เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 416 การต่อสู้ขั้นแตกหัก

บทที่ 416 การต่อสู้ขั้นแตกหัก

บทที่ 416 การต่อสู้ขั้นแตกหัก


บทที่ 416 การต่อสู้ขั้นแตกหัก

“เซี่ยหยู่เว่ยระหว่างเอากองทัพไปกำจัดโซลออฟอีเทอนิตี้ก็ให้เอานักเวทต้องห้ามเดินทางไปด้วย ในเมื่อมันอยากจะช่วยบลัดไทแรนท์กลืนกินพวกเรามากนักก็อย่าหาว่าพวกเราจะลงมือกับพวกมันหนักเกินไป” ลู่หยางกล่าวด้วยแววตาอันเยือกเย็น

ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับพร้อม ๆ กัน

“หัวหน้า พวกเราเพิ่งได้รับข่าวมาว่าชาโดว์ดัสค์กับหัวหน้าทั้ง 3 คนกำลังรวมกำลังอย่างเต็มที่ ตอนนี้พวกเขามีสมาชิกประมาณ 150,000 คนแล้วและมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะเข้าโจมตีป้อมปราการในอีก 1 ชั่วโมง” โจวเทียนหมิงกล่าว

“พวกมันอยากตายมากนักหรือไง เลเวลของพวกมันไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำแต่กล้าจะมาสู้กับพวกเรางั้นเหรอ?” ไป๋ฉือกล่าว

“ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีพวกมันอาจจะคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพวกเราก็ได้” บิทเทอร์เลิฟกล่าว

“หัวหน้า ผมขอดูกองทัพนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของบลัดบราเธอร์ได้ไหมครับ?” โจวเทียนหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ได้สิ นักรบพวกนั้นส่วนใหญ่อยู่ในกองทัพของสามพี่น้องตระกูลไป๋แบ่งเป็นนักรบคลั่ง 1,000 คน, พาลาดินเซคคริฟาย 2,000 คน, นักรบโล่ 500 คนและพาลาดินสายสนับสนุนอีก 1,500 คน”

“ถ้ามีโอกาสพวกเราก็มาประลองฝีมือกันดูก็ได้นะ” ไป๋ฉือกล่าวด้วยรอยยิ้ม

โจวเทียนหมิงพยักหน้ารับ เพราะถ้าหากพูดเรื่องการต่อสู้แบบตัวต่อตัวเขาก็ไม่กลัวใครหน้าไหนเหมือนกัน

“โจวเทียนหมิง ถ้าพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ต้องการจะโจมตีป้อมปราการทั้ง 3 แห่ง พวกเราพอจะมีวิธีสกัดกั้นพวกมันระหว่างทางไหม?” ลู่หยางถาม

“หัวหน้า พวกเราจะไม่รอป้องกันในป้อมปราการงั้นเหรอครับ?” ไป๋หูถาม

“ฉันอยากให้คนในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ได้รู้ว่าพวกเราแข็งแกร่งมากแค่ไหนเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเข้าไปก่อกวนป้อมปราการของพวกเรา หลังจากที่พวกเรากลับไปที่เมืองเซนต์กอลล์แล้ว” ลู่หยางกล่าว

โจวเทียนหมิงส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า

“มันไม่มีที่แบบนั้นหรอกครับ เว้นแต่ว่าพวกเราจะรอให้พวกเขารวมตัวกันนอกเมืองแล้วพวกเราค่อยบุกโจมตีพวกเขาอย่างฉับพลัน”

“โอเค ถ้างั้นพวกเราก็จะไปดักตีพวกมันตั้งแต่นอกเมืองเลย ทุกคนออกไปจัดกำลังเฝ้าป้อมปราการเอาไว้ป้อมละ 10,000 คน ส่วนคนที่เหลือตามฉันมา พวกเราจะไปทำลายดีวายโซลที่หน้าประตูเมืองซีเอ็มเพอเรอร์!” ลู่หยางตะโกนสั่ง

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับด้วยเลือดลมที่พลุกพล่าน

ในเวลาไม่ถึง 20 นาทีกองกำลังทั้งหมดก็ได้มารวมตัวกันที่ป้อมปราการซีดราก้อน และเมื่อมันได้รวมกองกำลัง 60,000 คนของโจวเทียนหมิงเข้าไปแล้วกองกำลังนี้ก็มีจำนวนอยู่สูงถึง 250,000 คน

อีกด้านหนึ่ง

นอกป้อมปราการแบล็คร็อค

กองทัพพันธมิตรของฉงป้าและฉือมู่ยังไม่รู้ข่าวที่ลู่หยางนำกองกำลังบุกยึดป้อมปราการนอกเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ แล้วพวกเขาก็ยังคงทุ่มกำลังในการบุกโจมตีป้อมปราการแบล็คร็อคอย่างต่อเนื่อง

“แปลกมาก ปกติเวลานี้มันควรจะเป็นคนของโซลออฟอีเทอนิตี้ที่มาป้องกันป้อมปราการไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงยังเป็นคนของบลัดไทแรนท์ที่เฝ้าป้อมปราการอยู่?” ฉือมู่กล่าวอย่างประหลาดใจ

“พวกมันอาจจะยังนอนอยู่ก็ได้มั้ง” ฉงป้ากล่าว ซึ่งหลังจากที่การต่อสู้ได้ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 3 วันเขาก็เริ่มสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงได้บ้างแล้ว

เหลยหลงส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ผมว่าไม่น่าใช่นะ ตอนนี้ทั้งบลูสกายและสกายโดเมนวอริเออร์ก็ไม่ออกมาสักพักแล้ว ไม่รู้ว่าพวกมันกำลังวางแผนทำอะไรกันอยู่”

“ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีเรื่องใหญ่อะไรบางอย่างเกิดขึ้นเลย เพียงแต่พวกเรายังไม่รู้เรื่องเท่านั้นเอง” เฉียนเฉียนกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ทันใดนั้นชิงเฟิงก็เดินเข้ามาหาฉือมู่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ

“มีอะไร?” ฉือมู่ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

ชิงเฟิงมองไปยังฉือมู่ ก่อนจะมองไปยังหัวหน้ากิลด์คนอื่น ๆ และพูดขึ้นมาว่า

“มีข่าวในอินเทอร์เน็ตออกมาว่าลู่หยางนำกองกำลัง 180,000 คนบุกโจมตีป้อมปราการทั้ง 3 แห่งของโซลออฟอีเทอนิตี้นอกเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ แล้วตอนนี้เขาก็ยึดครองป้อมปราการทั้ง 3 แห่งนั้นได้เรียบร้อยแล้วครับ”

“เป็นไปไม่ได้! ลู่หยางจะเคลื่อนทัพไปถึงเมืองซีเอ็มเพอเรอร์โดยไม่มีข่าวหลุดออกมาได้ยังไง อย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง ระหว่างนั้นมันก็น่าจะมีข่าวการเคลื่อนทัพหลุดออกมาบ้าง” ฉือมู่กล่าว

“เมื่อไม่นานมานี้โจวเทียนหมิงประกาศยุบกิลด์วอร์สกายเพื่อเข้าร่วมกับกิลด์บลัดบราเธอร์อย่างเป็นทางการแล้วครับ จากนั้นเขาก็ให้สมาชิกในกองทัพเทเลพอร์ตไปยังป้อมปราการบลูริเวอร์ ในขณะที่กองกำลังหลักของโซลออฟอีเทอนิตี้ยังคงติดอยู่ที่นี่ มันจึงทำให้เขาเข้ายึดป้อมปราการทั้ง 3 แห่งได้อย่างง่ายดาย” ชิงเฟิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

ฉงป้ารู้สึกโกรธจนจุกอก แต่เขาก็พูดอะไรออกมาไม่ออก

เหลยหลง, เฉียนเฉียนและหัวหน้ากิลด์อื่น ๆ ต่างก็ทำได้เพียงแต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความเสียดาย

“คราวนี้ลู่หยางคือคนที่ได้ประโยชน์กลับไปมากที่สุดสินะ” ฉือมู่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“ใช่ ตอนนี้โซลออฟอีเทอนิตี้เหมือนกับสูญเสียรากฐานของตัวเองไปแล้ว พวกเราทำสงครามกันมาตั้งนาน แต่สุดท้ายผลประโยชน์กลับไปตกที่ลู่หยางมากกว่าคนอื่น” ฉงป้ากล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างขมขื่น

การเคลื่อนไหวของลู่หยางในคราวนี้ไม่ได้ทำให้ฉงป้าและฉือมู่รู้สึกเกลียดชังเขาเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันทั้งคู่ทั้งรู้สึกชื่นชมและเกรงกลัวในการวางกลยุทธ์ที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้

“ตอนนี้พวกเราควรจะเอายังไงต่อดี?” เฉียนเฉียนถาม

“ทุกคนลองดูการถ่ายทอดสดในอินเตอร์เน็ตสิครับ ลู่หยางกำลังประกาศท้าทายโซลออฟอีเทอนิตี้กลางที่สาธารณะแล้ว คราวนี้สตรีมเมอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเซคคัลเวิลด์อย่างหลิวซิงได้เข้ามาถ่ายทอดสดด้วยตัวเอง และตอนนี้กองกำลังของลู่หยางก็กำลังมุ่งออกจากป้อมปราการซีดราก้อนไปยังเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ครับ” ชิงเฟิงกล่าว

ฉือมู่รีบเปิดอินเตอร์เน็ตก่อนจะฉายภาพถ่ายทอดสดขึ้นบนหน้าจอ

ในภาพลู่หยางกำลังขี่สิงโตเพลิงนำทัพอย่างสง่างาม โดยมีเหล่าบรรดาหัวหน้าและลูกน้องอีกหลายแสนคนมุ่งหน้าไปยังเมืองซีเอ็มเพอเรอร์อย่างไม่เกรงกลัว

บริเวณมุมล่างซ้ายของหน้าจอมันก็มีภาพของหลิวซิงกำลังบรรยายกองทัพของลู่หยางอย่างคล่องแคล่ว

“ทุกคนมาดูเร็วเข้า นี่คือการตัดสินครั้งใหญ่ที่ประธานลู่หยางหัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์กำลังนำกองกำลังผู้เล่น 250,000 คนไปยังเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ ก่อนหน้านี้เขาได้ส่งสารท้ารบไปยังดีวายโซลแล้ว ส่วนทางฝั่งดีวายโซลก็กำลังรวบรวมกองกำลังอยู่ตรงบริเวณนอกประตูทิศตะวันออกของเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ ซึ่งดูเหมือนกับว่าพวกเขาจะรวมกองกำลังได้ประมาณ 150,000 คน” หลิวซิงกล่าว

บนกำแพงป้อมปราการแบล็คร็อค

โซลออฟอีเทอนิตี้และหวังเถิงต่างก็กำลังดูวีดีโอถ่ายทอดสดนี้อยู่ด้วยเช่นเดียวกัน

“ไม่ได้การล่ะ ผมต้องรีบนำลูกน้องกลับไปที่เมืองซีเอ็มเพอเรอร์ แบบนี้ลำพังแค่กองกำลังที่ผมทิ้งเอาไว้ไม่มีทางสู้กองทัพของลู่หยางได้แน่ ๆ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวด้วยร่างกายอันสั่นเทา

“นายคิดว่าถ้านายนำกองกำลัง 50,000 คนนี้กลับไปแล้วจะสู้ลู่หยางได้อย่างนั้นเหรอ? อย่าลืมนะว่าในกองกำลังของลู่หยางมีผู้เล่นชุดทองอยู่ไม่น้อยกว่า 20,000 คน ในขณะที่ทางฝั่งของนายมีผู้เล่นชุดทองอยู่ไม่ถึง 1,000 คนด้วยซ้ำ การเอากองกำลังกลับไปมันก็ไม่ต่างไปจากการเอาคนไปตายฟรี ๆ นั่นแหละ” หวังเถิงพูดอย่างเย็นชา

“คุณจะให้ผมยอมปล่อยทุกสิ่งที่ผมสร้างมาไปแบบนี้น่ะเหรอ?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามกลับอย่างไม่พอใจ

หวังเถิงทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาและเขาก็รู้ว่าถึงเขาจะพยายามอธิบายเหตุผลในตอนนี้ยังไง แต่อีกฝ่ายก็ไม่เหลือสติมากพอจะฟังเหตุผลจากเขาอยู่ดี

“ก็ได้ ฉันอนุญาตให้นายนำกองกำลังกลับไป แต่นายจะจัดการกับพวกข้างล่างนั่นยังไงล่ะ?”

ใต้กำแพงป้อมปราการแบล็คร็อค

“ฉันมาขอเจรจา” ฉงป้าตะโกนหาโซลออฟอีเทอนิตี้ที่อยู่บนกำแพง

“เจรจาอะไร?” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนกลับ

เมื่อฉงป้าเห็นว่าโซลออฟอีเทอนิตี้ออกมาคุยด้วยตัวเอง เขาก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

“ฉันรู้ว่าตอนนี้ป้อมปราการของแกถูกคนอื่นแย่งไปแล้วและแกก็อยากจะกลับไปแย่งป้อมปราการของตัวเองคืน ฉันเลยจะมาบอกว่าเดี๋ยวฉันจะยอมเปิดทางให้กองทัพของแกจากไปโดยไม่ทำอะไร”

“แกพูดจริงเหรอ?!” โซลออฟอีเทอนิตี้ถาม

“พูดจริงสิ ถ้าแกไปฉันก็ยึดป้อมปราการของฉันกลับมาง่ายกว่าเดิมไม่ใช่หรือยังไง” ฉงป้ากล่าวอย่างเยาะเย้ย

เมื่อได้รับคำตอบจากฉงป้า โซลออฟอีเทอนิตี้ก็หันไปถามความเห็นจากหวังเถิง

“นายไปเรียกระดมพลกองกำลังของตัวเองก่อนแล้วค่อยออกไปทางประตูทิศตะวันออก” หวังเถิงทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับเท่านั้น

โซลออฟอีเทอนิตี้พยักหน้าอย่างขอบคุณ ก่อนที่เขาจะวิ่งออกไประดมพลกองกำลังของตัวเอง

ในช่วงนี้ป้อมปราการแบล็คร็อคสงบสุขมากที่สุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เพราะกองกำลังของทั้งสองฝ่ายต่างก็กำลังเปิดหน้าจอเพื่อดูถ่ายทอดสด

จบบทที่ บทที่ 416 การต่อสู้ขั้นแตกหัก

คัดลอกลิงก์แล้ว