- หน้าแรก
- เดิมพันชีวิตพิชิตเกมปีศาจ
- ตอนที่ 69 หน่วยตงหนิง ความกังวลของการจัดอันดับ
ตอนที่ 69 หน่วยตงหนิง ความกังวลของการจัดอันดับ
ตอนที่ 69 หน่วยตงหนิง ความกังวลของการจัดอันดับ
ตอนที่ 69 หน่วยตงหนิง ความกังวลของการจัดอันดับ
พื้นที่สำนักงานส่วนตัวนั้นกว้างมาก พอเดินเข้ามาก็รู้สึกได้ว่ากว้างราวเจ็ดถึงแปดร้อยตารางเมตร
“ที่กว้างขนาดนี้ มีแค่พวกเราหกคนเองหรือ?” ซูอี้นึกได้ว่าเมื่อก่อนจางหนิงเคยบอกว่าหน่วยตงหนิงรวมเขาแล้วก็มีแค่หกคนเท่านั้น
“ใช่จ้ะ… โดยทั่วไปหน่วยในพื้นที่แต่ละแห่งจะมีสิบคนขึ้นไป แต่หน่วยเรานั้นจำนวนน้อย ทว่าคุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ จริงไหม?” เสี่ยวหลีว่า จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรออก เธอไอเบา ๆ แล้วพาซูอี้เข้าไปในห้องทำงานของหัวหน้าทีม
“หัวหน้า ซูอี้มาถึงแล้วค่ะ”
จางหนิงกำลังจัดเอกสารอยู่เช่นเคย สวมชุดทำงานสีอ่อน พอเห็นซูอี้ก็ยิ้มให้
“มาถึงพอดี ฉันขอแสดงความยินดีที่คุณกลับมาได้โดยปลอดภัย”
“ขอบคุณครับหัวหน้าทีม”
ซูอี้มีความประทับใจในตัวจางหนิงไม่น้อย อย่างไรเธอก็เป็นพี่สาวคนสวยแถมยังใจดีให้เขายืมอุปกรณ์ใช้แบบไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ
“ข่าวเรื่องคำสาปออกมาแล้ว อุปกรณ์ของคุณก็ได้รับจัดสรรมาก่อนเวลา เพราะทักษะคู่หายากของอาชีพปรมาจารย์ทองคำ”
“ในส่วนของคำสาป ตอนนี้ทางเบื้องบนได้ไปขอยืมเอกสารรายละเอียดจาก ‘สำนักโอสถ’ แล้ว กำลังหาวิธีแก้ไขให้ คาดว่าน่าจะได้ผลก่อนถึงการจัดอันดับ”
“เข้าใจครับ ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจ คุณคือลูกทีมของเราคนหนึ่งแล้ว หลังจากนี้ก็อยู่กันอย่างราบรื่นล่ะ” จางหนิงพูดพร้อมยิ้ม เธอไขว้ขาเผยให้เห็นเรียวขาขาวสะดุดตา
“ว่าแต่หัวหน้าครับ ผมสงสัยว่าอาจะโดนองค์กรมืดติดตามตำแหน่งอยู่ ผมเคยให้เพื่อนในเกมช่วยใช้ยันต์ปกปิดตำแหน่ง แต่กำลังจะหมดอายุแล้ว ดูท่าจะลำบาก…” ซูอี้ชี้มาที่ตัวเอง
“องค์กรมืด? คุณดันไปเกี่ยวข้องกับพวกนั้นด้วยหรือ?” จางหนิงขมวดคิ้ว
“ผมเผลอขัดขวางการแข่งวาร์ปของเขาน่ะ เขาก็เลยบอกว่าจะล้างแค้น”
“การแข่งวาร์ปงั้นหรือ? แบบนี้องค์กรมืดคนนั้นคงถือโทษโกรธคุณเป็นการส่วนตัวแล้วล่ะ ในหมู่ผู้มีพลังวิญญาณ การขัดขวางการแข่งวาร์ปก็เหมือนกับตัดแขนของเขาเลย แถมยังเป็นคนประเภทโกรธแล้วต้องเอาคืนอีก” เสี่ยวหลีพูดเสริม
“การปกปิดตำแหน่งนั่นง่ายมาก ตั้งแต่คุณเข้าร่วมฝ่ายทางการแล้ว หากมีปัญหาอะไรสามารถมาคุยกับฉันได้เสมอ นี่ก็ถือเป็นสิทธิพิเศษของพวกเรา ตามฉันมาสิ” จางหนิงพูดต่อ
“ครับ หัวหน้า”
“ยืนตรงนี้” จางหนิงพาเขาเข้าไปยังห้องด้านใน แล้วชี้ไปยังเครื่องหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายแคปซูลอวกาศ
ซูอี้ไม่ลังเล ก้าวขึ้นไปยืนในเครื่อง ทันใดนั้นประตูก็ปิดลง หน้าจอบนอุปกรณ์แสดงภาพไอคอนปีศาจตัวแดงตัวเล็ก ๆ ขึ้นมา ข้างในดูเหมือนมีพัดลมหลายตัวทำงาน มีเสียงรบกวนพร้อมลมเย็นพัดผ่านไป
ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง
“เรียบร้อย” จางหนิงชี้ไปยังจอที่ขึ้นภาพหน้ายิ้มสีเขียว
แค่นี้ก็เสร็จแล้ว? ซูอี้เดินออกมาด้วยความทึ่ง โลกของผู้มีพลังวิญญาณช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
“ตรงนี้มีอุปกรณ์อยู่ คุณเลือกได้สองชิ้น ถือเป็นทรัพยากรที่ทางการมอบให้ ต้องรู้ไว้ว่าปกติแล้วคนที่ได้ทรัพยากรแบบนี้อย่างน้อยต้องมีผลงานระดับ Bไ จางหนิงชี้ไปด้านข้าง
“โห คราวนี้ไม่กั๊กเลยนะ!” เสี่ยวหลีที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มดีใจ
“ตอนนี้อาชีพและทักษะของคุณถูกทางการให้ความสนใจเป็นพิเศษ ทางการจึงเร่งลงทุนกับคุณในฐานะกำลังหลักในอนาคต ก็เพื่อแสดงความหวังดีน่ะ เพราะในทีมพื้นที่อย่างเรานั้น นอกจากฉันที่เป็นหัวหน้าแล้ว ที่เหลือล้วนไม่ใช่ตำแหน่งประจำ”
“เข้าใจครับ”
โอ้โห? ซูอี้รีบเดินไปเลือกอุปกรณ์ มีทั้งหมดแปดชิ้น
แม้จะเป็นอุปกรณ์ไม่มีสีทั้งหมด แต่คุณภาพนั้นเหนือกว่าของที่มีขายในฟอรั่มผู้มีพลังวิญญาณอย่างชัดเจน หากคิดตามราคาก็ล้วนเป็นของระดับหลายล้าน
หลังจากเลือกอยู่นาน ซูอี้เลือกสองชิ้นที่ดูแล้วน่าจะมีประโยชน์ที่สุด
【ชื่อ: เสื้อสายลมเมฆา】
【ประเภท: อุปกรณ์ป้องกัน】
【ฟังก์ชัน: เมื่อตกเป็นเป้าโจมตี ตำแหน่งที่สวมใส่จะได้รับโล่ป้องกันหนึ่งร้อยหน่วย หากถูกโจมตีทะลุโล่แล้วถึงจะได้รับความเสียหาย หากศัตรูโจมตีทะลุโล่ได้ในครั้งเดียว อุปกรณ์จะเสียหายและไม่สามารถซ่อมแซมได้】
【คำอธิบาย: อุปกรณ์ป้องกันที่ดีไม่น้อย】
【หมายเหตุ: ระวังไว้หน่อย ไม่งั้นถ้าถูกทะลวงในทีเดียว อาจต้องเสียของดีไปเปล่า ๆ】
ซูอี้ยังไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน จึงเลือกไว้ชิ้นหนึ่ง
【ชื่อ: ลูกแก้วพายุหมุน】
【ประเภท: ของใช้สิ้นเปลือง】
【ฟังก์ชัน: ขว้างใส่เป้าหมายเพื่อใช้ ทันทีที่ตกกระทบ จุดเป้าหมายจะเกิดพายุหมุนขนาดเล็ก】
【คำอธิบาย: สมบัติสำหรับเรียกพายุหมุนขนาดเล็ก ใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์】
【หมายเหตุ: ลูกแก้วลูกเดียว อาจช่วยชีวิตคุณไว้ได้】
ของใช้ประเภทใช้ครั้งเดียวเช่นนี้มักจะมีผลรุนแรงกว่าของใช้งานซ้ำได้ ในบางจังหวะอาจเป็นตัวเปลี่ยนสถานการณ์สำคัญได้ ดังนั้นซูอี้จึงเลือกมัน
ซูอี้พึ่งจะเลือกของเสร็จ ก็พบว่ามีชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังแล้ว
“มาเถอะ! แนะนำตัวกันหน่อย”
“ฉัน… ลู่ฉางอิ่น” เขาดูแข็งแรงมาก สวมเสื้อแจ็กเก็ตกับกางเกงสไตล์ทหาร สัดส่วนสูงประมาณร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนทหารหน่วยพิเศษ
“ซูอี้” ซูอี้ตอบกลับไป
เขาพอเดาออกว่าลู่ฉางอิ่นคงไม่ได้เต็มใจมาทักเขานัก
จางหนิงจึงเริ่มแนะนำ
“พี่ลู่เป็นผู้มีพลังระดับสาม สายอัศวินศักดิ์สิทธิ์ อีกไม่นานก็จะเลื่อนเป็นระดับสี่ ถือเป็นกำลังรบสำคัญของทีมเรา”
“อีกคน คุณก็เจอไปแล้ว เจียงซาน เป็นนักดนตรีระดับสาม”
“ฉันเป็นนักควบคุมน้ำระดับสี่ ส่วนเสี่ยวหลีเป็นผู้แปลงร่างระดับสาม”
“ยังมีอีกคน แต่ช่วงนี้ไม่อยู่ตงหนิง เธอชื่อ หยวนจื่อตาน เป็นนักควบคุมไฟระดับสาม ไว้วันหลังฉันจะแนะนำให้รู้จัก”
“หยวนจื่อตาน? ฟังดูเหมือน...ระเบิดปรมาณูเลยนะ” ซูอี้แอบหัวเราะในใจ
“ซูอี้ ปรมาจารย์ทองคำระดับหนึ่ง” ซูอี้กล่าวพร้อมพยักหน้าให้กับทั้งสามคนในห้อง
“คุณคงได้อ่านฟอรั่มแล้วสินะ รู้เรื่องสถานการณ์ล่าสุดใช่ไหม?” จางหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ก็เพราะคุณนั่นแหละ ‘นักต้มตุ๋นระดับตำนาน’ ชื่อก็ชวนหมั่นไส้ ฟังดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ไม่แน่ว่าอาจเป็นพวกองค์กรมืดด้วยซ้ำ! ถึงทำให้การจัดอันดับถูกเลื่อนมาเร็วขนาดนี้!” เสี่ยวหลียกกำปั้นเล็ก ๆ ขึ้นมาด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
พอแล้ว ๆ อย่าชี้มาทางฉันเลย ซูอี้บ่นในใจ
“แค่ก… ถ้าการจัดอันดับเลื่อนเร็วขึ้น จะมีผลอะไรหรือ?” ซูอี้กระแอมเบา ๆ แล้วถาม
“หมายความว่าเวลาที่เราจะเตรียมการน้อยลง คุณคงรู้ว่าการจัดอันดับคือการ ‘เชิญวิญญาณ’” จางหนิงพูดพลางปัดผมหน้าผากเบา ๆ
“หากพื้นที่ใดไม่สามารถคว้าอันดับสามอันดับแรกของเมืองได้ พื้นที่นั้นจะถูกเชิญวิญญาณลงมา เราจึงต้องรีบวางจุดยุทธศาสตร์ไว้ให้พร้อม หากพลาด จะได้รีบระบุจุดต้นกำเนิดและเข้าไปกวาดล้างทันที”
“แต่พวกเรามีแค่ไม่กี่คน จะวางแผนยังไงกัน?” ซูอี้ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ในฐานะทีมพื้นที่ พวกเราต้องไปเจรจากับสำนักหรือสายตระกูลต่าง ๆ ในพื้นที่ แน่นอนว่ายังรวมถึงผู้มีพลังวิญญาณอิสระด้วย เราต้องสื่อสารเพื่อขอความร่วมมือและวางจุด”
“แต่เพราะทีมเราในเขตตงหนิงมีคนน้อย แถมพลังโดยรวมยังอ่อน ในเขตทั้งแปดของเมืองหนิงเฉิง เขตตงหนิงถือว่ามีโอกาสสูงที่สุดที่จะโดนเชิญวิญญาณลงมา” จางหนิงพูดตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม
“ถ้าไม่ใช่เพราะพี่จางหนิงเป็นคนของตระกูลจางนะ พวกตระกูลทั้งหลายคงไม่ยอมยื่นมือมาช่วยแน่นอน! ตอนนี้ยังมีจุดบางแห่งที่ยังวางแผนไม่ได้ และผู้มีพลังวิญญาณอิสระที่เหมาะสมก็หายากมากด้วย” เสี่ยวหลีพูดเสียงดัง
ตระกูลจาง? ตระกูลใหญ่ห้าตระกูลของไห่เฉิงนั่นหรือ? ซูอี้นึกถึงคำพูดของเฉินซืออวิ้น
“พวกเขาทุกคนดูแคลนเราหมด! เห็นพวกเราอ่อนแอ!” เสี่ยวหลีใบหน้างดงามขึ้นสีแดงชัดเจน เห็นได้ชัดว่าโกรธมาก
“ก็ช่วยไม่ได้ นั่นคือความจริง ทีมเราในเขตตงหนิงมีอาชีพที่ไม่เข้าขากัน ดูภายนอกเลยดูอ่อนแอ แต่ตอนนี้มีซูอี้ ปรมาจารย์ทองคำเข้ามา ฉันเชื่อว่าพวกเราจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน!” จางหนิงกล่าวปลุกใจในทีม
แต่ในใจเธอก็รู้อยู่ดีว่าซูอี้เพิ่งเป็นปรมาจารย์ทองคำระดับหนึ่ง ต่อให้เก่งแค่ไหน อย่าว่าแต่การจัดอันดับตอนนี้เลย อีกหนึ่งหรือสองปีก็คงยังหวังอะไรไม่ได้
ตงหนิงจะยังอยู่ไหมก็ไม่รู้แล้วด้วยซ้ำ จางหนิงได้แต่ถอนใจในใจ
ซูอี้เองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเริ่มมองเห็นสถานการณ์คร่าว ๆ ของเขตตงหนิง
“ตอนนี้เวลาการวางแผนลดลง พวกเราก็ยิ่งกดดันหนักขึ้น แน่นอนว่าในฐานะผู้มีพลังระดับหนึ่ง พวกเราจะไม่ให้คุณทำอะไรเกินตัว และไม่บังคับให้คุณเข้าร่วมการจัดอันดับ เพราะมันเสี่ยงมาก ผู้มีพลังวิญญาณตายในนั้นก็มาก คุณยังอยู่ในช่วงเติบโต” จางหนิงพูดอย่างเคร่งขรึม ดูกลัวว่าซูอี้จะวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะของตนเอง
“ไม่เป็นไร ฉันยินดีจะเข้าร่วมการจัดอันดับ อย่างน้อยฉันก็ช่วยเพิ่มพลังให้ทีมอีกแรงหนึ่ง” ซูอี้ยิ้มตอบ
“เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ พลังระดับหนึ่งอย่างคุณจะช่วยอะไรได้” ชายที่เงียบมาตลอดอย่างลู่ฉางอิ่นพูดขึ้นเสียงดังทันที
“อย่าถือสาเขาเลย เขาก็เป็นแบบนี้แหละ จริง ๆ แล้วเป็นคนดี” จางหนิงยิ้มขณะพูด
ลู่ฉางอิ่นได้ยินดังนั้นก็สะบัดหัวแล้วเดินออกจากห้องทำงานไป โดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย ก่อนออกไปยังทิ้งคำพูดไว้ว่า
“ระดับหนึ่ง ถ้าไม่อยากตาย ก็อยู่เงียบ ๆ ที่บ้านเถอะ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
น้ำเสียงเขาเย็นชาสุดขั้ว แฝงไปด้วยความเสียดสี
“ไม่ต้องไปใส่ใจเขาหรอก เขาชอบรังแกเด็กใหม่ ฉันก็เคยโดนเขาเย้ยหยันมาเหมือนกัน” เสี่ยวหลียิ้มแล้วตบไหล่ซูอี้เบา ๆ
ซูอี้ส่ายหน้า แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจ
ถึงแม้จะฟังเหมือนประชด แต่คำพูดของชายผู้นั้นก็เหมือนห่วงอยู่ในที ว่าไม่อยากให้เขาเสี่ยงอันตราย
ส่วนเรื่องการจัดอันดับ
เขาจะเข้าร่วมหรือไม่
ก็ต้องดูว่า ‘สำนักโอสถ’ ที่ทางการพูดถึงนั้น จะเชื่อถือได้แค่ไหน!
แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ พลังของเขาต้องไม่หยุดพัฒนา!
ซูอี้วางแผนไว้แล้วว่า หลังจากจัดการธุระเสร็จ คืนนี้จะกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็เข้าสู่เกมล่วงหน้า
เขา
ต้องแข็งแกร่งขึ้น!
ไม่อาจผ่อนคลายได้แม้แต่น้อย!
………………..