เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 หรูหราในสไตล์สุ่ยหยุนเจียน

บทที่ 44 หรูหราในสไตล์สุ่ยหยุนเจียน

บทที่ 44 หรูหราในสไตล์สุ่ยหยุนเจียน


หลังจากรวยกะทันหันไปรอบหนึ่งแล้ว เฉินผิงเซิงก็ไม่ได้คิดจะเปิดใช้งานระบบสุ่มคูณรายได้ทุกวันอีกต่อไป

เขาวางแผนกลับมาใช้ตามเดิม ทุก ๆ เจ็ดวันเปิดครั้งหนึ่ง เดือนหนึ่งตื่นเต้นสี่รอบ ชีวิตจะได้มีความสุขแบบต่อเนื่องให้ตื่นเต้นได้แบบยาว ๆ

ทางฝั่งเขามีข่าวดีไม่ขาดสาย ฝั่งน้องสาวอย่างเฉินฉีก็มีความคืบหน้าเช่นกัน เธอเพิ่งนัดหมายอดีตหัวหน้าคนเก่งของเธอมาได้สำเร็จ

หญิงสาวคนนั้นอายุยี่สิบแปดปี หน้าตาดูอ่อนเยาว์จนดูไม่ออกเลยว่าเป็นหัวหน้าสายลุยที่ทั้งเด็ดขาดและทำงานเร็ว

สุภาษิต “อย่าตัดสินคนจากหน้าตา” ได้รับการยืนยันมาแล้วจากกรณีของอาจารย์หม่า และคนนี้ก็เช่นกัน

เฉินฉีพยายามนัดอยู่นานเป็นเดือนกว่าจะพาเธอมาได้

จากคำแนะนำตัวของเธอเอง หญิงสาวคนนี้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับความงามตั้งแต่อายุสิบหก

อายุสิบเจ็ดก็กลายเป็นช่างเสริมสวยระดับ A ซึ่งก็คือกำลังหลักของร้าน

หลังจากนั้นใช้เวลาอีกสามปี ไต่เต้าจากช่างเสริมสวยเป็นที่ปรึกษา แล้วเป็นผู้จัดการ จนในที่สุดกลายเป็นผู้จัดการร้านเสริมความงามชื่อดังแห่งเมืองซาเฉิง

รายได้ต่อปีประมาณสามแสนหยวน

เธอเองก็ได้ฟังเฉินฉีพูดถึงหลายครั้งว่า พี่ชายของเธออยากลงทุนเปิดร้านเสริมความงาม และถ้าเธอย้ายมาช่วยก็จะให้หุ้นฟรี 20%

ร้านเสริมความงามนั้นแน่นอนว่าเป็นธุรกิจที่กำไรสูงมาก

เธอทำงานในซาเฉิงมาหลายปี ไม่เคยได้ถือหุ้นของร้านเลย นายจ้างไม่เคยแบ่งหุ้นให้พนักงานแบบพวกเธอ

นั่นทำให้เธอเริ่มคิดถึงการเปลี่ยนงานหรือไม่ก็เปิดกิจการเอง

คำพูดลอย ๆ ฟังอย่างไรก็ไม่เท่ากับได้เห็นกับตา

ต่อให้เฉินฉีพูดเก่งแค่ไหน ก็สู้การได้มาเห็นด้วยตัวเองไม่ได้

เธอเลยถือโอกาสใช้ช่วงวันหยุดเดินทางมาดูให้เห็นจริง

“พี่ชุน”

“อ้าว เสี่ยวฉี”

เฉินฉีเคยเป็นพนักงานต้อนรับของร้านเธอมาก่อน เป็นคนร่าเริง พูดจาดี เข้ากับคนง่าย ก็เลยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน

แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเฉินฉีมีพี่ชายที่รวยขนาดนี้

คนที่มารับแขกในวันนี้ไม่ใช่เฉินผิงเซิง แต่เป็นซ่งเหยียนซีที่อยากลงทุนในธุรกิจเสริมความงามด้วยตัวเอง

แถมยังขับรถ Bentley รุ่นเปิดประทุนมาด้วย

รถคันนี้เป็นความคิดของเฉินฉี เพราะรถ Bentley นั้นสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเห็น และบอกชัดเจนว่า “ฉันรวย” ตั้งแต่สายตาครั้งที่สอง

แค่เห็นเฉินฉีนั่งอยู่ใน Bentley แบบเปิดประทุนตอนมารับ ก็ทำให้โจวชุนไม่สงสัยเลยว่าพี่ชายเธอรวยจริง

“เธอคือโจวชุนใช่ไหม? ฉันเป็นพี่สะใภ้ของเสี่ยวฉี ชื่อซ่งเหยียนซี”

ซ่งเหยียนซียิ้มแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง

เธอให้โจวชุนนั่งที่เบาะข้างคนขับ แล้วไล่เฉินฉีไปนั่งเบียดอยู่เบาะหลัง

ข้อเสียของรถสปอร์ตก็คือแบบนี้ สองคนนั่งสบาย แต่พอเพิ่มเป็นสามก็ต้องเบียดกันแล้ว

เบาะหลังก็ไม่กว้างมากนัก ยืดขาได้พอประมาณเท่านั้น

ซ่งเหยียนซีตั้งใจจะพาเธอไปกินข้าวก่อน แต่เฉินฉีกลับเสนอให้ไปดูบริษัทพี่ชายก่อน

เจอหน้าพี่ชายก่อน ค่อยว่ากัน

เฉินฉีรู้จักโจวชุนดี ตั้งแต่เด็กบ้านเธอยากจน การทำงานก็เลยสู้ไม่แพ้ใคร

ถ้าพูดเรื่องหาเงินกับเธอ เธอพร้อมลุยสามวันสามคืนไม่หลับไม่นอนยังได้

แต่ถ้าคุยเรื่องไร้สาระ เธอก็ตอบสั้น ๆ ตามมารยาทเท่านั้น

ภายใต้การบริหารของเธอมีช่างเสริมสวยหลายคน และส่วนใหญ่พร้อมจะตามเธอไปด้วย

พูดได้ว่าถ้าจับโจวชุนให้อยู่หมัดได้ ร้านเสริมความงามก็แทบจะเปิดได้เลย

ตอนนี้ Tengsheng Supermarket เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด หน้าร้านมีรูปปั้นสิงโตเล็กตั้งอยู่อย่างสง่างาม

ขณะที่โลโก้ของ Tengsheng Group ก็โดดเด่นสะดุดตา สื่อถึงความมั่นคงและอำนาจที่เติบโตขึ้นของธุรกิจนี้

กลับกันห้องทำงานของเฉินผิงเซิงในฐานะประธานบริษัทกลับเรียบง่าย ไม่ตกแต่งโอ้อวดหรือวางหนังสือไว้ให้ดูเป็นนักคิดนักอ่านแต่อย่างใด

เขาพอจะเรียนรู้จากวิดีโอได้บ้าง แต่พอหยิบหนังสือขึ้นมาเมื่อไรก็มักจะรู้สึกง่วงเสมอ

เป็นจุดอ่อนที่เขารู้ว่าควรแก้ไข แต่พอพยายามเปลี่ยนแปลงแล้วก็ยังกลับมาเป็นเหมือนเดิมอยู่ดี

“พี่”

เฉินฉีพาโจวชุนเข้ามาแนะนำตัว ซึ่งในฐานะคนทำงานด้านความงามระดับสูง เธอผ่านคนมีเงินมานักต่อนัก จึงไม่มีอาการประหม่าเลยแม้แต่น้อย

เฉินผิงเซิงเป็นคนตรง ๆ ไม่ชอบพูดอ้อมค้อม

“น้องสาวฉันพูดถึงเธอมาหลายครั้ง วันนี้ฉันจะพาไปดูร้านที่ตั้งใจจะลงทุน ถ้าเธอเห็นว่าโอเค เราจะเซ็นสัญญากันได้ทันที”

“พี่ดูร้านไว้แล้ว ทำไมฉันไม่รู้เลย?”

“ถ้ารู้ เธอคงรีบบึ่งกลับซาเฉิงไปทำไรมั่ว ๆ ก่อนแล้วล่ะสิ”

เฉินผิงเซิงพาทั้งคู่ลงมาข้างล่าง คราวนี้ไม่ใช้รถสปอร์ต แต่เป็น Lincoln Navigator ที่จอดอยู่

รถหรูเจ็ดที่นั่งระดับหลักล้าน ขับแล้วรู้สึกเหมือนนั่งโซฟาเคลื่อนที่

เฉินฉียังเด็กเกินไป จึงไม่เข้าใจวิธีรับมือกับคนแบบโจวชุน

กับคนที่ต้องการหาเงิน คุยเรื่องเงินไปตรง ๆ ก็พอ ถ้าพูดเรื่องความสัมพันธ์มีแต่เสียเวลา

หลอกเด็กจบใหม่อาจจะยังได้ผล แต่นี่ไม่ใช่

ร้านที่เขาเล็งไว้ก็อยู่ในเขตสือจิ่งซาน เป็นคลับเสริมความงามระดับไฮเอนด์ที่ชื่อว่าเทียนเซียงเก๋อ

แค่ชื่อก็รู้แล้วว่า ถ้าไม่มีเงินหลักล้าน คงไม่กล้าเหยียบเข้าไปเลยด้วยซ้ำ

เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย เสียงหวาน บุคลิกออกแนวเซ็กซี่ อายุแค่ 24 ปี

เฉินผิงเซิงเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง และจากสายตาระดับเซียนตลาด เขาฟันธงได้เลยว่าเธอไม่ได้มาจากครอบครัวร่ำรวย แต่มีเสี่ยใหญ่หนุนหลัง

คนนั้นคงให้บัตรรูดแบบไม่อั้น ส่วนเธอก็ไม่ใช่คนอยู่นิ่ง เลยใช้โอกาสนี้เปิดร้านขึ้นมา

ร้านแห่งนี้ลงทุนไปถึง 8 ล้าน พื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร

นี่ไม่ใช่ร้านเสริมความงามธรรมดา แต่คือคลับหรูระดับไฮเอนด์

ภายในมีทั้งคาเฟ่สำหรับพูดคุย และโซนเครื่องดื่มน้ำชายามบ่ายที่มีเปียโนให้ลูกค้าเล่นสด

การตกแต่งเป็นสไตล์จีนคลาสสิก ห้องเสริมความงาม 18 ห้อง ตั้งชื่อตามทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำ

แค่ได้นอนพักอยู่ในนั้นโดยไม่ต้องทำอะไร ก็รู้สึกผ่อนคลายจนลืมทุกสิ่ง

นี่แหละ ถึงจะเรียกว่า “ไฮคลาสของจริง”

“เป็นยังไงบ้าง ถ้าเธอพร้อมย้ายทีมมา ร้านนี้จะให้เธอบริหารเต็มที่ ยกเว้นเรื่องบัญชี เราจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องบริหารเลย”

เฉินผิงเซิงกล่าวต่อว่า “พูดตามตรง ถ้าน้องสาวฉันไม่ได้คลุกคลีกับวงการเสริมความงามมาก่อน ฉันก็คงไม่สนใจลงทุนเรื่องนี้ ถือว่าช่วยทำความฝันของเธอให้เป็นจริง ให้เธอมีธุรกิจเป็นของตัวเอง”

โจวชุนถึงกับพูดไม่ออก ร้านนี้เหนือกว่าร้านในซาเฉิงที่เธอเคยบริหารไปไกลหลายขุม

ต่างกันราวฟ้ากับดิน

ถ้าทำดี ๆ รายได้ต่อปีก็น่าจะอยู่ที่สี่ถึงห้าล้านหยวน

“ขอพูดตรง ๆ นะคะ ร้านแบบนี้ลงทุนแค่สามล้านคงไม่พอแน่”

ก่อนหน้านี้เธอได้ยินจากเฉินฉีว่า พี่ชายของเธอจะลงทุนแค่สามล้าน

แต่ร้านขนาดนี้ สามล้านหยวนได้ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ

“สามล้านก็แค่พูดไว้ก่อนน่ะ ฉันคุยกับเจ้าของร้านมาแล้ว เธอเสนอขายที่หกล้าน เพราะอยากรีบปล่อย ยอมขาดทุนเองถึงสองล้าน”

เฉินผิงเซิงเสริมว่า “ฉันก็ยอมรับได้กับราคาหกล้าน ภรรยาฉันก็ชอบทำสวยเหมือนกัน การเปิดร้านนี้ก็เหมือนได้เอาใจเธอ ขอแค่เธอมีความสุข จะจ่ายเพิ่มอีกหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหา”

“นอกจากนี้ ฉันจะให้ทุนหมุนเวียนอีกหนึ่งล้าน เอาไว้ทำการตลาดกับซื้อสินค้า รวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณเจ็ดล้าน”

โจวชุนตอบตกลงแทบจะทันที ไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ดูร้านจริง คุยการลงทุนจริง ๆ คนที่อยากรวยรู้ดีว่า โอกาสแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะมีบ่อย ๆ

เฉินฉีก็ตื่นเต้นสุด ๆ เพราะตามที่พี่สะใภ้บอก เธอจะได้หุ้น 25% จากร้านนี้

ถ้าร้านไปได้สวย เธอก็ไม่ต้องพึ่งพี่ชายอีกต่อไป

พึ่งตัวเองก็โอเคเหมือนกัน

สำหรับซ่งเหยียนซี การได้ทำสวยในร้านของตัวเอง มันก็ให้ความรู้สึกดีไม่เบา

พูดออกไปก็ยังดูมีระดับ

โจวชุนอยู่ที่ปักกิ่งแค่วันเดียว ก่อนจะกลับซาเฉิงเะอจัดการธุระให้เสร็จ

รอบต่อมา เธอกลับมาพร้อมทีมช่างเสริมความงามสาวสวย 12 คน

ทุกคนล้วนเป็นลูกน้องที่ตามเธอมาหลายปี

เฉินผิงเซิงไม่เสียเวลา รีบเซ็นซื้อกิจการ “เทียนเซียงเก๋อ” แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สุ่ยหยุนเจียน คลับเสริมความงามไลฟ์สไตล์หรู

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 44 หรูหราในสไตล์สุ่ยหยุนเจียน

คัดลอกลิงก์แล้ว