เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 - พื้นฐานของเด็กเรียนเก่ง

ตอนที่ 42 - พื้นฐานของเด็กเรียนเก่ง

ตอนที่ 42 - พื้นฐานของเด็กเรียนเก่ง


ตอนที่ 42 - พื้นฐานของเด็กเรียนเก่ง

 

หลังจากช่วงของความรู้สึกอึดอัด ในสุดที่สือเหล่ยก็กลิ้งออกมาและนั่งลงบนขอบเตียง

สือเหล่ยอยากจะยืนแต่เขารู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ มันอาจจะถูกเปิดเผยถ้าเขายืนขึ้น ดังนั้นเขาจึงยังคงนั่งลงขณะที่เขาย้ายก้นห่างออกมาจากจางเหลียงเหลียง

จางเหลียงเหลียงยังคงสับสนอยู่ ทุกๆอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไปและมีความคิดบางอย่างสว่างวาบผ่านหัวของเธอ เธอคิดว่าสือเหล่ยจะฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้และจูบเธอ ดังนั้นเธอจึงเตรียมพร้อมที่จะคล้อยตามไปกับมัน ยกเว้นแต่ว่าเธอเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่ถูกสัมผัสเข้าที่หน้าอกเนื่องจากจริงๆแล้วเธอไม่ใช่เด็กไม่ดีอะไร เธออยู่ในวัยดื้อด้านเท่านั้นและการเปลี่ยนแปลงนั้นเนื่องจากสถานการณ์ของครอบครัวเธอ

จางเหลียงเหลียงรู้สึกโล่งใจเมื่อเธอรู้ว่าสือเหล่ยกลิ้งตัวไปด้านข้าง แต่เธอก็กลัวที่จะเคลื่อนย้ายเนื่องจากเธอกลัวว่าสือเหล่ยจะแสดงด้านมืดออกมา เธอคิดมากจนกำลังชั่งใจว่าเธอจะขัดขืนหรือคล้อยตามไปกับมันถ้าสือเหล่ยกระโดดใส่เธออีกครั้ง

'คุณลุงน่าจะมีอายุมากกว่า 20 ปี และเกือบจะเรียนจบแล้ว ดังนั้นเขาควรจะมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ใช่ไหม? ถ้าฉันไม่ดิ้นมากเกินไป มันก็ควรจะไม่มีปัญหาใช่ไหม? แต่มันก็น่าจะไม่ดีที่จะมีความสัมพันธ์กับคุณลุงในแบบที่รวดเร็วแบบนี้?! บางทีฉันควรขัดขืนสักหน่อย แต่ถ้าฉันขัดขืน คุณลุงก็ไม่น่าจะเป็นคนที่ชอบใช้กำลัง....... อั๊ยย้า เดี๋ยวก่อน แม้แต่มาเฟียยังหวาดกลัวคุณลุง เขาคงจะมัดมือของฉันไว้ใช่ไหม? แล้ว ...... บางที ฉันอาจจะแค่ต่อต้านสักเล็กน้อยพอเป็นพิธี และจากนั้นก็ผลักเขา....... โอ้พระเจ้า ฉันควรทำอย่างไรดี'

ในขณะที่เธอกำลังจินตนาการอยู่ สือเหล่ยก็สงบตัวลงและลุกขึ้นยืนได้แล้ว

เขามองลงไปที่เป้ากางเกง ดี มันเห็นไม่ชัดเจนอีกแล้ว สือเหล่ยนั่งลงบนเก้าอี้

เมื่อเห็นว่าดวงตาของจางเหลียงเหลียงปิดอยู่และกำลังขมวดคิ้ว พร้อมกับนอนอยู่ที่บนเตียง สือเหล่ยจึงกระแอมออกมาเบาๆและพูดอย่างเชื่องช้า "อะแฮ่ม เอ้อเจี่ย อืม หยุดนอนได้แล้ว นั่นเป็นอุบัติเหตุและเธอกำลังทำให้ฉันหลัว ทำไมเธอถึงนั่งลงมาบนขาฉัน? "

สือเหล่ยยังคงมีความเป็นเด็กอยู่บ้าง ในบางครั้งเขาเองก็คิดจะผลักความรับผิดชอบไปให้จางเหลียงเหลียง

จางเหลียงเหลียงได้ยินเสียงของสือเหล่ยที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับเธอ เธอจึงเปิดดวงตาขึ้นด้วยความกลัวเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าสือเหล่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ เธอจึงรีบดึงขาของเธอกลับมาอย่างรวดเร็วและกอดเข่าของตัวเองไว้ขณะที่เธอนั่งอยู่ที่มุมในสุดของเตียง

เมื่อรู้สึกว่าปลอดภัยแล้ว จางเหลียงเหลียงจึงมองไปที่สือเหล่ยอย่างแปลกใจขณะที่เธอแอบคิดว่าเขาไม่แม้แต่จะทำอะไรเธอเลย อย่าบอกนะว่าเพราะฉันยังดูดีไม่พอ?

มันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าจินตนาการของเด็กผู้หญิงคนนี้ช่างโลดโผนและป่าเถื่อนจริงๆ

"มันเป็นคุณที่จับหน้าอกของฉัน และคุณก็กำลังตำหนิฉัน......" จางเหลียงเหลียงกรอกตาของเธอขณะที่เธอบ่นออกมา

สือเหล่ยกระอักกระอ่วนมากยิ่งขึ้น เขาคิดและพูดออกมา "ถ้าเธอไม่อยู่ดีๆก็นั่งลงมาที่ฉัน มันก็คง...... ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เอ่อ เอ้อเจี่ย เธอจะไม่บอกแม่ของเธอใช่ไหม? ฉันแตะต้องเธอไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ...... อืม ฉันแค่อยากจะลุกขึ้น เธอเข้าใจไหม? "

"ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจ งั้นคุณก็คงจะวางแผนไว้ใช่ไหม?" จางเหลียงเหลียงเมื่อเห็นว่าสือเหล่ยรู้สึกกระอักกระอ่วน เธอจึงไม่หวาดกลัวอีก กลับกัน เธอกลับคิดว่าการหยอกล้อสือเหล่ยนั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้นเธอจึงยื่นหน้าอกออกมาและไม่ได้กอดเข่าของเธอไว้อีก แต่กลับเหยียดขาของเธอออกมาแทน

ใบหน้าของสือเหล่ยกลายเป็นสีแดงและไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

“มานี่มา! คุณยังไม่ได้สัมผัสมันเพียงพอจริงไหม? คุณสามารถสัมผัสมันได้มากเท่าที่คุณต้องการเลย!” ความแก่นเซี้ยวของจางเหลียงเหลียงกลับมาอีกครั้ง เธอไม่เพียงแต่ยื่นหน้าอกของเธอออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เธอยังได้สัมผัสกับขาของสือเหล่ยเบาๆด้วยเท้าของเธอ

แม้ว่าเธอจะยังเด็ก แต่เขาของเธอก็ยาว นี่มันหายนะชัดๆ! - สือเหล่ยคร่ำครวญออกมา

สือเหล่ยผลักเท้าของจางเหลียงเหลียงออกไปและพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม "ฉันเป็นครูของเธอนะ แม้ว่าฉันจะเป็นคนที่รับเงินมาจากแม่ของเธอ แต่ฉันก็เป็นเหมือนครูที่ขายเฉพาะวิชาของฉัน ไม่ใช่ร่างกายของฉัน เข้าใจไหม!? ยำเกรงฉันด้วย! "

ช่วยไม่ได้ สือเหล่ยทำได้แค่ใช่คำแสลงบนอินเทอร์เน็ตต่อเด็กสาวที่ไม่เคยหวาดกลัวต่ออะไรคนนี้

“ว้า! เชยชะมัด!” จางเหลียงเหลียงชักขาของเธอกลับ

สือเหล่ยหันกลับไป เขาหยิบหนังสือเรียนออกมาจากโต๊ะและแสร้งทำเป็นว่าเขากำลังพลิกมัน แต่เขากลับไม่ได้สนใจอะไรเลย

แต่ก็มีการค้นพบที่น่าประหลาดใจเมื่อสือเหล่ยเห็นกระดาษสองแผ่นวางอยู่บนโต๊ะ พวกเต็มไปด้วยรอยเขียนและการแก้ไข เนื้อหาของมันค่อนข้างคุ้นตาและดูเหมือนจะเป็นคำถามที่เขาให้ไว้กับจางเหลียงเหลียงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เขาวางตำราเรียนลงและหยิบกระดาษทั้งสองแผ่นขึ้นมา สือเหล่ยมองเข้าไปใกล้ๆและคำถามนี้ก็เป็นคำถามจากสัปดาห์ก่อนจริงๆ เขาอ่านพวกมันคร่าวๆและมันก็ไม่เลวเมื่อเธอตอบคำถามได้อย่างถูกต้อง

"พื้นฐานของเธอไม่เลวเลย เธอตอบได้แม้แต่คำถามที่ฉันให้ไว้!" ในที่สือเหล่ยก็พบวิธีแก้ปัญหาสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ และมันก็ได้กลับมาสู่เนื้อหาการสอนตามปกติ

จางเหลียงเหลียงคุกเข่าบนเตียงและคลานเข้ามา เธอยื่นหัวออกมาและมองดู "ฉันเคยเรียนเก่งมาก่อน ฉันสามารถตอบคำถามแบบนี้ได้ตั้งแต่ที่ฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีที่หนึ่งแล้ว "

สือเหล่ยเหลือบมองไปที่เธอ เธอในตอนนี้ก็ดูเหมือนเด็กเรียนดีจริงๆ เมื่อเทียบกับเธอในสัปดาห์ที่แล้ว นั่นคงจะเป็นสไตล์ของนักเรียนที่แย่ที่สุดในโรงเรียนเลย

แต่มันก็ไม่แปลกเกินไป จางเหมยเหมยจัดว่าเป็นพวกหัวกระทิอย่างแน่นอน ทนายความ และเป็นทนายความสาวแบบนั้น เธอต้องเรียนจบด้วยเกรดที่ดีมาอย่างแน่นอน ด้วยไอคิวเช่นนี้ ลูกสาวของเธอจะไม่ทิ้งห่างจากเธอไปเท่าไร ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกเลยที่จางเหลียงเหลียงจะเป็นคนที่เรียนเก่ง ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของครอบครัวเธอที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และด้วยการขาดความสนใจและการเอาใจใส่จากแม่ของเธอมาเป็นเวลานาน จางเหลียงเหลียงจึงแสดงออกอย่างดื้อด้านเช่นนี้ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียนจริงๆ แต่แน่นอนว่าจางเหลียงเหลียงจะกลับไปเป็นคนที่เรียนเก่งในระยะเวลาสั้นๆ

นี่เป็นข่าวดีสำหรับสือเหล่ยแน่นอน เห็นได้ชัดว่าปัญหาของจางเหลียงเหลียงไม่ใช่เรื่องการเรียน แต่เป็นปัญหาด้านจิตใจ ถ้าเธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัว ทุกๆอย่างก็จะได้รับการแก้ไข

"ไม่ต้องมาอวดดีเลย คำถามเหล่านี้ก็แค่คำถามพื้นๆเท่านั้น ฉันจะให้คำถามที่ยากขึ้นเพื่อดูว่าขีดจำกัดของเธออยู่ตรงไหน! "

ด้วยเหตุนี้สือเหล่ยจึงหยิบหนังสือแบบฝึกหัดออกมา เลือกคำถามยากๆ และวงกลมหัวข้อเหล่านั้น ก่อนจะส่งมันให้กับจางเหลียงเหลียง

จางเหลียงเหลียงดึงหน้าขมขื่นและพูด "คุณลุง ไม่เอาแบบนี้สิ พวกเรามักจะพูดคุยกันอยู่เสมอ ทำไมเราไม่คุยกันสักหน่อยล่ะ? "

"ถ้าเธอสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ทั้งหมด ฉันจะคุยกับเธอสักหน่อยละกัน!"

"จำคำพูดของคุณไว้ด้วย! อย่ากลับคำนะ ถ้าฉันสามารถทำมันได้ทั้งหมด คุณจะไปกินข้าวเย็นกับฉันได้ไหม?"

เมื่อเห็นว่าจางเหลียงเหลียงกำลังอ้อนวอนเขา สือเหล่ยจึงไม่สามารถห้ามตัวเองให้ปฏิเสธได้ดังนั้นเขาจึงพูดว่า "ถ้าเธอสามารถทำถูกได้ทุกข้อ ฉันจะไปกินข้าวเย็นกับเธอ โอ้ใช่ แล้วแม่ของเธอไม่กลับมากินข้าวเย็นเหรอ? "

"คุณลุง คุณสามารถพูดอะไรก็ได้ แต่ห้ามดุฉัน!"

"ฉันไปดุเธอตอนไหน?!" สือเหล่ยเกาหัว

"เมื่อกี้ไง!" จางเหลียงเหลียงหัวเราะและกระโดดลงจากเตียง เธอยืนอยู่ข้างๆสือเหล่ยและมองเขาด้วยรอยยิ้มจางๆ

สือเหล่ยรีบวิ่งหนีและไปนั่งบนเตียง ทิ้งเก้าอี้ไว้ให้จางเหลียงเหลียง

จางเหลียงเหลียงได้เริ่มต้นตอบคำถามไปแล้ว แต่สือเหล่ยยังคงขบคิด 'ฉันไปดุเธอตั้งแต่เมื่อไรกันวะเนี้ย?'

เขายังไม่สามารถคิดหาคำตอบได้ แต่จางเหลียงเหลียงได้ตอบคำถามทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว สือเหล่ยตรวจสอบพวกมันและน่าแปลกใจที่มันถูกต้องทั้งหมด สือเหล่ยเปลี่ยนมุมมองของเขาต่อจางเหลียงเหลียงไปอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นเด็กเรียนเก่งจริงๆ แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงคำถามในชั้นมัธยมต้น แต่สือเหล่ยก็ไม่ได้ทำมันมาเป็นเวลานาน ถ้าเขาถูกขอให้ทำพวกมัน เขาเองก็ไม่สามารถรับปากได้ว่าจะทำได้ถูกต้องทั้งหมด

สือเหล่ยถอนหายใจและลุกขึ้นยืน "ด้วยระดับของเธอ เธอไม่จำเป็นต้องมีครูสอนพิเศษ แม้ฉันก็ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ "

"คุณต้องไปกินข้าวเย็นกับฉัน! ฉันอยากกินบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล! "

"ตกลง! เธอจ่ายเงิน!"

"หึย ขี้งก!"

 

จบบทที่ ตอนที่ 42 - พื้นฐานของเด็กเรียนเก่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว