เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 โยนงาน

ตอนที่ 8 โยนงาน

ตอนที่ 8 โยนงาน


ตอนเกาหลิงเฟิงตื่น หลินว่านเอ๋อร์ก็แต่งตัวเสร็จแล้ว นางกำลังรอเกาหลิงเฟิงให้ตื่น มันเป็นยามเช้า ความรู้สึกของการไม่ต้องเข้าราชสำนักช่างสดชื่น!ทันใดนั้น ระบบก็แจ้งเตือน

[หลงระเริงในความงาม!-1000โชคลาภ!]

[ขอแสดงความยินดกับท่านที่ประสบความสำเร็จ - สาวงามในฮาเร็ม!ได้รับรางวัล : ยันต์เป็นตาย!]

[เหลือเวลาอีกหนึ่งวันจะครบวันสรุปรายเดือน!]

[โปรดทำงานให้หนัก ทำลายโชคลาภบ้านเมืองเพิ่ม!]

[ค่าโชคลาภปัจจุบัน : 96000!]

หักไปสี่พันแล้ว!ข้ามันอัจฉริยะ!ถ้าข้าทำงานหนักเช่นนี้ต่อ ข้าจะกลายเป้นเซียนในสามเดือน! จากนั้นเขาก็มองรางวัล

[ยันต์เป็นตาย : วิชายุทธ์พิเศษ!เปลี่ยนยาพิเศษเป็นยันต์และถ่ายเข้าตัวศัตรู มันจะช่วยให้ควบคุมยันต์เหล่านี้ผ่านพลังปราณ ทำให้ศัตรูทรมานอย่างยิ่ง!’

นี่คือวิชายุทธ์ที่ไว้ใช้ควบคุมลูกน้อง?วิชานี้ทรงพลังมาก!ดีมาก ดี!เกาหลิงเฟิงรับรางวัลอย่างมีความสุข

หลินว่านเอ๋อร์ได้เตรียมให้สาวใช้ช่วยเกาหลิงเฟิงล้างหน้าล้างตา ชีวิตนี้น่าเพลิดเพลินนัก!ด้วยสาวใช้สาวคอยดูแล เกาหลิงเฟิงล้างหน้า แต่งตัว และเวลานั้นเอง ขันทีน้อยก็มาปรากฏตรงหน้าเกาหลิงเฟิง

“เสี่ยวเต๋อจือ วันนี้เจ้าไปไม่หอคัมภีร์หรือ?”เกาหลิงเฟิงประทานรางวัลให้เสี่ยวเต๋อจือไปศึกษาที่หอคัมภีร์ และเขาก็ไปทุกเช้า ทำไมวันนี้ถึงมา?

เสี่ยวเต๋อจือคุกเข่า“ฝ่าบาท เสี่ยวเต๋อจือไม่อยากไปหอคัมภีร์อีกแล้ว!เสี่ยวเต๋อจืออยากรับใช้ท่าน!”

พอเห็นเสี่ยวเต๋อจือเช่นนี้ เกาหลิงเฟิงก็ตระหนักว่าเด็กนี่คงทนงานหนักไม่ไหวแน่!การฝึกวิชายุทธ์เหนื่อยมาก เสี่ยวเต๋อจืออายุยี่สิบแล้ว ผ่านช่วงอายุที่ดีสุดสำหรับการฝึก เด็กนี่ต้องทนไม่ไหวแน่ เลยกลับมารับใช้ข้า

เสี่ยวเต๋อจือค่อนข่างมีพรสวรรค์! ยิ่งเกาหลิงเฟิงมองเสี่ยวเต๋อจือ เขายิ่งพอใจ!ภักดี!มีฝีมือในการจัดการเรื่องต่างๆ! ขาดความอดทนในการฝึกและบุ่มบ่ามในการกระทำ!ขันทีเช่นนี้คือสหายที่ดี!

ด้วยเสี่ยวเต่อจือข้างกาย ข้าจะต้องกังวลเรื่องโชคลาภบ้านเมืองที่ลดลงอีกเหรอ?มังกรซ่อนของข้า!ยิ่งเกาหลิงเฟิงมองเสี่ยวเต๋อจือ เขายิ่งพอใจ

เขาไม่สังเกตว่าทั้งตัวของเสี่ยวเต๋อจือแผ่กลิ่นอายยับยั้ง ตอนนี้ เสี่ยวเต๋อจือถึงสภาวะหวนคืนแล้ว! เกาหลิงเฟิง นักรบขั้นหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาโดยการกินยาจึงไม่อาจสังเกตเห็นความลึกล้ำของเสี่ยวเต๋อจือได้

เสี่ยวเต๋อจือขอกลับมาข้างกายเกาหลิงเฟิงเพราะเขาได้อ่านเคล็ดวิชาส่วนใหญ่แล้ว! เขาเข้าใจและซึมซับวิชาเหล่านั้นและตอนนี้ก็ไม่มีอะไรให้เขาเรียนรู้อีก!

เวลานี้ ขันทีจากห้องทรงอักษรนำตะกร้าเอกสารเข้าวังจักรพรรดินี

เยอะมาก!เกาหลิงเฟิงรู้สึกปวดหัวทันที!เขาอาจไม่เข้าราชสำนักได้ แต่ไม่อาจหนีจากการจัดการกับจดหมายเหตุเหล่านี้ได้!การเป็นจักรพรรดิคืองานหนัก!

เกาหลิงเฟิงมองจดหมายเหตุที่กองเป็นภูเขา จักรพรรดิองค์ก่อนขยันมาก และขุนนางในราชสำนึกก็จะส่งจดหมายเหตุ ระหว่างสามปีแรกของเกาหลิงเฟิง เขาก็ขยันมาก ขุนนางมากมายมาถวายจดหมายเหตุบ่อย

การลาออกของสามราชเลขาแห่งคณะรัฐมนตรีคืองานใหญ่สำหรับการเมือง ดังนั้นจดหมายเหตุเหล่านี้จึงเทเข้าวังเหมือนเกล็ดหิมะ เกาหลิงเฟิงมองเอกสารและถามเสี่ยวเต๋อจือ“เจ้าจัดการกับพวกมันได้ไหม?”

เสี่ยวเต๋อจือกลัวและรีบคุกเข่า“ฝ่าบาท โปรดละเว้น!ละเว้นข้าด้วย ฝ่าบาท!”

เกาหลิงเฟิงนึกได้ว่าจักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้ออกกฎห้ามขันทีจากการยุ่งเรื่องการเมือง ถ้าเสี่ยวเต๋อจืออนุมัติเอกสารพวกนี้ เขาน่าจะโดนเหล่าขุนนางฆ่าตาย

ช่างมัน ขันทีเหล่านี้ไม่มีทางเข้าใจได้อยู่ดี ไม่ต้องพูดถึงขันที แม้กระทั่งเกาหลิงเฟิงก็พบว่ามันยากมากที่จะอ่านเอกสารเหล่านี้!ราชวงศ์ต้าเฉียนเลืองลื่อด้านวรรณกรรม และขุนนางเหล่านี้ก็คือบัณฑิตที่เก่งการเขียน เอกสารเหล่านี้ที่ถูกเขียนจึงเขียนด้วยภาษาที่สละสลวย ยืดยาว

ทุกครั้งที่เกาหลิงเฟิงอ่าน มันทรมานเขามาก พอเห็นว่าจักรพรรดิหงุดหงิดแค่ไหน เสี่ยวเต๋อจือก็เข้าใจเหตุผล แค่อ่านเอกสารเหล่านี้ก้ต้องใช้เวลานานมาก คนงานคนอื่นจะทำงาน9 ชั่วโมงแล้วพัก แต่จักรพรรดิทรงงานตลอด

นอกจากขันทีและสาวใช้ ใครจะมาแบ่งเบาภาระของข้าได้?ทันใดนั้น เกาหลิงเฟิงก็คิดถึงคนหนึ่ง!ใช่ จักรพรรดินีไง!คนชั้นสูงเช่นนางจะขาดด้านนี้ได้ไง?

พ่อของจักรพรรดินีคือบัณพิตขั้นสูง จากตระกูลบัณฑิต ตอนนางเป็นองค์หญิง จักรพรรดินีคุ้นชินกับตำราขงจื๊อ นี่ก็เหมือนการอ่านจดหมายเหตุพวกนี้?

เกาหลิงเฟิงยืนขึ้นทันที ไปกับเสี่ยวเต๋อจือ จักรพรรดินีกำลังเตรียมอาหารเช้า ตอนสาวใช้เห็นเกาหลิงเฟิงมา พวกนางก็คุกเข่า“ฝ่าบาท!”

เกาหลิงเฟิงดึงตัวจักรพรรดินีตรงไปทางโถงชั้นนอก ถึงแม้นางจะรับใช้เขาเมื่อวาน มันก็เป็นครั้งแรกที่หลินว่านเอ๋อร์โดนเขาดึงตัวเช่นนี้ คอของนางแดง และหัวก็วิงเวียนขณะที่มาถึงโถงหน้า

ในวัง ทุกโถงจะมีส่วนหน้าและหลัง โถงหน้าคือที่ที่ทำธุระอย่างเป็นทางการ และถ้าจักรพรรดิอยู่ ก็จะคล้ายกับห้องทรงอักษร

เกาหลิงเฟิงหยิบจดหมายเหตุขึ้นมาสุ่มๆและส่งให้หลินว่านเอ่อร์“จักรพรรดินี ช่วยดู”และบอกข้าว่ามันเขียนไว้ว่าอย่างไร”

หลินว่านเอ่อร์หน้าซีด“ฝ่าบาท!ไม่ได้เด็ดขาด!นี่คือจดหมายเหตุจากเหล่าเสนาบดีถึงพระองค์!”

แต่เกาหลิงเฟิงยืนกราน“ข้าขอให้เจ้าดู ก็ดู!”

หลินว่านเอ่อร์ได้แต่หยิบขึ้นมาและอ่านสักพักก่อนจะปิด“ฝ่าบาท นี่คือเอกสารร้องเรียนพ่อของสนมของท่าน”

เกาหลิงเฟิงรู้สึกอับอาย

“เจ้าอ่านเร็วจัง?”บันทึกเล่มหนานี่ เกาหลิงเฟิงต้องใช้เวลาอ่านอย่างน้อยยี่สิบนาที แต่หลินว่านเอ่อร์อ่านเสร็จในสองนาที

หลินว่านเอ่อร์ยิ้ม“ท่านพ่อเคยบอกว่าตอนเขียนจดหมายเหตุ หน้าแรกๆไร้สาระหมด เนื้อหาจริงอยู่ท้ายๆ ข้าเลยอ่านส่วนท้ายก่อน จากนั้นก็เข้าใจจุดประสงค์ของมัน”

จริงหรือ?เกาหลิงเฟิงคิด และดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น!

เกาหลิงเฟิงดึงหลินว่านเอ๋อร์มาใกล้“จักรพรรดินีของข้า เจ้าช่วยข้าดูจดหมายเหตุเหล่านี้และทำเครื่องหมายส่วนสำคัญได้หรือไม่?”

“แต่ แต่นี่ขัดต่อกฎบรรพชน!”

“ผิดตรงไหน?บรรพชนบอกว่าพวกสนมไม่อาจยุ่งเรื่องการเมือง แต่ไม่ได้บอกว่าจักรพรรดินไม่สามารถนี่?”

พอพูด เกาหลิงเฟิงก็ตบกองเอกสารและพูด“อีกงานสำหรับเจ้าคืออ่านจดหมายเหตุเหล่านี้ จักรพรรดิข้า ขอบใจเจ้ามากนะ!”

พอเห็นสีหน้าของเกาหลิงเฟิง หลินว่านเอ๋อร์ก็ได้แต่พยักหน้าตกลง

[ให้ฮาเร็มยุ่งเรื่องการเมือง โชคลาภ-10001]

สำเร็จ!

จบบทที่ ตอนที่ 8 โยนงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว