เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 235 อสุรกายปรากฏตัวอีกครั้ง

ตอนที่ 235 อสุรกายปรากฏตัวอีกครั้ง

ตอนที่ 235 อสุรกายปรากฏตัวอีกครั้ง


เย่ว์หยางทำท่าแปลกๆ และลึกลับตลอดเวลา ขณะที่เขายิ้มโดยไม่ตอบ

พอเห็นเจ้าเด็กนี่ยิ้มอย่างหลงตัวเอง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแอบหมั่นไส้ลึกๆ นางเอื้อมมือออกมาหมายจะหยิกแก้มของเขา อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นางยกมือขึ้น นางนึกได้ว่าท่าทางแบบนี้ดูสนิทสนมเกินไป ดังนั้นนางรีบชักมือกลับทันที

บนเวทีต่อสู้ เจ้าอ้วนไห่ระดมสรรพกำลังของตนเข้าสู้กับเหยียนพั่วจวิน ก่อนหน้านี้เขายอมให้เหยียนพั่วจวินซ้อมเขาจนยับเยิน แต่ตอนนี้ต่างกันแล้ว เขาเริ่มตอบโต้และชกคืนเหยียนพั่วจวิน ยังดีที่เหยียนพั่วจวินได้กระเรียนไฟ อสูรสายจำเพาะธาตุคอยช่วย ทำให้เขามีความสามารถหลบหลีกได้ง่ายดาย

แม้ว่าเขาจะถูกต่อย เขาก็ยังสามารถป้องกันผลกระทบด้วยพลังไฟของเขา อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ พลังโจมตีทั้งหมดของเจ้าอ้วนไห่ได้ระดมใส่เหยียนพั่วจวินโดยไม่พลาดเลย พลังป้องกันของกระเรียนไฟ อสูรสายจำเพาะธาตุสูญเสียประสิทธิภาพไปแล้ว

ภายใต้การโต้กลับ เหยียนพั่วจวินได้แต่ใช้พลังของราชสีห์เพลิงสู้กับเจ้าอ้วนไห่จนถึงที่สุด

“สัตว์อสูรของเจ้าอ้วนไห่เป็นธาตุตรงกันข้ามกับของเหยียนพั่วจวิน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังใช้เคล็ดลับพิเศษที่สามารถใส่พลังน้ำที่เป็นคุณสมบัติของเขาลงในร่างของเหยียนพั่วจวิน..”

ตาของไป๋หวินเฟยสว่างวูบ เหมือนกับว่าเขามองเห็นพลังของเจ้าอ้วนไห่

“ตามความเห็นของท่าน คิดว่าเหยียนพั่วจวินจะแพ้ไหม?”

เซี่ยเชียนเริ่นถามด้วยความประหลาดใจ

“ไม่เลย, แม้ว่าเจ้าอ้วนไห่จะเป็นดาวข่มของเหยียนพั่วจวินก็ตาม แต่เขาก็ยังแพ้เหยียนพั่วจวินในด้านสัตว์อสูรและความสามารถ เป็นเรื่องยากที่ถ้วยจะเอาชนะแจกันได้ เขาก็เพียงแต่สู้เสี่ยงตายเท่านั้น ข้อดีอย่างเดียวที่เขามีก็คือ เคล็ดลับที่เขาสามารถใส่น้ำเข้าไปในตัวของเหยียนพั่วจวิน ถ้าข้าเดาไม่ผิด วิธีนี้คงเป็นคุณชายสามตระกูลเย่ว์เป็นคนสอน ข้าได้ยินมาว่ามีวิทยายุทธบางชนิดที่สูญหายไปจากตระกูลเย่ว์เป็นพันปีแล้ว เรียกว่าตีวัวข้ามภูเขา ข้าสงสัยว่าวิชาลับนั้นก็คงเป็นวิชาลับตีวัวข้ามภูเขาแน่”

ประกายตาของไป๋หวินเฟยกลายเป็นล้ำลึกเมื่อเขาพูดถึงวิชาตีวัวข้ามภูเขา

“วิชาที่สาบสูญไปพันปี ตีวัวข้ามเขาน่ะหรือ?”

เซี่ยเชียนเริ่นกวาดสายตาไปทางเย่ว์หยางที่กำลังนั่งอยู่จุดนั่งชมส่วนตัวด้านตรงกันข้าม พอเห็นสีหน้าเย่ว์หยางกำลังยิ้ม เขารู้สึกสั่นเล็กน้อย

ตอนนี้ เขาเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อยถึงเหตุผลที่แม่นางเสวี่ยยังคงปฏิเสธข้อเสนอของเขาแม้ว่าการหมั้นหมายของนางกับคุณชายสามตระกูลเย่ว์จะยกเลิกไปแล้ว

พวกเขาแตกต่างกันไกล... คุณชายสามตระกูลเย่ว์เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดและเขายังคงรื้อฟื้นวิชาต่อสู้ที่สาบสูญไป ตีวัวข้ามเขา แล้วเขาเล่า..มีอะไรบ้าง? เขาไม่อาจเอาชนะทูตมังกรชังหลันวี่ได้ ความจริงเมื่อเทียบกันแล้วเขาต่างกับเย่ว์หยางราวฟ้ากับดิน มิน่าเล่าแม่นางเสวี่ยถึงได้ดูแคลนเขา!

อย่างไรก็ตาม คุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้แข็งแกร่งนี้ น่าจะดีกว่า ไป๋หวินเฟย ประมุขน้อยนิกายภูเขาหมอกเป็นคนหยิ่งยโสมาก เขาไม่ยอมรับความจริงแน่นอนว่าเขาพ่ายแพ้คุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ เขาน่าจะหาวิธีล้างแค้นจนได้

พวกเจ้าสองคนสู้กันเถอะ จะให้ดีที่สุดหากว่าไป๋หวินเฟยผู้หยิ่งยโสนี้ถูกเย่ว์หยางฆ่าตาย ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้น ยอดฝีมือของนิกายภูเขาหมอกก็จะทุ่มสรรพกำลังเข้าโจมตีปราสาทตระกูลเย่ว์

ถ้านิกายภูเขาหมอกทำสงครามกับตระกูลเย่ว์ ตระกูลเซี่ยเท่านั้นจะได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นไป๋หวินเฟยหรือเย่ว์หยาง ถ้ามีคนใดคนหนึ่งตาย ก็เป็นเรื่องดีสำหรับเขา จะดีที่สุดถ้าไป๋หวินเฟยสามารถทำได้ดีที่สุดโดยลากเย่ว์หยางลงไปกับเขาได้

เซี่ยเชียนเริ่นยังคงสงบอยู่ภายนอก แต่ความจริงจิตใจของเขาฟุ้งซ่านวุ่นวาย

เจ้าอ้วนไห่รับหมัดอย่างน้อย 10 หมัด หรืออาจมากกว่า จากเหยียนพั่วจิน เมื่อใดก็ตามที่เขาปล่อยหมัดไปแต่ละครั้ง

แต่เขาก็ยังสู้ต่อไปอย่างสุดกำลังไม่เลิกรา

เวลาผ่านไปหลายวินาที... เมื่อเวลาในยกที่สามเหลืออยู่เพียงหนึ่งนาที ทันใดนั้นเย่ว์หยางยื่นมือออกไปนอกหน้าต่างและทำสัญญาณมือเป็นรูปกากบาทด้วยแขนทั้งสอง

ตอนนี้ เหยียนพั่วจวินหันหลังให้เย่ว์หยาง ขณะที่เขาสู้กับเจ้าอ้วนไห่อย่างดุเดือด เขาไม่เห็นเย่ว์หยางส่งสัญญาณจากที่นั่งดูส่วนบุคคล แต่เจ้าอ้วนไห่ผู้กำลังจับตาดูมือเย่ว์หยางกลับมองเห็น สีหน้าเขาเปลี่ยนไปและกลายเป็นมีความมั่นใจและมุ่งมั่นยิ่งขึ้น

เขาทำท่าทางเช่นเดียวกับเย่ว์หยางไขว้แขนขวางไว้ตรงหน้าอกเขา

ข้างล่างเวที เย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนเห็นการส่งสัญญาณมือของเย่ว์หยางจึงรีบเตือนเหยียนพั่วจวินทันที เพราะคิดว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว

“พั่วจวิน! ระวังด้วย! เขากำลังจะตอบโต้!”

คำเตือนของทั้งสองคนทำให้ฝันร้ายของเหยียนพั่วจวินกลายเป็นจริง เขาคิดว่าเจ้าอ้วนไห่ไม่มีเหตุผลต้องสละตัวเองอาบเลือดต่อสู้กับเขา เว้นแต่เย่ว์หยางมีกลยุทธลับที่ทำให้เจ้าอ้วนไห่กลับมาจากความตายได้ แม้ว่าในยกที่หนึ่งและยกที่สองที่เจ้าอ้วนไห่ยอมโดนทุบตีแต่โดยดี เหยียนพั่วจวินก็ไม่ประมาทเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ในยกที่สาม เจ้าอ้วนไห่ที่โดนทุบจนสะบักสะบอมก็ยังต้องการสู้กับเขาอีก เขายังใช้กลยุทธลับทำลายการป้องกันของเขา นี่ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ

ขณะที่เขาถอยออกมาอย่างเร็ว เหยียนพั่วจวินเหลือบไปเห็นเย่ว์หยางในจุดนั่งชมส่วนบุคคลในเสี้ยววินาที

เขาก็รู้ได้ว่าเย่ว์หยางทำท่าทางเช่นเดียวกับเจ้าอ้วนไห่ และนั่นทำให้เขาตื่นตัวทันที

อย่างนี้แย่แน่ เย่ว์หยางส่งสัญญาณให้เจ้าอ้วนไห่ใช้วิชาลับบางอย่าง....

“หมัดฮิปโปดาวตก!”

เจ้าอ้วนไห่ใช้หมัดฮิปโปดาวตกที่ไร้ประโยชน์ของเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดหัวเราะเยาะหมัดที่เชื่องช้าครั้งก่อนของเขาแล้ว เหยียนพั่วจวินอาจซัดเจ้าอ้วนไห่ให้หมอบได้ก่อนที่เขาจะใช้หมัดฮิปโปดาวตก อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้หยียนพั่วจวินต้องถอยเอาไว้ก่อน และเจ้าอ้วนไห่สามารถใช้พลังของหมัดฮิปโปดาวตกได้เต็มร้อย

หมัดของเขาเร่งความเร็วจากช้าเป็นเร็วมาก

กระทั่งเร็วกว่าสายฟ้า

ขณะที่เจ้าอ้วนไห่กระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้า พุ่งลงมาใส่เหยียนพั่วจวินพร้อมด้วยหมัดของเขาที่ดูเหมือนดาวตก แม้แต่เฟิงชิซาที่ยืนอยู่ล่างเวทีก็ยังสั่นสะท้าน ความเร็วของหมัดของเจ้าอ้วนไห่แทบจะใกล้เคียงกับวิชาดาบที่ไวที่สุด ก็คือ “ดาบเจ็ดสังหาร”

ไป๋หวินเฟยถึงกับขมวดคิ้ว เซี่ยเชียนเริ่นรู้ความจริงแล้วและตระหนักเป็นครั้งแรกในระหว่างแข่งขันที่เขาเห็นประมุขน้อยขมวดคิ้ว

เซี่ยเชียนเริ่นลอบดีใจ หึหึ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับตัวประหลาดอย่างเย่ว์หยาง เขาจะไม่เพียงแต่หน้ามุ่ยเท่านั้น จะมีความยากลำบากถาโถมเข้ามาหาเจ้าและเกียรติยศของเจ้า ถ้าเจ้ารู้ว่าเขาเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด ข้าจะรอดูเจ้าร้องไห้

“อันตราย!”

เย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนตะโกนเตือน ถ้าหมัดดาวตกอย่างนั้นต่อยถูกใครจริงๆ มันจะอันตรายจริงๆ

เหยียนพั่วจวินบิดร่างและปล่อยระเบิดเพลิงพุ่งไปบนท้องฟ้า

ในเศษเสี้ยววินาทีก่อนที่หมัดของเจ้าอ้วนไห่จะโดนตัวเขา เขาก็หลบได้อย่างหวุดหวิด

ร่างของเขาครูดกับหมัดของเจ้าอ้วนไห่

เมื่อเหยียนพั่วจวินรู้สึกโล่งใจที่หลบพ้นอันตรายมาได้แบบเส้นยาแดง เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าเขาถูกต่อย

โชคดีจริงๆ ที่เขาไม่ได้ถูกหมัดของเจ้าอ้วนไห่โดยตรง มิฉะนั้นเขาคงไม่อาจคาดคิดผลที่ตามมา

หมัดของเจ้าอ้วนไห่ต่อยใส่อากาศว่างเปล่า ไม่สามารถหยุดได้ทันเวลา เขากระแทกใส่พื้นอย่างแรง เสียงระเบิดกึกก้องขณะที่หมัดของเขากระแทกใส่พื้นเวทีต่อสู้จนแตกเป็นเสี่ยง สะเก็ดหินปลิวไปทั่วบริเวณ

ขณะที่ฝุ่นตลบไปทั้งเวที เหยียนพั่วจวินร่อนลงมาบนพื้น เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่หน้าผากเขาด้วยความตื่นตัวเต็มที ถ้าเขาไม่ถอยและรักษาระยะห่างระหว่างพวกเขาก่อนหน้านี้ เขาคงจะถูกกระแทกร่วงลงบนพื้นบาดเจ็บสาหัสแน่

ผู้ชมหลายคนรู้สึกเห็นใจเจ้าอ้วนไห่ผู้ปล่อยหมัดพลาด เป็นหมัดที่จะช่วยให้เขาได้อยู่นานขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าอ้วนไห่สามารถสู้กับเหยียนพั่วจวินได้ถึงระดับนี้ ก็เกินคาดหวังของทุกคนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาทำร้ายเหยียนพั่วจวินในช่วงสุดท้ายได้อย่างเจ็บแสบที่สุด ผู้ชมรู้สึกละอายใจที่ล้อเลียนเจ้าอ้วนไห่ไว้ก่อนหน้านั้น

เจ้าอ้วนไห่นอนอยู่ในฝุ่นที่คลุ้งตลบไม่ขยับตัวเลยแม้แต่นิ้วเดียว เหมือนกับว่าเขาหมดสติไปแล้ว

แม้กระนั้น ผู้ชมเป็นจำนวนมากก็เริ่มยืนขึ้นปรบมือให้เจ้าอ้วนไห่ ในทันใดนั้นทั่วเวทีทั้งหมดก็สั่นสะเทือนด้วยเสียงปรบมือดังสนั่น

ยกนี้ยังเหลือเวลาอีกสามสิบวินาที กรรมการชุดน้ำเงินมองดูเวลาและรู้สึกว่ายังเหลือเวลาพอสมควรก่อนจะหมดยก อย่างไรก็ตาม จู่ๆ เฟิงชิซาที่อยู่ข้างล่างเวทีก็ตะโกนเตือน

“ถอยออกมา”

เหยียนพั่วจวินชะงักค้างเมื่อเขาได้ยินคำเตือน ขณะที่กระโดดถอยออกมาเขามองดูจุดที่เจ้าอ้วนนอนอยู่ด้วยความตื่นตัว

แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดสูงห้าเมตรพุ่งปราดออกมาจากกลุ่มฝุ่นหนาทันที มันมีศีรษะขนาดใหญ่ ขาทั้งคู่หนาประมาณลำต้นไม้และแขนยักษ์ที่แข็งดุจเหล็ก

ฟันคมกริบในปากของมันดูน่ากลัว กรงเล็บดำเหมือนกับมีดสั้นและนัยน์ตาแดงดุร้ายฉายแววโหดเหี้ยมอำมหิต มันกระโจนลงมายืนบนพื้น กรงเล็บของมันฟันลงไปตรงตำแหน่งที่เหยียนพั่วจวินเพิ่งยืนอยู่ก่อนนั้น พื้นหินที่แข็งแกร่งขาดกระจุยเป็นชิ้นอย่างง่ายดาย เหมือนกับว่ามันฟันใส่เต้าหู้

สัตว์ประหลาดอะไรกันนี่?

เจ้าอ้วนไห่เรียกสัตว์อสูรออกมาหรือ? หรือว่านี่เป็นสัตว์ประหลาดจากแดนปีศาจ?

นัยน์ตาของเหยียนพั่วจวินกระตุก แรงฟันนั้น ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเฟิงชิซาเตือนเขาทันที เขาคงได้รับบาดเจ็บหนักแน่

“ข้างหลังเจ้า!”

เย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนตระหนักว่าสัตว์ประหลาดได้หายไปหลังจากการโจมตีของมัน มีเงาดำที่เคลื่อนที่ได้เร็วมากราวกับว่าแหวกอากาศออกมาพุ่งเข้าใส่หลังของเหยียนพั่วจวินขณะที่มันคำรามลั่น ไม่ใช่ว่าเหยียนพั่วจวินไม่รู้ว่าศัตรูลอบโจมตีเขาจากด้านหลัง แต่ว่าเขาหนีได้ไม่เร็วพอ เขาไม่ห่วงดูด้านหลังอีกต่อไปแล้ว ได้แต่พุ่งหลบไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

กรงเล็บคมกริบตะกุยใส่อากาศเปล่า โจมตีพลาดไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

เปลวเพลิงของเหยียนพั่วจวินที่เผาคลุมหลังของเขาอยู่ ฉีกออกจากกันด้วยดาบลมที่แฝงมากับแรงตะกุยของกรงเล็บ เลือดกระเซ็นไปทั่ว เลือดสดที่ไหลออกจากแผลของเหยียนพั่วจวินทำให้กลุ่มผู้ชมตกใจ ถ้าเขาช้าเพียงเสี้ยววินาที ผู้ชมคิดว่าเหยียนพั่วจวินคงได้ถูกกรงเล็บนั่นตัดขาดเครึ่งแน่

องค์ชายสือจินผู้มองดูจากรอยแยกในที่นั่งชมส่วนบุคคลเปิดหน้าต่างกว้างและพุ่งออกมาทั้งตัวทันที สีหน้าที่เห็นบ่งบอกว่าไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตนเห็น ขณะที่เย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนที่อยู่ข้างล่างเวที ก็ยังรู้สึกถึงแรงลมกระโชกที่เข้ามาปะทะและหน่วงแขนเขาไว้ รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดเนื่องจากความแข็งคมที่แฝงมากับลมที่เกิดจากแรงตะกุยกรงเล็บ มันบาดลึกเข้าไปในแขนของพวกเขาจนรู้สึกชา

สัตว์ประหลาดที่ไม่ธรรมดานี้ เป็นไปได้หรือว่านี่คือเจ้าอ้วนไห่?

หรือว่า มันคืออสูรไม้ตายของเขา?

เย่ว์หยางใช้วิชาลับอันใดถึงได้เปลี่ยนเจ้าอ้วนไห่เป็นสัตว์ประหลาดไปได้? ไป๋หวินเฟย, เฟิงชิซาและองค์ชายสือจินเพ่งสายตามองไปที่จุดที่นั่งส่วนบุคคลของเย่ว์หยาง

ภายในที่นั่งส่วนบุคคล เย่ว์หยางไม่สนใจสายตาของคนอื่นและใช้มืออีกข้างหนึ่งทำท่าเป็นรูปกากบาทต่อไป

ขณะเดียวกัน เสียงของเขาดังราวกับเสียงฟ้าผ่าขณะที่ตะโกนไป

“ดูตรงนี้! ไขว้แขนไว้ตรงหน้าอกเจ้า ดาวตกท่าที่หนึ่ง”

ความจริงสัตว์ประหลาดน่าเกลียดต้องการไล่กวดทำร้ายเหยียนพั่วจวิน อย่างไรก็ตามเมื่อมันได้ยินเสียงของเย่ว์หยาง ทั้งร่างของมันชะงักค้างทันที และแววตาแดงก่ำของลดความเข้มข้นลงมาก มันเป็นเหมือนกับว่าเรียกความรู้สึกตนเองกลับมาได้ มันทำท่าตามเย่ว์หยาง แต่ก็ยังคำรามด้วยความโกรธต่อ เหมือนกับว่ามันไม่สามารถควบคุมร่างตนเองได้...

เหยียนพั่วจวินไม่กล้าคาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าสัตว์ประหลาดที่มีพลังน่ากลัวอย่างนั้นและกรงเล็บที่ทรงพลังใช้พลังหมัดฮิปโปดาวตกจู่โจมใส่เขา... เฟิงชิซา, เย่ว์เทียนและเย่ว์เยี่ยนทุกคนต่างกังวลเคร่งเครียดจนกำมือแน่น ไป๋หวินเฟยและองค์ชายสือจินสับสนคลุมเครือ ขณะที่พวกเขามองกลับไปมาระหว่างเย่ว์หยางกับสัตว์ประหลาดและพยายามหาดูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง

หลังจากผ่านไปห้าวินาที เจ้าสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดก็ฟื้นคืนพลังได้เต็มที่

มันไขว้แขนเป็นกากบาทกระโจนออกมา

กรงเล็บที่คมของมันตอนแรกเคลื่อนไหวช้าและหลังจากนั้นก็เพิ่มความเร็วขึ้น ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแรงอัดที่แฝงมากับร่างกายทำให้เกิดแรงระเบิดตอนพุ่งเข้าจู่โจม มองดูเหมือนดาวตกที่มันยิงใส่เหยียนพั่วจวิน กรงเล็บทั้งคู่ของมันมีไฟสว่างโพลงจนดูเป็นดาวตกโลหะที่มีชีวิต

สีหน้าของเหยียนพั่วจวินกลายเป็นบิดเบี้ยวขณะที่เขามองเห็นแววแห่งความตายอยู่ในตาของเขา ในช่วงเวลานี้ หัวใจของเขารู้สึกหนาวยะเยือกเหมือนกับว่าเขาจมลงในน้ำแข็ง

ไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว เหยียนพั่วจวินเรียกคัมภีร์ของเขาออกมาและกางโล่ป้องกันไปตามสัญชาตญาณ

ดาวตกที่น่ากลัวระเบิดใส่โล่ป้องกันจนเกิดแรงสั่นสะเทือน

แรงอัดกระแทกจากพลังโจมตีแตกกระจายไปรอบๆ ส่งผลให้แรงอัดจากการระเบิดแผ่ออกมาจากศูนย์กลางเวที

“โฮกกกก!”

สัตว์อสูรที่น่ากลัวดูเหมือนจะมีพลังที่ไม่มีขีดจำกัด ขณะที่มันใช้พลังที่น่ากลัวโจมตีใส่โล่ป้องกันเหยียนพั่วจวินอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเหยียนพั่วจวินจะปลอดภัย แต่เหงื่อของเขาผุดออกมาตลอดเวลา เขาหวาดกลัวเจ้าสัตว์ประหลาดที่อยู่ข้างหน้าเขาเป็นอย่างมาก

“พอได้แล้ว, การแข่งขันจบลงแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้!”

กรรมการชุดน้ำเงินและเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยเรียกสัตว์อสูรที่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนที่พวกมันจะร่วมมือกันแยกปีศาจที่น่าเกลียดออกไป อย่างไรก็ตาม เจ้าสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดนั้นโกรธจนคลั่งไปแล้ว แววตาสีแดงของมันเรืองแสงขึ้น มันตบกรรมการและเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยจนกระเด็นออกนอกเวที มันควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว เย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่รีบขึ้นมาบนเวที แต่หลังจากพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว พวกเขาก็ยังไม่สามารถหยุดการโจมตีของสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดนี้

มันใช้แขนขนาดใหญ่กวาดเย่คงและคนอื่นๆ ตกลงไปบนพื้นหมด

สัตว์ประหลาดน่าเกลียดเริ่มยกกรงเล็บเตรียมโจมตีใส่เย่คงและคนอื่นๆ... เย่ปิงรีบโดดขึ้นเวทีและกางแขนนางป้องกันเย่คงและพี่น้องตระกูลหลี่โดยขวางอยู่ข้างหน้าของสัตว์ประหลาดน่าเกลียดนั้น

“อย่าทำร้ายใครนะ! รีบคืนร่างได้แล้ว! เจ้าไม่อาจปล่อยสติจนคุมตัวเองไม่ได้นะ!”

สัตว์ประหลาดที่น่าเกลียดดูเหมือนจะสูญเสียเหตุผลไปแล้ว มันเงื้อกรงเล็บอยู่เหนือศีรษะเย่ว์ปิงเตรียมจะสับลงมา

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=255

จบบทที่ ตอนที่ 235 อสุรกายปรากฏตัวอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว