เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: การหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ด้วยพลังวิญญาณ

บทที่ 21: การหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ด้วยพลังวิญญาณ

บทที่ 21: การหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ด้วยพลังวิญญาณ


บทที่ 21: การหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ด้วยพลังวิญญาณ

หลี่จิ้งตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังก้องในหูของเขา

เขาเคยคิดหลายวิธีที่จะเปิดใช้ช่องอุปกรณ์บนแถบสถานะ

หนึ่งในนั้นรวมถึงการที่เขาได้รับวัตถุบางอย่างที่สามารถถูกตรวจสอบได้ว่าเป็นไอเทมโดยแถบสถานะ

ดาบเหล็กมาตรฐานของผู้ช่วยผู้ตรวจการที่ปรากฏต่อหน้าเขาสามารถเปิดใช้งานแถบสถานะได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันก็ค่อนข้างกะทันหัน

สิ่งที่เขาไม่เคยคาดถึง

การนำไอเทมลงทะเบียนในแถบสถานะนั้นไม่ได้เป็นเพียงการลงทะเบียนธรรมดา

หลังจากลงทะเบียนแล้ว ไอเทมนั้นจะได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังวิญญาณในร่างกายของเขา และจากนั้นจะปรับปรุงความทนทาน ความแข็งแกร่ง และคุณภาพของอุปกรณ์ ซึ่งมีผลคล้ายกับ“การเลี้ยงอุปกรณ์”

ฟังก์ชั่นนี้อย่างกับมีโปรแกรมโกงเลย

การหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ ผู้ฝึกตนทั่วไปก็สามารถทำได้เช่นกัน

แต่ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์ทุกชนิดจะสามารถนำเข้าสู่ร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงได้

หากต้องการใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อหล่อเลี้ยงอุปกรณ์และทำให้มันเติบโต

อย่างแรกเลย อุปกรณ์นั้นจะต้องมีศักยภาพในการเติบโต

อุปกรณ์ที่มีศักยภาพในการเติบโต อย่างน้อยก็ต้องเป็นอุปกรณ์ระดับล้ำค่าขั้นที่ 8 ขึ้นไป

ระดับของอุปกรณ์ในโลกนี้

แบ่งออกเป็น 5 ประเภทคือ: อุปกรณ์ระดับทั่วไป อุปกรณ์ระดับล้ำค่า อุปกรณ์ระดับวิญญาณ อุปกรณ์ระดับเซียน และอุปกรณ์ระดับเต๋า

ในบรรดา 5 ระดับ ยังแบ่งออกเป็น 10 ขั้น

อุปกรณ์ระดับล้ำค่าขั้นที่ 8 ถือเป็นอุปกรณ์ชั้นยอด และยากต่อการหลอม

ราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสิบล้าน

หลังจากมีอุปกรณ์ระดับล้ำค่าขั้นที่ 8 แล้ว ผู้ฝึกตนจะต้องสร้างสายสัมพันธ์กับและประทับจิตวิญญาณของตัวเองลงไป จากนั้นจึงจะสามารถเก็บมันไว้ในร่างกายและหล่อเลี้ยงด้วยจิตวิญญาณในทุกๆ วัน

การลงทะเบียนอุปกรณ์ทำให้หลี่จิ้งสามารถหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ได้โดยตรง โดยไม่ต้องทำอะไรมาก

นี่ไม่เพียงแค่ความสะดวก

สิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ระดับทั่วไปยังสามารถพัฒนาได้ในมือของเขา

เมื่อมองไปรอบๆ หลี่จิ้งก็พูดในใจ “ลงทะเบียน”

“ลงทะเบียนสำเร็จและได้รับดาบเหล็กมาตรฐานของผู้ช่วยผู้ตรวจการ ระดับทั่วไปขั้นที่ 4”

“ด้วยความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณในปัจจุบัน จะใช้เวลาอีก 27 วันในการอัปเกรดเป็นขั้นที่ 5”

เสียงแจ้งเตือนสองครั้งดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และดาบเหล็กมาตรฐานก็หายไปจากมือของหลี่จิ้ง

ในสายตาของคนอื่น ดาบเหล็กก็ถูกใส่เข้าไปในพื้นที่เก็บของ

แต่ในความรู้สึกของหลี่จิ้ง ดาบเหล็กนั้นถูกย่อขนาดลงหลายเท่า ปรากฏขึ้นในหน้าผากของเขา ซึ่งเป็นที่ที่มีการไหลเวียนของพลังวิญญาณบรรจบกันอย่างหนาแน่นที่สุด

เจ้าของ: หลี่จิ้ง

แต้มประสบการณ์: 310/747

ระดับ: 8

แต้มทักษะ: 1

พลังวิญญาณ: 72

อุปกรณ์ : ดาบเหล็กมาตรฐาน (อุปกรณ์ระดับทั่วไปขั้นที่ 4 19%)

