เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 - กระเป๋าฉีก

ตอนที่ 40 - กระเป๋าฉีก

ตอนที่ 40 - กระเป๋าฉีก


ตอนที่ 40 - กระเป๋าฉีก

 

เรื่องที่อยู่ดีๆสือเหล่ยมีแฟนที่สวยและน่ารัก เห็นได้ชัดว่าการแสดงออกของเพื่อนร่วมห้องสือเหล่ยย่อมไม่พอใจ

พวกเขาบ่นกับสือเหล่ยตลอดทั้งช่วงบ่ายและน้ำลายของพวกเขาพ่นออกมาก็เกือบจะเพียงพอสำหรับให้สือเหล่ยอาบน้ำ แต่ถึงอย่างไร สือเหล่ยก็ไม่ได้สนใจพวกเขา

ประเด็นคือสือเหล่ยอยากจะความรุนแรงออกมาซะจริงๆ แต่ฝ่ายตรงข้ามทั้งมีถึงสามคนและจางโม่ยังมีตัวอ้วนเป็นอย่างมากจนเขาสามารถแทนที่ได้ถึงสองคน สือเหล่ยจึงทำได้แค่อดทนเท่านั้น

เมื่อมองไปที่ความรู้สึกของพวกเขาทั้งสามและน้ำลายที่พวกเขาพ่นออกมาทั้งหมด สือเหล่ยก็ร้องไห้และพึมพำออกมาซ้ำๆ 'หัวใจของฉันมันเจ็บแสบ แต่ฉันก็หวาดกลัวเกินไปที่จะพูดมันออกมา' ในที่สุดทั้งสามก็พร้อมใจกันหยุดและต้องการให้สือเหล่ยเลี้ยงข้าวพวกเขา

สือเหล่ยรู้สึกโล่งใจจากภาระ "ไม่ใช่แค่ข้าวหรอกใช่ไหม? บอกมา พวกนายหวังอะไรถึงบ่นฉันมาตลอดทั้งบ่ายแบบนี้?"

ทั้งสามบิดขี้เกียจ จางโม่ยืดเอวของตัวเองซึ่งมันหนาซะยิ่งกว่าไหล่ของเขา และพยายามทำให้ตัวเองดูเป็นคนชอบธรรมและมีคุณธรรมมากขึ้น เขาพูด "นายคิดว่ามันจะเป็นอาหารมือง่ายๆงั้นเหรอ? พวกเราต้องการอาหารทะเล อาหารทะเลมื้อใหญ่!"

ซื่อหมิงพูดออกมาอย่างชอบธรรมเป็นอย่างมาก "ใช่แล้ว พวกเราต้องการล็อบสเตอร์ ล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ บอสตัน ไม่สิ ออสเตรเลี่ยนล็อบสเตอร์! "

"และหอยเป๋าฮื้อ แปดหัว ...... "

ก่อนที่ลั่วอี้จะพูดจบประโยคของเขา มือที่คล้ายกับลูกชิ้นของจางโม่ก็ตบลงบนหลังหัวของเขา "นายบ้าเหรอ? พวกเราต้องเอาหอยเป๋าฮื้อสองหัว กับคนที่ร่ำรวยอย่างสือเหล่ย นายคงไม่ได้พอใจแค่การกินหอยเป๋าฮื้อแปดหัวหรอกนะ!"

ลั่วอี้มองไปที่จางโม่อย่างโง่เขลาและพูด "ไม่ใช่ว่าแปดหัวมันแพงกว่างั้นเหรอ? แปดหัว มันต้องใหญ่!"

ซื่อหมิงเตะและสบถออกมา "นี่นายโง่รึเปล่า? หอยเป๋าฮื้อแปดหัว? นายคิดว่ามันเป็นยามาตะโนะโอโรจิงั้นเหรอ?"

"งั้นแปดหัวกับสองหัวมันหมายความว่าไง?" ลั่วอี้ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อเรื่องที่ไม่รู้จัก

สือเหล่ยพูดไม่ออกและส่ายหัวของเขา "เห็นแก่ความอยากรู้ในสิ่งใหม่ๆของนาย ฉันจะบอกให้ฟังเอง หลังจากที่หอยเป๋าฮื้อแห้ง ขนาดของมันจะแยกออกเป็นสองหัว สามหัว สี่หัวเป็นต้น ในกรณีนี้ มันกล่าวได้ว่าหอยเป๋าฮื้อที่มีน้ำหนัก 500 กรัมสองตัวคือสองหัว หอยเป๋าฮื้อสี่ตัวที่มีน้ำหนัก 520 กรัมคือสี่หัว...... "

ขากรรไกรของลั่วอี้ตกลงด้วยความตกใจ "งั้นมันก็คือ? ฉันคิดว่ายิ่งมีหัวมาก มันจะยิ่งแพงขึ้นและอร่อยยิ่งขึ้น! ถ้าอย่างนั้นฉันจะเอาสองหัว ไม่สิ หัวเดียวก็พอ! "

แม้แต่สือเหล่ยเองก็ทดไม่ไหวอีก เขายกขาขึ้นและเหยียบมันลงบนใบหน้าของลั่วอี้ "หัวเดียว? ลองตัวหัวของนายแล้วตากแห้งมันดูสิ นั่นแหละหัวเดียว! ไม่ต้องคิดแม้แต่สองหัว ฉันไม่สามารถจ่ายมันได้ แม้ว่าฉันจะสามารถจ่ายได้ มันก็ยากที่จะหาพบ นายคิดจริงๆเหรอว่ามันหาได้ทุกที่บนถนน?"

"เลิกไร้สาระกันได้แล้ว อาหารทะเลชุดใหญ่ ไปหรือไม่ไป?" จางโม่ถามอย่างฉะฉาน

สือเหล่ยพูดอย่างขี้เกียจ "แค่อาหารเท่านั้นนะ ฉันบอกนายไว้เลยนะว่าห้ามวุ่นวายมากกว่านี้แล้ว มันเป็นช่วงบ่ายที่ดีและฉันก็เสียมันไป ฉันจะไปล้างหน้า แล้วจะพาไปกินกุ้งล็อบสเตอร์กับหอยเป๋าฮื้อ ...... "

เมื่อเป็นเช่นนั้น สือเหล่ยจึงหยิบผ้าขนหนูของเขา พาดมันไว้เหนือไหล่ และเดินไปที่ห้องน้ำ

เมื่อสือเหล่ยพาจางโม่และคนอื่นๆไปที่ภัตตาคารอาหารทะเล พนักเสิร์ฟก็ดุ้งขึ้นและวิ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่พูดแม้แต่คำว่า 'ยินดีต้อนรับ' ออกมา

ขณะที่เขาวิ่ง เขาได้ตะโกนว่า "ผู้จัดการ ไอ้บ้ากุ้งล็อบสเตอร์กลับมาแล้ว ...... " สือเหล่ยหมดคำพูด

แต่ผู้จัดการก็ค่อนข้างใจเย็น มันไม่สำคัญว่าสือเหล่ยจะแปลกยังไง แต่อย่างน้อยสือเหล่ยกำลังให้เงินกับเขา แม้ว่าพวกเขาจะมีคำถามแปลกๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ลำบากอะไรและสือเหล่ยก็ไม่เคยลังเลที่จะจ่ายเงิน ผู้จัดการเอ่ยทักทายเขาด้วยรอยยิ้มจนใกล้เคียงกับการคำนับ "คุณสือ คุณมาที่นี่อีกแล้ว!? คุณไม่ได้มาที่นี่พักหนึ่ง ฉันคิดว่าคุณป่วยซะอีก งั้นวันนี้คุณมีวิธีการใหม่ๆในการรับประทานอีกไหม?"

สือเหล่ยกรอกตาและคิด นายคิดจริงๆเหรอว่าฉันอยากจะกินมันมากแบบนั้น? โปรตีนที่สูงมากขนาดนั้นถ้าเขาป่วยก็คงจะเป็นเพราะเขากินมันมากเกินไปจริงไหม? ผู้จัดการเพิ่งจะพูดถึงสิ่งที่เขาไม่ต้องการจะคิดถึงดังนั้นใบหน้าของสือเหล่ยจึงค่อยๆร้อนขึ้นมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสายตาของจางโม่และคนอื่นๆที่มีต่อเขาอย่างแปลกประหลาด จางโม่พูดอย่างเป็นนัย "นายคุ้นเคยกับพวกเขางั้นเหรอ? ดูเหมือนว่านายจะมาที่นี่บ่อยโดยไม่มีพวกเรานะ? "

สือเหล่ยยิ้มอย่างขื่นขมและส่ายหน้า จางโม่โกรธ "เฮ้ นายกำลังปฏิเสธมันงั้นเหรอ? อืม ผู้จัดการ คุณเป็นผู้จัดการใช่มั้ย? " จางโม่หันไปหาผู้จัดการภัตตาคาร ผู้จัดการก็ยังคงมองไปที่ร่างกายของจางโม่ แต่เมื่อเขาเห็นว่าจางโม่กำลังถามคำถาม เขาจึงพยักหน้าออกมาอย่างเร่งรีบ จางโม่พูดออกมาอีกครั้ง "ผู้ชายคนนี้มาที่ร้านของคุณบ่อยๆหรือเปล่า? และเขามาตามลำพังอยู่เสมอใช่ไหม? "

ผู้จัดการมองไปที่สือเหล่ยและพยักหน้าอย่างเงียบๆ

จางโม่ส่ายหัวขนาดอย่างน้อย 15 กิโลกรัมของเขา และถอนหายใจ " ชายคนนี้ ฉันคิดว่านายเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนตั้งแต่ที่นายซ่อนแฟนสวยๆของนายไว้ห่างจากพวกเรา ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายไม่ได้เป็นคนแบบนั้น แต่เป็นคนชอบเก็บเงิน! โอ้ ไม่ ถ้าจะให้ถูกต้อง นายเป็นคนขี้งก ดูนายสิ นายมีเงินมากมาย งั้นมันจะมีอะไรผิดที่จะเลี้ยงพวกเรา สหาย กุ้งล็อบสเตอร์นานๆครั้งงั้นเหรอ? จริงๆแล้วนายแอบมาที่นี่ตามลำพังงั้นเหรอ? หึหึ ยิ่งนายรวยมากเท่าไร นายก็ยิ่งขี้งกเท่านั้น!"

ในขณะที่เขาพูด จางโม่ก็เดินไปยังตู้โชว์อาหารทะเลและชี้ไปที่กุ้งล็อบสเตอร์ "อ่าาา นี่มันทำให้ฉันเศร้าจริงๆ ฉันเหนื่อยมามากจากสั่งสอนนายตลอดทั้งบ่ายและพลังงานของฉันจะไม่กลับมาจนกว่าฉันจะได้กินกุ้งล็อบสเตอร์สักสองตัว เอ่อ ผู้จัดการ เอากุ้งออสเตรเลี่ยนล็อบสเตอร์สองตัวมาก่อน แล้วฉันจะสั่งเพิ่มอีกถ้ามันไม่พอ"

ผู้จัดการมองไปที่สือเหล่ยที่กำลังพูดไม่ออก เขาโบกมือและพูด "สอง!แล้วก็เอาหอยเป๋าฮื้อที่ใหญ่ที่สุดที่คุณมีมาให้พวกเราอีกสี่ที่ และหูฉลามมาให้พวกเราคนละที่......"

"ฉันขอสองได้ไหม? หูฉลามเป็นของดี " ลั่วอี้พูดสอด

สือเหล่ยมองไปที่เขาและถอนหายใจ "งั้นก็เอามาให้พวกเขาคนละสองที่ ฉันเอาแค่ที่เดียวก็พอ พวกนายต้องการรังนกอีกสักสองที่ไหม? "

ลั่วอี้และซื่อหมิงพยักหน้าอย่างแข็งขันพร้อมๆกัน ผู้จัดการจดมันไว้ แต่ก็แอบคิดว่า 'คุณสือมีเพื่อนแบบนี้เหรอ?' ไม่ใช่ว่าคนรวยๆมักจะเป็นเพื่อนกับคำที่รวยเหมือนกันเหรอ? แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนเหล่านี้มันคืออะไรกัน?

พวกเขาสั่งอาหารหลายจานและพวกเขาก็ไม่สุภาพกับสือเหล่ยเลย หลังจากที่พวกเขาสั่งอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาทั้งสามยังเดินไปรอบๆตู้โชว์พร้อมด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย มันดูเหมือนกับว่าถ้ากระเพราะอาหารของพวกเขามีที่ไม่จำกัด และพวกเขาคงจะยกเอาทั้งภัตตาคารกลับไปที่บ้านแล้ว

ค่าอาหารเป็นเงินมากกว่า 8,000 หยวน จางโม่และคนอื่นๆลูบท้องของพวกเขาที่หนักจนพวกเขาไม่สามารถลุกขึ้นได้ ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกถึงความเสียใจ

"เอ่ออ ...... " ก่อนที่จางโม่จะเปิดปากของเขา เขาได้เรอออกมาและมันก็เต็มไปด้วยกลิ่นของอาหารทะเล

"เอ่อ ก้อนหิน พวกเราเสียสติไปงั้นเหรอ?"

ลั่วอี้และซื่อหมิงก็ได้เรอออกมาเช่นกันเมื่อพวกเขามองไปที่สือเหล่ย สือเหล่ยหัวเราะและพูดออกมาเบาๆ "ไม่เป็นไร มันเข้าใจได้ มันก็เป็นบางครั้งบางคราว"

ดวงตาเล็กๆของจากโม่เปลี่ยนไปและพูดออกมาอย่างมีความสุข "บางครั้งฟังดูดี แต่ไม่บ่อยนัก เดือนละครั้ง? ไม่ ไม่ ไม่ นั่นมันดูถูกเขาเกินไปสำหรับก้อนหินที่มั่งคั่งของพวกเรา งั้นอาทิตย์ละครั้งละกัน! หลังจากนี้ ทุกวันพุธจะเป็นวันของพวกเรา มันฟังดูเป็นยังไงก้อนหินผู้มั่งคั่ง?"

สือเหล่ยตัดบทด้วยคำพูดของเขา "ไปตายซะ!" นอกจากนี้สิ่งที่มาพร้อมกับคำพูดของเขาย่อมเป็นนิ้วกลางของเขา

 

** เรื่องหอยเป๋าฮื้อนี่ผมไม่เข้าใจแล้วก็หาข้อมูลไม่เจอจริงๆครับ ขออนุญาตแปลตรงตัวไปเลย

จบบทที่ ตอนที่ 40 - กระเป๋าฉีก

คัดลอกลิงก์แล้ว