- หน้าแรก
- เดิมพันชีวิตพิชิตเกมปีศาจ
- ตอนที่ 38 อาการหลงลืมที่รุนแรงขึ้น ความหวาดกลัวมาเยือน
ตอนที่ 38 อาการหลงลืมที่รุนแรงขึ้น ความหวาดกลัวมาเยือน
ตอนที่ 38 อาการหลงลืมที่รุนแรงขึ้น ความหวาดกลัวมาเยือน
ตอนที่ 38 อาการหลงลืมที่รุนแรงขึ้น ความหวาดกลัวมาเยือน
“ฉันขอไปห้องน้ำก่อน” ซูอี้รีบหาข้ออ้างเดินออกมา เวลานี้เขาต้องจดบันทึกบางอย่างเอาไว้
เขาจดสิ่งที่เพิ่งประสบพบเห็นลงไป และเพื่อความปลอดภัยก็ใช้ภาษาที่กำกวมในการกล่าวถึงอาการหลงลืมที่รุนแรงขึ้น จนอาจลืมความทรงจำในโลกความจริงได้
เขายังใส่บางอย่างเกี่ยวกับแฟนสาวซูอวี้หรานไว้ด้วย
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดแอปสั่งซื้อสินค้า แล้วซื้อเครื่องประดับและกระเป๋าแบรนด์เนมหรู ๆ จำนวนหนึ่ง ส่งไปยังหอพักของซูอวี้หราน
【สหายเก่า ซูอวี้หรานดูเหมือนเข้ากับคนง่าย ทว่าแท้จริงแล้วนิสัยแย่มาก】
【วัน ๆ เอาแต่ให้ฉันซื้อนั่นซื้อนี่ ฉันว่า เธอแค่เห็นฉันเป็นตู้เอทีเอ็มเท่านั้น】
【สหายเก่า อย่าหลงใหลในความอ่อนหวาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาพลวงตา】
【ซูอวี้หรานเป็นหญิงร้าย!】
เขาหวังจะลองเปลี่ยนแปลงความทรงจำของตนเอง เพื่อทดสอบว่าความรู้สึกในใจกับซูอวี้หรานจะเปลี่ยนตามสิ่งที่เขาจดบันทึกลงในไดอารี่นี้หรือไม่
หากได้ผล นี่อาจกลายเป็นวิธีหนึ่งในการควบคุมความรู้สึกที่เกิดจากการตั้งค่าของระบบเกม
หืม?
ความรู้สึกนี้…
ซูอี้เดินออกจากห้องน้ำ แต่กลับรู้สึกว่ามีสายตาเฝ้าจับจ้องอยู่ที่เขา
เขามองไปรอบ ๆ แต่กลับไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ
ความรู้สึกนี้มันแปลกนัก ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ในสมุดบันทึกเองก็มีบันทึกไว้ว่ารู้สึกเช่นนี้มาก่อน
สัญญาณเตือนอันตรายได้ปรากฏแล้ว!
ซูอี้เดินกลับมาหาซูอวี้หรานอย่างช้า ๆ
“ฉันหิวแล้วน๊า”ซูอวี้หรานออดอ้อน
เธอสวมเสื้อยืดสีขาวคลุมด้วยเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กระโปรงสั้นและถุงเท้าขาวยาวเหนือเข่า ยืนอยู่ตรงหน้าซูอี้ ดูน่ารักน่าเอ็นดู ใสซื่อบริสุทธิ์ และมีอารมณ์ละเมียดละไมตามแบบฉบับนักศึกษาศิลปะ
เธอ… ช่างงดงามยิ่งนัก…
ไม่ใช่แล้ว! ผิดปกติแน่นอน!