ทักษะติดตัว: ห้วงฉับพลัน, ชุดวิญญาณคุ้มกาย (5/5), หลีกนภา (5/5)

ทักษะใช้งาน: ฝ่ามือสายฟ้า (5/5)

เมื่อดูแถบสถานะแล้ว หลี่จิ้งรู้สึกเบื่อหน่ายในขณะนี้

อุปกรณ์มาตรฐานที่แผนกผู้ช่วยผู้ตรวจการให้มา ก็ไม่สามารถคาดหวังสูงได้

แต่มันเป็นเพียงอุปกรณ์ระดับทั่วไปขั้นที่ 4 พูตามตรงก็ออกจะโทรมไปหน่อย

อุปกรณ์ระดับทั่วไปขั้นที่ 4 สามารถซื้อได้ในราคาประมาณ 100,000 หยวน

อย่างที่คาดไว้ สำนักตรวจสอบมีอนาคตมากกว่า...

สำนักตรวจสอบแจกจ่ายกระบี่บินแบบผลิตจำนวนมาก แม้จะไม่ได้ถึงขั้นอุปกรณ์ระดับล้ำค่าขั้นที่ 8

แต่อย่างน้อยก็เป็นถึงอุปกรณ์ระดับล้ำค่าขั้นที่ 4-5 ซึ่งดีกว่ากระบี่บินทั่วไปอยู่แล้ว

เมื่อคิดว่านี่เป็นของฟรี ตัวเองก็ไม่สามารถขออะไรได้ หลี่จิ้งก็สงบลง

อย่างไรก็ตาม การที่สามารถลงทะเบียนอุปกรณ์เพื่อหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ได้ อย่างน้อยก็ยังมีพื้นที่สำหรับพัฒนา

ที่เหลือก็ค่อยๆดูแลกันไป

แล้วค่อยคิดค้นวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณแลเพิ่มประสิทธิภาพของการหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ต่อไป

อีกด้านหนึ่ง

กงอู่เห็นว่าทั้ง 9 คนได้เลือกอุปกรณ์มาตรฐานของตนแล้ว เขาก็โบกมือแล้วหยิบโต๊ะออกมา และหยิบชุดเครื่องแบบพร้อมป้ายชื่อออกมา 9 ชุดอย่างต่อเนื่องและจัดวาง

“นี่คือเครื่องแบบของพวกนาย คนละชุดตามชื่อบนป้ายชื่อ บัตรประจำตัวและเครื่องมือสื่อสารของพวกนายอยู่ในกระเป๋าชุด โปรดเก็บไว้เอง”

ขณะที่เขาพูดเขาก็เล่าต่อไป

“ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ต้องพกบัตรประจำตัวติดตัวและสวมอุปกรณ์สื่อสารรูปทรงคล้ายกระดุมตลอดเวลา ในอุปกรณ์สื่อสารมีการตั้งค่าช่องสื่อสารไว้ 11 ช่อง ได้แก่ช่องสื่อสารของพวกนาย 9 คน ช่องสื่อสารของฉัน และช่องลาดตระเวน สามารถใช้ปราณวิญญาณในการเลือกช่อง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆสามารถติดต่อกันหรือแจ้งฉันได้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้ติดต่อช่องลาดตระเวนโดยตรงเพื่อขอความช่วยเหลือจากสำนักตรวจสอบ”

กงอู่หน้าดูเคร่งขรึมขณะเฝ้าดูคนทั้ง 9 คนก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับเครื่องแบบของพวกเขา

“จากนี้ไป พวกนายได้เป็นผู้ช่วยผู้ตรวจการอย่างเป็นทางการแล้ว”

“โดยส่วนตัวแล้วฉันชอบพูดล้อเล่น คุยกันขำๆ แต่ในฐานะหัวหน้าโดยตรงของพวกนาย ฉันหวังว่าจะไม่มีคนเอาเรื่องงานมาล้อเล่น”

“งานของผู้ช่วยผู้ตรวจสอบนั้นค่อนข้างสบาย แต่ก็ยังถือเป็นตำแหน่งราชการในระบบ ขอให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างจริงจัง และอย่าทำให้ชื่อเสียงผู้ช่วยผู้ตรวจการเสื่อมเสีย”

หลังจากพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการแล้ว กงอู่ก็มองไปที่กลุ่มที่ประกอบด้วยหญิงสามคนและชายหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น

"พวกเราหน่วยลาดตระเวนทั้ง 9 กลุ่ม มีหน้าที่ลาดตระเวนหลักแถวพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของเขตเป่ยเฉิง จ้าวจุ้นเฟิง กลุ่มของนายชื่อ กลุ่มเซียนล่องฟ้าและนายได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่ม  รับผิดชอบในการลาดตระเวนทางเหนือของชายฝั่งตะวันออก  มีคำถามอะไรไหม?

บุคคลที่ถูกเรียกชื่อนั้นเป็นชายเพียงคนเดียวในกลุ่ม

เขายืดหลังตรง เมื่อเขาได้ยินว่าเขาได้เป็นหัวหน้ากลุ่มเซียนล่องฟ้า

"ไม่มีปัญหาครับ"

กงอู่ได้คำตอบแล้วมองไปที่กลุ่มอื่น

“เติ้งหยิง กลุ่มของเธอชื่อราตรี และเธอเป็นหน้ากลุ่ม รับผิดชอบในการลาดตระเวนทางใต้ของชายฝั่งตะวันออก”

กลุ่มราตรีตรงข้ามกับกลุ่มเซียนล่องฟ้า ประกอบด้วยชายสองและหญิงหนึ่ง

เติ้งหยิง เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม

เติ้งหยิง ค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้ยินกงอู่เรียกเธอ เธอไม่คาดคิดว่าเธอจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม

มองไปทางซ้ายและขวาที่เพื่อนร่วมงานสองคนในกลุ่มเดียวกันเธอก็ยืนตัวตรงแล้วตอบ

"รับทราบ."

กงอู่พยักหน้า และมองไปที่หลี่จิ้ง

“หลี่จิ้ง กลุ่มของนายชื่อกลุ่มเทียนหวังและมีหน้าที่รับผิดชอบในการลาดตระเวนส่วนกลางของชายฝั่งตะวันออก”

"..."

หลี่จิ้ง.

กลุ่มเทียนหวัง(ราชาสวรรค์)

ฟังดูอหังการและข่มศัตรูอย่างมาก แต่เขารู้สึกไม่สบายใจจริงๆ

เขาคือหลี่จิ้ง

ไม่ใช่หลี่จิ้ง(李靖 ราชาสงครามในสมัยราชวงศ์ถัง)...

……

อุปกรณ์มาตรฐาน เครื่องแบบ เอกสาร ฯลฯ ครบ

รายละเอียดของพื้นที่รับผิดชอบก็มีการกำหนดไว้เรียบร้อย

กงอู่ไม่ได้พูดมากเกินไป เขาเพิ่มรายละเอียดเล็กน้อยในระหว่างการลาดตระเวน จากนั้นก็ให้ทุกคนสวมเสื้อผ้าและไปยังเขตที่รับผิดชอบ

เขตเป่ยเฉิงมีขนาดใหญ่มาก

ครอบคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งในสี่ของเมืองเจียงไห่

ชายฝั่งตะวันออกค่อนข้างไกลห่างจากแผนกผู้ช่วยผู้ตรวจการ

จากอาคารผู้ช่วยผู้ตรจการไป ประมาน 300 กว่ากิโลเมตร

การขับรถปกติจะใช้เวลามากกว่าสามหรือสี่ชั่วโมง

หน่วยลาดตระเวนมีอำนาจในการเหาะเหินในเมืองได้ ดังนั้นไม่กี่ร้อยกิโลเมตรก็ไม่ได้ลำบากอะไร

เมื่อเทียบกับการเดินบนพื้นดิน การเคลื่อนที่บนอากาศมีประสิทธิภาพมากกว่ามาก

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลี่จิ้งและอีกสองคนก็มาถึงเขตที่พวกเขารับผิดชอบ

มาถึงสถานที่แล้ว หลี่จิ้งเลือกที่จะหยุดพักบนอาคารสูงแห่งหนึ่งและหันกลับมามองที่อี้ซิวจู่และลู่หยางเฉิง

“นายสองคนจะพักก่อนไหม?”

"ฉันสบายดี"

อี้ซิวจู่ตอบกลับแล้วหันหน้าไปมองลู่หยางเฉิง

"นายล่ะ?"

"ฉันก็สบายดีเหมือนกัน"

ลู่หยางเฉิงตอบโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นก็รู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ เขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยความสับสน

อี้ซิวจู่เย็นชาและไม่สนใจเขามาโดยตลอด

ตอนนี้ริเริ่มที่จะพูดคุยกับเขา แถมยังแสดงออกว่าห่วงใย เกิดอะไรขึ้น?

หลี่จิ้งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และมองไปที่อี้ซิวจู่

เดิมทีเขาไม่ได้สังเกต

ตอนนี้มาคิดดูอีกที ตั้งแต่วันที่อี้ซิวจู่เรียกเขาว่า "พี่หลี่" ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย

การที่เขาไม่สนใจลู่หยางเฉิง ก็อาจจะเพียงไม่อยากคุยกับเขาเฉยๆ

แต่โดยพื้นฐานแล้ว ดูเหมือนว่านิสัยของเขาจะไม่เลวร้ายนัก เพียงแต่ไม่เก่งในการเข้ากับคนอื่นเท่านั้น?

กลุ่มเทียนหวังยังมีความหวัง!

หลี่จิ้งแอบดีใจและพูดขึ้น

“ภารกิจลาดตระเวนกำหนดให้เราตรวจเช็คพื้นที่ที่เรารับผิดชอบทุกชั่วโมง ขณะนี้ยังไม่ต้องเร่งรีบอะไร การเดินทางครั้งนี้ 300 กว่ากิโลเมตร นายทั้งสองอย่าฝืนไปเลย พวกเราจะพักผ่อนกันก่อน”

ลู่หยางเฉิงเป็นคนที่เข้าใจง่าย

จากสิ่งที่อี้ซิวจู่พูดเมื่อกี้ เขายังเห็นว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

เมื่อเห็นหลี่จิ้งพูด ลู่หยางเฉิงก็ได้พูดต่อ

“เอาล่ะ มานั่งคุยกันเถอะ พวกเราเหนื่อยมากจากการเดินทางแล้ว ดังนั้นพวกเราพักกันก่อนก็ดี”

ในขณะที่พูด เขาก็หยิบโค้กสามกระป๋องออกมาจากพื้นที่จัดเก็บและยื่นให้อี้ซิวจู่

“โค้กสักหน่อยไหม?”

เห็นลู่หยางเฉิงยื่นโค้กให้ตัวเอง อี้ซิวจู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้าโดยไม่ได้ปฏิเสธ

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ลู่หยางเฉิงก็ยืนยันความสงสัยของเขาทันทีและไม่ได้ยืนกรานที่จะคุยกับเขา เขายื่นกระป๋องให้หลี่จิ้ง แล้วพูดติดตลก

“หลี่เทียนหวัง นายก็ดื่มด้วย”

"ขอบคุณ"

หลี่จิ้งยิ้ม หยิบโค้กจากลู่หยางเฉิงแล้วนั่งลง

การเดินทางครั้งนี้ แทบจะส่งผลกระทบต่อเขาเลย

เพราะหลีกนภาของเขาได้นั้นถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว

ข้อดีคือใช้พลังงานต่ำ

การเคลื่อนที่บนอากาศก็เร็วขึ้นมากเช่นกัน

เขาไม่แน่ใจขีดจำกัดความเร็วอยู่ที่เท่าไหร่

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทดลอง

การควบคุมอากาศและลมของอี้ซิวจู่และลู่หยางเฉิงนั้นอยู่ขั้นแรกเริ่มเท่านั้น เขาไม่สามารถละทิ้งสมาชิกในกลุ่มแล้วไปเองได้

หลังจากการเดินทางครั้งนี้ หลี่จิ้งยังค้นพบว่าทั้งอี้ซิวจู่และลู่หยางเฉิงนั้นไม่ธรรมดาเลย

การควบคุมอากาศและลมสามารถเรียนรู้เมื่อถึงขอบเขตที่ 2

อย่างไรก็ตาม ด้วยปราณวิญญาณของขอบเขตที่ 2 ไม่สามารถบินเป็นเวลานานได้

หลังจากเดินทางด้วยกันครึ่งชั่วโมง ทั้งสองก็ไม่มีอาการเหนื่อยอะไรเลย ขอบเขตที่สองทั่วไปไม่สามารถทำแบบนี้ได้

ขณะที่เขากำลังคิดหัวข้อจะคุย ลู่หยางเฉิงพูดขึ้นอย่างลึกลับ

“เหตุการณ์ล่าสุดที่มีการปราบปีศาจอย่างต่อเนื่องเมื่อวานนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ทางสำนักตรวจสอบยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและยังไม่มีการประกาศอะไรอย่างเป็นทางการ แต่ฉันมีข่าวบางอย่าง พวกนายอาจจะสนใจ”

ขณะที่เขาพูดเขาก็ลดเสียงลง

“พ่อของฉันทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือตรวจจับทุกชนิด ฉันได้ยินเขาพูดถึงเรื่องนี้ในช่วงอาหารค่ำ ในช่วงบ่ายสำนักงานตรวจสอบได้จัดสั่งเครื่องมือล้ำสมัยชุดหนึ่งสำหรับตรวจหามลพิษปีศาจอย่างเร่งด่วนเป็นจำนวนมากและราคาก็ให้มาสูงพอสมควร และต้องจัดส่งสินค้าให้เสร็จในวันพรุ่งนี้ก็พอ”

จบบทที่ บทที่ 21: การหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ด้วยพลังวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว