เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 230: พื้นที่รังสี

Chapter 230: พื้นที่รังสี

Chapter 230: พื้นที่รังสี


Chapter 230: พื้นที่รังสี

“เธอกินข้าวหรือยัง?”เจียงลู่ฉีถามอย่างสบายๆ ตั้งแต่ที่หลันซิหยู่เข้ามาร่วมทีมกับพวกเขา คุณภาพของอาหารพวกเขานั้นพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ถึงแม้ว่าหลันซิหยู่นั้นจะถูกดูแลเหมือนกับเจ้าหญิงก่อนวันโลกาวินาศ ฝีมือการทำอาหารของเธอก็ยังยอดเยี่ยม! ณ ตรงนี้ แม้กระทั่งน้องสาวของเขานั้นก็แย่กว่าเล็กน้อย

[กิน?]หวังฉี่ชีนั้นกลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้ในขณะที่เธอมองไปที่หลันซิหยู่ที่กำลังเติมข้าวใส่ถ้วย

“นั่นคือ….เนื้อกลายพันธุ์งั้นเหรอ?”ถึงแม้ว่าเธอจะเดาได้จากกลิ่นมัน หลี่ยู่ซินก็ถามขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“ใช่”เจียงลู่ฉีพูด และหลังจากนั้นเขาก็หยิบหม้อเนื้อตุ๋นขนาดใหญ่ออกมา

ตาของหวังฉี่ชีเปิดกว้างขึ้นหลังจากที่ได้ลิ้มรสเนื้อกลายพันธุ์ เธอนั้นตกตะลึงกับความจริงที่ว่ามีผักสดในทุกจาน หวังฉี่ชีนั้นรู้อย่างชัดเจนว่าหลังจากวันโลกาวินาศ ผักสดนั้นเป็นของล้ำค่าที่มีเพียงผู้นำของกองทัพที่สามารถเพลิดเพลินไปกับมันได้ และแม้กระทั่งเงินก็ไม่สามารถที่จะซื้อพวกมันได้

“นายมีความอยากอาหารที่สูงมาก นายกินมันหมดด้วย….ตัวนายเพียงคนเดียวอะนะ?”หวังฉี่ชีนั้นพูดติดอ่าง หลังจากวันโลกาวินาศ เธอนั้นภาคภูมิใจว่าเธอสามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับยี่ห้อหรูหราได้ อย่างไรก็ตาม ต่อหน้าทรัพยากรของเจียงลู่ฉี สิ่งของหรูหรานั้นก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

“แน่นอน เธอไม่รู้หรือว่าพวกมีพลังเหนือธรรมชาตินั้นมีความอยากอาหารที่สูงมากงั้นเหรอ?”เจียงลู่ฉีถาม และหลังจากที่อธิบายอย่างใจเย็นแล้ว ไม่สงสัยเลยว่าพวกเธอนั้นอาศัยอยู่ในโลกที่แตกต่างกัน หวังฉี่ชีรู้สึกละอายใจในความอ่อนด้อยกว่าของเธอ

“นั่น..... พวกเรากินไปแล้ว”หลี่ยู่ซินพูด เจียงลู่ฉีนั้นช่วยชีวิตพวกเธอตลอดทั้งวัน ดังนั้นเธอจึงรู้สึกแย่ถ้ากินอาหารของเขา

เมื่อฟังคำพูดของหลี่ยู่ซินแล้ว หวังฉี่ชีรู้สึกผิดหวัง ที่จริงแล้วเธอต้องการที่จะกิน ยิ่งไปกว่านั้นเธอรักในการกินข้าว แต่เธอก็รู้ว่าพวกเธอนั้นมาที่แสดงความรู้สึกขอบคุณและไม่สามารถที่จะยอมรับของขวัญใดๆได้ ด้วยเหตุนี้นี่เอง มันจึงเป็นธรรมชาติที่พวกเธอนั้นควรที่จะปฏิเสธการเชิญชวนอันใจกว้างของเจียงลู่ฉี

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลันซิหยู่ก็กระซิบคำพูดบางคำที่หูของเจียงลู่ฉี ในความจริง แม้ว่าหลันซิหยู่จะไม่เตือนเขา เจียงลู่ฉีรก็สังเกตได้ว่าหลันซิหยู่นั้นไม่ได้พูดความจริง เขาพูดอย่างใจดีว่า “มันโอเคหน่า เธอสามารถที่จะกินกับพวกเราได้ ทำตัวให้สบายเถอะ พวกเรามีอาหารจำนวนมาก”

เจียงลู่ฉีชวนพวกเธอมานั่งกินกินมื้อค่ำด้วยและหวังฉี่ชีรู้สึกใบหน้าของเธอนั้นร้อนเหมือนกับว่าเธอนั้นเป็นไข้ มันเหมือนกับว่าเจียงลู่ฉีสามารถอ่านความคิดของพวกเธอได้

“นี่…มัน…”หลี่ยู่ซินไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี

แต่เจียงลู่ฉีก็พูด “เลิกเครียดได้แล้ว เธอนั้นช่วยฉันก่อนวันโลกาวินาศ ฉันยิงติดหนี้เธอสองหมื่นหยวนอยู่เลยนะ แต่ในตอนนี้เงินมันไร้ค่า คิดซะว่านี่คือวิธีที่ฉันจ่ายค่าทดแทนให้กับเธอ”เจียงลู่ฉีพูดอย่างติดตลก

หลี่ยู่ซินรู้สึกมีความสุขและอบอุ่นในหัวใจ เธอรู้สึกขอบคุณเจียงลู่ฉี ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีคำพูดใดๆที่สามารถแทนคำขอบคุณต่อการกระทำของเจียงลู่ฉีได้เลย

หลังจากที่กินมื้ออาหารเสร็จแล้ว หวังฉี่ชีก็รู้สึกมีความสุขและพึงพอใจ นี่เป็นมื้ออาหารที่ดีที่สุดหลังจากวันโลกาวินาศที่เธอได้กินมาเลย

เจียงจู้อิงหาวและไปอาบน้ำ เมื่อเธอเปิดประตู หวังฉี่ชีก็เหลือบเห็นห้องน้ำและเห็นอ่างอาบน้ำ เธอเห็นแม้กระทั่งที่ทำน้ำอุ่นด้านบนมันด้วย

[พวกเธอสามารถที่จะอาบน้ำอุ่นได้อีกหรอ? มันน่ามหัศจรรย์มาก…]หวังฉี่ชีนับถือโชคชะตาของพวกเธอ

ในเวลาเดียวกัน เสียงวิทยุสื่อสารของเจียงลู่ฉีก็ดังขึ้น

“ส่วนกลางกำลังพูด ส่วนกลางกำลังพูด ผมคือหลินเหยาฉาน คุณเจียง ถ้าคุณสะดวกละก็ ได้โปรดมายังส่วนกลางด้วย ได้โปรดตอบกลับด้วย”

“โอ้? ฉันจะต้องไปส่วนกลางงั้นเหรอ?”เจียงลู่ฉียืนขึ้นทันทีและพูด “จู้อิง ซิหยู่ ฉันจะต้องไปก่อนละ”

“ถ้างั้น…พวกเราก็ขอตัวลาด้วยเช่นกัน”หลี่ยู่ซินพูด

[น่าเศร้าอะไรเช่นนี้]เธอไม่สามารถที่จะนอนบนรถมินิบัสได้ในตอนกลางคืน เธอสงสัยว่าเธอจะหลับยังไงในเต็นท์ที่หนาวเหน็บแบบนั้น…

ตลอดเส้นทางไปส่วนกลาง ทหารจำนวนมากเห็นเจียงลู่ฉีและการชื่นชมของพวกเขาก็ไม่ได้ปกปิดมันไว้ ทหารทุกคนยืนขึ้นและทำความเคารพกับเจียงลู่ฉี

หลี่ยู่ซินและหวังฉี่ชีรู้สึกละอายใจเมื่อเดินตามเจียงลู่ฉี โชคดีที่พวกเธอถึงเต็นท์ของพวกเธอในเวลาไม่นาน

เจียงลู่ฉีก็มาถึงส่วนกลาง มันเป็นสำนักงานใหญ่ชั่วคราวซึ่งมันก็เป็นเพียงแค่เต็นท์ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่จอดอยู่ด้านข้างรถติดเกราะหลายคัน มันยังมีโต๊ะที่ถูกปกคลุมด้วยแผนที่ด้านในนั้น และไฟฉายหลายอันก็ถูกแขวนไว้เพื่อทำให้เกิดแสงไฟ

หลินเหยาฉานนั้นก็ยืนอยู่ด้านหน้าแผนที่และกำลังวางแผนขั้นต่อไปของพวกเธอ ด้านข้างหลินเหยาฉานนั้นเป็นผู้หญิงในชุดคลุมห้องวิจัยสีขาวที่ดึงดูดความสนใจของเจียงลู่ฉี

เธอนั้นดูเหมือนมีอายุประมาณสามสิบห้าหรือสามสิบหกปี ที่สวมแว่นกรอบสีทองและเธอนั้นก็เป็นประเภทหญิงสาวที่สวยงามที่ดูรอบรู้

“คุณเจียง คุณมา! ยินดีต้อนรับ!”หลังจากการต่อสู้วันนี้ หลินเหยาฉานนั้นก็พูดจาสุภาพกับเจียงลู่ฉี “คุณเจียง คุณสุดยอดมาก! คุณช่วยทหารจำนวนมากเลยในวันนี้ ขอบคุณมากจริงๆ”

“ผู้บังคับบัญชาหลิน คุณพูดสุภาพเกินไปจริงๆ มาพูดถึงภารกิจต่อไปกันดีกว่า”

หลินเหยาฉานหัวเราะ “ฮ่าๆ ก็ได้ น้องเจียง ฉันชอบในวิธีการจัดการของน้อง เข้าเรื่องกันเถอะ! ให้ผมแนะนำก่อนละกัน…นี่คือ…”เขานั้นพูดถึงผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา “เธอนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านฟีสิกส์อะตอม คุณซัน และความเชี่ยวชาญของเธอนั้นเกี่ยวข้องกับทางด้านรังสี”

“ศาสตราจารย์ซัน ยินดีที่ได้รู้จัก”เจียงลู่ฉีก้าวไปข้างหน้าและเชคแฮนด์กับเธอ ในระบบการศึกษาของฮัวเซียนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะเป็นศาสตราจารย์ในวัยสามสิบ

“คุณเจียง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”ศาสตราจารย์ซันพยักหน้า

“ถ้าพวกเราดำเนินการต่อ หลังจากสิบกิโลเมตรผ่านไป พวกเราจะไปถึงพื้นที่รังสี มันเป็นพื้นที่นิวเคลียร์ที่หลุดรอดออกมาเป็นพื้นที่เล็กๆในโรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ข้อจำกัดของความปลอดภัยของรังสีนั้นก็คือ 0.1 คูรีค่ะ

จำนวนความปลอดภัยของรังสีนั้น ตามที่ฉันคำนวณละก็ จำนวนรังสีในฉินชานนั้นมากกว่า 500 คูรี ด้วยเหตุนี้นี่เองพวกเราจะต้องสวมชุดป้องกันรังสี แต่จำนวนชุดป้องกันรังสีที่พวกเรามีนั้นจำกัด ดังนั้นมีเพียงแค่ทหารสี่สิบนายที่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้นี้ได้ คนอื่นควรที่จะอยู่ที่เพื่อความปลอดภัยค่ะ”

จบบทที่ Chapter 230: พื้นที่รังสี

คัดลอกลิงก์แล้ว