ซูอี้ระวังตัวถึงขีดสุด แม้แต่ตอนนี้เขาก็อยากจะหันหลังกลับแล้วเดินหนี ซูอวี้หรานในสายตาของเขาตอนนี้ยิ่งน่าหวาดกลัวกว่าผู้ใด
ฆาตกรยังไม่ทันถูกเปิดโปง สติของเขากลับใกล้จะจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกที่หลอกลวงนี้เสียแล้ว
แต่แม้จะรู้สึกแบบนั้นอย่างแรงกล้า ซูอี้ก็สัมผัสได้ว่าซูอวี้หรานเป็นบุคคลสำคัญ หากเขาจากไปโดยไม่ไตร่ตรอง จะต้องเกิดบางสิ่งที่ทำให้เขาเสียใจในภายหลังแน่นอน
ซูอี้จึงปล่อยให้ซูอวี้หรานคล้องแขนไปตามเรื่อง ทั้งสองพูดคุยหยอกเย้าแล้วเรียกรถไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นตามที่ซูอวี้หรานแนะนำ
เมื่อเข้าที่นั่งแล้ว ซูอวี้หรานก็หยิบเมนูมาสั่งอย่างคล่องแคล่ว
ส่วนซูอี้ แอบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา บันทึกข้อมูลบางอย่างลงในแอปโน้ต เพราะหากเขียนในสมุดต่อหน้าคนอื่นคงดูประหลาดเกินไป จึงใช้วิธีนี้เพื่อความสะดวกและปลอดภัยก่อนนำไปจดลงสมุดบันทึกในภายหลัง
มือถือสั่นเบา ๆ ซูอี้ได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง
ไฟล์แนบชื่อว่า “การบ้าน”
มาแล้ว นี่คือข้อมูลจากแฮกเกอร์คนนั้น
ซูอี้รีบเปิดไฟล์ดาวน์โหลดอย่างกระตือรือร้น
ข้อมูลนักศึกษามหาวิทยาลัยเหอเฉิง เมื่อคลิกเข้าไปก็มีโฟลเดอร์ต่าง ๆ ปรากฏขึ้น
ตั้งแต่นักศึกษาชั้นปีหนึ่งถึงปีสี่ มีครบหมด แยกเป็นแต่ละคณะ แต่ละชั้นเรียน
ซูอี้คลิกไปยังห้องเรียนของตน มีทั้งหมดสี่สิบคน ข้อมูลบัตรนักศึกษา รูปถ่าย ชื่อ ชั้นปี ปรากฏชัดครบถ้วน
แม้จะเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาในตอนนี้
มื้อนี้ ซูอี้กินไปก็อยากรีบออกจากร้านให้เร็วที่สุด
แต่ด้วยความพิเศษของซูอวี้หราน เขาจึงยังไม่สามารถหนีไปได้ในตอนนี้
หลังจากอิ่มท้องแล้ว ซูอวี้หรานก็เป็นฝ่ายจ่ายเงินเงียบ ๆ แล้วคล้องแขนซูอี้ไว้อีกครั้ง
“นายมีธุระจริงหรือ?”
“จริงสิ ฉันจะไปหางานพิเศษทำ”
“งานพิเศษ?”
“เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านน่ะ” ซูอี้หัวเราะกลบเกลื่อน ขณะนี้เขากำลังพยายามต้านทานความรู้สึกผูกพันที่มีต่อซูอวี้หราน มีเพียงความต้องการเดียวคือกลับบ้าน
“งั้นให้ฉันไปด้วยไหม?”
เธอคือแฟนสาวสวรรค์ประทานชัด ๆ... ซูอี้อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและถอนหายใจ หากไม่รีบตัดใจล่ะก็ เขาคงไม่มีวันหลุดออกจากตรงนี้ได้แน่
“ไม่เป็นไร เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ก็ได้... ถ้าอย่างนั้น นายยังพอจะไปส่งฉันกลับมหาวิทยาลัยได้ไหม?” ซูอวี้หรานกล่าวเสียงแผ่วเบาอย่างออดอ้อน
“แน่นอน ไปกันเถอะ ฉันก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน”
ซูอี้รีบพยักหน้าตอบรับทันที
ซูอวี้หรานที่เดิมทีแอบรู้สึกผิดหวังก็กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง
คราวนี้พวกเขาไม่ได้เรียกรถ เพราะอยู่ใกล้มหาวิยาลัยอยู่แล้ว จึงเดินทอดน่องไปเรื่อย ๆ จนกลับมาถึงมหาวิทยาลัยเหอเฉิง
“อากาศวันนี้ดีจริง ๆ เลย”ซูอวี้หรานเงยหน้ายิ้ม พลางกล่าวขณะเดินอยู่บนทางเดินในสวนของมหาวิทยาลัย
“อืม” ซูอี้ตอบรับ แต่ใจของเขากลับล่องลอยไปอยู่กับข้อมูลของฆาตกร
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ปรากฏในสายตาของซูอี้
เสื้อยืดสีม่วง กางเกงยีนส์สีดำ ใบหน้ายาว ดวงตาเรียวเล็ก!
ฆาตกร!
ซูอี้ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย และเขาก็ได้เจอกับคนคนเดิมในที่เดิมอีกครั้ง
เพียงแต่วันนี้เสื้อผ้าที่ฆาตกรสวมใส่ กลับตรงกับที่เขาเคยบันทึกไว้ในสมุดไดอารี่ไม่มีผิด
แม้แต่เสื้อผ้ายังตรงกัน!
โอกาสสูงมาก เขาคนนั้นน่าจะเป็นฆาตกรจริง!
ซูอี้พยายามควบคุมสีหน้า ทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ และยังคงพูดคุยกับซูอวี้หรานไปเรื่อย ๆ
พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่เผยพิรุธ
แต่แขนของเขากลับเริ่มแข็งเกร็งโดยไม่รู้ตัว
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” ทว่าซูอวี้หรานกลับจับความผิดปกตินี้ได้อย่างรวดเร็ว
บุรุษใบหน้ายาวเดินมาจากทางตรงข้าม มุ่งหน้าไปในทิศเดียวกันกับซูอี้และซูอวี้หราน และในจังหวะที่เขาเดินสวนผ่านซูอี้ไปนั้น ซูอวี้หรานก็ถามประโยคนั้นขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ
“เฮ้อ เดินมาทั้งวันเริ่มเหนื่อยน่ะ”
ซูอี้รีบกลบเกลื่อน และสายตาของบุรุษใบหน้ายาวก็เหลือบมองมาพอดี
สบตากันเข้าอย่างจังโดยไร้เหตุผล
ชายผู้นั้นไร้ซึ่งอารมณ์ สายตาเย็นเยียบจนจับใจ ซูอี้รีบเบนสายตาหลบไป
เมื่อเห็นว่าฆาตกรไม่ได้สนใจพวกเขามากนัก เขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็จงใจเดินช้าลง
เขาอยากรู้ว่าฆาตกรจะไปที่ไหนกันแน่
“นายรู้จักเขาหรือ?” เมื่อชายใบหน้ายาวเดินลับตาไป ซูอวี้หรานก็เอียงคางงาม ๆ ถามด้วยความสงสัย
“หืม ไม่นะ ทำไมเธอถึงถามแบบนั้นล่ะ?” ซูอี้แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ฉันรู้สึกว่า ตั้งแต่เขาปรากฏตัว นายก็ดูแปลก ๆ ไป”
หญิงผู้น่ากลัว สังเกตการณ์เฉียบแหลมยิ่ง
“อยากฟังความจริงไหม?” ซูอี้ถาม
“แน่นอนอยู่แล้ว”ซูอวี้หรานขมวดคิ้วเล็กน้อย
“อันที่จริงแขนข้างนี้เป็นเหน็บชา ฉันเกร็งเพราะเธอเกาะแน่น”
ซูอวี้หรานหน้าแดงจัด รีบปล่อยมือออกทันที แล้วหัวเราะเบา ๆ พลางตีแขนซูอี้อย่างเขินอาย
จากนั้นซูอี้ก็พาซูอวี้หรานกลับไปยังหอพัก ก่อนจะรีบตรงไปยังห้องสมุด
ใช่แล้ว เมื่อครู่นี้ ฆาตกรเดินเข้าไปในห้องสมุด
ด้วยปัญหาอาการหลงลืมที่กำลังรุนแรงขึ้น
เขาตัดสินใจเสี่ยงเดินตามเข้าไป หวังว่าต่อจากนี้จะสามารถติดตามฆาตกรกลับหอพักได้ ถ้าไม่อย่างนั้น ข้อมูลเหล่านั้นคงต้องค้นอีกนาน
และสิ่งที่เขาขาดที่สุดในตอนนี้ก็คือเวลา
ซูอี้หยิบสมุดบันทึกออกมาจดสิ่งที่คิดไว้ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องสมุด
ห้องสมุดกว้างขวาง มีทั้งห้องโถงใหญ่ให้ใช้ศึกษาค้นคว้า และห้องอ่านหนังสือเล็ก ๆ สำหรับนักศึกษาใช้ทำการบ้านและติวหนังสือ
ซูอี้เลือกเดินไปยังห้องอ่านหนังสือเล็ก ๆ ก่อน
ฆาตกรก็น่าจะชอบที่เงียบ ๆ มีคนน้อย ๆ สินะ
เขาเดินผ่านหน้าห้องอ่านหนังสือทีละห้อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยของฆาตกร
จากนั้นจึงเปลี่ยนไปตรวจดูที่ห้องโถง ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
หายไปไหนกัน?
ซูอี้เริ่มสับสน เดินวนเวียนตามตู้หนังสือในห้องสมุดอีกหลายรอบ
แต่สุดท้ายเขาก็ได้คำตอบ ชายคนนั้น... คงจะออกจากที่นี่ไปแล้ว
……………….