- หน้าแรก
- กำเนิด จักรพรรดิเซียน
- บทที่ 1: คำเชิญปริศนา
บทที่ 1: คำเชิญปริศนา
บทที่ 1: คำเชิญปริศนา
บทที่ 1: คำเชิญปริศนา
เสียงนิ้วที่รัวอยู่บนคีย์บอร์ดกลไกดังประสานกับเสียงคลิกเมาส์ไปทั่วห้องที่สลัวมืด ชายวัยสามสิบเศษคนหนึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับเกมโปรดของเขาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมในโลกออนไลน์
“ไอ้พวกมือใหมเอ๊ย เล็งอะไรกันวะ!” “ทีมห่วยชะมัด”
หลังจากสบถชมเชยเพื่อนร่วมทีมไปอีกสองสามคำ ชายหนุ่มก็ออกจากเกมแล้วทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะเต็มแรงจนมันสั่นไปทั้งตัว ก็นะ... เขาอาจจะแค่โกรธนิดหน่อย แต่ถ้าคุณต้องมาเล่นกับเพื่อนร่วมทีมแบบที่เขาเจอ คุณก็คงมีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้เกมมิ่งราคาแพงโอเวอร์ แล้วกวาดตามองอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่เขาอยู่ตัวคนเดียว บุคลิกของเขาดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขอบตาคล้ำเป็นรอยลึก ทำให้เขาดูเป็นคนเหนื่อยล้าและหงุดหงิดง่าย
“เช็คอีเมลหน่อยดีกว่า...”
หลังจากเลื่อนผ่านโฆษณาต่างๆ ซึ่งเขากดลบทิ้งทันที เขาก็เห็นข้อความแปลกๆ ฉบับหนึ่งอยู่บนสุด เลยลองคลิกเข้าไปดู
“พวกหลอกลวงรึเปล่าเนี่ย?”
‘ขอแสดงความยินดีที่คุณได้รับเลือกเป็นผู้ทดสอบอัลฟ่าสำหรับเกมใหม่ของเราในธีมเซียน ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยการแบ่งฝ่าย สร้างสำนักหรือตระกูลของคุณให้ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นที่หนึ่งใต้หล้า’
“สร้างสำนัก? เกมแนววางแผนเหรอ? แต่ก็ฟังดูคล้ายๆ RPG ด้วยแฮะ...”
เมื่ออ่านอีเมลสีสันฉูดฉาดจบ แมทธิวก็ตัดสินใจลองดูสักตั้ง ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเขาสามารถกรอกข้อมูลและสร้างตัวละครของตัวเองได้ทันทีตรงนี้เลยก็ตาม
“งั้นก็ได้ตัวละครหลักหนึ่งตัว? สงสัยจะเป็นเกม RPG มากกว่าเกมวางแผนแฮะ เผลอๆ อาจจะอัปเกรดของในฐานทัพหรืออะไรทำนองนั้นได้”
หลังจากกดปุ่มใหญ่ๆ ที่เขียนว่า ‘เริ่มต้น’ เขาก็ถูกพาไปยังหน้าสร้างตัวละครที่มีตัวเลือกละเอียดยิบ แมทธิวใช้เวลาค่อยๆ ปรับแต่งใบหน้าตัวละครของเขาให้มีโครงหน้าที่ดูคมเข้มสมชายชาตรี รับกับผมยาวสีเงินสลวยและดวงตาสีฟ้า สำหรับรูปร่าง เขาเลือกแบบที่กำยำแข็งแรง มีกล้ามเนื้อพอประมาณ แต่ไม่ถึงกับล่ำบึ้กจนเกินงาม และตั้งค่าส่วนสูงไว้ที่ 190 เซนติเมตร
“โห นานกว่าที่คิดแฮะ ตัวเลือกมันเยอะไปไหนเนี่ย... ไหนดูซิ...”
เขาสามารถเลือกเสื้อผ้าให้ตัวละครได้ ซึ่งมีตั้งแต่ชุดคลุมสารพัดแบบ เขาเริ่มคลิกไล่ดูไปเรื่อยๆ พยายามจับคู่ชุดให้ผลงานของเขาดูดีและเท่สุดๆ สุดท้ายก็มาจบที่ชุดสีขาวล้วนที่ดูทะมัดทะแมง ไม่เกะกะเวลาต่อสู้ ไม่ใช่พวกชุดคลุมหลวมโพรกแบบที่เหล่าเซียนกระบี่ชอบใส่ตอนเหาะเหินไปมาด้วยกระบี่เล่มยักษ์ ถึงแม้ว่าถ้าได้กระบี่แบบนั้นมาขี่เล่นสักเล่มเขาก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ ตัวละครสวมชุดคลุมตัวสั้นทับอีกชั้นซึ่งมีฮู้ดคลุมศีรษะไว้ แต่ก็ยังเผยให้เห็นปอยผมสีเงินที่เล็ดลอดออกมา แถมหน้าท้องที่เป็นลอนกล้ามก็ยังมองเห็นได้ชัด เพราะเขาเลือกสวมเสื้อรัดรูปข้างใน...อุตส่าห์ปั้นหุ่นมาล่ำขนาดนี้ ไม่โชว์หน่อยก็เสียของแย่สิ ใช่ไหมล่ะ?
“โอเค ต่อไป... จุดเริ่มต้น?”
คุณเริ่มต้นจากการเป็นศิษย์สายในระดับรวบรวมลมปราณของสำนักที่โดดเด่น
คุณเริ่มต้นจากการเป็นผู้อาวุโสระดับวิญญาณแรกก่อตั้งคนสุดท้ายของสำนักที่เกือบจะล่มสลาย
คุณเริ่มต้นจากการเป็นผู้อาวุโสหนุ่มระดับสร้างแก่นแท้ของตระกูลที่กำลังตกต่ำ (ตัวละครจะถูกปรับอายุให้เข้ากับบทบาท)
“เดี๋ยวนะ... นี่มันหมายความว่าไงวะเนี่ย อุตส่าห์ให้เสียเวลาออกแบบตั้งนาน แล้วจะมาเปลี่ยนหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟกต์ของฉันให้กลายเป็นตาแก่เหี่ยวๆ หรือไม่ก็เด็กกะเปี๊ยกเนี่ยนะ?”
ชายหนุ่มบ่นพึมพำแล้วมองตัวเลือกที่ระบบให้มา แต่เขาก็คิดว่าจะทำให้มันจบๆ ไป เพราะมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรนัก เขาแค่ฆ่าเวลาระหว่างรอเล่นเกมรอบต่อไปก่อนนอนเท่านั้น
“เออ ช่างเหอะ ตัวเลือกที่สามก็ฟังดูใกล้เคียงสุดแล้ว เอาอันนี้แหละ”
หน้าจอเปลี่ยนเป็นหน้าต่างเล่าประวัติความเป็นมาสั้นๆ ซึ่งเขาไม่อยากอ่านเลยสักนิด เลยรีบเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว คำอธิบายเกมและโลกในเกมก็ถูกข้ามไปเสียส่วนใหญ่ เพราะสำหรับแมทธิวที่กำลังงงกับชื่อและศัพท์ภาษาจีนพวกนี้อยู่แล้ว มันฟังดูเหมือนภาษาต่างดาวไม่มีผิด ในที่สุด หลังจากการคลิกอย่างช่ำชอง เขาก็มาถึงหน้าต่างทักษะ
“อ้อ สงสัยให้เลือกของเริ่มต้นได้สินะ ไหนดูซิ...”
มีทักษะให้เลือกไม่มากนัก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกแพ็กเกจสายธาตุ ที่มาพร้อมกับสกิลสำเร็จรูปซึ่งดูเท่ที่สุดจากคำอธิบายและรูปภาพประกอบ อีกอย่างเขาก็คิดว่าในเมื่อแต่งตัวมาในลุคสีขาวล้วนแล้ว ก็น่าจะเพิ่มเอฟเฟกต์แสงสวยๆ เข้าไปหน่อยให้มันเข้ากัน
“คงหมดแค่นี้แล้วมั้ง... แค่ใส่ชื่อก็จบ... จาง... นี่มันชื่อหรือนามสกุลวะ... ฮิๆ”
เขาใช้เวลาไม่นานในการพิมพ์ชื่อ ‘ตง’ ลงไป ในหัวของเขา นี่เป็นตัวเลือกเดียวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับชื่อในเกมแนวนี้แล้ว รอยยิ้มทะเล้นของเขาคงอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำเหมือนหุ่นยนต์ดังขึ้น
[เลือกแพ็กเกจเริ่มต้นระดับสร้างแก่นแท้] [เริ่มการถ่ายโอนใน 3...2...1...]
“เดี๋ยวนะ อะไรวะ เสียงไม่ได้มาจากคอมฯ นี่...”
ภาพตรงหน้าของเขาเริ่มพร่าเลือน ขณะที่ได้ยินเสียงนั้นดังเหมือนพูดกรอกเข้ามาในหัวโดยตรง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เพราะสติของเขาค่อยๆ ดับวูบไป สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังกะพริบอยู่