เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 43-44 : 100 วันแห่งการอยู่ร่วมกัน (3-4)

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 43-44 : 100 วันแห่งการอยู่ร่วมกัน (3-4)

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 43-44 : 100 วันแห่งการอยู่ร่วมกัน (3-4)


ตอนที่ 43 – 100 วันแห่งการอยู่ร่วมกัน (3)

ซ่งจิงเฉินมาถึงบ้านพักของซูซินเหยินตอนหนึ่งทุ่มตรงเป๊ะ.. ซูซินเหยินออกจากบ้านไปแล้ว ห้องรับประทานอาหารที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนเมื่อตอนเธอออกไปนั้น ตอนนี้กลับสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่จานชามที่ใส่อาหารเช้าก็ถูกล้าง เช็ดแห้ง และเก็บเข้าชั้นวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ซ่งจิงเฉินนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกจนสี่ทุ่ม ก็ยังไม่เห็นเงาของซูซินเหยิน เธอจึงเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องนอนข้างบนที่เขาอนุญาติให้เธอใช้ คงเป็นเพราะเธอนอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืนก่อน หลังจากรีบอาบน้ำให้เสร็จๆ ซ่งจิงเฉินก็ปีนขึ้นเตียงไป และก็นอนหลับสนิทในเวลาอีกไม่นานนัก

เธอตื่นขึ้นมาอีกทีตอนสิบโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น มีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์ของเธอขณะที่เธอกำลังแปรงฟันอยู่ ข้อความถูกส่งมาจากจินยี่หนาน ซ่งซ่ง.. เครื่องบินกำลังจะเทคออฟ และพี่จะถึงปักกิ่งในอีกสองชั่วโมงครึ่ง

ซ่งจิงเฉินคาบแปรงสีฟันไว้ในปากและพิมพ์ข้อความตอบกลับไป เครื่องจะลงที่ประตูใหนคะ? เดี๋ยวฉันจะไปรับพี่?

อาจเป็นเพราะจินยี่หนานต้องปิดโทรศัพท์แล้ว เขาจึงพิมพ์เพียงตัวเลขหนึ่งตัวตอบกลับมา: 3

ซ่งจินเฉินเข้าใจความหมาย.. มันคือประตูที่ 3 แม้ข้อความที่ส่งมาจะมีเพียงสามข้อความ แต่ซ่งจิงเฉินก็อ่านแล้วอ่านอีกซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาของเธอเป็นประกาย ริมฝีปากเผยอยิ้มอย่างไม่ตั้งใจทุกครั้งที่อ่านข้อความพวกนั้น อีกเพียงสองชั่วโมงครึ่ง เธอก็จะได้เจอพี่ยี่หนานแล้ว..

ซ่งจิงเฉินพบกับจินยี่หนานที่สนามบินในเวลาบ่ายโมงครึ่ง เนื่องจากเส้นทางเข้าเมืองค่อนข้างหนาแน่น กว่าพวกเขาจะไปถึงก็ราวบ่ายสองกว่าแล้ว.. ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ทยอยปิดหลังเที่ยง สุดท้าย.. ทั้งซ่งจิงเฉินและจินยี่หนานจึงเลือกร้านอาหารตะวันตกเพื่อดื่มชาแทน..

....

มีประชุมบริษัทตอนบ่ายสามโมง.. แต่จนป่านนี้บ่ายสามโมงสิบนาทีแล้ว.. คนที่ปกติตรงต่อเวลาอย่างซูซินเหยินกลับยังไม่ออกจากออฟฟิส

เมื่อถึงเวลาบ่ายสามโมงสิบห้านาที เลขาของเขาก็ส่งเสียงเตือนเขาผ่านประตูห้องทำงาน แต่ประตูก็ยังคงปิดสนิท

บรรดาผู้จัดการที่กำลังนั่งคอยอยู่ที่ห้องประชุมต่างก็เร่งเร้าเลขาอยู่ตลอดเวลา ในที่สุด.. เมื่อถูกกดดันมากเข้า เลขาของเขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปเคาะประตูห้องทำงาน

แต่ก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน เธอรวบรวมความกล้าแล้วผลักประตูให้เปิดออก ซูซินเหยินยืนนิ่งอยู่ที่หน้าต่างบานกว้าง หรือเธอจะคิดไปเอง.. แต่เหมือนกับว่าเธอมองเห็นร่องรอยความเสียใจและโศกเศร้าของนายใหญ่ที่เย็นชาผู้นี้

เลขาของเขารีบสะบัดหัวไล่ภาพที่เห็นเมื่อครู่ออกไป เพราะเธอมั่นใจว่าเธอคงตาฝาดไป เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวย “ท่าน CEO ซูคะ?” เขายังคงนิ่งไม่ตอบ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากค่อยๆเดินเข้าไปในห้องทำงานเขาอย่างระมัดระวัง

ปกติแล้ว.. เจ้านายใหญ่ของเธอจะเป็นคนระมัดระวังตัวตลอดเวลา แต่ครั้งนี้เขากลับไม่เห็นว่าเธอกำลังยืนอยู่ทางด้านขวามือของเขา เมื่อได้อยู่ใกล้ชิด.. เลขาของเขาจึงจ้องมองซูซินเหยินอย่างละเอียดละออ เขากำลังยืนมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ทำให้เธออยากรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เพราะเธอสังเกตุเห็นร่องรอยความเศร้าโศกที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าที่สมส่วนของเขา

เลขาของเขารู้สึกประหลาดใจมากที่สุดในชีวิต เธอกระพริบตาหลายครั้งเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้ฝันไป เธอพยายามข่มความรู้สึกตัวเองให้สงบลงก่อนจะพูดอีกครั้งว่า “ท่าน CEO ซูคะ?”

ยังคงไม่มีเสียงตอบจากซูซินเหยิน เลขาของเขารออีกราวหนึ่งนาที และก่อนที่เธอจะอ้าปากพูดอะไรอีก ซูซินเหยินก็หันมาจ้องมองเธอและพูดว่า “มีอะไร?” ความอยากรู้อยากเห็นของเธอที่มีก่อนหน้านี้ได้อันตธาลหายไปหมด

“CEO ซูคะ.. คุณมีประชุมตอนบ่ายสามโมงค่ะ และตอนนี้ก็บ่ายสามครึ่งแล้ว” เลขานุการเตือนเขา และงงงันกับพฤติกรรมแปลกๆของเขา

ซูซินเหยินพึมพำในลำคอ และก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

ตอนที่ 44 – 100 วันแห่งการอยู่ร่วมกัน (4)

หลังจากหายใจเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง.. ราวกับว่าซูซินเหยินลืมไปว่าได้ตอบเลขาของเขาไปแล้ว เขาจึงย้ำคำเดิมอีกครั้ง

แต่จู่ๆร่างทั้งร่างของเขาก็เกร็ง.. ก่อนที่จะหันหลังและวิ่งออกจากห้องทำงานไป

เลขานุการพยายามวิ่งตามอย่างเร็วที่สุด แต่เมื่อเธอก้าวเท้าออกจากห้องทำงาน ซูซินเหยินก็หยุดอยู่ตรงทางเดิน

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ CEO ซู?” เลขานุการถามแต่ซูซินเหยินไม่ตอบ; ดูราวกับว่าจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เลขานุการที่กำลังงุนงงก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขาทันที

การขยับตัวอย่างรวดเร็วของเธอทำให้ซูซินเหยินรู้สึกตัว ราวกับเกรงว่าจะมีคนเห็นความอ่อนแอของเขา ซูซินเหยินรีบหลบสายตาลงต่ำอย่างรวดเร็ว แต่จังหวะที่เขากำลังก้มหน้าหลบนั้น เลขานุการก็สามารถจับภาพสีหน้าที่กระวนกระวายของเขาไว้ได้

เลขานุการนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที และพยายามจะจับสังเกตุสีหน้าของซูซินเหยินอีกครั้ง แต่ใบหน้าของชายหนุ่มตอนนี้กลับเป็นใบหน้าที่ดูเหินห่างและเยือกเย็นเหมือนปกติ รังสีแห่งความเยือกเย็นได้แผ่ออกมาทำให้อุณหภูมิรอบๆตัวเขาลดลงไปด้วย

เขาหยุดอยู่ตรงนั้นเพียงชั่วครู่ แล้วก็ก้าวเท้าตรงไปยังห้องประชุม

เลขานุการยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นราวสองสามนาที ก่อนที่จะรีบวิ่งตามซูซินเหยินไป ขณะที่จ้องมองเขาจากข้างหลัง เธอก็เริ่มไม่แน่ใจว่าภาพที่เธอเห็นเมื่อครู่เป็นอารมณ์ที่เขารู้สึกจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่เธอคิดไปเอง

หลังจากที่ซูซินเหยินเข้ามาในห้องประชุมและนั่งลงตรงเก้าอี้ประจำตำแหน่งของเขาแล้ว เขาก็พูดออกมาเพียงประโยคเดียวสั้นๆ.. “เริ่มได้”

ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์เป็นผู้รายงานคนแรก ส่วนผู้จัดการฝ่ายอื่นๆก็นั่งมองบทวิเคราะห์การตลาดที่แสดงอยู่บนจอ และนั่งฟังคำอธิบายของผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์อย่างตั้งอกตั้งใจ

ซูซินเหยินนั่งพิงเก้าอี้โดยไม่พูดอะไร ดูเหมือนเขากำลังตั้งใจฟังอย่างมาก แต่ความจริง.. จิตใจของเขาได้ลอยละล่องออกไปไกลแสนไกลแล้ว

เขารู้ว่า.. วันนี้เป็นวันที่จินยี่หนานกลับปักกิ่ง และก็รู้อีกว่าซ่งจิงเฉินจะต้องไปรับเขาที่สนามบิน..

เขาอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ และหูของเขาก็เปิดรับเสียงต่างๆจากข้างนอก เขาพยายามกรองเสียงอื้ออึงพวกนั้นตั้งแต่เช้าจนหัวแทบระเบิด แต่ยังคงไม่ได้ยินเสียงของซ่งจิงเฉิน

หลังจากที่เขาวางโทรศัพท์ไปตั้งแต่ช่วงบ่ายสองโมงครึ่ง เขาก็ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าต่าง พยายามจะจับเสียงของเธอจากเสียงอื้ออึงเหล่านั้นให้ได้อีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงของเธอ “พี่ยี่หนาน.. ตอนนี้ก็เหลือแต่ร้านอาหารตะวันตกที่ยังคงเปิดอยู่ ทำไมเราไม่ไปที่นั่นล่ะ? พวกเราไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้วนะ”

“ได้สิ..” เขาได้ยินเสียงนุ่มนวลของผู้ชายตอบ แม้จะไม่ได้ยินเสียงนี้มานานหลายปี และต่อให้เขาได้ยินเพียงแว้ปเดียวเขาก็จำได้ว่ามันคือเสียงของจินยี่หนาน

เนื่องจากซูซินเหยินยืนอยู่ตรงหน้าต่าง.. เขาจึงได้ยินเสียงคนทั้งคู่กำลังเดินเข้าไปที่ร้านอาหาร พวกเขาสั่งอาหาร และเล่าเรื่องราวต่างๆเมื่อสองปีที่ผ่านมาให้กันและกันฟัง; เขาได้รับรู้ถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่คนทั้งคู่มีให้กัน..

เขายืนฟังอยู่อย่างนั้นร่วมชั่วโมง.. เขาตั้งใจฟังคนทั้งคู่จนไม่ได้ยินเสียงเตือนหลายครั้งจากเลขาที่เรียกให้เขาเข้าประชุม แม้แต่ระหว่างทางเดินจากห้องทำงานของเขาไปที่ห้องประชุม เขาก็ยังคงตั้งใจฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่ “พี่ยี่หนาน.. เราไม่ได้พบกันตั้งนาน พี่คิดถึงฉันหรือเปล่า?”

“แน่นอนอยู่แล้ว..” จินยี่หนานตอบทันที

หลังจากนิ่งไปชั่วครู่.. ซ่งจิงเฉินก็พูดเสียงหวานนุ่มนวลว่า “พี่ยี่หนานคะ.. ฉันก็คิดถึงพี่เช่นกัน..”

จบบทที่ ประกาศิตรัก : ตอนที่ 43-44 : 100 วันแห่งการอยู่ร่วมกัน (3-4)

คัดลอกลิงก์แล้ว