เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 แผนการต่อไป

บทที่ 58 แผนการต่อไป

บทที่ 58 แผนการต่อไป


ตกเย็นแล้ว

เฉินอันอันเล่นซนจนถึงสองสามทุ่มถึงยอมเข้านอน ซ่งเหยียนซีจึงชวนให้ไป๋ซินค้างที่บ้านด้วยกันเลย

บ้านพักของเธอที่เขตสือจิ่งซานก็เป็นห้องเดี่ยวขนาดเล็ก แถมยังอยู่ชั้นใต้ดิน จะสบายเท่าบ้านวิลล่าของพวกเขาได้ยังไง

อีกอย่าง เธอก็มองออกว่าอันอันชอบครูสอนพิเศษคนนี้มาก

ให้อยู่ค้างคืนสักคืนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

ตอนนี้ก็ใกล้จะเข้าพฤศจิกายนแล้ว หลังจากซ่งเหยียนซีอาบน้ำเสร็จ ก็เดินเข้าห้องไปหาเฉินผิงเซิง

พบว่าเขากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเริ่มต้นธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต พอเธอเปิดผ้าห่มนั่งลงข้าง ๆ ถึงได้เห็นว่า

หมอนี่ใช้หนังสือบังไว้เฉย ๆ ที่จริงกำลังดูการ์ตูนเกาหลีอยู่

แบบที่ไม่ใส่เสื้อผ้าต่อสู้กัน

ผู้ชายก็แบบนี้แหละ ถึงแก่ก็ยังเป็นเด็ก

“คุณอยากดูก็ดูไปสิ จะมาทำเป็นแอบ ๆ เอาหนังสือมาบังทำไมกัน”

ซ่งเหยียนซีค้อนเขาหนึ่งที เฉินผิงเซิงก็เกาหัวแกรก ๆ “ก็กลัวเธอเข้าใจผิดไง”

“เข้าใจผิดว่าอะไร เข้าใจผิดว่าคุณดูการ์ตูนโป๊เหรอ”

ซ่งเหยียนซีเอนตัวพิงอกเขาอย่างอ่อนโยน “ที่รัก ช่วงนี้ทำอะไรไม่ได้ คุณคงอึดอัดแย่เลยใช่ไหม”

“พอเถอะ เปลี่ยนเรื่องเถอะ อย่าทำให้ฉันลำบากใจเลย”

“ลำบากอะไรล่ะ คุณก็รู้ว่าภรรยาคนนี้มีวิธีจัดการเพียบ”

ซ่งเหยียนซียิ้มอย่างมีเลศนัย ค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อของตัวเอง แล้วมุดลงไปใต้ผ้าห่มท่อนล่างอย่างเงียบเชียบ

ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ไล่คุณสามีที่หมดแรงไปอาบน้ำ

สบายตัวแล้ว…

ซ่งเหยียนซีก็ไปอาบน้ำบ้าง ตอนกลับออกมาจากห้องน้ำใบหน้าก็ไม่แดงเท่าเมื่อครู่แล้ว

“ที่รัก สบายไหม?”

“ไม่เอา ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พรุ่งนี้พี่สาวฉันเปิดร้าน เราก็เอา Panamera ไปให้เธอเลยละกัน”

“จ้า… ว่าแต่บริษัท Tengying Entertainment ของคุณนั่นอะ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง คุณไม่ใช่คนวงการบันเทิงแท้ ๆ แน่ใจเหรอว่าจะทำบริษัทบันเทิงให้รุ่งได้”

“ก็เรื่อย ๆ นั่นแหละ”

เฉินผิงเซิงอธิบายว่า “จริง ๆ ฉันก็แค่มีความคิดอยู่อย่างหนึ่ง เธอลองดูนะ บรรดานักธุรกิจอินเทอร์เน็ตชอบพูดกันว่าใครควบคุมกระแสได้ คนนั้นก็มีอำนาจในธุรกิจ ฉันไม่ถนัดวงการบันเทิงก็จริง แต่ธุรกิจดั้งเดิมฉันพอเข้าใจบ้าง ฉันเลยอยากใช้ทรัพยากรในวงการบันเทิงมาเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมของเรา”

“คุณมีความคิดแบบนี้ด้วยเหรอ”

ซ่งเหยียนซีมองเขาอย่างแปลกใจ เดิมทีก็รู้ว่าเขาฉลาด แต่ก็ไม่คิดว่าจะฉลาดขนาดนี้

ดูเหมือนว่ากำลังเดินหมากกระดานใหญ่ Tengying Entertainment ก็แค่ก้าวแรกเท่านั้น

“ฉันคิดแบบนี้มาตลอดเลยนะ”

เฉินผิงเซิงกล่าวว่า “คนเราน่ะ ควรหาเงินจากสิ่งที่ตัวเองเข้าใจจริง ๆ อย่างที่เราทำร้านผลไม้ ทำไมถึงทำเงินได้เร็ว เพราะเราเข้าใจธุรกิจผลไม้ดีไง แต่เธอเปิดสุ่ยหยุนเจียนแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็เพราะเธอไม่เชี่ยวชาญเรื่องความงามนั่นแหละ”

“พูดกันตามตรง เราสั่งสมประสบการณ์ในวงการผลไม้มาพอสมควรแล้ว แต่ธุรกิจความงามนั้นต้องพึ่งพาทีมบริหารหน้างานอย่างพวกโจวชุนมากกว่า”

“ลองคิดดูนะ ถ้าเราทุ่มลงทุนกับจ้าวลี่อิ่งเต็มที่ แล้ววันหนึ่งเธอกลายเป็นดาราแถวหน้า ถ้าเราดึงเธอมาที่สุ่ยหยุนเจียนเพื่อทำแคมเปญโปรโมตสักสองสามงาน ถ่ายภาพขึ้น Weibo หรือหน้าหนังสือพิมพ์แค่ไม่กี่ครั้ง ก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องลูกค้าขาดแคลนได้ทันทีเลยนะ”

“แล้วลองนึกต่ออีก ถ้าฉันใช้ Tengying Entertainment ปั้นดาราขึ้นมาอีกสองสามคน แล้วดึงพวกเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจดั้งเดิมของเรา มันก็จะช่วยแก้ปัญหาการโปรโมตและหาลูกค้าในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจดั้งเดิมได้โดยตรงเลย”

“ตอนนี้เรามีประสบการณ์ด้านการจัดการธุรกิจดั้งเดิมจากร้านผลไม่อยู่แล้ว ถ้าฉันเอาประสบการณ์นั้นไปต่อยอดกับธุรกิจอื่น แล้วให้ Tengying Entertainment คอยสนับสนุนด้านสื่ออีกแรง เธอว่าเราจะสร้างบริษัทใหญ่ได้สักสามสี่แห่งไหมล่ะ”

ซ่งเหยียนซีกะพริบตาสวย ๆ เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าสามีของเธอจะมีความคิดที่ทะเยอทะยานขนาดนี้

ตอนนี้สิ่งที่เขาคิดไม่ใช่แค่ให้บริษัทเดียวที่เข้า IPO แต่คือการสร้าง Tengsheng ให้เป็นกลุ่มบริษัทใหญ่ที่มีธุรกิจดั้งเดิมหลายแขนง

มีบริษัทในเครือจดทะเบียนหลายแห่งแบบนั้นเลย

“ที่รัก นี่คุณทะเยอทะยานเกินไปแล้วมั้ง”

“จะว่าไปก็ไม่ได้ปิดเธอหรอก บอกเลยแล้วกันว่าฉันเพิ่งลงทุนซีรีส์ไปเรื่องหนึ่ง ใช้เงินไปตั้งร้อยล้าน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หลังถ่ายทำเสร็จซีรีส์เรื่องนี้มีโอกาสได้กำไรถึงสิบเท่า แบบนี้ Tengying ของเราก็อาจมีมูลค่าขยับขึ้นไปถึงหลักหลายพันล้านเลยนะ เธอลองคิดดูสิ ถ้าฉันมีบริษัทบันเทิงใหญ่ขนาดนั้น แล้วจะฝันอยากครองธุรกิจดั้งเดิมอีกสักหน่อย มันจะเกินไปตรงไหนกันล่ะ?”

