เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 - ความสัมพันธ์ ≠ การแต่งงาน

ตอนที่ 37 - ความสัมพันธ์ ≠ การแต่งงาน

ตอนที่ 37 - ความสัมพันธ์ ≠ การแต่งงาน


ตอนที่ 37 - ความสัมพันธ์ ≠ การแต่งงาน

 

เมื่อก่อนความประทับใจของสือเหล่ยที่มีต่อจางเหมยเหมยก็เหมือนกับสาวสวยที่แต่งงานแล้ว และเป็นผู้หญิงที่มีประสบการณ์รวมทั้งความสามารถ

แต่ด้วยคำอธิบายของจางเหลียงเหลียงในวันนี้ ภาพลักษณ์ของจางเหลียงเหลียงในจิตใจของสือเหล่ยก็ได้เปลี่ยนไป

ก่อนหน้านี้จางเหมยเหมยเหมือนกับเป็นทั้งพ่อและแม่ แต่ในตอนนี้ ภาพนั้นได้ค่อยๆเปลี่ยนไป

ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถ แต่เธอไม่เคยเรียนรู้เลยว่าการเป็นแม่นั้นเป็นอย่างไร

คำอธิบายของจางเหลียงเหลียงเห็นได้ชัดว่าไม่ได้พูดเกินจริง แต่สือเหล่ยเชื่อว่าจางเหมยเหมยไม่รู้จริงๆว่าภาพลักษณ์ของแม่นั้นเป็นอย่างไร สือเหล่ยสามารถจินตนาการได้ว่าจางเหมยเหมยก็อาจจะขาดความอบอุ่นในครอบครัวและความสนใจจากพ่อแม่ของเธอเช่นกัน

เขาถาม "คุณตาคุณยายของเธอเป็นเหมือนกับแม่ของไหม?"

จางเหลียงเหลียงส่ายหัวและพูดออกมา "ฉันไม่เคยเจอพวกท่านมาก่อน ฉันได้ยินจากแม่ว่าพวกเขาเป็นนักธรณีวิทยา เธอไม่ได้เจอพวกเขาบ่อยนักตั้งแต่เธอยังเด็ก เพราะเธอโตมากับคุณยายของเธอ คุณตาคุณยายของฉันน่าจะไปสำรวจอยู่ที่แอฟริกาเมื่อเธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมและไม่เคยกลับมา แม่ของฉันดูเหมือนจะไม่มีความสุขที่กล่าวถึงพวกเขา ดังนั้นฉันจึงไม่ได้ถามอะไรอีก "

สือเหล่ยคิดว่ามันเป็นไปตามที่คาดไว้ บุคลิกของทุกๆคนมักจะมีความเกี่ยวเนื่องกับสภาพแวดล้อมตั้งแต่ยังเด็กของพวกเขา จางเหมยเหมยไม่รู้วิธีการปรับตัวเข้ากับคนอื่นเนื่องจากสถานการณ์ในครอบครัวของเธอและกลายเป็นเช่นนี้ เธอเชื่อว่าลูกสาวของเธอจะมีชีวิตอยู่ได้เช่นเดียวกับเธอในอดีต

เดิมที สือเหล่ยต้องการจะคุยกับจางเหมยเหมยให้บ่อยขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ แต่ตอนนี้เขาคิดว่าปัญหาของจางเหมยเหมยนัั้นรุนแรงกว่าของจางเหลียงเหลียง

"อิ่มแล้วงั้นเหรอ? ถ้าเธออิ่มแล้วฉันจะพาเธอกลับบ้าน" สือเหล่ยวางถ้วยและตะเกียบลง

"ฉันจะกลับไปทำอะไรได้? แม้ว่าฉันจะกลับไป ฉันก็ต้องอยู่ตามลำพัง คุณลุง แล้วคุณจะกลับไปทำอะไรที่ห้องงั้นเหรอ? "

น้ำเสียงของจางเหลียงเหลียงดังเช่นเดิม คนที่อยู่บนโต๊ะหันมามองพวกเขาอีกครั้ง และสือเหล่ยอยากที่จะลุกขึ้นมาตีจางเหลียงเหลียงจริงๆเพื่อให้เขาสามารถแบกเธอกลับไปแบบหมดสติได้

"ยังไงมันก็เป็นบ้านของเธอ ดังนั้นเธอควรจะอยู่ด้วยตัวเองได้ หยุดพูดมากได้แล้ว เร็วเข้า ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันอยากจะกลับหอพักและนอนหลับซะที!"

"ถ้างั้นทำไมไม่พาฉันไปเล่นที่หอพักของคุณล่ะ?!" จางเหลียงเหลียงพูดออกมา

"หอพักของฉันมีผู้ชายสี่คนและมีถุงเท้ามากกว่าสิบคู่วางอยู่ เธอแน่ใจงั้นเหรอว่าอยากจะไป?"

จางเหลียงเหลียง "...... "

สือเหล่ยยืนขึ้นและตบไปที่หลังหัวของเธอ และพูดออกมาอย่างเข้มงวด "กลับบ้าน!"

เมื่อรู้สึกไม่พอใจ จางเหลียงเหลียงจึงได้เบ้ปากของเธอ และหันกลับไปหลังจากก้าวไปไม่กี่ก้าว สือเหล่ยทนดูมันไม่ได้อีก เขาเตะไปที่ก้นเธอเบาๆและในที่สุดเธอก็เดินกลับไปตามปกติ

สือเหล่ยเดินไปส่งจางเหลียงเหลียงถึงหน้าบ้านของเธอและทำท่าทำทางให้เธอเดินเข้าไปเอง แต่จางเหลียงเหลียงกอดแขนของเขาไว้และขอร้องให้สือเหล่ยเข้าไปกับเธอ ซึ่งมันทำให้สือเหล่ยหัวเสียออกมา

หลังจากที่ดึงมือของเธอออกจากอ้อมแขนของเขา สือเหล่ยจึงพูดว่า "เธอเป็นเด็กผู้หญิงต้องสงวนตัวมากกว่านี้ ผู้ชายและผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันกลางดึกต้องระวัง อย่าปล่อยฟืนไว้ใกล้กับไฟและทำให้มันเผาผลาญตัวเธอเอง"

จางเหลียงเหลียงไม่สนใจอะไร เธอพูดออกมาด้วยตาเงๆ "ฉันจะต้องสงวนตัวไปเพื่ออะไร? ชีวิตไม่ได้ยาวนาน คุณต้องกล้าที่จะรักและกล้าที่จะเกลียด คุณตรงกับรสนิยมของฉันพอดี คุณลุง ฉันแค่ชอบคุณ คุณลุงล่ะคิดยังไงกับมัน? ฉันรู้ว่าคุณกำลังจะบอกว่าฉันเป็นเด็ก แต่คุณก็ไม่ได้แก่ไปกว่าฉันนัก ช่องว่างอายุของเราเป็นเรื่องปกติธรรมดา ฉันแค่อยากจะอยู่ในความสัมพันธ์กับคุณ อย่าบอกฉันนะว่าคุณกำลังคิดที่จะแต่งงานและมีลูก? นี่มันเป็นเรื่องของอนาคต ความสัมพันธ์ก็คือความสัมพันธ์ มันแตกต่างไปจากการแต่งงานและมีลูก ใครบอกว่าคุณว่าการแต่งงานเป็นเป้าหมายเมื่อคุณมีความสัมพันธ์กัน?"

สือเหล่ยตะลึงงัน มันอาจจะกล่าวได้ว่าคนที่เกิดในยุค 00's มีความคิดที่แตกต่างกันจริงๆ.......

ไม่สิ เด็กคนนี้เกิดในปีอะไรกัน? มันน่าจะเป็น 1999 แล้วเธอก็เหมือนกับสือเหล่ยที่เกิดมาในยุค 90's

ช่องว่างของอายุเพียงแค่ 6 ปี แต่ความแตกต่างระหว่างความคิดของพวกเขาล่ะ? ต่อหน้าจางเหลียงเหลียง สือเหล่ยรู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นคนแก่และล้าสมัย

ประเด็นสำคัญคือสือเหล่ยคิดจริงๆว่าปัญหาของจางเหลียงเหลียงเป็นเหตุผลให้เธอทำแบบนี้ จะมีสักกี่คนที่ก้าวเข้าสู่การแต่งงานตั้งแต่ความสัมพันธ์ครั้งแรกของพวกเขา? และพวกเขาสามารถอยู่ด้วยกันไปจนพวกเขาตายได้งั้นเหรอ? ถ้าเป็นไปตามมาตรฐานนี้ เกือบ 99% ของความสัมพันธ์ในโลกจะไม่เท่ากับแต่งงาน

ไม่ ไม่ เขากำลังหลงทางโดยเด็กผู้หญิงคนนี้ ผลลัพธ์อาจไม่ใช่การแต่งงาน แต่พวกเขาไม่สามารถล้อเล่นต่อกันได้ตั้งแต่เริ่มต้น

เฮ้ นั่นก็ไม่ถูกเช่นกัน อะไรคือความสัมพันธ์และการแต่งงาน นี่มันคืออะไร? ใครจะบ้าไปมีความสัมพันธ์กับคนงี่เง่าแบบนี้? ถ้าเขาคิดจะมีความสัมพันธ์จริงๆ ใครบางคนอย่างซุนอี้อี้ดูน่าจะเหมาะสมกว่าจริงไหม?

เมื่อคิดถึงซุนอี้อี้ หัวใจของสือเหล่ยก็เริ่มอบอุ่นขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เด็กผู้หญิงคนนั้น เขาไม่รู้ว่าเธอนอนหลับหรือยัง

"คุณลุง คุณคิดว่ายังไง? บ้า คุณไม่ได้กำลังคิดไม่ดีกับฉันใช่ไหม? " จางเหลียงเหลียงผลักสือเหล่ยและแสดงออกถึงความไม่ชอบ

สือเหล่ยกรอกตาของเขาด้วยความโกรธและตบไปที่หลังของจางเหลียงเหลียง ก่อนจะสบถออกมา "ทำไมเธอถึงพูดจาไร้สาระแบบนี้? รีบไปเร็วเข้า ไอ้เด็กตัวกระเปี๊ยก ไม่มีนม ไม่มีก้น รักเธอกับตูดฉันสิ เงียบไปเลย!"

จางเหลียงเหลียงเบ้ปากของเธอและขึงตาด้วยความแค้น "คุณลุง คุณใจร้ายแบบนี้ได้ยังไงฮะ?"

"เธอมันเด็กบ้า!" สือเหล่ยตะโกนด้วยเสียงแปลกๆ เขาหันกลับและวิ่งออกไป และหายตัวไปในความมืดในพริบตา

จางเหลียงเหลียงหัวเราะและตะโกนไปทางเขา "คุณลุง ช้าก่อน! ฉันจะไปมหาวิทยาลัยของคุณและเล่นกับคุณในวันพรุ่งนี้!"

"พรุ่งนี้ฉันจะไม่ไปมหาวิทยาลัย ฉันจะไปดูหนังกับแฟนของฉัน!" สือเหล่ยจากเธอไปด้วยประโยคนี้และวิ่งเร็วยิ่งขึ้น

จางเหลียงเหลียงเอียงหัวของเธอและพูดกับตัวเอง "เขามีแฟนแล้ว? หืมม คนที่ยอดเยี่ยมแบบเขา และในสถานที่อย่างมหาวิทยาลัย มันคงจะแปลกๆถ้าไม่มีสาวไหนมาชอบเขา โอ้ดี ฉันจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของฉันเป็นแบบที่เขาชอบซะก่อน แล้วฉันจะถามว่าเขาคิดจะเปลี่ยนใจจากแฟนของเขาไหม ถ้าเขาไม่เปลี่ยนใจ ฉันจะถามเขาว่าเขาคิดจะมีแฟนเพิ่มไหม มันไม่น่ามีปัญหาอะไรที่เขาจะมีแฟนอีกคน ไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถปฏิเสธเด็กสาวแบบนี้ได้ จริงไหม?"

จางเหลียงเหลียงเดินเข้าไปข้างในและเธอรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับตัวเองและมีชีวิตชีวาขึ้นมาด้วยเช่นกัน ราวกับว่าสือเหล่ยได้ยินคำพูดของเธอ เขาสะดุดในขณะที่เขาวิ่ง และล้มลงกับพื้นพร้อมกับรอยเลือดที่ไหลผ่านผิวหนังบนฝ่ามือของเขา

……

ในตอนเช้าขณะที่เขายังครึ่งหลับครึ่งตื่น โทรศัพท์ของสือเหล่ยก็ดังขึ้น เขาไม่ได้ตรวจดูว่าเป็นใครและเลือกที่จะรับสาย

“ใครหน่ะ? ไม่รู้เหรอว่าคุณกำลังรบกวนการนอนของใครบางคนอยู่? ถ้าคุณมีอะไรที่จะพูดก็พูดมันออกมาซะ ฉันจะได้กลับไปนอนต่อ” สือเหล่ยค่อนข้างโมโห เมื่อถึงเวลาที่เขากลับมาที่หอพัก มันก็เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่คำพูดของจางเหลียงเหลียงยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา และเขาเกือบจะตายด้วยเด็กน้อยคนนั้นอยู่แล้ว กว่าเขาจะหลับมันก็เกือบจะเช้าแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขายังนอนไม่พอและมันก็น่ารำคาญมากที่มีคนโทรมาหาเขาในเวลานี้

อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ เสียงนั้นค่อนข้างเขินอาย "พี่หิน งั้น....... ขอโทษนะ ฉันไม่รู้ว่าพี่กำลังนอนอยู่......"

หลังจากได้ยินเสียงน้ัน สือเหล่ยก็ตื่นขึ้นมาทันที มันเป็นซุนอี้อี้

เขาลุกขึ้นนั่งอย่างฉับพลันและมองไปที่โทรศัพท์ มันเป็นเธอจริงๆ

"โอ้ อี้อี้เหรอ ไม่เป็นไรๆ ฉันกำลังจะลุกพอดี เมื่อคืนฉันกลับมาดึกไปสักหน่อย ทำไมเธอถึงโทรหาฉันเหรอ? เกิดอะไรขึ้นกับคุณป้า?"

ซุนอี้อี้รีบพูดออกมา "ไม่ ไม่ แม่ไม่เป็นอะไร วันนี้เธอไปโรงพยาบาลและหมอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและบอกกับแม่ตามที่เราบอกไว้ หมอบอกว่าสถานการณ์ของเธอดูดีขึ้นหลังจากการสังเกต และพวกเขาก็สามารถผ่าตัดได้ในวันถัดไป"

"ประเสริฐ”

"พี่หิน ฉันอยู่ที่โรงเรียนของพี่ แต่ฉันไม่รู้ว่าพี่อยู่ที่ไหน....."

"ฮะ? เธออยู่ไหน? รอฉันก่อน ฉันจะไปหาเธอตอนนี้เลย! " สือเหล่ยรีบใส่เสื้อผ้าของเขา

 

**ขออนุญาตเปลี่ยนสรรพนามที่อี้อี้เรียกสือเหล่ยใหม่นะครับ จากคุณเป็นพี่ น่าจะเข้ากว่า

จบบทที่ ตอนที่ 37 - ความสัมพันธ์ ≠ การแต่งงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว