เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 59-60 : คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ (9-10)

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 59-60 : คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ (9-10)

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 59-60 : คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ (9-10)


ตอนที่ 59 – คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ (9)

ซ่งจิงเฉินจับโต๊ะเพื่อพยุงตัวเองขึ้นยืน และเดินตรงไปที่ประตู สายตาของเธอพร่ามัวไปหมด ร่างกายก็โซเซไม่มั่นคง..

“คุณผู้หญิงระวังนะครับ..” พนักงานเสริฟเตือนเธอและกำลังจะเข้าไปช่วยพยุงแขนของเธอ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะไปถึงตัวซ่งจิงเฉิน เธอก็ล้มลงใส่เก้าอี้แล้วร่างทั้งร่างก็ตกลงไปกับพื้น

พื้นห้องถูกปูด้วยพรมหนา.. ซ่งจิงเฉินจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เธอนอนลงไปกับพื้น ดวงตาแดงกร่ำคู่นั้นเต็มไปด้วยน้ำตา..

พนักงานเสริฟรีบนั่งลงข้างๆเธอและถามด้วยความเป็นห่วง.. “คุณผู้หญิงครับ.. เป็นยังไงบ้างครับ?”

ซ่งจิงเฉินเงยหน้ามองหาต้นทางของเสียงและเริ่มคร่ำครวญ “ฉันจะทำยังไงดีเพื่อจะได้ไม่ต้องไปนรก? ทำไมฉันจะต้องไปที่นรกนั่นในวันเกิดของตัวเองด้วย?”

ซ่งจิงเฉินจับแขนเสื้อของพนักงานเสริฟไว้แน่นราวกับว่าเขาจะช่วยอะไรเธอได้ “บอกฉันสิ.. ฉันต้องทำยังไงถึงไม่ต้องไปที่นรกนั่น?”

พนักงานเสริฟไม่รู้ว่า ‘นรก’ ที่หญิงสาวพูดถึงคืออะไรกันแน่ แต่เขาสรุปเอาเองว่าน่าจะเรื่องเกี่ยวกับที่ทำงาน เขาจึงตอบเธออย่างสุภาพว่า “คุณผู้หญิงครับ.. คุณเมามากแล้ววันนี้ และผมว่าคุณคงไปทำงานไม่ได้แล้วล่ะ ทำไมคุณไม่โทรหาเจ้านายและขอลาหยุดหนึ่งวันล่ะ?”

-ลาหยุดงั้นเหรอ?- ซ่งจิงเฉินตาโตทันที..

“ใช่แล้ว.. ลาหยุด.. ฉันต้องการลาหยุดหนึ่งวัน..” ซ่งจิงเฉินพยักหน้าและพึมพำกับตัวเอง เธอรีบหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาและเลื่อนไปยังรายชื่อผู้ แต่เธอก็หาเบอร์ของซูซินเหยินไม่เจอ เธอจึงยื่นโทรศัพท์ให้กับพนักงานเสริฟและบอกกับเขาว่า.. “ช่วยหาชื่อที่พิมพ์ว่า -ไอ้บ้าซู- ให้หน่อย?”

.....

ซูซินเหยินมีประชุมด่วนในช่วงเย็น.. และเมื่อเขามาถึงที่ออฟฟิสก็ราวหนึ่งทุ่มแล้ว..

ซูซินเหยินทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า.. แล้วใช้นิ้วลงนวดตรงกลางระหว่างคิ้ว และตรงหัวตา เขาเหลือบไปเห็นกล่องเค้กวันเกิดที่ตกแต่งอย่างประณีตสวยงาม

ซูซินเหยินนิ่งไปชั่วครู่.. ก่อนจะหันไปจ้องมองกล่องอย่างจริงจัง จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นช้าๆและเดินตรงไปยังกล่องนั่น กล่องด้านบนใส.. เผยให้เห็นหน้าเค้กที่ตกแต่งด้วยครีมอยู่ข้างใน

ประตูห้องทำงานถูกผลักให้เปิดออกและตามด้วยเสียงเคาะประตูอีกหนึ่งชุด ซูซินเหยินขมวดคิ้วขณะที่หันไปมอง เช็งจิงฉงเดินเข้ามาเดินเข้ามาอย่างรีบร้อนพร้อมด้วยเอกสารในมือหลายชุด “CEO ซูคะ.. เอกสารพวกนี้เป็นเอกสารด่วน..”

เช็งจิงฉงหยุดนิดหนึ่งเมื่อเหลือบไปเห็นเค้กที่วางอยู่ข้างซูซินเหยิน ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงปกติว่า “..ที่ท่านต้องเซ็นต์ค่ะ”

ซูซินเหยินพยักหน้าขณะที่หยิบเอกสารมา.. เขาเปิดเอกสารดูและเมื่อมั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เขาก็เดินอ้อมโต๊ะในห้องทำงานเพื่อจัดการเซ็นต์เอกสารเหล่านั้น ซูซินเหยินคืนเอกสารที่เซ็นต์เรียบร้อยแล้วให้กับเช็งจิงฉง ขณะที่เลขาของเขากำลังจะหันหลังเดินออกไป จู่ๆซูซินเหยินก็เรียกเธอไว้..

“เดี๋ยวก่อน..”

เช็งจิงฉงหันกลับมาด้วยความประหลาดใจ “มีอะไรจะสั่งเหรอคะ CEO ซู?”

ริมฝีปากของซูซินเหยินเหยีดเป็นเส้นตรง.. หลังจากเงียบอยู่ราวสองวินาที เขาก็ชี้ไปที่เค้กบนโต๊ะและพูดว่า “เอานี่ไปทิ้ง..”

วันนี้ของทุกๆปี.. ซูซินเหยินจะโทรบอกให้เธอสั่งเค้กวันเกิดในตอนเช้า.. และก็จะสั่งให้เธอนำไปทิ้งในตอนเย็น..

แม้จะเป็นแบบนี้อยู่ทุกๆปี.. เช็งจิงฉงก็ยังคงสะดุ้งนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้าและตอบด้วยเสียงเบาๆ “ค่ะ” แล้วจึงยกกล่องเค้กออกไปจากห้องทำงานของเขา

ตอนที่ 60 – คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ (10)

เมื่อได้เวลาหนึ่งทุ่มตรง.. เช็งจิงฉงก็กลับมาที่ห้องทำงานของซูซินเหยิน และเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ กำลังจ้องมองไปที่แสงไฟในเมือง ท่าทางของซูซินเหยินในแบบนี้ทำให้ดูมีเสน่ห์แบบเศร้าๆไม่เหมือนใคร เช็งจิงฉงถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ และยืนเปิดประตูนิ่งอยู่แบบนั้น..

ซูซินเหยินไม่ได้หันกลับไปมอง.. แต่เขาก็รู้ว่ามีใครบางคนยืนอยู่ด้านหลัง เขาคอยอยู่ราวสามสิบวินาที และเมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไร เขาจึงถามเสียงเบาว่า “มีอะไร?”

เช็งจิงฉงตัวสั่นด้วยความตกใจ.. แม้เธอจะรู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้หันมามองเธอ แต่เธอก็รีบหลบตาลงต่ำและพยายามพูดให้ปกติที่สุด “CEO ซูคะ.. คุณมีนัดทานข้าวเย็นตอนสองทุ่มค่ะ รถพร้อมแล้ว และได้เวลาออกเดินทางแล้วค่ะ”

ซูซินเหยินไม่ตอบ แต่ยังคงยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อเขาหันกลับมา โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น เช็งจิงฉงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและยื่นให้กับซูซินเหยิน “CEO ซูคะ.. สายของคุณค่ะ”

ซูซินเหยินรับโทรศัพท์มาและใบหน้าที่นิ่งเฉยของเขาก็ก้มลงเพื่อมองดูชื่อผู้ที่โทรเข้ามา เช็งจิงฉงมั่นใจว่าเธอเห็นนิ้วของซูซินเหยินสั่นอย่างแรงอยู่แว้ปหนึ่ง

เธอเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาของซูซินเหยินที่เอสทีเอ็มไพร์ (ST Empire) ตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ เธออยู่เคียงข้างเขามานานหลายปี และประสบภาวะขึ้นๆลงๆของบริษัทก็หลายครั้ง และในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เธอเองก็ไม่เคยพบว่าจะมีเรื่องอะไรที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของนายใหญ่ได้เลย แต่สายที่เข้ามานี้.. กลับทำเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน..

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น.. เช็งจิงฉงจึงแอบมองโทรศัพท์ของซูซินเหยินอย่างรวดเร็วและพบว่า.. ชื่อที่อยู่บนหน้าจอนั้นไม่ใช่ชื่อบุคคล แต่เป็นประโยคสั้นๆ -คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ-

คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ.. โห..เจ้าบทเจ้ากลอน.. ไม่อยากจะเชื่อว่า CEO ซูก็มีโมเม้นต์แบบนี้ด้วยเหรอ?

เช็งจิงฉงลืมตาขึ้นมองซูซินเหยิน และค่อนข้างประหลาดใจเมื่อเห็นเขาจ้องมองสายที่เข้ามาอย่างเหม่อลอย เช็งจิงฉงยังคิดว่าด้วยนิสัยของซูซินเหยิน.. เขาคงไม่รับสายอย่างแน่นอน แต่จู่ๆเขากลับกดรับสายและโบกมือให้เธอออกไปนอกห้อง

เช็งจิงฉงโค้งคำนับแสดงความเคารพก่อนจะหันหลังเดินออกไป ซูซินเหยินรอจนประตูปิดเขาจึงค่อยเอ่ยคำ.. “สวัสดี” ในโทรศัพท์ ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะได้ยินเสียงซ่งจิงเฉินงึมงำไม่ชัดเจน “ฉันต้องการลาหยุดหนึ่งวัน!”

ลาหยุดหนึ่งวัน? เพื่อไปฉลองวันเกิดกับจินยี่หนานอย่างงั้นเหรอ? เขารู้ว่านี่ไม่น่าจะใช่เหตุผลที่เขาโทรหาเธอ...

สายตาของเขาเย็นชาและตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิด.. “ฝันไปเถอะ!”

“ซูซินเหยิน.. ฉันต้องการลาหยุดหนึ่งวัน!” ซูซินเหยินขมวดคิ้วที่ได้ยินซ่งจิงเฉินเรียกชื่อของเขา และก่อนที่เขาจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ซ่งจิงเฉินก็สำรอกเหตุผลบ้าบอออกมามากมาย.. “ฉันต้องการลาหยุด.. เพราะฉันป่วย! เพราะฉันจะไปแต่งงาน! เพราะฉันจะไปคลอดลูก!”

คิ้วของซูซินเหยินขมวดเข้าหากันจนเป็นล่องลึก.. “ซ่งจิงเฉิน.. นี่คุณเสียสติหรือเปล่า?”

“ซูซินเหยิน..” ซ่งจิงเฉินไม่สนใจคำพูดของซูซินเหยิน และยังคงตะโกนเหตุผลบ้าบอของเธอต่อไป.. “ฉันต้องอยู่บ้านดูแลลูกของฉัน! ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณจะอนุมัติวันลาให้ฉันหรือเปล่า...”

ไอ้เวรเอ๊ย.. ฉันจะหยุด!

ซูซินเหยินโมโหจึงขู่เธอว่า.. “สองทุ่มตรง.. ถ้าผมยังไม่เห็นคุณอยู่ที่บ้านตอนสองทุ่มตรง.. ผมจะ..”

ก่อนที่ซูซินเหยินจะพูดจบ.. เขาก็ได้ยินเสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นที่ปลายสาย “สวัสดีครับ.. คุณเป็นเพื่อนของเจ้าของโทรศัพท์ใช่ไม๊ครับ?”

จบบทที่ ประกาศิตรัก : ตอนที่ 59-60 : คนที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ (9-10)

คัดลอกลิงก์แล้ว