เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 405 ดีวายโซลเข้าร่วม

บทที่ 405 ดีวายโซลเข้าร่วม

บทที่ 405 ดีวายโซลเข้าร่วม


บทที่ 405 ดีวายโซลเข้าร่วม

“ไม่ต้อง ผมมีวิธีของผมเอง” ฉงป้าตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย

ฉือมู่มองดูระบบสื่อสารที่เพิ่งถูกตัดสายไปด้วยความตกตะลึง และในตอนนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป

ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างจนปัญญา ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ถ้าคุณเป็นผม คุณยังอยากจะช่วยเขาอยู่ไหมครับ?”

ฉือมู่เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างขมขื่น ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตไปอย่างเปล่าประโยชน์จริง ๆ หลังจากนี้ฉันไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของฉงป้าอีกต่อไปแล้ว”

หลังจากค้อมศีรษะลง 1 ครั้ง ฉือมู่ก็ออกไปจากพื้นที่พิเศษด้วยความสิ้นหวัง

ลู่หยางทำได้เพียงแต่ส่ายศีรษะไปมา ก่อนที่เขาจะออกจากพื้นที่พิเศษด้วยเช่นกัน

“พี่คงจะทนไม่ไหวแล้วตัดสินใจช่วยฉงป้าไปแล้วใช่ไหมคะ?” ฮั่นอิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากที่ได้เห็นลู่หยางกลับมาแล้ว

“ฉลาดดีนี่” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับขยี้หัวฮั่นอิ่งเบา ๆ

ฮั่นอิ่งรีบจัดผมที่ถูกลู่หยางขยี้จนยุ่ง ก่อนที่เธอจะพูดว่า

“หนูเป็นผู้หญิงนะ อย่ามาขยี้ผมหนูแบบนี้”

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมายังมีความสุขและเขาก็รู้สึกโชคดีที่ยังมีพี่น้องคอยเคียงข้างกันแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะอารมณ์เสียไปอีกนานแน่ ๆ

“โอเค พี่ไม่ขยี้ผมเธอแล้วก็ได้ เดี๋ยวคราวหน้าพี่จะใช้วิธีใหม่” ลู่หยางกล่าว

ฮั่นอิ่งทำได้เพียงแต่กรอกตาโดยมีมู่หยูนั่งหัวเราะอยู่ใกล้ ๆ

“พี่กลับไปเถอะค่ะ พวกเราสองคนพาพวกฮั่นชาเก็บเลเวลได้สบายมาก” ฮั่นอิ่งกล่าว

“พี่ตัดสินใจช่วยเขาไปแล้วก็จริง ฉือมู่ถึงขั้นยอมทุ่มจ่ายเงินให้กับพี่ไม่อั้นเพื่อรักษามิตรภาพระหว่างเขากับฉงป้าเอาไว้ แต่เธอรู้ไหมว่าฉงป้าพูดว่ายังไง เขาบอกกับฉือมู่ว่าเขาไม่ต้องการจะได้รับความช่วยเหลือจากพี่” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นล่ะคะ? เขามีวิธีจะเอาชนะบลัดเติสตี้งั้นเหรอ” มู่หยูถาม

“พี่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ วิธีการของเขาคือวิธีที่เรียบง่ายมากคือเอาชีวิตแลกชีวิต” ลู่หยางตอบ

“เอาชีวิตแลกชีวิต?” ฮั่นอิ่งทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

“แก่นของวิธีการนี้คือฝ่ายตรงข้ามเพิ่งจะมีเลเวล 30 ได้ไม่นาน หากพวกฉงป้ายอมสละชีวิตเพื่อจัดการกับบลัดเติสตี้ เลเวลของสมาชิกบลัดเติสตี้ก็จะลดลง เมื่อไหร่ก็ตามที่สมาชิกของบลัดเติสตี้มีเลเวลลดลงไปถึง 29 ในเวลานั้นพวกเขาก็จะไม่สามารถใส่ชุดอุปกรณ์ระดับทองได้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่าทุกคนจะต้องสวมชุดระดับเงินเลเวล 20 เหมือน ๆ กัน” ลู่หยางอธิบาย

“นั่นมันเป็นแผนการที่ดีมากเลยนะคะ เพราะถ้าหากทุกคนสวมชุดระดับเงินเลเวล 20 เหมือน ๆ กัน ลูกน้องของฉงป้าที่แข็งแกร่งกว่าก็มีทางจะเอาชนะลูกน้องของบลัดไทแรนท์ได้” ฮั่นอิ่งกล่าว

“เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาเถอะ ในเมื่อเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพี่ พวกเราก็ต้องดำเนินแผนการเดิมต่อไป” ลู่หยางกล่าว

“แผนการเดิม? มันคืออะไรเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถาม

“ก็พา 12 คนนั้นเก็บเลเวลต่อไง” ลู่หยางตอบ

“...” กับมู่หยูต่างก็ส่ายหัวไปมาพร้อมกัน เพราะเห็นได้ชัดว่าลู่หยางกำลังหยอกล้อพวกเธอเล่น

เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งลู่หยางมีเลเวลเพิ่มขึ้นมาจนถึง 50 ได้สำเร็จ ขณะที่พวกฮั่นชามีเลเวลเพิ่มขึ้นมาจนถึง 48 กับอีก 50 กว่าเปอร์เซ็นต์

ก่อนออกจากเกมลู่หยางได้เรียกรวมสมาชิกแกนหลักของกิลด์ให้มาประชุมภายในป้อมปราการคริมสัน ซึ่งเขาก็ได้เล่าเรื่องที่เขาไปพบกับฉือมู่ให้ทุกคนฟัง เมื่อทุกคนได้ยินคำตอบของฉงป้าแล้วพวกเขาก็ไม่คิดจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับฉงป้าอีกต่อไป

“ผมว่าคืนนี้คงจะเป็นค่ำคืนที่ยาวนานแน่ ๆ บางทีฉงป้าอาจจะนำทีมไปสู้กับบลัดไทแรนท์ทั้งคืน” บิทเทอร์เลิฟกล่าว

“ช่วงนี้พวกนายก็ควรเร่งเก็บเลเวลให้กับลูกน้อง พยายามทำยังไงก็ได้ให้ทุกคนมีเลเวล 30 โดยเร็วที่สุด” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้ามีแผนอะไรหรือเปล่าครับ?” ฉิงชางถาม

“เมื่อถึงเวลาทุกคนก็จะรู้เอง” ลู่หยางกล่าว

ในคืนนั้นฉิงชางและบิทเทอร์เลิฟได้นำทีมนักเวทธาตุไฟ 20 คนมาเก็บเลเวลที่ปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้บอกวิธีให้นักเวทธาตุไฟได้เรียนรู้เวทมนตร์กึ่งต้องห้ามมาด้วย

“ภายใน 2 วันนักเวททุกคนจะต้องเรียนรู้เวทมนตร์กึ่งต้องห้ามมาให้ได้ เข้าใจไหม?” ลู่หยางพูดอย่างจริงจัง

“ครับ” ฉิงชางและบิทเทอร์เลิฟต่างก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากลู่หยางเข้ามาภายในเกมและเดินออกมาจากโรงแรม บิทเทอร์เลิฟที่ทำหน้าที่เฝ้ายามตอนกลางคืนก็ออกมาพบกับชายหนุ่ม

“สถานการณ์เมื่อคืนรุนแรงมากเลยครับ ฉงป้ากับบลัดไทแรนท์สู้กันจนถึงตี 4 จนทั้งสองฝ่ายทนไม่ไหวพวกเขาเลยออกไปพักก่อน แต่ทางฝั่งของฉงป้าเพิ่งส่งข่าวมาว่าพวกเขาจะโจมตีอีกครั้งตอน 7 โมงเช้าครับ” บิทเทอร์เลิฟรายงาน

“ดีมาก พากองกำลังนักเวทของนายมาเก็บเลเวลกันเถอะ” ลู่หยางกล่าวซึ่งการเคลื่อนไหวของฉงป้า มันก็อยู่ในการคาดการณ์ของเขาอยู่แล้ว

“ครับ” บิทเทอร์เลิฟกล่าวก่อนที่เขาจะนำทีมนักเวทน้ำแข็ง 20 คนเข้ามายังปากปล่องภูเขาไฟ

หลังจากผ่านไป 1 คืนเฟลชมาเธอร์เวิร์มทั้ง 25 ตัวก็ได้ฟักเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มออกมามากกว่า 300,000 ตัว ซึ่งหลังจากที่ลู่หยางสังหารเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มทั้งหมดจนเสร็จ นักเวทน้ำแข็งทั้ง 20 คนก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 40 ได้อย่างไม่มีปัญหา

ระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้บอกวิธีเรียนรู้เวทมนตร์กึ่งต้องห้ามสายน้ำแข็งให้กับบิทเทอร์เลิฟด้วยพร้อมกับพูดกำชับว่า

“จำเอาไว้ว่าภายใน 2 วันทุกคนจะต้องเรียนรู้เวทมนตร์กึ่งต้องห้ามมาให้ได้”

“ครับ” บิทเทอร์เลิฟตอบรับ ก่อนที่จะนำทีมนักเวทน้ำแข็งออกไป

5 นาทีต่อมาฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ยและแกนนำคนอื่น ๆ ก็ทยอยเข้ามาภายในเกมตรงเวลา ลู่หยางจึงสั่งการให้ทุกคนแบ่งทีมสำหรับการเก็บเลเวล ก่อนที่เขาจะพาพวกฮั่นชาไปเก็บเลเวลที่สปิริตอะคาเดมี่ต่อ

อีกด้านหนึ่ง

ฉงป้ายังคงเผาผลาญทรัพยากรอย่างบ้าคลั่ง โดยใช้วิธีชีวิตแลกชีวิตเพื่อต่อสู้กับบลัดไทแรนท์อย่างต่อเนื่อง

ในตอนนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็มีเลเวลลดลงไปต่ำกว่า 30 แล้ว เขาจึงจำเป็นจะต้องสวมชุดอุปกรณ์ระดับเงินเลเวล 20 และทำการต่อสู้ต่อไป

“บ้าไปแล้ว ฉงป้า มันบ้าไปแล้วจริง ๆ” บลัดไทแรนท์บ่น

“ตอนนี้พวกเรามีผู้เล่นเลเวล 30 ไม่ถึง 40,000 คนแล้วครับ ถ้าหากพวกเรายังคงสู้ต่อไปพรุ่งนี้ พวกเราจะเหลือผู้เล่นเลเวล 30 ไม่ถึง 30,000 คน” เซาธ์โคสท์กล่าว

“อีกไม่กี่วันนายน้อยก็จะมาจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับพวกเราแล้ว ถ้าเขารู้ว่าสงครามจบลงแบบนี้ งานเลี้ยงฉลองมันก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย” หวังเถิงกล่าว

บลัดไทแรนท์มองไปที่โซลออฟอีเทอนิตี้ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“น้องชาย คุณสามารถส่งผู้เล่น 50,000 คนเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ได้ไหม?”

“เรื่องทำสงครามทางฝั่งผมไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนของผมตายพวกเขาจะถูกส่งกลับไปเกิดใหม่ในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ทันที การให้พวกเขาเข้าร่วมสงครามตั้งแต่ตอนนี้มันไม่เร็วเกินไปหน่อยงั้นเหรอ?” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว

“ทำไมนายถึงไม่ให้ลูกน้องเซฟจุดเกิดในเมืองเซนต์กอลล์ล่ะ ถึงแม้มันจะมีคนโจมตีป้อมปราการของนายจริง ๆ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่นายจะสูญเสียป้อมปราการทั้ง 3 แห่งในคราวเดียว ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ในตอนนั้นค่อยให้ทุกคนใช้ประตูวาร์ปกลับเมืองไปก็พอ” หวังเถิงกล่าว

ตอนแรกโซลออฟอีเทอนิตี้อยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อหวังเถิงออกปากพูดมาแล้วเขาจึงจำเป็นจะต้องพูดตกลงกลับไป

“ได้ครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะนำกองกำลังไปปะทะกับฉงป้าทันที”

“ผมก็จะให้ลูกน้องเซฟจุดเกิดที่เมืองเซนต์กอลล์ด้วยเหมือนกัน ภายใน 2 วันเราจะทำให้เลเวลของพวกฉงป้าต่ำลงไปกว่า 20 ให้ได้” แบล็คบลัดกล่าว

“ไม่จำเป็นต้องเลเวลต่ำกว่า 20 หรอก แค่พวกมันเลเวลลดลงอีก 2-3 เลเวลแค่นั้นพวกมันก็ทนไม่ไหวแล้ว” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว

“ตอนนี้ฉงป้ากำลังจัดทัพอยู่นอกเมืองเซนต์กอลล์แล้วครับ” เซาธ์โคสท์รายงาน

“ได้ เดี๋ยวฉันจะไปเจอกับมันเอง” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว

หลังจากกล่าวจบโซลออฟอีเทอนิตี้ก็สั่งให้สมาชิกของดีวายโซล 50,000 คนกระจายตัวออกจากประตูเมืองทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกพร้อม ๆ กันเพื่อบุกโจมตีกองกำลังของฉงป้าจาก 2 ทิศทาง

จบบทที่ บทที่ 405 ดีวายโซลเข้าร่วม

คัดลอกลิงก์แล้ว