เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 29: เธอนั้นจมไปกับความอยากรู้อยากเห็นนั่น

Chapter 29: เธอนั้นจมไปกับความอยากรู้อยากเห็นนั่น

Chapter 29: เธอนั้นจมไปกับความอยากรู้อยากเห็นนั่น


เจียงลู่ฉีนั้นก็ยังนั่งอยู่บนรถมินิบัส เขากำลังมองที่แผนที่จากเมืองนี้ไปยังเมืองหนานจิงใน แทบเล็ตของเขา และหลังจากนั้นก็หันกลับไปดูตึกสองชั้นของเหวินเซี่ยวเทียน

 

เหวินเซี่ยวเทียนอยู่ในนั้นเป็นเวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง สองพี่น้องนั้นอยู่ในห้องหนึ่งบนชั้นสอง เมื่อเขามองไปที่หน้าต่าง ผ้าม่านนั้นถูกขยับออก เจียงลู่ฉีสามารถเห็นหน้าของเหวินลู่ด้านหลังของผ้าม่น กำลังจ้องมองมาที่รถมินิบัส และหลังจากนั้นก็หลบสายตาไป เจียงลู่ฉีรู้สึกมึนงงในทันที หลังจากเขาก็รีบหันสายตากลับมาที่แผนที่อีกครั้งหนึ่ง

 

“พี่สาว เขานั้นฆ่าหมูป่าที่มีคุณค่านั้นได้จริงๆหรอ?” เหวินหลู่นั้นขยับออกห่างมาจากหน้าต่าง และขยับผ้าม่านให้เป็นดังเดิม และหลังจากนั้นเธอก็พูด “หมูป่านั้นน่ากลัวเป็นอย่างมากใช่ไหม?”

 

“แน่นอน สิ่งที่พี่พูดกับเธอนั่นคือเรื่องจริงทั้งหมด” เหวินเซี่ยวเทียนตอนด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เหวินลู่นั้นบอกกับเธอว่าพ่อแม่ของเธอนั้นเสียชีวิตลงแล้ว แต่ภายใต้สภาวะที่ย่ำแย่แบบนี้ ครอบครัวของเธอนั้นได้รับการฝังศพอย่างเรียบง่าย โดยปราศจากพิธีฝังศพที่เหมาะสม

 

ในความจริงแล้ว เหวินเซี่ยวเทียนนั้นรู้สึกค่อนข้างดีที่ พวกเขานั้นยังได้รับการฝังไว้โดยยังมีร่างกายเหลืออยู่ ผู้คนส่วนมากนั้นตายโดยไม่เหลือแม้แต่กระดูกไว้ให้คนรุ่นหลัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามหวินเซี่ยวเทียนก็ยังเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ สองพี่น้องนั้นร้องไห้เกือบหนึ่งชั่วโมง และหลังจากนั้นพวกเธอก็ระงับความเศร้าไว้ก่อน

 

หลังจากที่ใจเย็นลง เหวินลู่ ถามรายเอียดประสบการณ์ที่เหวินเซี่ยวเทียนได้รับมา

 

เจียงลู่ฉีนั้นมีอายุใกล้เคียงกับเหวินเซี่ยวเทียน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขานั้นยังคงเป็นนักศึกษาอยู่ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าคนธรรมดาสองคนจะมาถึงตรงนี้ เพียงแค่ขับรถมินิบัส

 

เมื่อจินตนาการถึงเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อที่ผ่านมา และหลังจากที่ฟังการบอกเล่าของเหวินเซี่ยวเทียน เหวินลู่ยิงรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อมากกว่าเดิม หลบหนีจากฝูงซอมบี้ แม้กระทั่งเขานั้นสามารถฆ่าหมูป่ากลายพันธุ์ได้ด้วยซ้ำ.....

 

“ยังไงก็ตาม พวกเราควรที่จะขอบคุณเขา” เหวินลู่พูด

 

“นั่นสิ....” เหวินเซี่ยวเทียนพยักหน้า

 

เหวินเซี่ยวเทียนนั้นมองลงไปข้างนอกหน้า ที่จริงแล้ว เธอนั้นเพียงแค่เล่าบางส่วนของประสบการณ์เธอให้แก่น้องสาวของเธอฟัง เธอนั้นไม่ได้อธิบายรายละเอียดของเจียงและรถมินิบัสอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น เธอนั้นไม่ได้อธิบายว่าพวกเธอนั้นตัดเนื้อของหมูป่าออกมาและใส่ลงไปในรถตู้ไว้

 

แก๊งมอเตอร์ไซค์ที่พวกเธอนั้นเจอมาก่อนหน้าทำให้เหวินเซี่ยวเทียนนั้นกลายเป็นคนระมัดระวังตัว

 

“อย่างไรก็ตาม ลู่ลู่ พวกเขาคือใครกันหรอ?” เหวินเซี่ยวเทียนถาม

 

หลังจากที่รู้เกี่ยวกับสถานะของเหวินเซี่ยวเทียนแล้ว พวกผู้รอดชีวิตนั้นสงสัยเกี่ยวกับเธอและรถมินิบัสเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเหวินเซี่ยวเทียนนั้นจะไม่เชื่อว่าน้องสาวของเธอนั้นอยู่ร่วมกับกลุ่มคนที่เลวร้ายที่มาจากแก๊งมอเตอร์ไซค์ เธอก็ยังรู้สึกกังขากับคนแปลกหน้าพวกนี้อยู่ดี

 

“พวกเขาคือพวกผู้อาศัยที่อยู่ในเมืองของเราไงพี่ ความทรงจำของพี่นั่นแย่มากเลยนะ พี่ไม่สามารถจำได้แม้กระทั่ง ลูกสาวของป้าหลี่ ที่อยู่บ้านข้างๆงั้นหรอ?” เหวินลู่พูด

 

พวกเขานั้นคือคนที่อยู่อาศัยแถวนี้และเพื่อนบ้าน...

 

“หลังจากวันโลกาวินาศ พวกเรานั้นรวมตัวด้วยกันอย่างช้าๆ ในช่วงเช้าของวัน พวกเราออกไปค้นหาอาหารกัน และในช่วงเย็นพวกเรานั้นสลับกันยืนเวร ในช่วงเวลาที่พิเศษอย่างนี้ พวกเรานั้นไม่มีใครที่แตกต่างกัน มันเหมือนกับสังคมเดิมที่พวกเรานั้นทำงานร่วมกันและแจกจ่ายกันอย่างเท่าเทียมละ” เหวินลู่ตอบกลับมา

 

“มันจะต้องอันตรายเป็นอย่างมากแน่เลย.....” เหวินเซี่ยวเทียนนั้นกังวล น้องสาวของเธอนั้นเป็นแค่เพียงเด็กชั้นมัธยม ซึ่งกลัวแม้กระทั่งแมลงสาป แต่ในตอนนี้เธอนั้นกล้าที่จะออกไปข้างหน้าและหาอาหาร แต่เธอนั้นยังรู้เกี่ยวกับ ‘อย่าพึ่งพาคนอื่น นอกจากตัวเอง’อีกด้วย

 

“โชคดีที่ แม้ว่าพึ่งจะผ่านมาเพียง2-3วันก็ตามที มันอันตรายเป็นอย่างมาก ซอมบี้นั้นไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ผู้คนพวกนั้นมันน่ากลัวเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นรถมินิบัส พวกเรานึกว่าพวกมันจะกลับมาอีกครั้งซะอีก”เหวินลู่พูด

 

“พวกมัน?” เหวินเซี่ยวเทียนมึนงงไปชั่วขณะและพูด “ใครคือพวกมัน? ใช่ แก๊งมอเตอร์ไซค์รึเปล่า?”

 

เหวินลู่จ้องและพูด “พี่เจอพวกมันมางั้นหรอ? มันทำอะไรกับพี่หรือเปล่า?” เธอถามอย่างกังวลใจ

 

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก....” เหวินเซี่ยวเทียนบอกเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเธอนั้นเผชิญมาให้แก่น้องสาวของเธอฟัง

 

เมื่อได้ยินเจียงลู่ฉีนั้นชนพวกมันล้ม เหวินลู่นั้นมึนงง “พระเจ้า....”

 

“เธอยังไม่ได้บอกพี่เลย ว่าทำไมพวกมันนั้นถึงมาที่บ้านของเรา?” เหวินเซี่ยวเทียนรีบถาม

 

เหวินลู่นั้นพูดคำว่า ‘อีกครั้ง’ มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่แน่ชัดว่าพวกมันนั้นเคยมาที่นี่มาก่อน เหวินเซี่ยวเทียนสังเกตเห็นว่าพวกมันนั้นต่ำทรามเป็นอย่างมาก ดังนั้นเธอกังวลเกี่ยวกับเหวินลู่เป็นอย่างมาก

 

“พวกมันมาเพื่อค่าคุมครอง” เหวินลู่ขมวดคิ้ว และมองดูเบื่อหน่ายและพูด “กลุ่มของมันนั้นมีผู้นำ ซึ่งเป็นคนที่ขับไล่ซอมบี้ออกไป ดังนั้นพวกมันจึงเริ่มที่จะตัดสินใจที่ร้องขอค่าคุมครองจากกลุ่มคนผู้รอดชีวิต พวกเรานั้นรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมนั้นค่อนข้างที่จะปลอดภัย ดังนั้นค่าคุ้มครองนั้นมีเหตุผล อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ยังแย่มากและความต้องการของมันนั้นก็ไร้เหตุผลซะเหลือเกิน”

 

หลังจากนั้นเหวินลู่ ก็วางหมวกอันสกปรกของเธอ และเอาผ้าพันคออกมาจากเตียงและพูด “พวกมันนั้นใช้แรงให้เด็กสาวหลายๆคนกลายเป็น ‘แฟนสาว’ ของพวกมันก่อนหน้านี้ และฉันก็ไม่มีทางเลือก แต่ต้องทำแบบเดียวกัน....”

 

เด็กสาวบริสุทธิ์ที่ต้องทำแบบนี้มาก่อน..... เหวินเซี่ยวเทียนรู้สึกโกรธและเสียใจ

 

“มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ” เหวินลู่พูดด้วยเสียงช่วยไม่ได้ คนธรรมดานั้นไม่สามารถที่จะทำอะไรเกี่ยวกับโลกแบบนี้ได้

 

“พี่สาวนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องพูดแล้วละ การมีชีวิตรอดอยู่นั้นยังน่ามหัศจรรย์ พี่สาว เธอได้กินอาหารหรือยัง?” เหวินลู่ถาม

 

เหวินเซี่ยวเทียนเห็นผู้รอดชีวิตกำลังทำอะไรบางอย่างเงียบๆที่ด้านล่าง บางคนนั้นกำลังดูแลอาวุธ ในขณะที่คนอื่นกำลังตรวจสอบอาหาร อาหารจำนวนมากของพวกเขานั้นถูกนำออกมาจากกระเป๋าสะพายซึ่งมันมีทั้งขนมต่างๆ จากกระเป๋าที่สกปรก ทั้งหมดและทั้งหมดนั้นแบนมาก

 

และมันก็ยังมีแม้กระทั่งกลิ่นสาปของเลือดที่ติดอยู่บนกระเป๋าบางใบ เด็กผู้หญิงที่ใส่ถุงมือนั้นกำลังถือหม้อใบเล็ก และกำลังทำความสะอาดกระเป๋าพวกนี้อยู่

 

“พี่สาวเซี่ยวเทียน” เด็กผู้หญิงมองขึ้นไปข้างบนและยิ้ม และทักทายเหวินเซี่ยวเทียน

 

เด็กผู้หญิงคนนี้คือลูกสาวของป้าหลี่ แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เหวินเซี่ยวเทียนนั้นไม่สังเกตเห็นเธอก่อนหน้านี้ หน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยฝุ่น ผมกลายเป็นสีเทา ซึ่งมันเหมือนไม่ได้สระเป็นเวลานาน

 

นี่คือหนทางเดียวที่จะไม่ให้พวกอันธพาลนั้นสนใจพวกเธอ

 

“วันนี้ อาหารนั้นมีน้อยและยากมากที่จะเก็บมา” ชายวัยกลางคน นำอาหารออกมาและหลังจากนั้นก็อธิบาย

 

ชายแก่อีกคนที่ดูเหมือนอายุประมาณหกสิบปีก็พูด “พวกเรานั้นยังโชคดีมาก ไม่ใช่ว่าพวกเรานั้นยังมีถุงข้าวครึ่งถุงในบ้านงั้นหรอ? มันยังเป็นสิ่งที่ดี”

 

“ใช่ แต่อีกครึ่งหนึ่งนั้นถูกนำไปแล้ว และที่เหลือนั้นสามารถกินได้เพียงสองสามวัน” ชายวัยกลางคนนั้นขมวดคิ้ว

 

“มันก็ยังสามารถที่กินได้อีกตั้งหลายวันหน่า” ชายแก่พูด ด้วยการมองโลกในแง่ดี และเขาก็พูดกับเหวินเซี่ยวเทียน “วันนี้ พี่สาวของลู่ลู่นั้นอยู่ที่นี่ และมันเป็นสถานการณ์ที่ดีที่จะทำอาหารกินกัน”

 

“มันไม่ค่อยจะดีหรอกค่ะ......” เหวินเซี่ยวเทียนรีบบอกให้หยุด

 

“ไปเรียกหนุ่มน้อยมากินกับพวกเราได้แล้ว” ชายแก่พูด “ฉันจะไปซาวข้าว”

 

“ได้เลย ฉันจะไปเรียกเขาเอง” เหวินลู่นั้นตื่นเต้นที่จะไปยังรถมินิบัส โดยไม่คำนึงว่าเหวินเซี่ยวเทียนนั้นโบกมือไปเรื่อยๆ

 

เมื่อฟังไปประสบการณ์ที่ถูกเล่าโดยเหวินเซี่ยวเทียนนั้น เหวินลู่รู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเจียงลู่ฉีมาก

จบบทที่ Chapter 29: เธอนั้นจมไปกับความอยากรู้อยากเห็นนั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว