- หน้าแรก
- พ่อบ้าน 10x : เปลี่ยนพ่อค้าสู่มหาเศรษฐี
- บทที่ 4 การเป็นตัวแทน
บทที่ 4 การเป็นตัวแทน
บทที่ 4 การเป็นตัวแทน
กลับมาถึงบ้าน
อยู่ดี ๆ อันอันก็ถูกล็อกให้อยู่ข้างนอกห้องนอนอย่างไม่เข้าใจ
เธอไม่รู้ว่าพ่อแม่จะทำอะไรกัน ทำไมถึงไม่ให้เธอเข้าไปข้างใน
แอบชะเง้อดูด้วยความสงสัย แต่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะอยากดูเทเลทับบี้ต่อ
ในห้อง
เฉินผิงเซิงดึงซ่งเหยียนซีขึ้นเตียงอย่างลับ ๆ ข้างหน้าต่างหัวเตียงมีผ้าม่านสีชมพู
ห้องไม่ได้ใหญ่ แต่ดูอบอุ่นมาก
“ที่รัก กลางวันแสก ๆ จะทำอะไรน่ะ?”
ซ่งเหยียนซีคิดว่าเขาจะทำเรื่องนั้น ตั้งแต่มีลูกก็แทบไม่ได้ทำกันเลย
ส่วนหนึ่งก็เพราะห้องเล็ก เสียงรั่วง่าย
พูดง่าย ๆ คือ สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย
“เหยียนซี ฉันจะโอนเงินที่หาได้วันนี้ให้เธอเก็บนะ”
ในฐานะพ่อบ้านสายอบอุ่น รายได้ต้องส่งให้ภรรยาเก็บเสมอ
เฉินผิงเซิงจะเหลือเงินไว้ในบัญชีตัวเองแค่ 500 หยวน ไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ถ้าไม่มีอะไรฉุกเฉิน เงินเท่านี้เขาใช้ได้ทั้งเดือน
เขาแทบไม่มีรายจ่ายอะไร ค่าคงที่หลัก ๆ ก็มีแค่บุหรี่เหลาไป๋ซาซองละ 4-5 หยวนแค่วันละซอง
เสื้อผ้ารองเท้าก็ให้ภรรยาหาซื้อให้หมด
“ติ๊ง— เงินเข้า Alipay ของคุณ 4,000 หยวน”
ซ่งเหยียนซีขมวดคิ้วเล็กน้อย แปลกใจอยู่บ้าง สามีเธอโอนรายได้มาให้ทุกวันเป็นเรื่องปกติ
แต่ในวันเดียวได้ถึงสี่พัน แบบนี้ไม่เคยมีมาก่อนเลย!
มากที่สุดก็ตอนเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ที่ขายทุเรียนได้มากกว่าสามพัน
“นี่คุณไปทำอะไรไม่ดีมารึเปล่า?”
“ไม่มีหรอก แค่รับจ้างขนของแล้วก็ไปส่งทุเรียนมาอีกคันนึงน่ะ”
เฉินผิงเซิงเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เขาไอเบา ๆ แล้วพูดต่อ “เหยียนซี ฉันอาจจะหาเงินได้เท่านี้ทุกวันเลยนะ เธอต้องเริ่มชินกับการใช้เงินแบบคุณนายเศรษฐีนะ”
จะไปชินอะไรล่ะ
ซ่งเหยียนซีถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยิ้มไม่หุบ สำหรับครอบครัวอย่างพวกเขา ไม่มีอะไรน่ายินดีเท่าการที่หาเงินได้มากขึ้นทุกวัน
“ที่รัก ฉันว่าเราวันนี้ไปกินมื้อค่ำแบบโรแมนติกเหมือนที่น้องสาวเธอเคยพูดถึงกันเถอะ”
ซ่งเหยียนซีกลอกตา “กินอะไรให้เปลืองเงิน เราผัดกับข้าวเอง จุดเทียนในบ้านก็โรแมนติกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
อืม…ก็จริงแฮะ
ว่าแล้วเฉินผิงเซิงก็ลงไปที่ร้านขายของชั้นล่างเพื่อซื้อเทียนสีแดง
พอกลับขึ้นมา ซ่งเหยียนซีก็กำลังคำนวณบัญชีครอบครัวอยู่
รวมเงินที่เขาเพิ่งโอนให้ วันนี้พวกเขามีเงินเก็บรวม 386,000 หยวน
ฟังดูเหมือนเยอะ แต่นั่นคือเงินที่เก็บมาตลอดห้าปีหลังแต่งงาน กินประหยัด ใช้ประหยัด ทุกหยวนล้วนเต็มไปด้วยความอดทน
“ที่รัก อีกแค่ 120,000 เราก็จะมีเงินพอจ่ายดาวน์บ้านแล้วนะ”
ซ่งเหยียนซีพูดด้วยความหวัง ปี 2012 ราคาบ้านในเขตซานหว่านเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25,000 หยวนต่อตารางเมตร
ทั้งสองวางแผนจะซื้อห้องขนาด 80 ตร.ม. เพียงพอสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ
รวมแล้วราคาบ้านราว 2 ล้าน หยวน ต้องวางดาวน์ราว 500,000 หยวน
“ถ้าได้บ้านเมื่อไหร่ เราค่อยไปโรแมนติกกันก็ยังไม่สาย”
ซ่งเหยียนซีประหยัดกว่าเขาเสียอีก เสื้อผ้าบางตัวใส่มาหลายปี
อาหารเย็นแพง ๆ มื้อหลายร้อยแค่จุดเทียน เธอกินไปก็เจ็บใจไป
แบบนั้นเธอไม่มีทางยอมแน่นอน
เฉินผิงเซิงก็ไม่เซ้าซี้อะไร พอเขาเข้าไปในครัว ซ่งอู่ก็ส่งข้อความมาหา
บอกให้เขาไปบ้านพ่อแม่เธอช่วงตรุษจีนปีนี้
พูดตามตรง สำหรับคนฐานะธรรมดา การไปบ้านพ่อตากับแม่ยายช่วงปีใหม่ถือเป็นเรื่องเครียดสุด ๆ
ใครเคยไป ใครก็รู้
ตอนอาหารเย็นเสร็จ ซ่งเหยียนซีก็จัดการจุดเทียนจริง ๆ
อันอันถึงกับงง คิดว่าจะได้กินเค้กวันเกิด แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเลย แค่นั่งหัวเราะเบา ๆ ต่อหน้าเทียนสีแดง
เธอยังเด็ก ยังไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงหัวเราะ
พวกเขาหัวเราะเพราะยังมีความหวัง หัวเราะให้กับแสงสว่างเล็ก ๆ ที่รออยู่ในวันหน้า
ตอนดึก ซ่งเหยียนซียังนั่งดูเทเลทับบี้กับอันอัน เสียงทีวีดังเป็นพิเศษ
พอเห็นลูกสาวเริ่มเคลิ้มหลับ ก็รีบจูงเฉินผิงเซิงเข้าไปในห้อง
ต้องรีบ
เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะมาเคาะประตูเมื่อไหร่
ถึงจะรีบ แต่เขาก็ยังหนุ่มแน่น ไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงแน่นอน
ซ่งเหยียนซีถึงกับยิ้มพอใจ น้ำตาคลอ
…
เช้าวันถัดมา หลังจากเฉินผิงเซิงไปส่งภรรยาทำงาน เขาก็รีบเปิดกลุ่มแชตหางานขนของทันที
ตอนนี้เขามีเป้าหมายหาเงินที่ชัดเจนแล้ว ความกระตือรือร้นในการหาเงินพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ในกลุ่มนั้น มีคนชื่อเส้าช่วย เป็นเพื่อนเก่าของเขาเอง
เป็นคนที่เขาแนะนำให้มาทำงานหาเงินที่ปักกิ่งด้วยกัน ชายโสดวัยสามสิบที่หาเงินได้เดือนละเป็นหมื่น ชีวิตเรียกได้ว่าชิลสุด ๆ
ร้านค้าริมถนนใต้สะพานลอยที่แขวนโคมแดง เส้าช่วยรู้จักหมด
ในกลุ่ม
เส้าช่วย: “มีงานยกเครื่องซักผ้าขึ้นชั้นเจ็ด ร้อยเดียว ไม่มีลิฟต์ แม่งเอ๊ย”
แน่นอนว่างานแบบนี้ไม่มีใครอยากทำ
วันนี้ฝนก็ตกหนักอีกแล้ว ขายทุเรียนไม่ได้ หลายคนเลยต้องพึ่งงานชั่วคราวหาเงินประทังไปวัน ๆ
บางวันก็มีงาน บางวันก็ต้องนั่งเฉย ๆ
ผู้ใช้ชื่อ “แม่ทัพใหญ่” โพสต์ว่า: “มีงานยกเฟอร์นิเจอร์ ใครอยากร่วมด้วยไหม วันละสามร้อย”
เส้าช่วยตอบ: “ไม่เอา ไปเดินเล่นที่ซีตันดีกว่า เผื่อจะได้เจอเมียกลับมาสักคน” (ซีตัน-ย่านช็อปปิ้งวัยรุ่นชื่อดังกลางกรุงปักกิ่ง)
เฉินผิงเซิงไม่ใส่ใจกับมุกไร้สาระแบบนั้น ถึงจะมาจากบ้านนอกเหมือนกัน แต่แต่ละคนในกลุ่มก็หาเงินเดือนละหมื่นปลาย ๆ ได้กันหมด
งานเล็ก ๆ แบบนี้หลายคนจึงไม่สนใจ
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ จ้าวลี่อิ่งที่เขาเพิ่งรู้จักเมื่อวานก็ส่งข้อความมา
“พี่เฉิน ว่างไหม?”
“ว่าง ๆ”
“วันนี้พอมีเวลามั้ย พอดีมีงานเป็นตัวประกอบพิเศษ วันละสองพัน ไม่ต้องออกหน้ากล้อง สนใจไหม?”
แน่นอนว่าสนใจอยู่แล้ว
นี่แหละที่เขาเรียกว่าคอนเน็กชัน
ถึงแม้จ้าวลี่อิ่งจะไม่มีชื่อในวงการบันเทิง แต่ก็อยู่มาแล้วสี่ปี รู้จักคนมากกว่าพวกรุ่นใหม่แน่นอน
โอกาสดีแบบนี้เฉินผิงเซิงไม่พลาดอยู่แล้ว เขาถามต่อว่าต้องใช้ฝีมือการแสดงไหม
เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาไม่มีเลยจริง ๆ
จ้าวลี่อิ่งอธิบายสั้น ๆ ว่าไม่ต้องใช้ฝีมือ แต่ต้องทนเหนื่อยได้ ไม่รู้ว่าเขาจะไหวไหม
พูดง่าย ๆ คือ ตัวประกอบทั่วไปวันหนึ่งได้แค่ 300–500 หยวน งานนี้ได้สองพันแน่ ๆ แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขพิเศษ
พอไปถึงกองถ่าย ผู้ช่วยผู้กำกับไม่แม้แต่จะถามชื่อเขา บอกให้ถอดเสื้อทันที
เงินสองพันนี่ไม่ใช่ใครก็ได้มาเปล่า ๆ กลางฤดูหนาว อุณหภูมิติดลบสี่องศา เขาต้องกระโดดลงน้ำในสภาพเปลือยท่อนบน
จริง ๆ แล้วฉากนี้เดิมทีต้องเป็นพระเอกหนุ่มหน้าใสเล่นเอง แต่พอลองจุ่มน้ำดู เจ้าตัวก็เดินหนีไม่พูดอะไรสักคำ
ใครจะไปยอมลงน้ำเย็นขนาดนั้นกันล่ะ
ไม่สบายขึ้นมาล่ะยุ่งเลย แฟนคลับก็ต้องใจสลาย
สุดท้าย ผู้ช่วยผู้กำกับก็ต้องหาคนแทน ใช้มุมกล้องไกล ๆ เอา
หลายคนในทีมงานลองถอดเสื้อแล้ว แต่ไม่ถึงนาทีตัวก็สั่นเหมือนจะเป็นไข้
ไม่มีใครทนได้
ตอนนั้นเอง จ้าวลี่อิ่งก็นึกถึงเฉินผิงเซิง ที่เป็นคนนอกเมืองแต่กัดฟันหาเงินอย่างจริงจัง
เขาทำงานใช้แรงมาตลอด ร่างกายแข็งแรง แถมยังอดทนกว่าคนทั่วไปมาก
หลังจากแต่งหน้าเล็กน้อย เฉินผิงเซิงก็เดินไปที่ริมทะเลสาบเล็ก ๆ น้ำสีเขียวใสที่ดูเหมือนหยก ตอนนี้กลับหนาวจนเสียวถึงกระดูก
แค่เอาเท้าจุ่มลงไป เขาก็ขนลุกไปทั้งตัว
“จะทำได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวไป”
ผู้ช่วยผู้กำกับไม่มีความอดทนหรืออารมณ์ดีใด ๆ ให้กับตัวประกอบแบบพวกเขา
เห็นเฉินผิงเซิงลังเลนิดเดียวก็ขึ้นเสียงด่า
เฉินผิงเซิงกัดฟันแน่น ก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว
ฉากนี้ง่ายมาก แค่เล่นเป็นตัวละครที่อกหักกระโดดลงทะเลสาบ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องแสดงสีหน้า
ถ่ายแค่ฉากไกล ๆ เท่านั้น
แม้จะหนาวจนตัวสั่น แต่ในใจเขานึกถึงบ้านเล็ก ๆ ในฝัน
นึกถึงใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของภรรยาในบ้านหลังใหม่ ไม่ว่าเหนื่อยหรือยากแค่ไหนเขาก็ทนได้
ตอนแรกเขาคิดว่ามีแค่ฉากเดียว
ใครจะไปรู้ว่าพระเอกที่รับค่าตัวเป็นล้านกลับไม่ยอมแสดงฉากไหนเลยที่ต้องลงน้ำ
วันนี้เลยต้องถ่ายฉากที่ต้องเปียกหนาวทั้งหมดให้จบ
ดีที่ไม่ต้องแสดงอะไร แค่เจอความหนาวนี่ก็พอแล้ว
ฉากที่ยากที่สุดคือฉากที่พระเอกเผลอตกลงไปในทะเลสาบ แล้วบังเอิญได้เคล็ดวิชาสุดยอด
หลังจากนั้นก็ตามสูตร พระเอกกลับมาเอาคืนผู้หญิงทุกคนที่เคยดูถูกเขา
แล้วก็มีฉากนางเอกทั้งหลายกลับมาเสียใจ
แน่นอน...นี่คือพล็อตละครจีนตามสูตรแบบสุด ๆ พระเอกตกหน้าผาต้องได้ฝึกพลังวิเศษ…
ฉากนี้เดิมทีพระเอกต้องเล่นเอง แต่มันหนาวเกินไปจนเจ้าตัวไม่เอาแล้ว
เลยใช้เฉินผิงเซิงถ่ายแทน แล้วค่อยใช้พระเอกมาเก็บฉากสวย ๆ ทีหลัง
เฉินผิงเซิงอดคิดไม่ได้ว่า คนกลุ่มนี้หาเงินกันง่ายจริง ๆ
แค่มายืนเฉย ๆ ก็ได้เป็นล้าน
แต่ตัวเขา ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเงินแค่สองพัน
ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น เขาต้องถ่ายฉากในน้ำทั้งหมดสี่ฉาก
ร่างกายแทบจะหมดแรง ดีที่จ้าวลี่อิ่งเอาขิงต้มหอม ๆ มาให้ดื่ม
แรงงานเข้าใจแรงงานด้วยกันดี
เธอก็ยังเป็นแค่ตัวประกอบ เล่นเป็นสาวใช้ของนางเอกอีกตามเคย
เธอไม่รู้แล้วว่าเล่นเป็นสาวใช้มากี่เรื่อง หรือมีคนพูดว่าเธอเป็นสาวใช้โดยสันดานมากี่ครั้ง
“พี่เฉิน ไปผิงไฟหน่อย ไปอังให้ตัวอุ่น ๆ”
จ้าวลี่อิ่งยังเอาผ้าขนหนูสีขาวมาให้ เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยยังชั่วขึ้นมาก
“ภรรยาฉันใกล้เลิกงานแล้ว ฉันต้องรีบไปก่อน”
เฉินผิงเซิงบอกให้เธอไปขอค่าตัวแทนเขาด้วย อากาศแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเงิน ไม่มีใครอยากเจอแบบนี้หรอก
จ้าวลี่อิ่งพยักหน้า รีบเอาค่าตัวมาให้
กองถ่ายนี้เป็นกองทุนใหญ่ ลงทุนเป็นพันล้าน
เงินแค่นี้ไม่มีใครใส่ใจหรอก
ตอนจะกลับ ผู้ช่วยผู้กำกับเดินเข้ามาหา
“นายเก่งดีนะ มีนามบัตรไหม ไว้คราวหน้ามีงานแบบนี้จะเรียกมาอีก”
เขาจะมีนามบัตรอะไร ก็แค่คนขายทุเรียนข้างถนนคนหนึ่ง
แต่เฉินผิงเซิงก็ยังให้เบอร์ไว้
แค่มีเงิน เขาทำได้หมดทุกอย่าง
(จบบท)