เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 39-40 : วัยเด็กของพวกเรา (9-10)

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 39-40 : วัยเด็กของพวกเรา (9-10)

ประกาศิตรัก : ตอนที่ 39-40 : วัยเด็กของพวกเรา (9-10)


ตอนที่ 39 – วัยเด็กของพวกเรา (9)

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา.. ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซูซินเหยินก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ นอกจากทั้งสองคนจะอยู่บ้านเดียวกันและโรงเรียนเดียวกันแล้ว ตารางการเรียนของพวกเขายังทำให้พวกเขาทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น ด้วยการไปโรงเรียนพร้อมกันและกลับจากโรงเรียนด้วยกัน..

ซูซินเหยินเป็นพวกรักความสะอาดอย่างมาก; เขาไม่ชอบให้ใครมาจับของของเขา ถึงขนาดไม่ยอมให้เธอเข้าไปในห้องของเขา และเธอเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเขายกเลิกข้อห้ามนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่..

เพราะเธอยังจำได้ว่าเธอเคยนั่งกินขนมอยู่บนเตียงของเขา และก็เคยทำซอสมะเขือเทศหกเลอะที่นอนเขาอยู่หลายครั้ง

เมื่อหวลคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น.. เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า นั่นคงเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่เธอได้มีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ดีกับซูซินเหยิน

ในตอนนั้น.. เธอยอมรับว่าซูซินเหยินดูแลเธออย่างดี จะเรียกว่าดีมากๆก็ได้ เขาจะออกจากบ้านกลางดึกเพื่อไปซื้ออาหารให้เธอ ยืนเข้าแถวตอนฝนตกเพื่อรอซื้อบัตรคอนเสริตเจย์ชูให้กับเธอ และแม้แต่มีเรื่องชกต่อยเพราะเธอ..

แต่ไม่ว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเท่าไหร่ก็ตาม ทุกสิ่งทุกอย่างก็มลายกลับกลายเป็นศูนย์ไปหมดแล้ว..

นั่นเพราะหนึ่งเดือนก่อนสอบเลื่อนชั้น จินยี่หนานกลับมาที่ปักกิ่งและนัดเธอออกไปทานอาหารเย็นด้วยกัน

และในตอนนั้นเอง.. เธอจึงได้รู้ว่าเธอเข้าใจจินยี่หนานผิด ผู้หญิงที่เธอเห็นอยู่กับเขาในวันคริสมาสต์นั้น ความจริงแล้วเป็นเพื่อนสนิทของเขาที่มาขอความช่วยเหลือจากเขา ให้ช่วยขับรถพาเธอไปโรงพยาบาลเพราะเธอเกิดไส้ติ่งอักเสบขึ้นมา

ถึงแม้จะรู้ความจริงแล้ว.. แต่การจะสารภาพความในใจนั้น จำเป็นต้องใช้ความกล้าหาญ หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น แม้เธอจะมีโอกาสได้พบกับจินยี่หนานอยู่สองสามครั้ง แต่ทุกครั้งคำสารภาพพวกนั้นก็จะติดอยู่ที่ปลายลิ้น และท้ายที่สุดเธอก็กลั้นมันไว้ไม่ยอมพูดออกไป คงเหมือนกับน้ำที่ใกล้ถึงจุดเดือด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงติดอยู่ที่ 99 องศาเซลเซียส ไม่เคยไปถึงร้อยองศาเสียที

เธอและจินยี่หนานทานอาหารเย็นกันเสร็จราวสามทุ่ม ระหว่างทางที่จินยี่หนานขับรถมาส่งเธอที่บ้าน เธอก็พูดกับเขาว่า “พี่ยี่หนาน.. ฉันจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่”

จินยี่หนานหันหน้ามาหาเธอพร้อมรอยยิ้มกว้าง.. “เยี่ยมเลยซ่งซ่ง.. พี่จะรอเธอนะ”

หลังจากที่จินยี่หนานส่งเธอถึงบ้าน ก่อนที่จะแยกกัน จินยี่หนานก็เอามือลูบผมของเธอเบาๆเหมือนที่เคยทำอยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้กลับดูแปลกไป.. มือที่ที่ลูบไล้ผมเธออยู่นั้นหยุดนิ่งชั่วครู่ เขามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักอย่างเปิดเผย

หัวใจของเธอเต้นรัว.. สัญชาติญาณของเธอบอกว่าพี่ยี่หนานคงจะรู้สึกเช่นเดียวกับเธอ เธอมองตาเขาและพูดว่า “พี่ยี่หนาน.. หลังการสอบเลื่อนชั้นคราวนี้ ฉันมีความลับบางอย่างจะบอกพี่”

เธอตั้งใจจะบอกกับเขาว่าเธอชอบเขา และเธอก็ชอบเขามานานหลายปีมากๆแล้ว..

เมื่อจินยี่หนานกลับไป.. ซ่งจิงเฉินก็ยังคงอิ่มเอมกับความโรแมนติคในแบบหญิงสาว เธอจินตนาการถึงอนาคตของเขากับเธอ..

แต่.. รู้หรือไม่?

ฝันร้ายมักจะรออยู่หลังความสุขหนึ่งก้าวเสมอ..

ในคืนนั้น.. พ่อแม่ของเธอ แม่บ้าน และแม้แต่ซูซินเหยิน ไม่มีใครอยู่บ้านเลย มีเธออยู่บ้านเพียงคนเดียว เธออาบน้ำเสร็จราวห้าทุ่ม และกำลังเตรียมตัวจะเข้านอน แต่เธอก็ได้ยินเสียงประตูหน้าบ้านเปิด ด้วยความอยากรู้.. เธอจึงนั่งยองๆอยู่ที่ราวบันไดเพื่อมองลงไปข้างล่าง เธอเห็นซูซินเหยินที่มีอาการมึนเมาเดินเข้าประตูหน้าบ้านมา

เขาเดินขึ้นบันไดเซไปเซมา และเกือบจะล้มลงอยู่หลายครั้ง เธอจึงรีบปรี่เข้าไปช่วยเขา

.....

ใบหน้าของซ่งจิงเฉินซีดเผือดเมื่อหวลคิดถึงเรื่องนี้.. ในวันนั้นถ้าเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เธอจะปล่อยซูซินเหยินไว้แบบนั้นอย่างแน่นอน

ตอนที่ 40 – วัยเด็กของพวกเรา (10)

เธอใช้กำลังแรงกายทั้งหมดที่มีลากซูซินเหยินไปที่ห้องนอนของเขา เมื่อเธอถอดเสื้อแจ๊คเก๊ตให้กับเขา พาเขาไปที่เตียงนอน และกำลังจะเดินออกไป จู่ๆเขาก็คว้าข้อมือของเธอไว้ จากนั้น...

จากนั้น.. เขาก็ลากเธอไปที่เตียงนอน และกดร่างของเธอไว้

ซ่งจิงเฉินกะพริบตาถี่เมื่อรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป.. แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี เธอก็ยังคงจำได้อย่างชัดเจนว่า เธอดิ้นรนและขอร้องซูซินเหยินจนหมดแรง เพื่อขอให้เขาปล่อยเธอไป

เธอร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตา.. แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินเสียงร้องอ้อนวอนขอความช่วยเหลือของเธอเลย เขาฉีกเสื้อผ้าของเธอออกเป็นชิ้นๆอย่างกักขฬะ ในคืนนั้น.. เธอดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง เล็บแหลมๆของเธอจิกเข้ากับไหล่ของเขาจนเลือดออก..

ด้วยความสัตย์จริง.. เธอจำเหตุการณ์ในคืนนั้นทั้งหมดไม่ได้ แต่จะโทษเธอก็ไม่ได้! เพราะนั่นอาจเป็นเรื่องของระบบการทำงานของจิตใจ ที่ทำให้เธอหมดสติไปในระหว่างที่เธอถูกกระทำ

เธอจำไม่ได้จริงๆว่าเขาล่วงละเมิดเธออย่างไรบ้าง.. แต่เมื่อเธอรู้สึกตัว เธอก็ถูกเขาทำลายจนป่นปี้แล้ว เธอตื่นขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวดตามร่างกาย แต่ยิ่งกว่านั้นคือเธอตื่นขึ้นมาพร้อมความหมดอาลัยตายอยาก ในเวลานั้น.. เธอหยุดดิ้นรน นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา และปล่อยให้เขาทำอะไรกับเธอก็ได้

ในที่สุด.. เขาก็ปล่อยเธอไป เธอไม่รีรอแม้เพียงวินาทีเดียว เมื่อกลับไปถึงห้องนอนของเธอ เธอก็รีบเข้าไปอาบน้ำ เธออาบอยู่นานเป็นชั่วโมง ปล่อยให้น้ำตาของเธอไหลไปพร้อมกับสายน้ำจากฝักบัว

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับเธอเมื่อตอนอายุได้เพียงสิบแปดปี.. ในวัยที่เธอยังไม่เคยได้สัมผัสกับความรัก ไม่เคยผ่านมือชาย และแม้แต่จูบแรกเธอก็ยังไม่เคย แม้กระทั่งกับจินยี่หนานที่เป็นที่รักของเธอ เธอก็ยังไม่เคยแม้แต่ในจินตนาการ.. แต่ซูซินเหยินกลับขโมยความบริสุทธิ์ของเธอไป..

ซ่งจิงเฉินบอกกับตัวเองให้หยุดคิดฟุ้งซ่าน เธอไม่รู้ตัวว่าน้ำตาของเธอได้ไหลออกมาเป็นทาง เธอรีบคว้ากระดาษชำระมาเช็ดน้ำตาจนแห้ง และเมื่อเหลือบไปมองโทรศัพท์ เธอก็พบว่าเป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว

เธอมีเวลาเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะต้องไปให้ถึงบ้านพักของซูซินเหยินตอนหนึ่งทุ่มตรง..

ซ่งจิงเฉินจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติก่อนจะไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำ จากนั้นก็เดินลากกระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้ลงไปข้างล่าง เธอไม่ได้ขับรถไป แต่เดินออกไปรอเรียกรถแท๊กซี่อยู่ที่ข้างถนน

การจราจรในยามวิกาลที่ค่อนข้างหนาแน่นทำให้รถติดหนึบ.. จากที่เคยใช้เวลาเดินทางเพียงสิบห้านาทีกลับกลายเป็นห้าสิบนาที ซ่งจิงเฉินลากกระเป๋าไปที่ประตูหน้าบ้านของซูซินเหยิน เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาดูพาสเวิร์ดหกตัวที่เขาส่งให้เมื่อเช้านี้ หลังจากที่ใส่พาสเวิร์ดไป.. เธอก็เปิดประตูได้

ซูซินเหยินไม่ได้อยู่ที่บ้าน ซ่งจิงเฉินจึงไม่รู้ว่าเธอจะต้องรออยู่ที่ใหน เธอจึงทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ที่ประตูชั่วคราว

ซูซินเหยินเคยบอกไว้ว่า.. ตลอดหนึ่งร้อยวันนี้เธอมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดแจงเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเขา

ซ่งจิงเฉินจึงเริ่มจัดเตรียมอาหารเย็น การทำอาหารช่วยให้เธอผ่อนคลายจากความกังวลได้ แต่เมื่อเสร็จจากการทำอาหาร เธอกลับใจเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงการกลับมาของซูซินเหยิน

ซ่งจิงเฉินนั่งรอเขาอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก และคอยเงี่ยหูฟังเสียงรถยนต์จากด้านนอก ความรู้สึกของเธอตอนนี้คงไม่ต่างจากปลาที่รอการเชือดจากซูซินเหยินอยู่บนเขียง

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ.. จนกระทั่งห้าทุ่มก็ยังไม่เห็นวี่แววของซูซินเหยิน ซ่งจิงเฉินค่อนข้างเหนื่อยและเพลียจากความเครียด เธอจึงล้มตัวลงบนโซฟาแล้วก็นอนหลับไปในสภาพนั้น

แต่เธอก็ไม่กล้าหลับสนิท เธอตื่นขึ้นมาทุกๆสองสามนาทีเพื่อดูว่าซูซินเหยินกลับมาถึงบ้านหรือยัง เมื่อเห็นว่ายังมาไม่ถึง เธอก็จะถอนใจด้วยความโล่งอกแล้วจึงหลับตาลงอีกครั้ง หลังจากที่หลับๆตื่นๆอยู่หลายเที่ยว ในที่สุดเสียงรถยนต์ก็ดังมาจากด้านนอก

จบบทที่ ประกาศิตรัก : ตอนที่ 39-40 : วัยเด็กของพวกเรา (9-10)

คัดลอกลิงก์แล้ว