ซ่งเหยียนซีถึงกับอึ้งจนผ้าเช็ดตัวตกยังไม่รู้สึก

พึ่งอาบน้ำออกมาเลยดูเหมือนจะหนาวอยู่หน่อย ๆ ขาวโพลนอมชมพูไปหมด

เฉินผิงเซิงก็หยิบผ้าห่มมาห่มให้เธออย่างอัตโนมัติ

เธอเคยนึกว่าสามีหาเงินได้ห้าสิบล้านก็เก่งมากแล้ว

คาดไม่ถึงว่าเขาแอบเอาหนึ่งร้อยล้านไปลงทุนอีก ไม่ว่าจะได้กำไรหรือไม่

ครอบครัวเธอนี่มันระดับมหาเศรษฐีพันล้านตัวจริง

รู้สึกฟินมาก

“ที่รัก ฉันได้ยินมาว่าคนท้องก็ยังทำนั่นได้อยู่นะ”

พอตื่นเต้นก็ไม่แคร์อะไรแล้ว

แต่เฉินผิงเซิงยังคงยึดเป้าหมายหลักไว้ก่อน อีกอย่างเมื่อกี้ก็สบายตัวไปแล้ว ไม่จำเป็นอีก

“อย่ามาทะลึ่งเลย กลับเข้าเรื่องก่อน เธอนี่แหละวัน ๆ คิดแต่เรื่องพรรค์นั้นนะ เดี๋ยวเถอะ”

“เชอะ...ปากแข็ง อย่างอื่นไม่แข็งละสิ แต่ก็เอาเถอะ ที่รัก ไหน ๆ ก็คิดได้ขนาดนี้แล้ว แล้วมีแผนที่ชัดเจนบ้างหรือยัง” ซ่งเหยียนซีตอบกลับแบบทันควัน

“แน่นอน เธอจำเพื่อนสมัยมัธยมต้นชื่อเกาฮู่ได้ไหม? พ่อเขาเคยเป็นหัวหน้าเชฟในรัฐวิสาหกิจ หมอนั่นเรียนไม่จบมัธยมก็ไปฝึกงานกับพ่อเลย อีกไม่กี่วันเขาจะมาปักกิ่ง เห็นว่าญาติฝ่ายแม่จะหาแฟนให้”

“จำได้สิ”

ซ่งเหยียนซียิ้มหวาน “พวกคุณสมัยมัธยมต้นนี่แสบใช่ย่อย สนิทกันขนาดเหมือนใส่กางเกงตัวเดียวกันเลยไม่ใช่เหรอ? เขาไม่ได้แต่งงานไปแล้วเหรอ? หลายรอบแล้วด้วยนะ ฉันยังเห็นคุณให้ซองแต่งงานตั้งหลายครั้งแน่ะ”

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉินผิงเซิงก็อดโมโหไม่ได้

ตอนเขาแต่งงาน เกาฮู่ก็ใส่ซองมาห้าพัน

ตอนนั้นเขาก็นึกว่าหมอนี่มีน้ำใจ ไม่นึกเลยว่าไม่ถึงเดือน เกาฮู่ก็แต่งงานบ้าง

ปีถัดมาก็แต่งอีกครั้ง ต้องใส่ซองคืนอีกห้าพัน

ปีที่สามยังดีหน่อย ไม่แต่ง ปีที่สี่เล่นแต่งสองรอบติดกัน ขาดทุนยับเยิน

“ยังไม่ถึงหกปี เลิกมาแล้วสี่รอบ เธอว่าเขาเก่งไหมล่ะ”

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!” ซ่งเหยียนซีถามอย่างอยากรู้

เฉินผิงเซิงว่า “คนแรกแต่งแล้วบอกว่ายังรักแฟนเก่า คนที่สองลูกไม่ใช่ของเขา คนที่สามคิดว่าเป็นคนดี สรุปเป็นมืออาชีพต้มสินสอด เงินสินสอดสองแสนห้าที่ให้ไปก็เหมือนหมาหอบข้าว หนีไปอยู่บ้านแม่หลังแต่งแค่เจ็ดวัน”

“รายที่สี่ก็ดูโอเคอยู่ ขยัน หน้าตาก็ใช้ได้อยู่หรอก แต่พอพาไปล้างเท้าครั้งนึง ดันถูกเพื่อนร่วมงานเก่าสมัยทำงานเจอกันที่ร้าน เขาจำหน้าเธอได้ เขาบอกว่าแค่ล้างเท้าธรรมดาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ล้างให้แขกแบบ...พิเศษเลยนะ”

“ถึงว่าทำไมไม่เรียกค่าสินสอด สรุปคือเก็บเงินได้พอแล้ว เลยหาคนซื่อแต่งงานด้วย ไม่คิดเลยว่าข้ามมณฑลผ่านไปตั้งหลายเมือง คนก็ยังจำหน้าเธอได้”

“แบบนี้ผู้ชายหน้าไหนจะทนไหว นี่ไม่ใช่แค่สวมเขา แต่คือมีทุ่งหญ้าทั้งทุ่งบนหัวแล้ว”

ซ่งเหยียนซีทั้งอยากหัวเราะทั้งกลั้นไว้

เกาฮู่นี่เงื่อนไขก็ดี เปิดร้านหม้อไฟที่ซาเฉิงตั้งแต่อายุน้อย

ธุรกิจก็ไปได้ดี ปีหนึ่งกำไรหลายแสนแน่ ๆ

ถ้าไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ คงไม่มีทางแต่งหย่าถี่ขนาดนี้ในหกปี

คนธรรมดาแต่งงานทีเดียวก็เหนื่อยแล้ว

“ที่รัก คุณว่ามันเป็นเพราะตอนวัยรุ่นทำตัวไม่ดีหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิ หมอนั่นน่ะคือแขกประจำถนนอวี้หลานของซาเฉิง ซอกซอยตรงนั้นไม่มีที่ไหนเขาไม่รู้จัก เวลากลับซาเฉิงก็ชวนฉันไปตลอด”

เฉินผิงเซิงพูดอย่างมั่นใจ “แต่เมียฉันทั้งสวยทั้งน่ารัก ฉันจะไปมองคนพวกนั้นได้ยังไง”

พูดก็พูดเถอะ ถนนอวี้หลานก็แปลกไม่เบา พอตกดึก ไฟนีออนสว่างวาบ ร้านเล็ก ๆ แต่ละแห่งมีสาว ๆ นั่งบนโซฟากันเจ็ดแปดคน

แต่ละคนยังสาว หน้าตาดีกันทั้งนั้น

ถึงจะเป็นแบบนั้น ต่อให้น่าดึงดูดหัว..ใจแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยสนเลยสักครั้ง

ซ่งเหยียนซีได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งพอใจ หลับไปอย่างมีความสุข เฉินผิงเซิงก็ดับไฟ

รอให้เกาฮู่มาถึงแล้วค่อยดูว่าจะดึงเขาให้เปิดร้านหม้อไฟในเมืองหลวงได้หรือเปล่า

เขารู้สึกว่าธุรกิจอาหารแบบดั้งเดิมประเภทนี้ ตัวเขายังพอควบคุมไหว

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 58 แผนการต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว