เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)

บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)

บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)


บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)

ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ประดับประดาอย่างหรูหราสวยงาม  มีเสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมอย่างไพเราะเพราะพริ้ง บรรดาผู้ชายผู้หญิงที่สวมชุดหรูหรามีราคากำลังยืนจับกลุ่มคุยกันกระจัดกระจายเป็นกลุ่มๆอยู่ทั่วห้อง

ฉีเซิงนั่งอยู่ในมุม มุมหนึ่งของห้องโถง สีหน้าของเธอสงบราบเรียบไม่มีร่องรอยของความรู้สึกใดๆปรากฏให้เห็นบนใบหน้า  งานเลี้ยงในวันนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อฉลองวันให้กับคุณนายหนานกง  และเป็นวันที่ซวีเฉิงเยว่ตั้งใจจะเปิดเผยเรื่องของซูอี้อี้กับพ่อแม่ของหนานกงจิ่ง

ความปรารถนาทั้งหมดของซวีเฉิงเยว่คือ การออกจากผู้ชายสวะอย่างหนานกงจิ่ง  ปกป้องตระกูลซวีและทดแทนพระคุณพ่อแม่ ทำให้พวกท่านมีชีวิตที่สงบสุขในชีวิตบั้นปลาย

“เฉิงเยว่  ทำไมเธอถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ?  แล้วคุณชายจิ่งไม่ได้อยู่กับเธอหรอ?”  พูดจบเธอก็นั่งลงข้างๆถัดจากฉีเซิง เจ้าของเสียงพูดเป็นสาวน้อยน่ารัก รูปร่างบอบบาง เส้นผมหยักศกคล้ายลอนคลื่นถูกปล่อยให้ระกับใบหน้าอันอ่อนเยาว์

จากข้อมูลที่ฉีเซิงได้รับมา  เจ้าหล่อนชื่อหลานเสวี่ย  ดูเผินๆเธอดูเหมือนจะเป็นเพื่อนที่แสนดีของซวีฉีเยว่  ใช่...ครั้งหนึ่งซวีเฉิงเยว่เองก็เคยคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น  ซวีเฉิงเยว่จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากหลานเสวี่ย  เมื่อคราวที่ตระกูลซวีเผชิญกับวิกฤติ  คราวนั้นไม่เพียงหลานเสวี่ยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เธอกลับพูดจาดูถูกถากถางเธอด้วยซ้ำ

ไหนจะเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหนานกงจิ่งและซูอี้อี้อีกล่ะ  ก็เป็นหลานเสวี่ยเพื่อนที่แสนดีคนนี้อีกนั่นล่ะ ที่คาบข่าวมาบอกซวีเฉิงเยว่

“ไม่รู้สิ”  ฉีเซิงตอบเสียงเรียบ

“ฮึ..แม่คนแผนสูง!  อย่ามาทำตัวแสนดีใกล้ๆฉัน  รีบๆไสหัวไปไกลๆ  ไป๊ !!  ชิ่วๆ !!

หลานเสวี่ยพบว่าปฏิกิริยาตอบรับของซวีเฉิงเยว่ออกจะประหลาดไปนิดนึง  แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะคิดว่าซวีเฉิงเยว่อาจจะกำลังอารมณ์ไม่ดีก็ได้  หากเธอเป็นซวีเฉิงเยว่  แล้วเห็นคู่หมั้นไปทำตัวสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่น  เธอก็คงจะรับไม่ได้เหมือนกัน

“เฉิงเยว่  เมื่อกี้ฉันเห็นซูอี้อี้ด้วยล่ะ”  เสียงของหลานเสวี่ยเต็มไปด้วยความกังวล  แต่สีหน้าของเธอกลับไม่ได้เป็นเหมือนกับน้ำเสียงของเธอนัก

“คุณชายจิ่งเป็นคู่หมั้นของเธอ  เธอจะปล่อยให้ยัยผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นฉกไปไม่ได้น่ะ”  หนานกงจิ่งมักจะถูกเรียกว่าคุณชายจิ่งจากคนในวงการธุรกิจ  เนื่องจากพ่อของเขายังไม่ได้ยกตำแหน่งผู้สืบทอดให้กับเขา

ฉีเซิงกวาดตามองท่าทีของหลานเสวี่ย  เจ้าหล่อนไม่ได้พยายามที่จะปกปิดเจตนาที่แท้จริงแม้แต่น้อย

ฉีเซิงอดประหลาดใจไม่ได้ ‘ยัยซวีเฉิงเยว่ต้องตาถั่วขนาดไหนที่มองว่า แม่นี่หวังดี?”

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง  ที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า  IQ  ของตัวร้ายผู้หญิงและตัวประกอบมักจะอยู่ใน่โหมดออฟไลน์เสมอ

“ซูอี้อี้มางานนี้ได้ยังไง?” ฉีเซิงเอ่ยถามหลานเสวี่ยแกนๆ  เธอยังไม่คิดจะเป็นศัตรูกับหนานเสวี่ยในตอนนี้

แน่นอน...ฉีเซิงรู้อยู่แล้วงานนี้นากเอกต้องมา  ปกตินิยายทุกเรื่อง  นอกจากพระเอกแล้ว นางเอกมักจะมีชายหนุ่มฐานะสูงส่งไม่ยิ่งหย่อนกว่าพระเอกมาอุทิศตัวดูแลเธอด้วยความปรารถดีอยู่เสมอ

และนั่นล่ะบทของหลิงฮ่าว...พระรองอันดับหนึ่ง ผู้ควงซูอี้อี้มางานนี้

“หล่อนมากับคุณชายเล็กตระกูลหลิง  เล่นหูเล่นตากับคุณชายจิ่งแล้ว ยังจะหน้าด้านไปยั่วยวนคุณชายหลิงอีก  วิธีต่ำตมไร้ยางอายอย่างนี้  ไม่รู้ว่าแม่นั่นไปร่ำเรียนมาจากที่ไหน”  สีหน้าของหลานเสวี่ยเต็มไปด้วยความเดือดดาล

ฉีเซิงกำลังจะเอ่ยปากตอบ  แต่เธอกลับถูกขัดด้วยน้ำเสียงอันน่าดึงดูดเสียงหนึ่งจากทางด้านข้างของเธอ หากตั้งใจฟังดีๆจะสัมผัสได้ถึงความอดกลั้นในน้ำเสียงนั้นด้วย

“เธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้?”

“คุณชายจิ่ง”  หลานเสวี่ยรีบลุกขึ้นยืนแทบทันที  ความกังวลในใจเริ่มก่อตัวขึ้นทันที

‘คุณชายจิ่ง คงไม่ได้ยินที่เธอพูดหรอกใช่ไหม?’

หนานกงจิ่งพยักหน้าให้หลานเสวี่ยอย่างเย็นชาและไม่เป็นมิตร  หลานเสวี่ยขยิบตาส่งสัญญานให้กับฉีเซิงก่อนจะขอจากไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งไว้แค่ฉีเซิงและหนานกงจิ่ง

ฉีเซิงเงยหน้าขึ้นสำรวจใบหน้าของหนานกงจิ่ง  ในฐานะพระเอกแน่นอนว่ารูปร่างหน้าตา และออร่าของหนานกงจิ่งย่อมโดดเด่นแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป  เธอแอบเดาะลิ้นด้วยความอัศจรรย์ใจ  แม้ว่าสีหน้าของเธอจะดูเหมือนเฉยชาอยู่ก็ตาม เธอไม่ลุกขึ้นด้วยซ้ำ

“ฉันแค่รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายเลยนั่งพัก” เสียงนี้ย่อมเป็นเสียงของซวีเฉิงเยว่ที่หนานกงจิ่งเคยได้ยิน  แต่แทนที่เสียงของเธอจะน่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อน  ตอนนี้น้ำเสียงของเธอกลับเรียบเฉย ‘วันนี้ซวีเฉิงเยว่กินยาผิดมาหรือไง’

“คุณแม่ของฉันกำลังตามหาเธออยู่”  หนานกงจิ่งนึกจุดประสงค์ที่เขาตามหาเธอขึ้นมาได้

เมื่อก่อนเขาไม่เคยต้องเดินตามหาเธอด้วยซ้ำ  เพราะเธอมักจะเกาะติดเขาไปแทบจะทุกที่  แต่วันนี้เธอกลับไม่มาวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา  การที่ต้องออกมาเดินตามหาเธอครั้งนี้มันทำให้เขาหงุดหงิด  ยิ่งหนานกงจิ่งนึกถึงตอนที่เห็นซูอี้อี้เดินควงแขนเข้ามาในงานพร้อมกับหลิงฮ่าว  ความโกรธในใจของเขายิ่งพุ่งพรวด  ยิ่งเมื่อเห็นสองคนนั้นทำท่าทางสนิทสนมกันเป็นพิเศษ  สายตาที่มองมาที่ฉีเซิงยิ่งดูเกรี้ยวกราด

“มองฉันทำไม?  วันนี้ฉันยังไม่ได้เข้าไปวุ่นวายกับนายด้วยซ้ำ!”  ฉีเซิงรู้สึกรำคาญสายตาทิ่มแทงของเขา

‘อะไรกันยะ? แค่เพราะว่านายเป็นพระเอกใช่ไหม นายถึงจะไปเดทกับใครก็ได้  ทั้งๆที่มีคู่หมั้นอยู่ทนโท่ทั้งคน?  ต่อให้นายไม่ชอบคู่หมั้นของนายแค่ไหน  นายก็ควรไปถอนหมั้นกับเธอให้เรียบร้อยก่อน  แล้วค่อยไปคบหาดูใจกับคนนายชอบ นี่สิถึงจะเป็นลูกผู้ชายตัวจริงและถือได้ว่าเป็นการกระทำที่รับผิดชอบต่อทั้งคนรักและคู่หมั้น !!!’

“วันนี้อย่าก่อเรื่องวุ่นวาย” หนานกงจิ่งกดเสียงต่ำเตือน

“ โอ้ ! นี่หน้าตาฉันดูเหมือนพวกชอบก่อเรื่องเรอะ? ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งมากเข้าใจไหม?  เข้าใจตรงกันนะ!!’

ทั้งคู่เดินตรงไปยังบันไดชั้นบน ระหว่างทางฉีเซิงปิดปากเงียบ เธอไม่พูดไม่จาไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับหนานกงจิ่งทั้งสิ้น

การที่ซวีเฉิงเยว่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน  หนานกงจิ่งคิดว่าเธอกำลังเล่นตัวเพื่อให้เขาสนใจ  ดังนั้นเขาจึงไม่เก็บการกระทำของเธอมาใส่ใจ  หนานกงจิ่งไม่เคยชอบเธอและไม่มีวันชอบ

ฉีเซิงผู้กำลังใช้ความคิด เพื่อหาหนทางในการถอนหมั้นผงะซวนเซหลุดออกจากภวังค์  เมื่อชนเข้ากับแผ่นหลังของหนานกงจิ่ง “เกิดอะ- ไรขึ้น?”  เธอกลืนคำถามลงท้องทันที  เมื่อเห็นว่าใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

‘นี่คงตรงกับสำนวนที่ว่า ‘หนทางคับแคบพานพบศัตรูใช่ไหม?  ซูอี้อี้กับหลิงฮ่าวกำลังยืนอยู่ข้างหน้า  ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขากำลังจับมือกันอยู่!!!’

หญิงสาวหน้าตาน่ารักแบบไร้เดียงสา ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปนั้นคือซูอี้อี้    เธอสวมชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ที่ออกแบบมาอย่างประณีต  ตัวชุดออกแบบมาให้รัดตรึงช่วงเอวเพื่ออวดเอวที่เพียวบาง เธอดูสวยบริสุทธิ์ไร้ที่ติ เมื่อรวมกับการแต่งหน้าอย่างเบาๆของเธอ

เมื่อสายตาของเธอประทะเข้ากับหนานกงจิ่ง  ซูอี้อี้ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ  ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก  อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอสังเกตเห็นฉีเซิงยืนอยู่ด้านหลังของหนานกงจิ่ง  ร่องรอยความเจ็บปวดก็ฉายแววขึ้นบนใบหน้าของเธอทันที

ฉีเซิงเดินเยื้องผ่างผ่านหน้าหนานกงจิ่งก่อนจะพูดกับเขาว่า “ฉันจะล่วงหน้าไปหาคุณป้าก่อนนะ”

“คุณซวีคะ  อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ”  ซูอี้อี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร  เธอแสดงสีหน้าราวกับว่ากลัวฉีเซิงจะเข้าใจเธอผิด

ฉีเซิงชะงักฝีเท้าและหยุดลงตรงหน้าของซูอี้อี้  เธอปรายตามองซูอี้อี้  “อะไรที่คุณซู คิดว่าดิฉันเข้าใจคุณผิดคะ?”

‘แหม...คุณนางเอกผู้ยิ่งใหญ่! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ  หล่อนจะมาตอแยฉันทำไม ?’

“ฉัน....”  ซูอี้อี้สะอึก  เห็นได้ชัดว่า เธอตั้งตัวไม่ถูกกับท่าทางของฉีเซิง

“อย่าให้มันมากไปนักนะซวีเฉิงเย่ว!”  หนานกงจิ่งส่งเสียงตำหนิ

‘ไปตายซะไอ้กร๊วก!! ฉันคนนี้ทำอะไร?  ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ  อย่าถือหางกันให้มากเกินไปหน่อยเลยน่า’ ฉีเซิงสูดลมหายใจลึก

“เผอิญว่าวันนี้ฉันอารมณ์ดี  ฉันจึงไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำกับพวกคุณ”

[ โฮสต์  กรุณาหยุดคิดหาวิธีฆ่าพระเอก] เสียงเย็นเยียบของระบบดังขึ้นขัดขวางจินตนาการของฉีเซิง

ฉีเซิงฮัมในลำคอตอบรับระบบ  ก่อนจะผละมุ่งหน้าไปหาคุณนายหนานกง

มองตามแผ่นหลังของคนที่เดินจากไป  หนานกงจิ่งค่อนข้างจะประหลาดใจ ‘วันนี้ซวีเฉิงเยว่คงจะกินยาผิดมาจริงๆนั่นแหละ’

“ช่วยดูและเธอแทนฉันด้วย”  หนานกงจิ่งมองหลิงฮ่าว

“ไม่จำเป็นต้องให้นายมาสั่ง  ยังไงฉันก็ดูแลกระต่ายน้อยของฉันอยู่แล้ว”

ความสงสัยของหนานกงจิ่งที่มีต่อซวีเฉินเยว่บินหายไปทันที  เมื่อได้ยินประโยคยั่วโมโหของหลิงฮ่าว เขาเขม้นมองหลิงฮ่าว ก่อนจะลูบหัวซูอี้อี้อย่างปลอบประโลม “อย่ากังวลไปเลยนะอี้อี้  ฉันจะรีบแก้ปัญหาเรื่องซวีเฉิงเยว่ให้เร็วที่สุด”

ซูอี้อี้กัดริมฝีปากของเธอก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

โถงทางเดินกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง  ทันใดนั้นประตูบานหนึ่งก็เปิดออก  บอดี้การ์ดร่างกายกำยำสองคนก็เดินเข้ามา  พวกเขาเบี่ยงตัวออกมายืนอยู่ข้างๆประตูอย่างสุภาพ  จากชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินออกมาจากประตูบานนั้น  ชายคนนี้ไม่ได้สวมชุดทักซิโด้เหมือนกับคนอื่นๆที่มาร่วมงาน  บนร่างกายของเขามีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขายาวสีดำสนิท  ปลายแขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย จนเผยให้เห็นนาฬิกาแบรนด์ดัง เขาก้าวเดินไปบนโถงทางเดินที่ไร้ผู้คนอย่างไม่รีบร้อน มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 2  คุณหนูผู้มั่งคั่ง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว