เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)

บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)

บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)


บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)

 

ร่องรอยของคราบน้ำตายังปรากฏอยู่บนใบหน้า  ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ  เธอเม้มริมฝีปากแน่นคล้ายกลับว่าพยายามทำตัวเข้มแข็ง  ทั้งหมดนี้ฉีเซิงแสดงออกมาทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูช่างน่าสงสาร น่าเห็นใจมากขึ้น “คุณป้าคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณป้าทำเพื่อหนูนะคะ  เราก็เป็นลูกผู้หญิงเหมือนกันคุณป้าคงจะเข้าใจใช่ไหมคะว่าหนูรู้สึกอย่างไร  หนู...”

ประโยคของฉีเซิงกระแทกลงกลางใจคุณนายหนานกงโครมใหญ่  หนานกงเจิ้งไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก  เขาแอบมีบ้านเล็ก บ้านน้อยไว้ข้างนอกมากมาย  แต่หนานกงเจิ้งยังไว้หน้าเธอบ้าง ที่ไม่ยกผู้หญิงคนอื่นขึ้นมาตีเสมอเธอ หรือปล่อยให้บรรดาผู้หญิงเหล่านั้นท้องลูกนอกสมรสของเขา  เธอจึงยังพอทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้

เพราะเหตุผลที่เธอพูดคุณนายหนานกงเข้าใจดี  เธอจึงอดใจอ่อนไม่ได้  หากต้องทำให้อนาคตของเด็กสาวผู้อ่อนเยาว์และน่ารักคนนี้ต้องมาเดินตามรอยเท้าของเธอ  เธอขยับปาก แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้

“ลูกคิดดีแล้วใช่ไหม?”  พ่อซวีเอ่ยถามซวีเฉิ่งเยว่อย่างจริงจัง

ฉีเซิงพยักหน้ารับ “ค่ะ  หนูตัดสินใจดีแล้ว”

เธอมองไปยังหนานกงจิ่ง สีหน้าฉายแววความหดหู่สิ้นหวัง  หากแต่เมื่อหนานกงจิ่งสบตาเข้ากับเธอ เขากลับมองเห็นความเฉยชาภายในดวงตาของเธอ  แม้ว่าที่หางตาจะปรากฏร่องรอยของหยดน้ำตา แต่ภายในส่วนลึกของดวงตาคู่นั้นกับดูสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น  พลันในใจของหนานกงจิ่งก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น  ซวีเฉิงเยว่ไม่ควรจะมีท่าทางเช่นนี้....

แต่ต่อให้เขาคิดเช่นนั้น  กระนั้นความต้องการที่จะถอนหมั้นกับซวีเฉิงเยว่กลับมีมากกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น  ซึ่งรวมไปถึงความรู้สึกผิดที่เขามีต่อซวีเฉิงเยว่ด้วย  หนานกงจิ่งจึงจ้องมองไปที่เธอด้วยสายตาแสนเย็นชา

“เฉิงเยว่  นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่มันมีผลกระทบต่อพวกเราทั้งสองตระกูล  ลุงว่าหนูใจเย็นแล้วลองกลับไปคิดดูใหม่ก่อนดีไหม?”  สิ่งที่หนานกงเจิ้งคิดในตอนนี้เพียง ‘ ถ้าคุณพ่อรู้ว่าเด็กสองคนนี้ถอนหมั้นกัน  เขาได้ฆ่าฉันตายแน่ๆ’

ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม  การถอนหมั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นเด็ดขาด และเหนือเหตุผลอื่นใดหนานกงเจิ้งกลัวว่าพ่อของเขาจะรู้เรื่องนี้ที่สุด

‘ไอ้เด็กเหลือขอคนนี้... มันกล้ามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นในบ้านของตัวเอง ตอนที่คู่หมั้นยังอยู่ได้ยังไง  ประมาทเกินไปแล้ว!  เห็นทีฉันคงต้องสั่งสอนมันให้ระวังมากกว่านี้ ’

“คุณหนานกง”  ทันใดนั้นฉู่ถางก็เอ่ยขึ้นดับฝันกลางวันของหนานกงเจิ้ง  หนานกงเจิ้งรีบหันกับไปมองฉู่ถางด้วยท่าทางนอบน้อม

ริมฝีปากของฉู่ถางยกขึ้นเล็กน้อย “ฉันคิดว่าคุณผู้หญิงท่านนี้ คงจะตัดสินใจดีแล้ว   ฉันหวังว่าคุณจะทำตามที่เธอต้องการโดยรวดเร็ว เพื่อให้เธอพบความสุขอย่างที่เธอต้องการ”

หนานกงเจิ้ง แอบเหลือบตาไปมอง ซวีเฉิงเยว่ด้วยหางตา ‘เธอมีความสามารถจริงๆ ที่ทำให้ฉู่ถางออกหน้าให้เธอได้....’

“นั่นสิครับ  ผมเข้าใจแล้ว”  ฉู่ถางเป็นคนประหลาด ทุกคนรู้กิตติศัพท์ของเขาดี  เขาสามารถทำลายคน คนนึงได้เพียงเพราะคนคนนั้นไม่เห็นด้วยกับเขา  หนานกงเจิ้งจึงไม่กล้าทำให้เขาขุ่นเคือง

นอกจากฉีเซิงและหนานกงเจิ้ง  ทุกคนในที่นี้ต่างไม่มีใครรู้ว่าฉู่ถางเป็นใคร ทุกคนจึงอดประหลาดใจไม่ได้ว่า ทำไมหนานกงเจิ้งถึงต้องพูดจานอบน้อมกับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าขนาดนี้

อย่างไรก็ตามย่อมไม่มีใครกล้าเอ่ยปากตาม

หนานกงเจิ้งสามารถประวิงเวลาออกไปได้อีกสามวัน  โดยยกเหตุผลว่าต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมจัดงานแถลงข่าวถอนหมั้น  หนานกงเจิ้งเชื่อว่าเวลาสามวันน่าจะพอเปลี่ยนใจซวีเฉิงเยว่ไม่ให้ถอนหมั้นได้

ก่อนจะแยกย้ายฉู่ถางได้ยื่นนามบัตรของเขาให้กับฉีเซิง  นามบัตรพื้นสีดำสนิท สลักด้วยตัวอักษรสีเงินยวง  ดูลึกลับ แต่กลับหรูหราในคราวเดียวกัน  บนนามบัตรมีเพียงชื่อ และเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น  แน่นอนว่านี่ย่อมเป็นเบอร์โทรส่วนตัวของเขา

ฉีเซิงนั่งอยู่บนรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านของเธอ  คุณพ่อซวีผู้ซึ่งยังไม่หายสงสัย อดที่จะถามเธอไม่ได้ว่า “ลูกรัก... ผู้ชายคนเมื่อกี้ เป็นใครหรอ”

เด็กหนุ่มอายุน้อยที่ทำให้หนานกงเจิ้งแสดงท่าทางยำเกรงได้ขนาดนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่! แต่เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร

“ฉู่ถาง” ฉีเซิงส่งนามบัตรที่ได้มาให้กับคุณพ่อซวี  คำสองคำ ฉู่-ถาง  ถูกพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนบนนามบัตรราวกับต้องการประกาศศักดา

เมื่อคิดทบทวนชื่อ ฉู่ถางจากในบรรดาคนทั้งหมดที่พ่อซวีรู้จัก  คนคนนึงก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของคุณพ่อซวี  ชายผู้เป็นดั่งตำนานของวงการธุรกิจ  ผู้ซึ่งครั้งนึงเคยมีเสี้ยวหน้าอันเลือนรางปรากฏอยู่บนนิตยสารการเงินชื่อดังของประเทศ

‘ฉู่ถาง...ฉู่ถางคนนั้นน่ะนะ?’

ฉีเซิงพยักหน้ารับเบาๆ เมื่อเดาได้ว่าพ่อซวีกำลังคิดอะไรอยู่  ‘ถูกต้องแล้ว  ฉู่ถางคนนั้นนั่นแหละ’

เธอละความสนใจจากคุณพ่อซวี ผู้ซึ่งตกตะลึงกับคำตอบ  จากนั้นค่อยๆบันทึกชุดตัวเลขที่อยู่บนนามบัตรลงในโทรศัพท์มือถือของเธออย่างใจเย็น ‘อย่างน้อยในสายตาของเจ้าคนวิตถารเธอคงจะดูไม่แย่สักเท่าไหร่  การจะทำภารกิจให้สำเร็จคงไม่ใช่เรื่องยาก’

จนกระทั่งรถเคลื่อนเข้าเขตคฤหาสน์ของตระกูลซวี  คุณพ่อซวีจึงดึงสติของตนกลับมาได้

“ลูกรัก  หนูไม่ได้ถอนหมั้นกับเจ้าหนูหนานกง เพราะคุณคนนั้นหรอกใช่ไหม?”

จากคำถามของพ่อของซวีเฉิงเยว่ เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างจะมีความคิดที่ล้ำเหนือจินตนาการ  ริมฝีปากฉีเซิงกระตุกเบาๆ ‘ถามหน่อยเถอะ  นี่คุณเป็นพ่อของฉันจริงๆใช่ไหมเนี่ย?’

สังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนักของฉีเซิง  พ่อซวีคิดว่าเขาคงพูดอะไรสักอย่างผิดไป “ลูกรัก... ลูกไม่ต้องไปเสียใจให้กับผู้ชายหลายใจพันธุ์นั้นให้เสียเวลา  เจ้าเด็กหนานกงนั่นต่างหากที่ไม่คู่ควรกับลูก  อีกอย่างตอนนี้ลูกก็มีผู้ชายดีๆ อย่างฉู่ถางอยู่ทั้งคน หนูต้องจับเขาให้อยู่หมัดนะลูก!”

‘แนะนำแจ่มเว่อร์! พูดอย่างกับว่าผู้ชายอย่างฉู่ถางจะอยู่นิ่งๆให้ทุบหัว  แล้วลากเข้าถ้ำไปอย่างงั้นแหละ!’

ฉีเซิงส่ายหน้าอย่างละเหี่ยใจ  เธอเลือกที่จะเมินคุณพ่อซวีผู้ซึ่งมีจิตนาการการอันเหนือล้ำ  ตอนนี้เธอหาโอกาสถอนหมั้นได้สำเร็จแล้ว ก็หมายความว่าเธอทำภารกิจหลักสำเร็จไปแล้วหนึ่งเรื่อง –ภารกิจตีตัวออกห่างเจ้างั่งหนานกงจิ่ง

‘แต่ต่อไปถ้าหากมีโอกาสได้เหยียบยอดหน้าเจ้างั่งนั่นสักครั้งสองครั้ง  เธอจะทำมันแน่นอน!  ยินดีบริการเป็นพิเศษแถมให้เลย!  อย่างไรก็ตามฉันอยากจะรู้นัก  เมื่อไม่มีซวีเฉิงเยว่เป็นตัวช่วยกระตุ้นความสัมพันธ์ หนานกงจิ่งกับซูอี้อี้จะยังรักกันหวานชื่นเหมือนในเนื้อเรื่องเดิมไหม?’

‘ยายหนู!  รอพ่อด้วยสิลูก  บอกพ่อหน่อยหนูไปรู้จักกับฉู่ถางได้ยังไง?  ทำไมเขาถึงให้เบอร์โทรส่วนตัวกับลูก?  หรือเขาจะชอบหนู?  โอ้วว.. ลูกรักถ้าเขาชอบหนู อย่างงั้นลูกต้องเดินหน้าเต็มสูบเลยน่ะ จับฉู่ถางให้อยู่หมัด!  เอาให้เจ้าเด็กหนานกงนั่นกระอักเลือดตายไปเลย!’

#คุณพ่อของฉันเป็นคนประหลาดมาก  แก้ยังไงดี?  ด่วนมาก...กำลังรอคำตอบ#

#จับได้ว่า ว่าที่ลูกเขยนอกใจลูกสาวของฉัน  โปรดแนะนำวิธีให้กำลังใจลูกสาวในการหาผู้ชายคนใหม่ ไปเหยียบยอดหน้าไอ้หนุ่มนั่น#

งานแถลงข่าวการถอนหมั้นถูกจัดขึ้นในอีกสามวันต่อมา  เนื่องจากตอนที่ซวีเฉิงเยว่และหนานกงจิ่งหมั้นหมายกันนั้น  เมื่อประกาศข่าวการหมั้นออกไปคู่ทั้งคู่ก็ถูกจับตามองเป็นพิเศษ  เพราะถือได้ว่าเป็นคู่รักตัวอย่าง ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก  ดังนั้นเมื่อข่าวการถอนหมั้นถูกแพร่ออกไปจึงทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก  เหตุผลของการถอนหมั้นในครั้งนี้ถูกอธิบายอย่างคลุมเครือ จึงส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างหนาหู

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึงข่าวการถอนหมั้นที่เกิดขึ้น หนึ่งในคนที่เป็นตัวต้นเหตุของข่าวกลับนั่งอยู่ในภัตตาคารหรูหราระดับไฮเอนด์  ตรงข้ามของเธอคือจอมวายร้ายหมายเลขหนึ่งของเรื่อง ทั้งๆที่ตอนส่งข้อความเธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบกลับมา  แต่...เขาตอบ!!  ไม่ใช่แค่ตอบข้อความกลับ ฉู่ถางยังตอบรับคำชวนรับประทานอาหารเย็นของเธออีกด้วย  ความผิดปกตินี้ทำให้เธอตกใจกลัวจนแทบฉี่ราด!!

ฉีเซิงพยายามบังคับริมฝีปากให้ยกยิ้ม “ไม่ทราบว่าคุณฉู่มองดิฉันพอรึยังคะ?”

‘ถ้าหมอนี่ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอต้องพยายามนอ..*อะแฮ่ม* เดทด้วย ป่านนี้เธออัดเจ้าหมอนี่เละเป็นโจ๊กไปแล้ว!!’

นานมากกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่เธอกับเขานั่งอยู่ด้วยกันตรงนี้  และตลอดเวลาฉู่ถางก็เอาแต่จ้องเธอตาเป็นมัน  สายตาของเขาทำให้เธอตัวแข็งทื่อและอดขนลุกอย่างช่วยไม่ได้

“คุณนี่เป็นผู้หญิงที่ใจกล้านะคุณซวี  วันก่อนเพิ่งประกาศถอนหมั้น แต่วันนี้กลับชวนผมมาออกเดท  คุณไม่กลัวว่านักข่าวจะเขียนข่าวถึงคุณหรอ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า สายตาเจ้าเล่ห์ของฉู่ถางสำรวจความรู้สึกบนใบหน้าของเธออย่างเปิดเผย

ฉีเซิงใช้มือขวาจับมือซ้ายของเธอไว้  ขณะที่ในใจท่องวนไปวนมา ‘ทุบเจ้าบ้านี่ไม่ได้!  หมอนี่คือว่าที่แฟนของเธอ! เธอจะทุบเขาไม่ได้!  ฮึบไว้...ฮึบ!’

เธอพยายามรักสาสีหน้าไว้อย่างอดทน “ดิฉันแค่อยากจะเลี้ยงอาหารตอบแทน  ที่คุณฉู่ช่วยออกหน้าช่วยเหลือในวันนั้น”

“แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่า...”  ฉู่ถางชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “คุณอยากจะตบผมเต็มทน”

‘พุทโธ่พุทถัง  ใครเขาอยากจะตบนายกันเล่า  เชื่อฉันเถอะ  ฉันแค่อยากจะนอ..เดทกับนาย!’

“คุณฉู่นี่เป็นคนมีอารมณ์ขันดีนะคะ”  ฉีเซิงยิ้มกว้างก่อนจะตัดเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย “คุณหิวหรือยังคะ?  ถ้ายังไงเราทานอะไรกันก่อนดีไหมคะ?”

นั่งเฉยๆมาครึ่งชั่วโมง  เธอสังเกตว่าบริกรหนุ่มซึ่งอยู่ไม่ไกลส่งสายตาขำขันมายังพวกเธออยู่เนืองๆ  ที่สำคัญเธอยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง  ซึ่งตอนนี้มันทุ่มนึงแล้ว ตอนนี้เธอหิวจนไส้จะขาดแล้ว!!

‘ช่วยแสดงความเป็นสุภาพบุรุษหน่อยได้ไหม?  นายไม่เห็นหรอว่ามีคนหิวจนจะเป็นลมนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้?!’

ฉู่ถางเอ่ยต่อ “ผมเพิ่งทานของว่างก่อนจะออกมาที่นี่”

‘อะไรนะ!!  นายกินก่อนที่จะออกมาเดทกับฉัน!  ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว!!!’

เมื่อเห็นคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกัดฟันกรอด  ฉู่ถางก็รู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก  ดวงตาของเขาโค้งลงราวกับพระจันทร์เสี้ยว  ส่งผลให้ไอความชั่วร้ายที่ลอยวนเวียนอยู่รอบๆตัวสลายหายไปทันที  ฉู่ถางที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอดูงดงามราวกับเทวดาตกสวรรค์

ฉีเซิงตัวสั่นเมื่อความคิดนี้ผุดเข้ามาในหัว  เธอรีบกดความคิดไร้สาระนี้ไว้ด้วยการ รีบหาอะไรสักอย่างมากิน ก่อนที่เธอจะคิดเลอะเทอะไปมากกว่านี้

จบบทที่ บทที่ 5 คุณหนูผู้มั่งคั่ง (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว