เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 16: เสียงคำรามในยามดึก

Chapter 16: เสียงคำรามในยามดึก

Chapter 16: เสียงคำรามในยามดึก


หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ เจียงลู่ฉีก็ไปขับรถต่ออีกนิดหนึ่ง และก็จอดรถข้างทางเพื่อพักผ่อนในตอนกลางคืน พวกเขานั้นไม่ได้ขับรถต่อจนถึงเช้าวันต่อมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่เสี่ยงกับการโดนรถคันอื่นชนก็ตามที เจียงลู่ฉีไม่ได้มีใบขับขี่ หรือประสบการณ์ขับขี่บนภูเขาเลย ถึงแม้ว่าเมล็ดพันธ์แห่งดวงดาวนั้นจะช่วยเขา เขาก็ยังไม่กล้าที่จะเสี่ยงที่จะขับรถพร้อมกับความเมื่อยล้าที่มีอยู่ มันก็ไม่ต่างกันหรอกถ้าตายพร้อมกับอุบัติเหตุหรือโดยซอมบี้ก็ตามที มันก็มีค่าเท่ากันอยู่ดี

เมื่อวาน เมื่อเขานั้นขับรถบนเส้นทางภูเขา มันค่อนข้างเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว และในตอนนี้เขาค้นพบว่าเส้นทางนี้มันคล้ายกับที่เหวินเซี่ยวเทียนได้บอก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตามที่ หนึ่งหรือสองฟาร์มสามารถเห็นได้เป็นครั้งคราว มันยังมีที่ล้างรถและร้านซ่อมรถยนต์ข้างทาง และมีร้านอาหารต่อจากพวกมัน มีกระจกที่สกปรกและป้ายที่เขียนว่า ‘ปลาร้า’ และ ‘อาหารทำเอง’ ร้านอาหารประเภทนี้นั้นเป็นที่ได้ให้ความสำคัญกับการบริการของคนขับรถระยะไกล

มันยังมีรถบรรทุกสองคันจอดอยู่หน้าร้านล้างรถ หน้าต่างของรถบรรทุกนั้นถูกพังออกและมีเลือดอยู่บนพื้น แต่มันไม่มีคนขับรถอยู่ข้างในรถคันนั้น

เจียงลู่ฉีนั้นจอดรถก่อนที่จะถึงร้านอาหาร มองไปใกล้ประตูที่ปิดสนิทที่เต็มไปด้วยเลือด เขารู้สึกแย่มากๆ

“พี่เจียง พี่กำลังจะไป...” เหวินเซี่ยวเทียนรู้สึกมึนงงชั่วขณะหนึ่ง เมื่อเห็นเจียงลู่ฉีจอดรถ

“ฉันจะไปค้นหาอาหารหน่ะ” เจียงลู่ฉีพูด

เวลาเพียงไม่กี่วัน อาหารสดนั้นยังคงไม่เน่าเสีย ในช่วงเวลานี้ มันค่อนข้างที่จะง่ายสำหรับพวกเขาที่จะเก็บเกี่ยวกับมัน ในไม่อีกกี่วันต่อมา อาหารสดส่วนมากนั้นจะเน่า และพวกเขาจะสามารถกินได้แค่อาหารที่ถูกแพ็คไว้ไม่ให้เน่า ถึงแม้ว่าเจียงลู่ฉีจะเตรียมไว้บ้างแล้ว พวกเขานั้นก็ไม่สามารถที่จะพลาดอาหารสดได้อยู่ดี

“ค้นหาอาหาร? อาหารของร้านนี้ยังกินได้....” เหวินเซี่ยวเทียนกล่าวอย่างกังวล เจียงลู่ฉีนั้นก็ยิ้ม เขานั้นรู้ว่าเหวินเซี่ยวเทียนนั้นกังวลว่าส่วนผสมของอาหารนั้นจะปนเปื้อนไปด้วยไวรัส เจียงลู่ฉีนั้นได้รับข้อมูลมาจากเมล็ดพันธ์แห่งดวงดาวก่อนที่ไวรัสจะระบาด อาหารทั้งโลกและน้ำจะปนเปื้อนไปด้วยไวรัส

อย่างไรก็ตาม ผู้คนประเภทเจียงลู่ฉีที่ได้รับผลกระทบจากการกลายพันธุ์แห่งไวรัสแล้ว เขานั้นไม่ได้หวาดกลัวไปกับไวรัสซะทั้งหมด

แน่นอน พวกเขานั้นไม่สามารถถูกโดยซอมบี้ได้ อีกอย่างหนึ่ง ซอมบี้นั้นได้ยึดครองไวรัสที่สามารถทำให้พวกเขานั้นติดเชื้อได้

เจียงลู่ฉีนั้นไม่ได้พูดให้เหวินเซี่ยวเทียนฟังเพราะว่าการที่จะอธิบายเรื่องนี้มันยุ่งยาก ดังนั้นเขาจึงพูด “ใจเย็นๆ ส่วนผสมพวกนี้มันยังดีอยู่”

“มัน.... พวกเราจำเป็นที่จะต้องลงจากรถจริงๆหรอ?”เหวินเซี่ยวเทียนถามอย่างแหยๆ เนื่องจากมันอันตรายเป็นอย่างมาก แต่ ในช่วงเวลาจุดจบของโลกในตอนนี้ทุกอย่างมันอันตรายเหมือนกันหมด! โดยเฉพาะการที่จะหาอาหาร พวกเขานั้นจะต้องเสี่ยงที่จะทำมัน

หน้าของเหวินเซี่ยวเทียนนั้นซีด เธอนั้นหวาดกลัวเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าเจียงลู่ฉีจำเป็นต้องใช้เธอ เธอก็มียังความกล้าเพียงพอที่จะลงไป

“รอก่อน!” เจียงลู่ฉีอยู่ๆก็พูดขึ้น

“อ๋า?” เหวินเซี่ยวเทียนมึนงงไปชั่วขณะ เธอไม่มีเวลาที่จะพูดอะไรเลย นอกจากได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถ

“โอมมม!”

รถมินิบัสนั้นคล้ายกับกระทิงที่บ้าคลั่งและพุ่งออกไป พุ่งไปชนประตูของร้านอาหารอย่างตรงๆ ประตูไม้และกำแพงรอบข้างนั้นถูกทำลายลง! เจียงลู่ฉีนั้นเข้าใจอย่างชัดเจนว่ากำแพงนี้มันค่อนข้างที่จะบาง มันไม่สามารถที่จะคงทนได้หลังจากที่ถูกชน ในตามจริงแล้ว มันควรจะเป็นโลหะชั้นบางๆ ที่ผสมไปด้วยแผ่นกันกระแทก มันจึงง่ายที่จะทำลายมัน

กำแพงนั้นพังทลายลงและเพดานก็กำลังแตกหักลง ในเวลาเดียวกัน เจียงลู่ฉีมองเห็นฉากข้างในร้านอาหารเล็กๆ มันเป็นฉากที่นองเลือด ซอมบี้สี่ตัวนั้นกำลังนอนอยู่บนพื้น ตะเกียกตะกายทำอะไรบางอย่างอยู่ที่พื้น อวัยวะและเศษซากนั้นเต็มไปด้วยเลือดกระจัดกระจายกันไปทั่ว มีห้าคนที่กำลังนอนอยู่ที่พื้นและนองเลือด มันไม่สามารถรู้ว่ามีร่างกายมากเท่าไหร่ที่อยู่ที่นั่นจริงๆ ซึ่งเจียงลู่ฉีนั้นไม่สามารถแยกความแตกต่างกันได้ มันล้อมรอบไปด้วยบ่อเลือด

“โอ้พระเจ้า!” เหวินเซี่ยวเทียนได้แต่กรีดร้องขึ้น เธอนั้นรีบเอามือมาปิดปากตัวเอง

ฉากนี้มันน่าขยะแขยงเป็นอย่างมาก แต่เธอก็เริ่มที่จะปรับตัวเข้าหามันได้ ซอมบี้นั้นเลิกที่จะกินและหันหัวมาเห็นรถมินิบัส ดวงตาของมันนั้นแดงฉานเต็มไปด้วยหลอดเลือดที่โผล่ออกมาหยดเลือดและเนื้อบนตัวของพวกมันยังคงสามารถเห็นได้ และพวกมันก็พุ่งอย่างโกรธเกรี้ยวไปที่รถ

เจียงลู่ฉีไม่ได้พูดอะไรเลย แล้วก็เหยียบไปที่คันเร่ง

“โอมมมม!!” เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้ง รถมินิบัสนั้นพุ่งชนซอมบี้และส่งมันบินขึ้นไปกระแทกกับกำแพง

ปัง!

กำแพงทั้งหลายนั้นแตกหักลง รถมินิบัสนั้นชนซอมบี้จนกระทั่งมันไปชนกับกำแพงตรงสนามหลังบ้าน เนื้อและเลือดนั้นสาดกระเซ็นไปทั่วบนโล่ลม ซอมบี้ทั้งสี่ตัวนั้นถูกฆ่าโดยเจียงลู่ฉี!

“โว้วววว” เจียงลู่ฉีหายใจเข้าลึกๆ มองไปที่คราบของกระจกหน้ารถ เขานั้นลังเลนิดหน่อยและกดปุ่มปัดกระจกรถ ที่ปัดกระจกนั้นเริ่มที่จะปัดกระจกหน้ารถออก หลังจากที่ล้างคราบเลือดออก เลือดนั้นก็เจือจางลง ซึ่งค่อยๆกวาดมันออก เจียงลู่ฉีมองไปอย่างเงียบๆทั้งหมดนี้ เขาดูคล้ายกับจะคุ้นเคยกับฉากนอกเลือดและฉากการฆ่านี้

เหวินเซี่ยวเทียนนั้นกัดริมฝีปากของเธอ ยืนอยู่ข้างหลังเจียงลู่ฉี มองไปที่เลือดที่กำลังถูกปัดลง เธอนั้นไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี การกระทำของเจียงลู่ฉีนั้นใจเย็นอย่างมาก เหวินเซี่ยวเทียนรู้ว่าการที่จะเอาตัวรอดได้ พวกเธอนั้นจะต้องใจเย็น

“ฉัน.... ฉันจะลงไปหาอาหาร” เหวินเซี่ยวเทียนนั้นก็พูดขึ้น อาสาสมัครที่จะลงจากรถไปหาอาหาร มันเป็นเรื่องที่อันตราย แต่เธอก็ต้องทำบางอย่างอยู่ดี

“ฉันจะไปเปิดประตู” เหวินเซี่ยวเทียนเตือน เธอนั้นไม่ได้ผลักประตูจนกระทั่งเจียงลู่ฉีนั้นตกลงให้เหวินเซี่ยวเทียนลงจากรถไป เจียงลู่ฉีไม่มีทางเลือกอื่น เพราะว่าเมล็ดพันธ์แห่งดวงดาวนั้นสามารถควบคุมได้แค่เขา ถึงแม้ว่าเธอนั้นตกอยู่ในอันตราย เจียงลู่ฉีก็พยายามอย่างสุดความสามารถในการช่วยเธอ ร้านอาหารเล็กๆนั้นเละเทะเป็นอย่างมาก เหวินเซี่ยวเทียนนั้นผลักเศษซากกำแพงที่พังลงออกไปให้พ้นทาง และเจอตู้เย็น

ตู้เย็นนั้นเต็มไปด้วยส่วนผสมทุกอย่าง เช่น ไก่ เป็ด ปลา ไข่ หรือผักมากมาย มันมากพอที่จะทำให้คนจำนวนมากกว่าโหลนั้นสามารถอยู่ได้สองหรือสามวัน

ตู้เย็นนั้นใหญ่เกินกว่าที่จะขยับเข้ามาในรถมินิบัส เหวินเซี่ยวเทียนนั้นใช้ถุงพลาสติกที่สะอาดในการบรรจุทีละอย่าง รถบัสของเจียงลุ่ฉีนั้นมีตู้เย็นขนาดเล็ก ดังนั้นปริมาณความจุก็ยังมีน้อย มันไม่เพียงพอที่จะเก็บอาหารไว้เยอะมาก มันเหมือนว่ามีส่วนผสมบางอย่างที่จำเป็นต้องกินอย่างรวดเร็ว

“พี่ชายเจียง ฉันจะไปเตรียมทำอาหารสำหรับคืนนี้” เหวินเซี่ยวเทียนนั้นมีความสามารถเพียงพอในการทำอาหาร เธอนั้นเริ่มทำอาหารตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อให้การทำอาหารนั้นง่ายยิ่งขึ้นเธอนั้นยังได้ย้ายน้ำมัน เกลือและน้ำส้มสายชูเตาแก๊สขนาดเล็กและกระทะ ถึงแม้ว่าจะมีห้องครัวขนาดเล็กๆบนรถมินิบัส แต่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ถูกจำกัดไว้แค่หนึ่งหม้อและหนึ่งเตา

เธอนั้นแทบจะขนย้ายห้องครัวออกมายังห้องนั่งเล่นและเริ่มทำอาหารตรงนั้น ด้วยวิธีนี้รถมินิบัสนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารต่างๆ โชคดีที่เหวินเซี่ยวเทียนนั้นตัวเล็ก เธอนั้นหิวเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเธอจะทำก๋วยเตี๋ยวกินเมื่อคืน เธอคิดว่าอาหารนั้นมันจะไม่เพียงพอในอนาคต ดังนั้นเธอจึงไม่ได้กินอาหารมาก ในตอนนี้เมื่อมีส่วนผสมมาก เธอสามารถกินอย่างมีความสุขได้

“โอเค” เจียงลู่ฉีตั้งหน้าตั้งรอมัน มันค่อนข้างมืดแล้ว ดังนั้นเขาต้องการที่จะพักที่นี่ เมื่อมองไปที่เหวินเซี่ยวเทียนกำลังยุ่งกับการทำอาหาร เจียงลู่ฉีนั้นตั้งหน้าตั้งตารออาหารที่อร่อย

ข้อบกพร่องข้อเดียวของรถมินิบัสนั้นคือภายในนั้นมีขนาดเล็กเกินไป มันมีพื้นที่ไม่เพียงเพื่อหม้อหลายหม้อและกระทะหลายใบ พวกมันยังสามารถวางทับกัน ในความจริงแล้ว ของหลายๆอย่างในรถมินิบัสนั้นสามารถพับเก็บได้ เช่นโต๊ะและเตียง ถ้าพื้นที่มันใหญ่ขึ้นกว่านี้ พวกเขาสามารถที่จะเก็บน้ำมันและอาหารได้มากขึ้น รวมไปทั้งสิ่งของที่ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกด้วย

ในเวลานี้ มันเหมือนกับฐานที่สามารถเคลื่อนที่ได้จริงๆ ดวงอาทิตย์นั้นได้ตกลงในขณะที่เหวินเซี่ยวเทียนได้เตรียมอาหารได้ไปครึ่งหนึ่ง กลิ่นของมันนั้นได้ดึงดูดเจียงลู่ฉี เขานั้นยุ่งกับการเตรียมตัวสำหรับจุดจบของโลก และมันยังไม่มีเวลาที่จะกิน แต่ทันใดนั้น...

“โฮกกกกกก” เสียงของสัตว์ป่านั้นคำราม เสียงนั้นมันดังมาจากความมืดที่ห่างไกล

“อะไร?” เจียงลู่ฉีนั้นหวาดกลัว

เสียงคำรามในภูเขาที่เงียบงันผสมกับไปเสียงลม นั้นมันทำให้เกิดความรู้สึกที่น่าตื่นตระหนก!

จบบทที่ Chapter 16: เสียงคำรามในยามดึก

คัดลอกลิงก์แล้ว