดาๆ ที่มีพนักงานประมาณ 20 คน

เป็นบริษัทที่เล็กที่สุดและมีชื่อเสียงแย่มาก

คังวูจินได้ทํางานด้านการออกแบบตั้งแต่มัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัย จนถึงตอนนี้ก็ 4 ปีแล้วที่เขาอยู่บริษัทเจ้ากรรม  ตอนนี้เขาอายุ 27 ปี

‘พอมองย้อนกลับไป ฉันก็มีแต่ความทรงจําที่เฮงซวย’

แม้ว่าที่นี่จะเป็นบริษัทออกแบบ แต่เพราะมันเป็นบริษัทขนาดเล็ก หมายความว่ามันมีงานมากมายนับไม่ถ้วนนอกเหนือจากงานออกแบบ แถมยังมีการทำงานล่วงเวลาอยู่บ่อยครั้งด้วย ส่วนค่าล่วงเวลาน่ะเหรอ? พวกเขาให้เงินเพียงเล็กน้อยหรือไม่ให้เลย การทำงานจนถึงวันหยุดสุดสัปดาห์แทบกลายเป็นเรื่องปกติ

เรื่องลาหยุดประจําปี? พูดถึงอะไร? หมายถึงลาที่ใช้แบกลากสิ่งของหรือไงกัน?

เพราะเหตุนี้แหละ คังวูจินจึงถึงขีดจํากัดของเขาแล้ว และวันนี้เช้าวันจันทร์. คังวูจินตรงดิ่งมาหาซีอีโอที่เหมือนคางคกด้วยความโกรธ

เฮงซวย ฉันไม่สนโว้ย ฉันจะลาออก

พูดตามตรง จดหมายลาออกของคังวูจินได้ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแล้ว ทุกคนเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน แต่ซีอีโอที่เหมือนคางคกกลับจ้องมองคังวูจินและโบกมือไปมาอย่างดูถูก

"เหอะ... ไม่อยากจะเชื่อ เชิญ เชิญ ไสหัวไปเลย มีคนจํานวนมากที่มีความสามารถเท่าแก งั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้อย่าเข้ามาที่นี่อีกล่ะ "

คังวูจินที่ยืนนิ่งจึงตอบกลับไปราวกับกำลังรออยู่

“ได้ครับ ผมเข้าใจแล้ว แต่รบกวนส่งค่าทำงานล่วงเวลาและเงินชดเชยที่ค้างชําระของผมในจำนวนที่เหมาะสมด้วยนะครับ”

"เฮ้ย แก"

"ผมคำนวณมันไว้คร่าวๆ แล้ว ท่านซีอีโอ ผมเองก็ไม่อยากทําให้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ "

เมื่อเขาตัดสินใจแล้ว คำพูดก็ไหลออกมาจากปากอย่างง่ายดาย คังวูจินกระซิบกับตัวเองและกล่าวคำอำลากับซีอีโอที่มีลักษณะคล้ายคางคกอย่างสุภาพและออกจากออฟฟิศไป ไม่นานนัก เสียงเชียร์และให้กำลังใจก็หลั่งไหลมายังคังวูจิน พวกเขาต่างเป็นพนักงาน แหม คงอิจฉาเขากันล่ะสิ ซึ่งในตอนนั้นเองก็มีคนที่สนิทกับคังวูจินเดินเข้ามา

"ฉันอิจฉานายที่ได้ลาออกชะมัด แต่นายจะทําอะไรหลังจากนี้งั้นเหรอ?"

ฉันจะทําอะไรงั้นเหรอ? อืม บอกตามตรงตัวเขาเองก็รู้สึกกังวลมาก ในอนาคตเขาจะอยู่ยังไงดี? แต่ว่าคังวูในวันนี้ก็ไม่คิดจะสนใจกังวลเรื่องอะไรอีกต่อไปแล้ว เขาขยับไปนั่งในที่ของเขาและตอบออกไปว่า

"จริงๆ ฉันก็ไม่คิดว่าจะทํางานออกแบบอีกแล้วล่ะ ฉันมีวีซ่าทำงานพร้อมท่องเที่ยวพอดี คิดว่าคงจะไปที่นั่นแหละ"

“วีซ่าทำงานพร้อมท่องเที่ยว? ที่ไหนเหรอ?”

"ออสเตรเลีย"

อีกสิบนาทีต่อมา

คังวูจินจ้องมองไปยังหน้าจออย่างว่างเปล่า เขาเท้าคางด้วยมือของเขา สูญเสียแรงในใจการทำทุกสิ่ง เพราะเขาก็ได้ลาออกไปแล้ว

ในตอนนั้นเอง

ฟุ้บ!

คังวูจินทำหน้าเบื่อหน่ายพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอแสดงข้อความที่ยังไม่ได้อ่านและเวลา

→ 3 กุมภาพันธ์ 2020

→ 10:22 น.

ผ่านไปแค่ 30 นาทีเองเหรอ? เหมือนเวลาหยุดนิ่งอยู่เลยแฮะ

-ปัง!

ทันใดนั้นประตูสํานักงานก็เปิดออก เจ้านายที่เหมือนคางคกก็รีบเข้ามาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“เฮ้ คังวูจิน!”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเสียงตะโกนนี้มุ่งเป้าไปที่คังวูจินหรือไม่

"ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! ฉันทนเห็นหน้าแกไม่ไหวแล้ว!!"

ขณะเดียวกัน คังวูจินก็คิดภายในใจว่า

‘ประจวบเหมาะเลย ฉันคงต้องขอบคุณสินะเนี่ย’

***

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ประมาณเที่ยง ภายในอะพาร์ตเมนของคังวูจิน

คังวูจินอาศัยอยู่ในพื้นที่ซูจิของเมืองหย่งหนิง อะพาร์ตเมนของเขามีเสื้อผ้าแขวนอยู่บนผนังอย่างเรียบร้อยจนน่าประหลาดใจ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่รักษาความเป็นระเบียบเป็นอย่างมา

กลางห้องสตูดิโอของอะพาร์ตเมน

เขากระโดดลงที่นอนและนอนหลับสนิท แน่นอนว่าคนๆ นี้คือคังวูจิน รูปร่างหน้าตาของเขาตรงกันข้ามกับอะพาร์ตเมนที่เรียบร้อยของเขามาก เขาดูเหมือนคนจรจัดโดยสมบูรณ์ สวมแจ็คเก็ตบุนวมที่เพิ่งใส่ออกไปข้างนอกเมื่อวันก่อนนี้ และตอนนี้ผมที่จัดทรงมาอย่างดีของเขาก็รุงรังเป็นอย่างยิ่ง

ที่แย่ไปกว่านั้นคือมีกลิ่นแอลกอฮอล์รุนแรงทุกครั้งที่พ่นลมหายใจออกมา นี่คงเป็นเพราะเมื่อคืนเขาและเพื่อนๆ ดื่มกันมากเพื่อเฉลิมฉลองการลาออก

ระหว่างที่เขามีสภาพเช่นนี้ หนึ่งชั่วโมงได้ผ่านพ้นไป

“....อ่า แม่งเอ๊ย”

คังวูจินที่ตื่นจากการนอนหลับได้บ่นพึมพําและคร่ำาครวญขณะนอนราบลงไป

"อ่า...ปวดหัวชะมัดยาก"

คังวูจินกุมศีรษะแล้วมองไปรอบๆ หือ? บ้าน? ฉันกลับถึงบ้านได้ยังไงกันเนี่ย?

"ฉันจําได้ว่า….รอบที่สองเราไปต่อที่..."

ทุกอย่างหลังจากนั้นพลันว่างเปล่า ความทรงจําของเขาคล้ายถูกลบไป เขาพยายามที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อนนี้ แต่มันก็ไม่เป็นผล หรือมันเป็นเพราะเขาไม่ได้เมามากขนาดนี้มาสักพักแล้วเหรอ? คังวูจินถอนหายใจยาวผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ เขาได้แต่สะบัดความทรงจําอันสับสนของเขาทิ้งไป

“หืม-ไม่รู้แหละว่ายังไง แต่ฉันคงกลับบ้านมาแล้วแน่”

คังวูจินเปิดแอพส่งอาหารทันที ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาก็อยากกินบะหมี่เย็น เพื่อรักษาอาการเมาค้าง นั่นแหละเป็นสิ่งแรกที่เขานึกถึง

ในช่วงเวลานั้นเอง

- กริ๊งกริ๊ง กริ๊งกริ๊ง

โทรศัพท์ที่เปิดแอปจัดส่งอาหารส่งเสียงสั่นเป็นเวลานาน มันเป็นสายโทรเข้า ผู้โทรเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของคังวูจินและเป็นสมาชิกของปาร์ตี้ดื่มเหล้าเลี้ยงฉลองเมื่อคืนก่อนนี้ อีกฝ่ายคือเพื่อนของเขาชื่อคิมแดยอง จากนั้นคังวูจินก็ยังคงนอนตะแคงถือโทรศัพท์แนบหูไว้

“ไง—”

เมื่อได้ยินเสียงที่คล้ายคนกำลังจะตายของคังวูจิน คิมแดยองก็หัวเราะออกมาจากโทรศัพท์

"น้ำเสียงแบบไหนของนายเนี่ย? ไหงฟังดูเหมือนคนกำลังจะตาย? เหอเหอ แต่ดูเหมือนนายจะลากสังขารกลับบ้านได้แบบมีชีวิตอยู่สินะ?”

"อืม ว่าแต่เมื่อวันก่อนเราดื่มไปเท่าไร? ทำไมตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในของฉันกำลังจะเป็นอัมพาตแล้วเนี่ย"

"นายจําไม่ได้เลยเหรอ??"

"ใช่ ฉันจําเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย"

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ คิมแดยองก็สบถออกมาทันที

"ไอ้บ้า จู่ๆ เมื่อวันก่อนนายก็ดันหายตัวไปในขณะที่เรากําลังดื่มอยู่ประมาณ 30 นาที เราถึงกับคิดว่าจะแจ้งความว่านายหายตัวไปด้วยซ้ำ ว่าแต่หลังจากนั้นนายทำอะไรต่อเหรอ?"

"จริงเหรอ? ฉันเองก็จำไม่ได้หรอก ว่าแต่ทําไมนายถึงโทรมาเนี่ย?"

“อ่า ไอ้บ้าเอ๊ย งั้นนายก็คงจำที่เราคุยกันเมื่อวานนี้ไม่ได้เลยใช่ไหม? นายสัญญาว่าจะไปสัมภาษณ์กับฉันแล้วไง”

สัมภาษณ์เหรอ? คังวูจินค่อยๆ เกาคาง เขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในสมองเลย

"สัมภาษณ์อะไรกะทันหันแบบนี้? นายทํางานในบริษัทได้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? หรือว่านายต้องการเปลี่ยนงาน? นายจะบ้าเหรอ ทำงานในบริษัทระดับกลางๆ ดีๆ ไม่ชอบ?"

“ไม่เว้ย – นายนี่มันจริงๆ เลย มันไม่ใช่การสัมภาษณ์ของบริษัท แต่เป็นรอบคัดเลือกของรายการ ‘สุดยอดนักแสดง'ต่างหากเล่า!”

‘สุดยอดนักแสดง’ ที่คิมแดยองพูดถึงเป็นรายการวาไรตี้โชว์ที่เพิ่งเริ่มถ่ายทำ สถานีที่ถ่ายทำคือ SBC มันคือรายการวาไรตี้ออดิชั่นที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาดาราที่ซ่อนอยู่ดั่งไข่มุกในทะเล พวกเขาได้โปรโมตรายการนี้อย่างหนักมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว

ทว่าคังวูจินเพียงเอียงศีรษะและถามคนที่อยู่ในปลายสายโทรศัพท์มือถือของเขา

“สุดยอดนักแสดง? นายเอาจริงเหรอ? วางแผนที่จะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักแสดงเหรอเนี่ย?”

คิมแดยองเมื่อได้ยินก็ตะโกนใส่ทางโทรศัพท์อีกครั้ง

"ไม่โว้ย! ไอ้โง่! เฮ้อ น่าหงุดหงิดจริงๆ  ฉันบอกนายเมื่อวานนี้แล้วไง...... โอ๊ย ฉันแค่คิดว่าทําไมเราไม่ลองส่งเอกสารและวิดีโอไปสนุกกันดูล่ะ? เพราะว่ารอบแรกฉันดันผ่านแล้วนี้ไง ”

"อ้าว—จริงเหรอ?"

คิมแดยอง เพื่อนของคังวูจินรับงานแสดงเป็นงานอดิเรก ในวันธรรมดาเขาทํางานให้กับบริษัท และในวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะเข้าร่วมชมรมการละคร แน่นอนว่าคังวูจินก็รู้เรื่องนี้ดีเช่นกัน

"ดูจากที่นายผ่านเข้ารอบไป ฉันคิดว่าพวกเขาคงรับทุกคนที่ส่งสมัครไปแหง”

"หุบปากไปเลย ช่างเหอะ พรุ่งนี้เช้าเป็นรอบแรกของการประเมินและการสัมภาษณ์ แม้ว่าจะไม่ใช่การถ่ายทำอย่างเป็นทางการ แต่ฉันก็กังวลอยู่พอสมควร เพราะงั้นฉันเลยขอให้นายมากับฉันไง"

"เมื่อวันก่อนฉันบอกว่าตกลงไปเหรอ?”

อา นี่มันบ้าอะไรกันล่ะเนี่ย คังวูจินคิดพร้อมเปลี่ยนน้ำเสียงของตนทันที

“พวก ฉันเมานะ เมื่อวันก่อนฉันไม่ใช่ตัวฉันสักหน่อย ทําไมฉันต้องไปที่นั่นด้วยเล่า? แล้วฉันจะทําอะไนตอนที่ฉันอยู่ที่นั่นกัน? แถมพรุ่งนี้นายจะไม่ไปทำงานเหรอ?”

“ฉันจะจัดการเรื่องนั้นเองน่า นายแค่ต้องอยู่กับฉันและให้กำลังใจฉันก็แค่นั้น​  พวกเขาบอกว่าฉันสามารถพาครอบครัวหรือเพื่อนมาได้ สิ่งที่นายต้องทําคือรอข้างนอกเพื่อให้ฉันสัมภาษณ์พอ”

"แต่วันนี้ฉันไม่อยากออกไปไหนเลยนะ"

“เฮ้! ยังไงนายก็ว่างงานอยู่แล้ว! เสร็จแล้วฉันจะเลี้ยงหมูสามชั้นกับโซจูมากเท่าที่นายต้องการเลยเอ้า!”

"อืม-"

คังวูจินลังเล ทำให้คิมแดจองรีบกล่าวเสริมทันที

“ฮงฮเยยอนจะเป็นหนึ่งในกรรมการของวันพรุ่งนี้ด้วยนะ!!”

คังวูจินตัวแข็งทื่อ

คังวูจินชะงักไป ตาของเขาลุกวาว

"...อะไรนะ เมื่อกี้พูดว่าใครนะ?"

“ฮง! ฮเย! ยอน! นายอาจจะได้พบกับฮงฮเยยอนก็ได้นะ”

“จริงเหรอ?”

“จริงสิ ฉันเดิมพันด้วยชีวิตของฉันเลย”

ฮงฮเยยอน เธอเป็นนักแสดงหญิงชั้นนำดาวรุ่งในตอนนี้ เป็นนักแสดงหญิงที่ได้รับการยอมรับในใจของผู้ชายทุกคน แต่ฮงฮเยยอนคนนั้นจะเป็นกรรมการเหรอ? ในไม่ช้า คิมแดยองก็อธิบายทางโทรศัพท์ต่อ

“แต่ละตอนของรายการ ‘สุดยอดนักแสดง’ จะมีกรรมการที่แตกต่างกันไป นายคิดดูสิว่าใครจะเป็นหนึ่งในกรรมการ? อาจเพราะ PD รายการนี้ร่วมทำงานกับฮงฮเยยอนกระมัง เธอจึงมาออกรายการด้วย เป็นรายการที่แบบมาครั้งเดียวน่ะ”

"แล้วนายรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน?"

“ก็ค้นหาไงเล่าไอ้เจ้าโง่ มันมีอยู่ในเน็ต ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ? ว่าไง? ไปกับฉันเถอะนะ”

คังวูจินลุกขึ้น พร้อมตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

"นายควรจะพูดเรื่องเพื่อนกันตั้งแต่แรกสิ ถ้าเพื่อเพื่อนฉันพร้อมยอมทำอยู่แล้ว.... ว่าแต่พรุ่งนี้กี่โมง?”

การตัดสินใจของเขาได้เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วเลยจริงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์

เวลาประมาณ 10 นาฬิกา สถานที่แห่งนี้คือศูนย์ศิลปะของตึก SBC ในม็อกดง คังวูจินและคิมแดยอง ทั้งสองสวมแจ็คเก็ตบุนวมเข้ามาในตึกห้าชั้นที่มีงานสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ คิมแดยองดูหล่อเหลามาก เขามีความสูงใกล้เคียงกับคังวูจินที่ประมาณ 180 ซม. แต่ดูมีรูปร่างส่วนบนแข็งแรงกว่า

แต่ช่างเรื่องนั้นเถอะ

“ว้าว- คนเยอะมากเลย”

คังวูจินรู้สึกประหลาดใจ เพราะล็อบบี้ศูนย์ศิลปะแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มีเจ้าหน้าที่หลายสิบคนที่ทางเข้าและผู้เข้าร่วมก็หลั่งไหลเข้ามา อย่างน้อยคง 200 คนเลยใช่ไหม? นี่มันแค่ส่วนหนึ่งของคนเข้าร่วมสมัครเองนะ

จากนั้นคิมแดยองเองก็อธิบายว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้

"ตอนนี้คนคงมากันประมาณ 30% แล้วมั้ง? ฉันได้ยินมาว่าการออดิชั่นครั้งแรกสําหรับรายการ 'สุดยอดนักแสดง' แบ่งออกเป็นช่วงๆ ด้วยนะ "

"นายจะบอกว่าวันนี้มีคนมาคัดเลือกอย่างน้อย 600 คนเนี่ยนะ?"

"ก็ตามนั้นแหละ นายควรดูทีวีบ้างนะ”

"ฉันไม่สน มันไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย"

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการยืนยันข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แล้ว คังวูจินและคิมแดยองจึงเดินไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้เข้าร่วม เดินไปตามป้ายและนิ้วที่ชี้บอกทางของพนักงาน จากนั้นพวกเขาก็เข้าไปในห้องที่มีป้าย "ห้องรอหมายเลข 1" ที่ประตู

เอี๊ยด..

ภายในมีเก้าอี้พลาสติกถูกจัดวางอย่างหนาแน่นในพื้นที่กว้าง และมากกว่าครึ่งมีคนนั่งแล้ว  คังวูจินชี้ไปที่เก้าอี้ว่างทันที

“เฮ้ เราไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ”

"ก็ได้"

ทันทีที่พวกเขานั่งลง คิมแดยองก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ในขณะที่แตะหมายเลขที่ติดอยู่ที่หน้าอกของเขา

"ฟิ้ว-ฮึบ ให้ตายเถอะ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากเลยแฮะ"

คังวูจินผู้ซึ่งดูเหมือนจะไม่สนใจ ก็ได้ปลดซิปเสื้อแจ็คเก็ตบุนวมของเขาและไขว้ขาของเขา

"เฮ้ นายเล่นละครเป็นงานอดิเรกมาสักพักแล้วไม่ใช่เหรอ? มันผ่านมา 3 ปีกว่าแล้วใช่ไหม?"

"ก็ใช่"

“แต่นายก็ยังตื่นเต้นอยู่เนี่ยนะ? ชมรมของนายไม่ได้สอนการแสดงเหรอ?”

"หยุดพูดไปเลย คิดว่ามันระดับเดียวกันหรือไง?”

"แล้วมันต่างกันยังไง? การแสดงก็คือการแสดง ถึงฉันจะไม่รู้อะไรเลย แต่อย่างน้อยมันไม่น่าจะแตกต่างกันนิ บางทีผ่านรายการวาไรตี้โชว์นี้ไปนายอาจจะกลายเป็นสุดยอดนักแสดงเลยก็ได้นะ”

คิมแดยองได้ปล่อยให้จินตนาการของเขาโลดแล่น

“บ้าจริง… ฉันแค่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ทำให้ฉันขนลุกแล้วล่ะ”

คิมแดยองยิ้มอย่างมีความสุขแล้วมองไปรอบๆ พร้อมจับท้องของเขา

"อ่า-เฮ้ ฉันรู้สึกมวนท้อง คงต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“นายบ้าไปแล้วเหรอ รู้ไหมเนี่ยว่าการสัมภาษณ์มันจะเริ่มตอนไหน?”

“ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันได้ยินมาว่าพอพนักงานเรียก เราก็แค่เข้าไป”

"งั้นรีบไปถามแล้วรีบกลับมาเถอะ อย่าเผลอไปท้องเสียในขณะที่กำลังแสดงเข้าล่ะ”

พอได้ยินเช่นนั้น คิมแดยองก็ลุกขึ้นและรีบไปหาพนักงานหญิงที่ยืนอยู่ที่ประตูห้องรอ หลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่ง เขาก็วิ่งเข้าไปในโถงทางเดินทันที

คังวูจินมองตามหลังเพื่อนแล้วบ่นพึมพำ

"เสียเวลาชะมัด"

เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม หลังจากนั้นประมาณ 10 นาทีมั้ง? คังวูจินขมวดคิ้วดูเวลาในมือถือของเขา เพราะคิมแดยองดูเหมือนใช้เวลานานเกินไป

“ทำไมเจ้าบ้านั่นถึงไม่ยังไม่กลับมาอีกล่ะ?”

ในเวลาเดียวกัน

“คิมแดยอง คิมจุนซู คิมแทจุง!”

ที่หน้าห้องรอ พนักงานชายคนหนึ่งตะโกนบอกชื่อผู้เข้าร่วมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

“คิมแดยอง คิมจุนซู คิมแทจุง !”

นี่เรียงตามลำดับตัวอักษรเหรอ? ชื่อของเพื่อนเขา คิมแดยองถูกเรียกก่อน คังวูจินรู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ กำลังเริ่มก้าวออกไปหาพนักงานแล้ว

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

"ขอโทษครับ"

คังวูจินยกมือขึ้นและเรียกพนักงาน

“ขอโทษครับ ตอนนี้คิมแดยองเพื่อนของผมอยู่ในห้องน้ำ…  ผมจะไปตามเขามาเดี๋ยวนี้ครับ”

“อา เขาอยู่ในห้องน้ำเหรอครับ? อืม งั้นรอสักครู่นะครับ คุณเป็นเพื่อนของเขาใช่ไหมครับ?”

"ใช่ครับ"

พนักงานชายพูดอะไรบางอย่างผ่านวิทยุสื่อสารที่คล้องคอของเขาอยู่ พนักงานชายหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินคำตอบบางอย่างกลับมา มันเป็นรอยยิ้มซุกซนของทีมงานรายการวาไรตี้ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง

จากนั้นพนักงานชายก็พูดกับคังวูจิน

“ถ้าอย่างนั้นคุณเข้าไปแทนเพื่อนของคุณก่อนได้ไหมครับ”

"อะไรนะครับ?”

บ้าหรือเปล่าเนี่ย? คังวูจินขมวดคิ้ว

"ผมน่ะเหรอครับ?"

"ใช่ครับ เพื่อนของคุณเป็นคนแรกและถ้าคุณคิมแดยองยังไม่มา คงจะถูกตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติครับ คิดเสียว่าคุณไปจองที่ให้เขาข้างในแล้วกันครับ พอคุณคิมแดยองมา เราจะนำทางเขาไปเองครับ”

แสดงว่าขอแค่เป็นใครก็ได้แทนที่มันจะไม่มีใครสินะ? คังวูจินไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเพื่อนของเขา

“แล้วผมต้องไปที่ไหน?”

หลังจากนั้นเอง

เมื่อคังวูจินมาถึงสุดทางเดิน มีผู้เข้าร่วมอีกสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างประตูและคังวูจินก็ถูกพาเข้าไปในห้อง

ต่อมา

"ว้าว..."

คังวูจินรู้สึกประทับใจเมื่อเห็นด้านในของห้อง มันค่อนข้างตกแต่งแตกต่างจากห้องรอก่อนหน้านี้ โต๊ะทำงานตรงด้านหน้ามีโลโก้ของ ‘สุดยอดนักแสดง’ มีกล้องขนาดใหญ่สองตัวที่ด้านซ้ายของโต๊ะและกล้องขนาดเล็กถูกติดตั้งบนเพดานและที่อื่นๆ อีกมากมาย

มีทีมงานประมาณสิบคน

หนึ่งในทีมงานมีผู้หญิงวัยสามสิบปลาย ๆตัดผมสั้นเดินเข้ามาหาคังวูจิน เธอยิ้มออกมาพร้อมกล่าวว่า

“คุณเป็นเพื่อนของคุณคิมแดยองใช่ไหมคะ?”

คังวูจินที่กำลังมองไปรอบๆ ห้องก็พยักหน้าเล็กน้อย

"ใช่ครับ ผมจะโทรหาเพื่อนของผมทันทีถ้าเขามาแล้ว ”

"ก็ได้ค่ะ เอานี่ไปและไปนั่งบนเก้าอี้ตรงนั้นนะคะ”

หญิงสาวส่งเอกสารบางๆ ให้คังวูจินและชี้ไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ตรงหน้าโต๊ะตรงนั้น

"นั่นเป็นบทของผู้เข้าร่วมในวันนี้ค่ะ งานในวันนี้คือการแสดงสด สิ่งที่ผู้เข้าร่วมต้องทำคืออ่านบทสั้นๆ แล้วแสดงให้เราดูทันที  แต่ถ้าเป็นคุณก็ลองอ่านไว้แก้เบื่อรอเพื่อนคุณมาก็ได้นะคะ"

"เอ่อ-ครับ"

"เดี๋ยวคณะกรรมการจะมาถึงเร็วๆ นี้แล้วล่ะค่ะ"

คังวูจินจึงถามด้วยความไม่แน่ใจ

"ขอโทษนะครับ ฮงฮเยยอนเป็นหนึ่งในกรรมการหรือเปล่าครับ?”

พนักงานหญิงยิ้มกว้าง

“ใช่แล้วค่ะ แต่คุณไม่สามารถขอลายเซ็นหรือถ่ายรูปได้นะคะ”

เยี่ยมไปเลย คังวูจินรู้สึกตื่นเต้นมาก เขาซ่อนความตื่นเต้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าและนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม

จากนั้นเอง

ฟุ้บ!

ในขณะที่โทรหาคิมแดยอง เขาก็เหลือบมองบทบนตักของเขา มันเป็นการกระทำโดยไม่รู้ตัว เพราะถึงอ่านไป กระดาษแผ่นนี้มันก็ไม่มีความหมายอะไรกับคังวูจินอยู่แล้ว

แต่ว่า…

“ทำไมไอ้เพื่อนบ้ามันไม่รับสายกัน… หือ ?”

ในขณะที่มองไปที่สคริปต์ คังวูจินก็เริ่มรู้สึกแปลกไป

"นั่นมันอะไรกันเนี่ย?”

คังวูจินจ้องไปที่ช่องว่างข้างบท มันอะไรเนี่ย? มีบางอย่างแปลกๆ จะอธิบายสิ่งนี้ว่ายังไงดี? มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณกระดาษ A4 ที่มีลวดลายจุดสีดำและสีเทาหมุนวนรอบๆ มันดูแปลกมาก

มันแปลกแบบว่า...

ราวกับต้องมนตร์สะกด คังวูจินค่อยๆ ขยับนิ้วชี้ของเขา เขาแตะลงไปบนสิ่งแปลกประหลาดนี้ จากนั้นคังวูจินก็แตะนิ้วชี้ลงไปตรงกลางของจัตุรัสที่หมุนวนไปมาอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้นปัญหาพลันเกิดขึ้น

"อึก!"

เขาคล้ายดั่งถูกดูดเข้าไปในอะไรบางอย่าง

จบบทที่ บทที่ 1 ความเข้าใจผิด (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว