เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 411 เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่

บทที่ 411 เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่

บทที่ 411 เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่


บทที่ 411 เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่

เซี่ยหยู่เว่ยรีบลากเสินเมิ่งเหยาขึ้นรถสปอร์ตพร้อมกับขับไปที่สตูดิโอของลู่หยางด้วยความรวดเร็ว แต่ทันทีที่พวกเธอจอดรถมันก็มีรถสปอร์ตอีกคันขับมาที่สตูดิโอเหมือนกัน

เมื่อเซี่ยหยู่เว่ยและเสินเมิ่งเหยาลงจากรถ พวกเธอก็เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งลงจากรถสปอร์ตมาเช่นกัน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายสบสายตากันทั้งคู่ต่างก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างประหลาดใจ

“เซี่ยหยู่เว่ย!”

“เจียงเจ๋อ!”

ทั้งสองต่างก็อุทานขึ้นมาพร้อมกันและเมื่อพวกเขาสบตากัน ทั้งคู่ต่างก็เผยรอยยิ้มออกมาราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร

“เธอเล่นไม่ซื่อนะ ใครจะไปคิดว่าราชินีกุหลาบจะใช้แผนยั่วยวนแบบนี้” เจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาด้วยความเจ้าเล่ห์

“แผนยั่วยวนอะไรกัน? พวกเราแค่จะมาขออุปกรณ์อย่างเปิดเผยต่างหาก” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวพร้อมกับกอดแขนหลานอวี่เอาไว้

หลังจากพูดจบทั้งสองฝ่ายต่างก็เดินเข้าไปเคาะประตู

“ทำไมหัวหน้าถึงอยู่ตึกใหญ่ขนาดนี้นะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

เสินเมิ่งเหยาและเจียงเจ๋อต่างก็ส่ายหัวพร้อม ๆ กัน เพราะพวกเขาไม่เคยเข้าไปในสตูดิโอมาก่อน

“ฉันก็ไม่รู้ ฉันแค่ได้ยินพ่อบอกมาว่าลู่หยางสร้างสตูดิโออยู่ที่นี่” เจียงเจ๋อกล่าว

“พวกคุณมาหาใครครับ?” หลู่จ้าวหยูเปิดประตูมาถามอย่างสงสัย

“พวกเรามาหาลู่หยาง ฉันชื่อเซี่ยหยู่เว่ย ส่วนสองคนนี้คือหลานอวี่กับเจียงเจ๋อเป็นสมาชิกภายในกิลด์เดียวกันกับเขา” เซี่ยหยู่เว่ยแนะนำตัว

“เชิญด้านในเลยครับ” หลู่จ้าวหยูกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ทั้ง 3 ท่านคือผู้ถือหุ้นของกิลด์ ส่วนคุณเจียงเจ๋อก็คือผู้ถือหุ้นใหญ่ของสตูดิโอสินะครับ ทุกท่านกรุณารอสักครู่ก่อนเดี๋ยวผมจะไปตามหัวหน้ามาให้” หลู่จ้าวหยูกล่าวขณะพาทุกคนไปพักในห้องโถง

เจียงเจ๋อไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ของสตูดิโอนี้ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแต่มองไปรอบ ๆ อย่างประหลาดใจ

ไม่นานฮั่นจงก็เดินลงมายังชั้นล่าง ซึ่งหลังจากที่เขาแนะนำตัวสั้น ๆ แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า

“ลู่หยางเพิ่งได้นอนเมื่อตอนเช้า ตอนนี้เขายังนอนได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมงเลย…”

ระหว่างที่ฮั่นจงกำลังพูดอยู่นั้น เจียงเจ๋อก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“คุณคือเจ้าของร้านตีเหล็กจงซินทางตอนเหนือของเมืองใช่ไหมครับ?”

เซี่ยหยู่เว่ยและเสินเมิ่งเหยาต่างก็รู้สึกคุ้น ๆ หน้าฮั่นจงด้วยเหมือนกัน เมื่อทั้งคู่ได้ยินคำพูดของเจียงเจ๋อ สาว ๆ ทั้งสองก็มองไปยังฮั่นจงด้วยความตื่นเต้น

“ใช่ ฉันเอง” ฮั่นจงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ทันใดนั้นพวกเซี่ยหยู่เว่ยก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ได้ในทันที

“อย่างนี้นี่เอง สาเหตุที่กิลด์ของเรามีอุปกรณ์ระดับทองโผล่ขึ้นมามากมายขนาดนั้น ที่แท้ก็เพราะว่าหัวหน้ามีร้านตีเหล็กจงซินคอยให้การสนับสนุนอยู่ทางด้านหลังสินะคะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ใช่แล้ว” ฮั่นจงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นที่นี่ก็เป็นสำนักงานใหญ่ของร้านตีเหล็กจงซินใช่ไหมครับ?” เจียงเจ๋อถาม

“ใช่” ฮั่นจงกล่าวเพราะเขาคิดว่าพ่อของเจียงเจ๋อน่าจะบอกเรื่องนี้กับอีกฝ่ายแล้ว ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงเจียงเจ๋อยังไม่ได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังเหล่านี้เลย

“ถึงว่าทำไมพ่อถึงกล้าลงทุนมากขนาดนั้น ที่แท้มันก็เป็นเพราะลู่หยางแอบซ่อนร้านตีเหล็กเอาไว้นี่เอง” เจียงเจ๋อพึมพำขึ้นมาเบา ๆ และเขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อของเขามักจะบอกให้ตัวเองเดินทางมาที่สตูดิโอของลู่หยาง เพราะอีกฝ่ายต้องการให้เขาค้นพบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตามเจียงเจ๋อก็มักจะชอบเที่ยวเล่นมากกว่าและคิดว่าลู่หยางเป็นพี่น้องที่เขาไว้ใจได้อยู่เสมอ เขาจึงไม่สนใจจะเดินทางมาตรวจสอบสตูดิโอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ระหว่างรอ ทั้ง 3 คนลองเดินชมสตูดิโอนี้ก่อนไหม?” ฮั่นจงเสนอ

ทั้ง 3 ต่างก็พยักหน้ารับพร้อมกัน

ขั้นแรกฮั่นจงได้พาทั้ง 3 เดินชมพื้นที่ทั้ง 4 ส่วนของชั้นที่ 1 ได้แก่พื้นที่ของช่างตัดเย็บ, ช่างตีเหล็ก, ช่างหนังและวิศวกร

“พื้นที่แต่ละโซนจะมีคนทำงานพร้อมกันมากกว่า 300 คนทำให้ในทุก ๆ วันเราสามารถผลิตอุปกรณ์ได้อย่างน้อย 3,000 ชุด ภายในปัจจุบันของที่เราผลิตขึ้นมาก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอยู่ดี” ฮั่นจงกล่าว

ยิ่งเวลาผ่านไปจำนวนของผู้เล่นที่เข้ามาในเกมเซคคัลเวิลด์ก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ร้านจงซินได้รับคำสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ซึ่งในความเป็นจริงผลกำไรจากร้านตีเหล็กแห่งนี้เพียงแห่งเดียวมันก็สามารถทำให้พ่อของเจียงเจ๋อได้เงินลงทุนคืนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี

“ทำไมทุกคนถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?” ลู่หยางถามหลังจากเดินลงมาจากชั้นบน

“ลุงฮั่นบอกว่านายนอนอยู่ไม่ใช่เหรอ?” เจียงเจ๋อถาม

“เมื่อกี้พวกนายยังไม่ทันได้ฟังฉันพูดจนจบ ฉันบอกว่าเขากำลังนอนอยู่จริง ๆ แต่หลังจากที่เขาได้ยินว่าพวกนายมาเขาก็เลยรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วให้ฉันพาทุกคนเดินชมที่นี่ก่อนเป็นการฆ่าเวลา” ฮั่นจงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นทั้งสามก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเขิน ๆ โดยเฉพาะเจียงเจ๋อที่เป็นคนพูดแทรกฮั่นจงขึ้นมา

“ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าฉันกลับไปทำงานต่อแล้ว ทุกคนพูดคุยกันต่อไปเถอะ” ฮั่นจงกล่าวก่อนจะเดินจากไป

“พี่ชาย นี่นายแอบซ่อนร้านตีเหล็กจงซินเอาไว้จากพวกเราเหรอ?!” เจียงเจ๋อพุ่งเข้าไปหาลู่หยางพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“ฉันชวนนายมาที่สตูดิโอตั้งนานแล้ว แต่นายไม่ยอมมาเอง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ของ ๆ นายมันก็เหมือนของ ๆ ฉันนั่นแหละ ถึงฉันจะมาหรือไม่มาแต่สุดท้ายผลลัพธ์มันก็เหมือนกัน” เจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเจื่อน ๆ

“พี่ชายคนนี้มีความลับเยอะจริง ๆ” เสินเมิ่งเหยากล่าว

“หัวหน้า ฉันไม่สนใจเรื่องที่คุณปกปิดไว้หรอกนะ แต่คราวนี้ฉันขออุปกรณ์ที่คุณได้มาเมื่อคืนครึ่งหนึ่ง เพราะในทีมฉันมีผู้เล่นเลเวล 30 ตั้ง 30,000 คนแล้ว”

“ฉันให้พวกเธอได้แค่คนละ 5,000 ชุด” ลู่หยางกล่าว

นับตั้งแต่ที่เขาคาดเดาว่าเป้าหมายของหวังเถิงคือฉงป้า เขาก็วางแผนทำการสังหารสมาชิกของบลัดไทแรนท์กลางเมืองมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสั่งให้ถูเฟิงเร่งผลิตอุปกรณ์ตลอดเวลาทำให้ในตอนนี้ภายในคลังของกิลด์มีอุปกรณ์ระดับทองอยู่อีกประมาณ 7,000 ชุด

“ขอบคุณค่ะหัวหน้า เพื่อแสดงความขอบคุณเอาเป็นว่าฉันยกเสินเมิ่งเหยาให้กับคุณเลย” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

เสินเมิ่งเหยาทำได้เพียงแต่กรอกตาให้กับเพื่อนสาวของตัวเอง เพราะตั้งแต่ที่เซี่ยหยู่เว่ยรู้จักกับลู่หยางมานับวันเธอก็ยิ่งไม่น่าไว้วางใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

“เสินเมิ่งเหยาเป็นของฉันอยู่แล้ว เธอเอาของของฉันมาให้ฉันแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมเลย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับกรอกตาด้วยเหมือนกัน

“มีใครถามความเห็นของฉันบ้างไหมเนี่ย!” เสินเมิ่งเหยากล่าวพร้อมกับทำแก้มป่อง

“เธอเป็นเพื่อนฉันใช่ไหม?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“เธอเป็นแฟนฉันใช่ไหม?” ลู่หยางถามขึ้นมาพร้อมกัน

“ก็ใช่ทั้งคู่” เสินเมิ่งเหยาตอบ

“ถ้าใช่แล้วสิ่งที่ฉันพูดมันผิดอะไรตรงไหน?” ลู่หยางกับเซี่ยหยู่เว่ยตอบขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาสบตากันราวกับคนที่รู้ใจ ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็ทำให้เสินเมิ่งเหยารู้สึกสับสนจนมึนงงไปหมด

อย่างไรก็ตามเสินเมิ่งเหยาก็รู้สึกชื่นชมลู่หยางมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอีกฝ่ายเริ่มต้นมาจากศูนย์แต่สามารถพัฒนามาได้ไกลมาก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คนธรรมดายากที่จะทำได้

เมื่อเซี่ยหยู่เว่ยเห็นเสินเมิ่งเหยามองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก เธอจึงจูงมือน้องสาวสุดที่รักไปหาลู่หยางพร้อมกับพูดว่า

“พวกเราไม่กวนคุณแล้วคุณกลับไปพักผ่อนต่อเถอะ”

“ฉันก็จะไปแล้วด้วยเหมือนกัน” เจียงเจ๋อกล่าว

ลู่หยางพยักหน้ารับ ซึ่งหลังจากที่ทั้ง 3 กลับไปแล้วเขาก็ตัดสินใจออกกำลังกายเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าเกมในทันที ขณะที่เจียงเจ๋อ, เซี่ยหยู่เว่ยและเสินเมิ่งเหยาก็กลับไปเข้าเกมด้วยเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 411 เบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว