เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22: หลิงเซิง คุกเข่าลง! (Re-edited)

ตอนที่ 22: หลิงเซิง คุกเข่าลง! (Re-edited)

ตอนที่ 22: หลิงเซิง คุกเข่าลง! (Re-edited)


ตอนที่ 22: หลิงเซิง คุกเข่าลง!  (Re-edited)

“หลิงเซิง คุกเข่า!” หลิงเจิ้นเซิงโมโหจัดขณะที่จ้องไปยังลูกชายคนโต

“เจิ้นเซิง ค่อยๆ พูดจา...”

“ค่อยๆ พูดจา? หลิงจื่อยังเป็นแค่เด็ก เขาจะไปสถานที่แบบนั้นด้วยตัวเองได้ยังไง นี่คือสิ่งที่พี่ชายคนโตทำกับน้องตัวเองอย่างนั้นเรอะ”

“พ่อครับ ไม่ใช่ความผิดผมสักหน่อย หลิงจื่อเป็นคนอยากไปเอง” หลิงเซิงไม่ยอมคุกเข่า เขามองหลิงจื่อด้วยสายตาเจ็บแค้นและเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น

“หลิงจื่อ บอกพ่อมาให้หมด”

หลิงจื่อเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและหัวเราะคิกคัก “ผมจะไปที่นั่นทำไม ผมเข้าไปไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะผมยังไม่บรรลุนิติภาวะ พี่ใหญ่เป็นคนพาผมเข้าไป นั่นแหละผมถึงเข้าไปได้”

“หลิงจื่อ แก…” หลิงเซิงโกรธจนเกือบตาย เขารู้สึกว่ากรามของเขาเริ่มเจ็บอีกครั้ง

“หลิงเซิง คุกเข่าลง!” หลิงเจิ้นเซิงคำรามอีกครั้ง “น้องชายของลูกอายุแค่สิบห้าปี ถ้าพาเขาไปที่นั่นแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเขา พ่อจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

ริมฝีปากของหลิงจื่อยกโค้งเมื่อได้ยินอย่างนั้น หลิงเจิ้นเซิงใส่ใจเฉพาะชื่อเสียงของตัวเองเท่านั้น

เฮอะๆ

เธอหัวเราะและมองไปที่พ่อและลูกชายด้วยสายตาสมเพช

“อีกอย่าง ลูกจงใจพูดต่อหน้าเยว่ฉานว่าน้องชายของลูกไปปรากฏตัวที่นั่น ลูกกำลังวางแผนอะไรอยู่ อยากให้เขาเห็นพ่อเป็นตัวตลกนักเหรอ”

“เจิ้นเซิง หลิงเซิงยังเด็กอยู่นะ ลูกจะรู้ได้ยังไง ลูกเพิ่งได้ยินจากสารวัตรเยว่ว่ามีวัยรุ่นไปที่นั่น ลูกก็เลยพูดออกมา ทำไมคุณต้องโมโหมากขนาดนั้นด้วย”

“ทำไมงั้นเหรอ คุณรู้ไหมว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหลิงจื่อในสถานที่แบบนั้น ผมอาจรักษาตำแหน่งของผมไว้ไม่ได้”

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” มู่เสวี่ยหลิงอดใจหายวาบไม่ได้

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยล่ะ ผู้หญิงอย่างคุณจะไปรู้อะไร ถ้าเรื่องหลิงเซิงพูดกลายเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมาและเยว่ฉานบอกกับท่านประธานาธิบดีว่าผมปล่อยให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปที่สถานที่แบบนั้น ครอบครัวของเราจบสิ้นแน่” หลิงเจิ้นเซิงไม่ได้พยายามทำให้เธอกลัว สิ่งที่เขาพูดคือความจริง

เขาทำงานให้กับฮ่องเต้และคอของเขาถูกผูกไว้กับเข็มขัดของฮ่องเต้ หากเขาไม่ระวัง หายนะย่อมมาเยือน

ตำแหน่งของเขาต้องไม่มีอะไรผิดพลาด

มู่เสวี่ยหลิงมองลูกชายอย่างไม่พอใจ “เซิงเอ๋อ บอกแม่มาทีว่าความจริงคืออะไร ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ขอโทษน้องชายของลูกกับพ่อของลูกเถอะ”

“ผม…” หลิงเซิงเหลือบมองหลิงจื่อ จากนั้นมองไปที่พ่อของเขา เขากัดริมฝีปากและพูดว่า “เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ เพื่อนร่วมชั้นของผมบอกว่าน้องของเขาจะจัดงานรวมตัว และขอให้เสี่ยวจื่อไปกับพวกเขาด้วย น้องชายของเพื่อนผมอยู่ชั้นเดียวกับเสี่ยวจื่อ ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะไปสถานที่แบบนั้น จากนั้นผมก็พาน้องเข้าไป ผมรู้สึกไม่ชอบใจเลยออกมา แต่น้องไม่ออกมาด้วย เพื่อนร่วมชั้นของเขาบอกให้เขารออยู่ก่อน...”

(การเรียกคนที่อายุน้อยกว่าจะใช้เสี่ยวขึ้นต้นและตามด้วยชื่อค่ะ ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย ใช้เรียกคนที่สนิทสนมหรือญาติพี่น้อง)

“หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมได้ยินมาว่าพ่อกำลังจะไปงานเลี้ยงของคุณปู่ ผมจึงรีบกลับบ้านทันที ผมรอน้องอยู่ที่นั่นทั้งคืนไม่ได้ ผมแค่อยากจะช่วยสารวัตรเยว่จริงๆ นะครับ ผมไม่ได้หมายถึงอย่างอื่นเลยจริงๆ”

เขาพูดจริงครึ่งเท็จครึ่ง ความดื้อรั้นบนใบหน้าหายไปแล้ว แทนที่ด้วยความเสียใจ “ผมจะไม่ไปที่นั่นอีกแล้วครับ ผมผิดเอง พี่ขอโทษนายด้วยนะเสี่ยวจื่อ”

“นี่ลูก…” หลิงเจิ้นเซิงโกรธจนนิ้วสั่น

หลิงจื่อยังคงยิ้มอย่างแผ่วเบา แต่เธอไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการยกโทษให้

“กลับไปคัดลอกค่านิยมหลักของลัทธิสังคมนิยมร้อยครั้ง” หลิงเจิ้นเซิงทำได้เพียงพูดคำเหล่านั้นด้วยความโกรธ “หลิงจื่อ ลูกต้องตั้งใจอ่านหนังสือ ถ้าเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งไม่ได้ก็ออกไปจากตระกูลหลิงไป”

จบบทที่ ตอนที่ 22: หลิงเซิง คุกเข่าลง! (Re-edited)

คัดลอกลิงก์แล้ว