เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 แต่งตั้งพ่อตาเป็นอัครมหาเสนาบดี

ตอนที่ 6 แต่งตั้งพ่อตาเป็นอัครมหาเสนาบดี

ตอนที่ 6 แต่งตั้งพ่อตาเป็นอัครมหาเสนาบดี


“ท่านพ่อ?ท่านจะไปจริงหรือ?”หลังได้รับโองการ บุตรชายของหลี่ฟางก็ดึงเขาและถาม เมืองหลวงกำลังพลุกพล่านและบุตรชายของหลี่ฟางก็ไม่อยากไปเช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือก

หลี่ฟางถอนหายใจ“การเคลื่อนไหวของฝ่าบาทนั้นชัดเจน!”

บุตรชายของหลี่ฟางไม่เก่ง แค่ขุนนางชั้นผู้น้อยในเมืองหลวง แต่ด้วยพ่อที่เป็นราชเลขา ตำแหน่งของเขาจึงสบาย แต่ เมื่อพ่อเกษียณ เขาย่อมต้องกลับบ้านเกิด นี่ทำให้ลูกชายขอองอดีตราชเลขาที่เพลิดเพลินกับเมืองหลวงไม่เต็มใจ

บุตรชายของหลี่ฟางถาม“ชัดเจนอะไร?”

หลี่ฟางถอนหายใจและอธิบายอย่างอดทน“มันชัดเจนแล้วในการเลือกราชเลขาคนใหม่”

“หลินเจี้ยนเฉิง?ชื่อเสียงของเขาไม่ค่อยดีนี่?”

หลี่ฟางมองลูกชายไม่ได้ความและอธิบายอย่างอดทน’หลินเจี้ยนเฉิงเป็นตัวเลือกที่ดี!ฝ่าบาทสายตาเฉียบแหลม หลินเจี้ยนเฉิงคือบัณฑิตที่ฉลาด เป็นจอมปราชญ์ชั้นนำ ซึ่งตรงกับข้อกำหนดของราชเลขาธิการ เขามีคุณสมบัติ”

“เขาคือเสนาบดีกรมพิธีการ เป็นคนจัดการสอบขุนนางหลายครั้ง มีศิษย์และสายสัมพันธ์กระจายทั่วราชสำนัก หลินเจี้ยนเฉิงเชี่ยวชาญระบบราชการ แม้จะมีชื่อเสียงไม่ดีท่ามกลางกลุ่มบัณฑิต แต่กับขุนนางคนอื่น ไม่มีใครกล้าค้าน”

“สำคัญสุด หลินเจี้ยนเฉิงคือพ่อตาของฝ่าบาท ด้วยการสนับสนุนของฝ่าบาท ใครจะกล้าขัด ฉลาดมาก!กลยุทธ์ของฝ่าบาทนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ!”

หลี่ฟางถอนหายใจ รู้สึกว่าตัวเองแก่แล้วจริงๆ  ความเฉียบแหลมทางการเมืองของจักรพรรดิถึงจุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมี!ทันใดนั้น หลี่ฟางก็คุกเข่าลง หันหน้าไปทางสุสานของจักรพรรดิผู้ล่วงลับและก้มหัว

“ฝ่าบาท!งานของเราในการช่วยเหลือการปกครองถือว่าสำเร็จแล้ว!ฝ่าบาทไม่ต้องการความช่วยเหลือจากข้าอีก!”

ในขณะเดียวกัน ขันทีเฒ่าก็ส่งโองการยอมรับการลาออกของราชเลขาทั้งสาม ส่วนขันทีอีกกลุ่มก็มาพร้อมพิธีอันยิ่งใหญ่ มาถึงจวนของหลินเจี้ยนเฉิง ขันทีกระจายทรายขาวไปตามทางจากทางเข้าซอยถึงประตูจวนของหลินเจี้ยนเฉิง

ชาวบ้านในซอยนี้เป็นขุนนางักนหมด พอเห็นพิธีใหญ่ พวกเขาก็รู้ว่าจักรพรรดิกำลังแต่งตั้งอัครมหาเสนาบดี!ไม่สิ ในราชวงศ์ต้าเฉียนไม่ถือว่ามีตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีซะทีเดียว มีแค่หัวหน้ากลุ่มราชเลขา แต่ อำนาจของหัวหน้าราชเลขาก็คล้ายกับมหาเสนาบดีอยู่แล้ว

ดังนั้น แรกเริ่มด้วยจักรพรรดิองค์ก่อน พิธีแต่งตั้งหัวหน้าราชเลขาจึงคล้ายกับการแต่งตั้งมหาเสนาบดี กระจายทรายขาวต่อหน้าที่พักของหัวหน้าราชเลขาคนใหม่คือส่วนหนึ่งของพิธี

ต่อมา ขันทีเฒ่าก็นำเสนอโองการผ้าขาว คนมีความรู้ในราชสำนักเข้าใจทันทีว่าจักรพรรดิกำลัง’แต่งตั้งมหาเสนาบดี’!(ต้าเฉียนไม่มีมหาเสนาบดี แต่มีหัวหน้าราชเลขาแทน มีหน้าที่ชี้แนะจักรพรรดิ เป็นที่ปรึกษา และเป็นเสมือนหัตถ์ของจักรพรรดิ สามารถเข้าราชสำนักแทนจักรพรรดิเวลาที่ไม่สะดวก ก็เหมือนอัครมหาเสนาบดี แต่จักรพรรดิองค์ก่อนดันตัดตำแหน่งมหาเสนาบดีไป เลยทำให้เหลือแค่ตำแหน่งหัวหน้าราชเลขา แต่ หลายคนก็ยังติดปากเรียกราชเลขาว่ามหาเสนาบดีอยู่ดีเพราะอำนาจเหมือนกัน ซึ่งความจริงลำดับชั้นขุนนาง ราชเลขาไม่ได้สูงเท่ามหาเสนาบดี แค่หน้าที่ของมันเลยทำให้มีอำนาจ)

โองการผ้าลินินขาวพิเศษนี้ขาวยิ่งกว่าไหมธรรมดา!นี่คือการปฏิบัติเป็นพิเศษต่อหัวหน้าราชเลขา!หลินเจี้ยนเฉิงกลายเป็นหัวหน้าราชเลขาแล้ว!

ถนนเต็มไปด้วยเสียงจอแจ ในขณะเดียวกัน หลินเจี้ยนเฉิงก็รับรายงานจากพ่อบ้านเขา หลินเจี้ยนเฉิงผงะ!เขากลาเยป็นหัวหน้าราชเลขาแล้ว?แต่ไม่ใช่ว่าเขาโดนจักรพรรดิเมินเหรอ?ทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยน?

หลินเจี้ยนเฉิงไม่เข้าใจ แต่ขันทีกำลังส่งโองการมาให้เขา เขาจึงแต่งตัวให้เรียบร้อย ก้าวไปในโถง

ขันทีที่มาส่งโองการส่งมอบโองการผ้าขาวให้หลินเจี้ยนเฉิง จากนั้นก็ยิ้ม“ยินดีด้วย ใต้เท้า ท่านเป็นหัวหน้าราชเลขาแล้ว!”

หลินเจี้ยนเฉิงบอกให้พ่อบ้านส่งทองคำและเงินให้ขันที ที่รับมันด้วยรอยยิ้ม เพื่อแสดงความจริงใจต่อหลินเจี้ยนเฉิง ขันทีกระซิบ”ยินดีด้วย ใต้เท้า!ครั้งนี้ ฝ่าบาทอนุมัติการเกษียณของสามราชเลขา รวมถึงหลี่ฟาง และมีการแต่งตั้งราชเลขาใหม่แค่คนเดียว นั่นคือท่าน!’

หลินเจี้ยนเฉิงตะลึง!สามราชเลขาเกษียณ และมีเพียงเขาที่ถูกแต่งตั้งเป็นราชเลขาคนใหม่!สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นน้อยมากในประวัติศาสตร์ หัวหน้าราชเลขาถูกมองเป็นอัครมหาเสนาบดี ผู้อยู่เหนือเสนาบดีทั้งหมด! และอัครมหาเสนาบดีแต่ละคนก็ล้วนทิ้งมรดกที่ไว้ให้คนรุ่นหลังจดจำ!

นี่คือสิ่งที่ขุนนางทั้งหมดใฝ่ฝัน หวังจะจารึกชื่อตัวเอง และได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดิ!การมอบหมายอำนาจของทั้งคณะรัฐมนตรีให้คนเดียวเท่ากับการมอบหมายทั้งราชวงศ์ให้หลินเจี้ยนเฉิง!

น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของหลินเจี้ยนเฉิง เป็นเวลาหลายปี จากบัณฑิตที่ทะเยอทะยานสู่การเป็นหัวหน้าราชเลขาในวันนี้

“ฝ่าบาทช่างมีเมตตา ข้าจะตอบแทนมันด้วยหัวใจและความพยายามทั้งหมดของข้า!’หลินเจี้ยนเฉิงก้มหัวไปทางวัง

แต่ เกาหลินเฟิงไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาได้ทิ้งความประทับใจให้พ่อตา เขาแต่งตั้งหลินเจี้ยนเฉิงคนเดียวเพราะเขาไม่พบว่ามีใครเหมาะสมแล้ว ดังนั้น เขาจึงจะให้หลินเจี้ยนเฉิงดูแลคนเดียวไปก่อน เขาคิดจะหาขุนนางที่มีพรสวรรค์มากขึ้นและส่งไปคณะรัฐมนตรีเพื่อสร้างปัญหาในภายหลัง

ถ้าเกาหลิงเฟิงรู้ว่าหลินเจี้ยนเฉิงกำลังคิดอะไร เขาอาจถอนการแต่งตั้งทันที!แต่ เกาหลิงเฟิงไม่รู้ความคิดของหลินเจี้ยนเฉิงในเวลานี้ เพราะเขากำลังเจอกับการซักถามจากเสี่ยวเต๋อจือและไม่รู้ว่าจะตอบยังไง

จบบทที่ ตอนที่ 6 แต่งตั้งพ่อตาเป็นอัครมหาเสนาบดี

คัดลอกลิงก์แล้ว