เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 221: วิสัยทัศน์และความรู้สึก

Chapter 221: วิสัยทัศน์และความรู้สึก

Chapter 221: วิสัยทัศน์และความรู้สึก


Chapter 221: วิสัยทัศน์และความรู้สึก

หลังจากแนะนำตัวต่อกันแล้ว หลินเหยาฉานนั้นก็ปรึกษาเกี่ยวกับภารกิจทั้งหมดและแสดงถึงความต้องการที่เกี่ยวข้องกับทีมสไนเปอร์ของเจียงลู่ฉีและหวังเจียนหลาง หลินเหยาฉานนั้นก็เน้นยำในความสำคัญของการร่วมมือระหว่างกัน

มันก็ทำให้หวังฉี่ชีนั้นสับสนตรงจุดนั้น เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นวายร้ายที่น่ารังเกียจ

[ทำไม? ทำไมพี่ชายของฉันจะต้องฟังคำสั่งของเขาเมื่อมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการยิงสไนด้วย?] หวังฉี่ชีนั้นไม่สามารถที่จะหาคำตอบของคำถามนี้ได้ สุดท้ายแล้วเธอนั้นก็ภาคภูมิใจกับพี่ชายของเธอจริงๆ

“ก็ดี นี่คือข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดที่พวกเราสามารถแบ่งปันได้ นายควรที่จะทำความรู้จักระหว่างกัน ผมต้องขอตัวออกไปก่อนเนื่องจากผมมีธุระกับที่อื่นต่อ”หลินเหยาฉานพูดและหลังจากนั้นเขาก็จากไป

หวังเจียนหลางนั้นรู้สึกไม่มีความสุขเมื่อยืนอยู่ด้านข้างเจียงลู่ฉี ถึงแม้ว่าการทำตามคำสั่งนั้นจะเป็นหน้าที่ของทหาร หวังเจียนหลางนั้นก็ไม่ต้องการที่จะทำตามคำสั่งของเขา

“กัปตันจาง ผมสงสัยว่าคุณใช้ปืนสไนเปอร์ไรเฟิลประเภทไหน คุณส่วนมากนั้นชอบที่จะใช้ 3 x 20มม. หรือ 3-9 x 40มม.งั้นเหรอ?”หวังเจียนหลางถามอย่างสบายๆกับเจียงลู่ฉี ลำกล้องนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่ว่าจะเป็นมือสไนคนไหน

มันเป็นความรู้ทั่วไปในฮัวเซียที่เทิดทูนกันมากที่สุด จางเถาฟางนั้นสามารถที่จะยิงได้โดยปราศจากการช่วยเหลือของลำกล้อง แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นมากว่าครึ่งทศวรรษแล้ว สงครามสมัยใหม่นั้นแตกต่างออกไป ถ้าสไนเปอร์นั้นไม่ได้มีลำกล้องที่แม่นยำ พวกเขาก็จะไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ก็เหมือนกับนกที่ไร้ปีก

หวังเจียนหลางนั้นถามคำถามนี้กับเจียงลู่ฉี เนื่องจากว่าเขาต้องการที่จะทดสอบความรู้

พูดตามตรงแล้ว เขาก็ยังคงไม่เชื่อว่าเจียงลู่ฉีนั้นมีความถนัดกับการยิงปืน ตราบเท่าที่เจียงลู่ฉีนั้นตอบคำถามของเขาแล้ว เขาก็จะถามถึงการวัดระยะการยิงจากเป้าหมายของแต่ละลำกล้อง ถ้าตำแหน่งของเป้าหมายนั้นกำลังเคลื่อนที่อยู่จะคำนวณความเร็วการเคลื่อนที่ของเป้าหมายได้อย่างไร เขาจะสามารถรู้ถึงข้อผิดพลาดของขอบ X-axis ได้อย่างไร? มือสไนนั้นควรที่จะมีความรู้มากมายกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ รูปแบบปืนที่แตกต่างออกไป รูปแบบกระสุนเฉพาะที่แตกต่างออกไป และอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม หวังเจียนหลางนั้นไม่ได้คาดคิดกับคำตอบของเจียงลู่ฉี “อะไรคือ 3-9 x 40มม. หมายถึงอะไรกัน?”หวังเจียนหลังมึนงง และเขานั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะถามอะไรต่อดี

เขาจ้องไปที่เจียงลู่ฉีและเขานั้นก็มั่นใจว่าเจียงลู่ฉีนั้นไม่รู้กับสิ่งที่เขามันอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงอธิบายมันอย่างระมัดระวัง “20มม.และ40มม.นั้นเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของลำกล้องและมันก็ประมาณเป็นจุดโฟกัสสายตาประมาณสามเท่าพร้อมกับซูมได้สามถึงเก้าเท่า...ถ้านายไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วนายจะเล็งและยิงเป้าหมายได้ยังไงกัน?”

“ฉันนั้นพึ่งวิสัยทัศน์และความรู้สึกของฉันเอา”เจียงลู่ฉีตอบ ที่จริงแล้วเขานั้นรู้ว่ามือสไนนั้นจำต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องที่ซับซ้อนมากมาย แต่ในความเป็นจริง ในสนามรบจริง รูปแบบการยิงของมันนั้นไร้ประโยชน์ ปฏิกิริยาการยิงนั้นเพียงแค่ไม่กี่วินาที พวกเขานั้นจะมีเวลาที่จะปฏิบัติให้ทันได้อย่างไร สำหรับ ซิโม แฮวแฮจากฟินแลนด์ และจางเถาฟางจากฮัวเซีย พวกเขานั้นก็ไม่ได้พึ่งรูปแบบใดๆ แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นมือสไนที่ยอดเยี่ยมกันทั้งหมด

ร่างกายของมนุษย์นั้นเป็นเครื่องจักรที่ซับซ้อน เมื่อสมองและกล้ามเนื้อร่างกายของเขานั้นเป็นการร่วมมือที่สมบูรณ์แบบ มือสไนก็สามารถที่จะประเมินถึงระยะกระสุนได้ ยิ่งไปกว่านั้น เจียงลู่ฉีนั้นมีโดเมนสมองที่ทรงพลัง สมองนั้นเป็นสิ่งที่ลึกลับที่สุดและเป็นอวัยวะภายในมนุษย์ที่ซับซ้อน ตราบเท่าที่พิจารณาเรื่องการยิงกระสุนแล้ว เจียงลู่ฉีก็สามารถที่จะถูกพิจารณาว่าเขานั้นเป็นผู้ที่มีความสามารถ

“พึ่งพาวิสัยทัศน์ของนายและความรู้สึกเอาอะนะ?”หวังเจียนหลางแทบจะไม่เชื่อกับสิ่งที่เขาได้ยิน มันไร้สาระมาก! นี่เป็นภารกิจที่จะตัดสินถึงอนาคตของเกาะเชนไฮ่เลย มันช่างไร้ค่าอะไรแบบนี้! หวังเจียนหลางรู้สึกว่าขี้เกียจเกินไปในการพูดคุยกับเจียงลู่ฉี ดังนั้นเขาจึงหันหน้าหนีไป

“พี่ชาย!”หวังฉี่ชีก็รีบตามเธอไป

เจียงลู่ฉีแตะไปที่คางและเขาก็เดาว่าหวังเจียนหลางนั้นวิ่งไปบอกผู้บังคับบัญชาหลิน แต่เขานั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมัน

“ก็ดี....นาย.....เมื่อไหร่กันที่นายเรียนวิธีการยิงปืนสไน?”หลี่ยู่ซินถามอย่างลังเล ในความเป็นจริง หลี่ยู่ซินนั้นสับสนหลายเรื่องมากมาย…

“หลังจากวันโลกาวินาศ”เจียงลู่ฉีตอบกลับ “สองพี่น้องนั้นมีชื่อที่น่าสนใจมาก มันเป็นคำพูดและอีกอันก็คือบทกลอน ตามชื่อของตัวอักษรนั้นหมายถึง ‘หยก’ กันทั้งหมด…”

หลี่ยู่ซินไม่รู้ว่าควรที่จะพูดอะไรดีและเธอรู้สึกว่าการกระทำของเจียงลู่ฉีนั้นแปลกประหลาด มันเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าเจียงลู่ฉีคนนี้ไม่ได้เป็นคนที่เธอรู้จักอีกต่อไป ในอีกความหมายหนึ่ง เขานั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับสมัยโรงเรียน

ในเวลาเดียวกัน ภารกิจก็กำลังจะเริ่มต้น...

มันเหมือนกับว่าประท้วงของหวังเจียนหลางนั้นมันไร้ค่า เนื่องจากว่าเจียงลู่ฉีเห็นหวังฉี่ชีนั้นกลับมาอย่างโกรธเคือง เมื่อเธอนั้นขึ้นไปบนรถพยาบาล หวังฉี่ชีก็จ้องมาที่เจียงลู่ฉีอีกด้วย เธอนั้นคิดว่าเจียงลู่ฉีจะไม่เห็นเธอเนื่องจากว่าเธอนั้นอยู่ไกล แต่ในความเป็นจริง มันไม่มีอะไรที่สามารถหลบเลี่ยงสายตาของเจียงลู่ฉีได้

แน่นอนว่า เจียงลู่ฉีนั้นรู้สึกขี้เกียจเกินไปกับความรู้สึกอันเลวร้ายของหวังฉี่ชี

“เดินทางได้แล้ว!’ขบวนรถก็รีบออกจากพื้นที่เขตแรกของเกาะเชนไฮ่ ฝุ่นควันจำนวนมากก็พวยพุ่งไปทั่วทั้งถนน เนื่องจากการขาดแคลนบุคลากรและทำความเครื่องจักร

หยิงนั้นรับผิดชอบในการขับรถและเจียงลู่ฉีก็จับไปที่วอคกี้ทอคกี้ที่อยู่ในห้องยิงปืน หลันซิหยู่นั้นระมัดระวังกับอันตรายที่กำลังเข้าใกล้มาหา อย่างไรก็ตามเจียงจู้อิงกำลังนอนอยู่บนที่นอนและเธอกำลังดูอนิเมอยู่ เธอนั้นเหมือนกับกำลังไปออกทริประยะไกลด้วยซ้ำ

ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากวอคกี้ทอคกี้ “กลุ่มของซอมบี้นั้นถูกพบด้านหน้าพวกเรา”

เจียงลู่ฉีไม่ได้ตอบกลับ แต่เขามองไปที่หลันซิหยู่และถาม “ซิหยู่ เธอสังเกตเห็นความแตกต่างจากที่ความสามารถพิเศษของเธอนั้นวิวัฒนาการมาได้ไหม?”

จบบทที่ Chapter 221: วิสัยทัศน์และความรู้สึก

คัดลอกลิงก์แล้ว