เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 - การกลั่นแกล้ง

ตอนที่ 3 - การกลั่นแกล้ง

ตอนที่ 3 - การกลั่นแกล้ง


ตอนที่ 3 - การกลั่นแกล้ง

 

ดวงตาของสือเหล่ยหดตัวลงขณะที่เขาจ้องมองไปที่หน้าจอของตู้เอทีเอ็ม......

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

บนตู้เอทีเอ็ม ตัวเลือกที่คาดคิดว่าจะมีไม่ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านข้างทั้งสอง ไม่มีตัวเลือกสำหรับการดำเนินการ เช่นการถอนเงินหรือการตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ สิ่งเดียวที่มีอยู่คือหลุมดำที่หมุนวนอยู่ช้าๆดุจท้องฟ้าในยามค่ำคืน และแท่งไม้ที่กำลังลอยอยู่??

แม้ว่าสือเหล่ยจะไม่ชอบเล่นเกม แต่เขาก็ได้ดูภาพยนตร์แฟนตาซีตะวันตกเป็นจำนวนมาก เขาตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่ามันไม่ใช่แท่งไม้ แต่มันคือไม้คทา ตัวแทนอำนาจอันสูงสุด

หรือเอทีเอ็มจะถูกโจมตีด้วยไวรัส?

แท้ที่จริงแล้ว ตู้เอทีเอ็มก็เป็นคอมพิวเตอร์ และที่สำคัญมันก็คือระบบปฏิบัติการที่มีความสามารถในการนับเงินและเพื่อการฝากและถอนเงิน ดังนั้นความเป็นไปได้ในการถูกโจมตีด้วยไวรัสจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม.... ใช่ไหม?

สือเหล่ยต้องการหันกลับและเดินจากไป เนื่องเขากังวลว่ามันจะเป็นไวรัสบางอย่างที่ทำให้เขาถูกคำสาปของบัตรเอทีเอ็ม ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารไหนจะตั้งชื่อของตัวเองว่าเป็น "ธนาคารทาส"?

แต่เดี๋ยวก่อน ทาส? เมื่อกี้นี้ตู้เอทีเอ็มพูดว่ายังไงนะ?

บางอย่างเช่น "ยินดีต้อนรับทาสคนใหม่" ใช่ไหม?

จากนั้นธนาคารทาส ไม่สิ ธนาคารพัฒนาทาส ถ้าลำดับคำพูดเปลี่ยนไป มันจะกลายเป็นธนาคารพัฒนาทาส มันเป็นสิ่งเล็กน้อย ......

สือเหล่ยมีเงื่อนงำบางอย่างเกิดขึ้นที่หัวของเขา

'แต่บัตรเอทีเอ็มนี่ หรือจะให้บอกว่าธนาคารแห่งนี้มีอยู่เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาทาส? งั้นชื่อของมันก็ดีทีเดียว และฉัน.....'

‘เวรเอ้ย! ฉันกลายเป็นทาสของธนาคารนี้งั้นหรือ?' - สือเหล่ยต้องการหันกลับและวิ่งหนีอีกครั้ง แต่ขาของเขาดูราวกับว่าพวกมันถูกตอกลงกับพื้น ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ความหวาดกลัวเข้าปกคลุมเขา และเขาก็เริ่มสั่น

ในขณะนั้น เสียงที่ไม่สามารถระบุเพศได้ก็ดังขึ้นมาจากตู้เอทีเอ็มอีกครั้ง "ไม่เลวเลย คุณยังคงยืนอยู่ได้ ดูเหมือนว่าทาสคนนี้ในการพัฒนาจะมีคุณสมบัติทางจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าคนก่อนหน้านี้ "

ทาสที่กำลังพัฒนานี่ เวรเอ้ย มันเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาทาสจริงๆ

แต่...คนก่อนหน้านี้ หมายความว่าคนจำนวนมากได้อยู่ในการพัฒนานี้งั้นหรือ? นี่เป็นประเทศสังคมนิยมที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ประเทศที่ยากจนเช่นแอฟริกา แม้ว่าจะมีเงินและอำนาจมากเท่าไหร่ก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถเล่นกับผู้คนราวกับว่าพวกเขาเป็นทาสได้ใช่มั้ย? นอกจากนี้ อะไรคือจุดมุ่งหมายในการมีทาส?

"คุณเห็นฉันงั้นหรือ? คุณกำลังพูดกับฉันอยู่เหรอ?" สือเหล่ยพยายามที่จะชะลอการหายใจของเขาและรักษาความสงบของเขาขณะที่ถาม แต่ก็เป็นเสียงที่สั่น ด้วยเสียงของฟันที่กระทบกันระหว่างคำพูดที่สับสนแต่ละคำของเขา

ฉับพลัน ตู้เอทีเอ็มก็หัวเราะออกมาในขณะที่คทาบนหน้าจอได้หมุนเป็นวงกลมด้วยการเคลื่อนไหวช้าๆ ทับทิมที่ฝังตัวอยู่บนปลายยอดของคทาได้สาดส่องแสงสว่างเขาใส่ตาของสือเหล่ย

แน่นอน เสียงหัวเราะก็ระบุเพศไม่ได้

"ฮ่าฮ่าฮ่า แม้ว่าคุณจะแกล้งทำเป็นใจเย็น แต่การที่มีความกล้าที่จะพูดคุยกับฉันได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ คุณสมบัติทางจิตใจของคุณนับว่าดีกว่าผู้อาวุโสคนก่อนคุณ ฉันหวังว่าคุณจะสามารถรักษาหัวใจอันแข็งกล้าเช่นนี้ไว้ได้ เพราะฉันเชื่อว่าคุณคงไม่อยากจบลงเหมือนคนที่แต่งตัวประหลาดจากเมื่อคืนนี้หรอกนะ? "

สือเหล่ยมองไปรอบๆเหมือนกับว่าเขากำลังโดนกลั่นแกล้งบางอย่างอยู่ ยกตัวอย่างเช่น รายการเรียลลิตี้ทีวี? แต่รายการเรียลลิตี้เช่นนี้จะเป็นไปได้แค่ในยุโรปและอเมริกา ในประเทศนี้ องค์การบริหารวิทยุ ภาพยนตร์ และโทรทัศน์จะไม่อนุญาตให้สิ่งแบบนี้ออกอากาศแน่นอน?

มันคงต้องบอกว่าเมื่อเอาสือเหล่ยไปรวมกับฝูงชนแล้ว เขายังค่อนข้างที่จะพิเศษอยู่ นั่นเพราะเขา ......

เพราะเขาไร้เดียงสาเกินไป!

หลังจากที่เขาคิดว่ามันเป็นการกลั่นแกล้งหรือเป็นรายการเรียลลิตี้แล้ว เขาก็ไม่หวาดกลัวอีกต่อไป

เขา…. ไม่กลัวอีกแล้ว!

“คุณพูดว่าอะไรนะ? ฉันกลายเป็นทาสของคุณงั้นหรือ?”

คทาเองก็ประหลาดใจที่สือเหล่ยสงบลงอย่างรวดเร็วและหยุดสั่น

"คุณสมบัติทางจิตใจที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ถึงเวลาที่ฉันจะสนุกแล้ว!" เสียงที่ไม่สามารถระบุเพศได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง มันพูดต่อ "ใช่แล้ว คุณได้กลายเป็นทาสคนใหม่ของฉันแล้ว เมื่อเห็นว่าคุณปรับตัวให้เข้ากับสถานะใหม่ของคุณได้ คุณไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติทางจิตใจที่ดีเท่านั้น แต่คนยังฉลาดมากอีกด้วย "

สือเหล่ยแอบหัวเราะ เมื่อคิดว่าคนๆนี้กำลังกลั่นแกล้งอย่างลื่นไหลและดูเป็นมืออาชีพ

สือเหล่ยกล่าวว่า "แต่ ...... แต่ฉันไม่อยากเป็นทาสของใคร"

"ตัวทาสเองไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ เมื่อคุณหยิบบัตรใส่เข้าไปในตู้เอทีเอ็มและใส่รหัสผ่าน โชคชะตาของคุณก็ถึงวาระแล้ว " เสียงนั้นดูไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า "จำไว้ ฉันไม่ชอบทาสที่เอาใจออกห่างฉัน แม้แต่การบ่นเล็กๆน้อยๆ! "

สือเหล่ยยังคงสวมบทบาทผู้ที่ไม่คิดอะไร และพูดว่า "แต่.... แต่ฉันไม่เคยเก็บบัตรใบนี้ขึ้นมา ...... บัตรใบนี้มาหาฉันเองหลังจากที่ฉันตื่นขึ้นมา"

เอ่อ......

เสียงนั่นยังคงลังเลอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นความโกรธจาก ความตะขิดตะขวงใจ "นี่ไม่สำคัญ! สิ่งสำคัญคือคุณได้ใส่บัตรลงในตู้เอทีเอ็มและป้อนรหัสผ่านของมัน แน่นอนว่าฉันไม่ได้บังคับให้คุณทำเช่นนี้? "

สือเหล่ยกระตุกริมฝีปากของเขาด้วยความรำคาญเล็กน้อย และกล่าวอย่างไม่เต็มใจว่า "เอาล่ะๆ ความโลภสมควรแก่การตำหนิ"

"ชายคนนี้ ทำไมคุณพูดมากจัง? จากนี้ไปจงเงียบ และฟังฉัน!"

สือเหล่ยพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้โดยไม่พูดอะไรอีก แต่แอบคิดในใจว่าทำไมถึงไม่มีใครมาที่นี่เลย? มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ มันเป็นไปได้อย่างไรที่ไม่มีนักศึกษามาที่นี่เพื่อถอนเงิน? โอ้ นี่เป็นการกลั่นแกล้ง เห็นได้ชัดว่ามีคนติดตั้งกล้องถ่ายรูปอยู่ที่นี่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามีคนคอยกักผู้อื่นออกไปจากบริเวณนี้ ......

คนงี่เง่าคนนี้ทำไมไม่คิดเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง? ถ้ามันเป็นการกลั่นแกล้งจริงๆ ผู้คนคงจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการกลั่นแกล้งราวกับเป็นผู้แพ้เช่นเขา?

เสียงนั้นเอ่ยขึ้นด้วยความพึงพอใจที่ในที่สุดสือเหล่ยก็หยุดพูด มันพูดต่อ "กฎของทาสข้อที่หนึ่ง: ทาสจะได้รับค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์จากเจ้านาย โควต้าเริ่มต้น: 10,000 หยวน "

วอท! เดอะ! ฟัค!

กฎข้อที่หนึ่งนี้สะกิดเข้ากับความคิดของสือเหล่ยอย่างจัง

รายรับ 10,000 หยวนต่อสัปดาห์งั้นหรือ? และเพียงแค่โควต้าเริ่มต้นเท่านั้น? กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันจะสูงขึ้นในอนาคตใช่หรือไม่?

ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจริง ... มันจะดีจริงๆใช่หรือไม่?!

แต่ทำไมมันถึงเป็น 10,000 หยวน?

ชายคนเมื่อคืนที่ใช้เงิน 100,000 หยวนสำหรับเสื้อของเขา นั่นหมายความว่าเขาได้เลื่อนระดับเป็น 100,000 หยวนต่อสัปดาห์แล้วงั้นหรือ? แต่ถ้ามันเป็นเพียงแค่ 100,000 หยวน เขาต้องเก็บอีกเท่าไรจึงจะสามารถซื้อรถปอร์เช่ได้?

สือเหล่ยคิดไตร่ตรอง หากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือการกลั่นแกล้ง โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเกิดอุบัติเหตุเมื่อคืนนี้คงจะเป็นเวทมนตร์ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ อาจจะสามารถทำให้รถไฟหายไปได้ทั้งขบวน แต่การทำให้คนๆหนึ่งหายไป ดูเหมือนจะไม่สามารถทำได้

บ้าเอ้ย!

หัวใจของสือเหล่ยหดลงอย่างช่วยไม่ได้ เขาเกือบจะตระหนักได้ว่าเขาจะไม่สามารถรักษาเงิน 100,000 หยวนไว้ได้ หรือนี่คือรางวัลสำหรับการกลั่นแกล้ง?

เขาดึงโทรศัพท์ของเขาออกมาอย่างเงียบๆ และแตะเข้าไปใน WeChat และตรวจสอบยอดเงินในกระเป๋าสตางค์ ......

เอาล่ะ ตามคาด เงินหายไปอย่างไร้ร่องรอย

สือเหล่ยสาปแช่งเงียบๆกับตัวเอง แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเสียง หรือว่าเขาเอาเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ WeCha ของเขาไปได้อย่างไร เขาก็ตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนรหัสผ่านกระเป๋า WeChat ของเขา

เสียงนั้นยังพูดต่อเมื่อเห็นว่าสือเหล่ยยังคงไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ "กฎของทาสข้อที่สอง: ทาสจะต้องใช้จ่ายเงินทั้งหมดที่ได้รับมอบโดยเจ้านาย"

สือเหล่ยก็รู้สึกเหมือนกัน ถ้าทุกๆอย่างเป็นเรื่องจริง เขาจะทำมันแน่นอน! มีใครเคยเห็นคนที่ได้รับเงิน 40,000 หยวนต่อเดือนสำหรับการกลายเป็นทาสหรือไม่?

แต่นี่ไม่ถูกต้อง ถ้ากฎข้อที่สองคือต้องใช้เงินทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บเงินเพื่อซื้อรถสปอร์ต กล่าวอีกนัยหนึ่งว่าโควต้าของชายคนนะเนได้ทะลุ 100,000 หยวนขึ้นไปแล้ว? เหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องรีบซื้อเสื้อเชิ้ตของเขาเป็นจำนวนเงิน 100,000 หยวน คงเป็นเพราะเขามีเงินเหลือมากสำหรับโควต้าในสัปดาห์นั้น?

นี่มันบ้าอะไรเนี้ย โควต้าของเขาถึงสัปดาห์ละเท่าไหร่กัน? สองสามล้านงั้นหรือ?

สือเหล่ยค่อยๆเอนเอียงไปกับการกลั่นแกล้งนี้

"กฎของทาสข้อที่สาม ...... อืมมม กับระดับทาสของคุณในปัจจุบัน คุณจะได้รู้กฎสองข้อแรกก่อนเท่านั้น" เสียงนั้นยังคงดำเนินต่อไป แต่ฉับพลันมันก็กลายเป็นเสียงที่ดุดันเป็นอย่างยิ่ง "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ก็กลายเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกฎของทาสหมายเลขศูนย์"

สือเหล่ยไม่แม้แต่จะบ่นอะไรออกมาอีก หมายเลขศูนย์ นักออกแบบของการกลั่นแกล้งนี้จะต้องเป็นคนที่งี่เง่า

"กฎของทาสหมายเลขศูนย์: จะมีการลงโทษหากมีการฝ่าฝืนกฎของทาส!"

จบบทที่ ตอนที่ 3 - การกลั่นแกล้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว