เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 387 เตรียมเปิดกล่องแพนดอร่า

บทที่ 387 เตรียมเปิดกล่องแพนดอร่า

บทที่ 387 เตรียมเปิดกล่องแพนดอร่า


บทที่ 387 เตรียมเปิดกล่องแพนดอร่า

เสียงสายลมอัดอากาศดังขึ้นมาอย่างฉับพลันและเมื่อลู่หยางหันไปมองทางด้านหลัง เขาก็ได้พบกับลูกบอลลมที่พึ่งผ่านตำแหน่งที่เขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้

ลูกบอลลมของบอสเลเวล 60 ย่อมสามารถสังหารเขาได้ภายในครั้งเดียว ลู่หยางจึงรีบวิ่งหนีออกจากระยะโจมตีของทีเร็กซ์เกราะเหล็กโดยไม่ลังเล

โฮก!

หลังทีเร็กซ์เกราะเหล็กโจมตีไม่โดน มันก็พยายามจะโจมตีต่อไป แต่น่าเสียดายที่ลู่หยางวิ่งออกนอกระยะการโจมตีของมันไปแล้ว มันจึงทำได้เพียงจ้องตาไปยังศัตรูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโมโห ขณะที่มังกรไปทั้ง 4 ตัวภายในห้องยังคงโจมตีมันไม่หยุด

-1,011

-1,066

2,132 (คริติคอล)

ลูกไฟพุ่งออกมาจากปากของมังกรไฟทั้ง 4 อย่างต่อเนื่อง และถึงแม้พวกมันจะสร้างความเสียหายได้ค่อนข้างต่ำ แต่พลังชีวิตของทีเร็กซ์เกราะเหล็กก็ยังคงลดลงไปเรื่อย ๆ

“ผมว่าความเสียหายแค่นี้มันยังไม่พอนะครับ” ฮั่นเฟยกล่าว

ทีเร็กซ์เกราะเหล็กมีพลังชีวิต 500,000 หน่วยและความเสียหายจากมังกรไฟทั้ง 4 ตัวนี้ยังไม่มากพอที่จะฆ่าบอสตัวนี้ได้ ท้ายที่สุดมังกรไฟก็พ่นลูกไฟออกมาทุก ๆ 2.5 วินาที ก่อนที่พวกมันจะสังหารทีเร็กซ์เกราะเหล็กได้สำเร็จผลของสกิลมันก็คงจะหมดลงไปเสียก่อน

“รอคูลดาวน์สกิลพี่ฟื้นฟูกลับมาก่อน เดี๋ยวพี่ค่อยกลับไปปล่อยมังกรไฟเพิ่ม” ลู่หยางกล่าว

30 นาทีต่อมาลู่หยางก็ใช้วิธีการเดิมอีกครั้งทำให้มังกรไฟภายในห้องของทีเร็กซ์เกราะเหล็กเพิ่มขึ้นเป็น 8 ตัว

หลังจากทำแบบนี้ซ้ำ ๆ เป็นครั้งที่ 4 ในที่สุดทีเร็กซ์เกราะเหล็กก็ทนการโจมตีของมังกรไฟไม่ไหวและล้มลงไปเสียชีวิต

“เทคนิคการควบคุมของพี่น่ากลัวจริง ๆ อย่างมากผมก็เคลื่อนไหวเลียนแบบพี่ได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น แต่พี่ทำได้ตั้ง 4 ครั้งโดยไม่มีอะไรผิดพลาดเลย” ฮั่นเฟยกล่าว

“ค่อย ๆ ฝึกไป เดี๋ยววันหนึ่งนายก็จะทำได้แบบพี่เอง พวกเราไปดูกันเถอะว่ามันดรอปอะไรลงมาบ้าง” ลู่หยางกล่าว

ฝีมือในปัจจุบันของเขายังคงอยู่ห่างจากจุดสูงสุดอีกมากพอสมควร และมันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาฝึกฝนร่างกายอีกประมาณ 1 ปีกว่าที่ร่างกายของเขาจะกลับไปมีความแข็งแกร่งเหมือนเดิม สิ่งที่เขาได้ใช้ในตอนนี้ก็แค่ประสบการณ์ที่เหนือกว่าคนอื่นก็เท่านั้น

ลู่หยางพาทุกคนเดินผ่านประตูไปที่ศพของทีเร็กซ์เกราะเหล็ก และในบรรดาของที่ดรอบลงมามันก็มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของชายหนุ่มได้อย่างรวดเร็ว

ดีโวเออร์

รายละเอียด นี่คือสกิลที่ทรงพลังมาก ใครก็ตามที่ได้รับมันไปคือผู้โชคดี

“โอ้พระเจ้า! ที่แท้มันก็ดรอปจากที่นี่นี่เอง” ลู่หยางมองไปยังหนังสือสกิลอย่างตกใจ

“มันคืออะไรเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถาม

“นี่คือสกิลที่เหมาะกับเธอมากแล้วมันก็เป็นสกิลที่หายากมากกว่าเฮลไฟร์เป็น 10 เท่า” ลู่หยางกล่าว

“มันคือสกิลอะไรเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย

หลังจากที่เธอรู้จักวิธีการเรียกเฮลไฟร์ลอร์ด มันก็ทำให้เธอแทบไม่สนใจเรื่องการเปลี่ยนอาชีพเลย เพราะเฮลไฟร์ลอร์ดแข็งแกร่งกว่าผู้เล่นในปัจจุบันมาก เมื่อลู่หยางบอกว่ามันมีสกิลที่หาได้ยากกว่าเฮลไฟร์ลอร์ด มันจึงทำให้ฮั่นอิ่งรู้สึกสนใจขึ้นมา

หลังจากอ่านคำอธิบายจากหนังสือสกิลที่ลู่หยางได้ให้มา เด็กสาวก็ตั้งคำถามกลับไปอย่างสงสัย

“มันใช้งานยังไงเหรอคะ? หนูพยายามอ่านแล้วไม่เห็นจะเข้าใจอะไรเลย”

ลู่หยางชี้นิ้วไปที่เฮลไฟร์ลอร์ดที่อยู่ใกล้ ๆ และพูดว่า

“ใช้สกิลดีโวเออร์แล้วกินมันเข้าไปซะ”

“หา… เดี๋ยวหนูจะลองดูก็แล้วกัน” ฮั่นอิ่งพูดด้วยสีหน้าอันสับสน หลังจากมองดูร่างอันสูงใหญ่ของเฮลไฟร์ลอร์ดและดูร่างอันบอบบางของตัวเอง

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไรเพิ่มเติม

ฮั่นอิ่งมองไปยังเฮลไฟร์ลอร์ดที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่เธอจะเลือกใช้สกิลดีโวเออร์ตามคำแนะนำของลู่หยาง

ทันใดนั้นทั่วทั้งร่างของเฮลไฟร์ลอร์ดก็ถูกล้อมรอบด้วยแสงสีม่วง ก่อนที่มันจะกลายเป็นเพียงแค่ก้อนหินสีเทาในทันที ขณะที่ฮั่นอิ่งก็ได้กลายเป็นปีศาจหญิงที่มีเปลวไฟสีเขียวลุกโชนไปทั่วทั้งร่าง

เหตุการณ์นี้ทำให้พวกฮั่นเฟยมองไปยังพี่สาวของตัวเองด้วยความตกตะลึง

“ทำไมทุกคนมองฉันแบบนั้นล่ะ?” ฮั่นอิ่งถามอย่างอึดอัดหลังจากถูกคนอื่นจ้องมอง

ฮั่นเฟยอยากจะชมว่าตอนนี้พี่สาวของตัวเองเท่มาก แต่หลังจากเห็นท่าทางของพี่สาวแล้วเขากลับพูดแหย่ขึ้นมาว่า

“ตอนนี้หน้าตาพี่น่าเกลียดมากเลยครับ”

“ไอ้น้องบ้า! มาให้ฉันตีเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” ฮั่นอิ่งกล่าวพร้อมกับไล่ตีฮั่นเฟยจอมกะล่อน

ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาด้วยความสนุกสนาน

ลู่หยางเคลื่อนตัวออกไปจับร่างของฮั่นเฟยเอาไว้ ก่อนที่จะดีดหน้าผากน้องชายเข้าไป 1 ที

“นายนี่พูดจาไม่มีมารยาทเลย เดี๋ยวลองให้พี่สาวของนายลองกินนกฟีนิกซ์เข้าไปดูตอนนั้นค่อยมาดูว่าเธอจะเท่แค่ไหน”

“มันจะเปลี่ยนไปจากเดิมเหรอครับ?” ฮั่นอวี่ถาม

“แน่นอนสิ การกินสิ่งมีชีวิตต่างกันก็จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปแตกต่างกัน สกิลนี้มีความคล้ายคลึงกับสกิลแปลงร่างของดรูอิด แต่เป็นสกิลที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าดรูอิดมากพอสมควร พวกนายลองเดาดูซิว่าตอนนี้พลังโจมตีเวทของฮั่นอิ่งเพิ่มขึ้นไปเป็นเท่าไหร่แล้ว?” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็ส่ายหัวเพื่อบอกว่าพวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

ระหว่างนั้นฮั่นอิ่งก็ตรวจสอบพลังโจมตีเวทของตัวเอง ก่อนที่จะอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ

“โอ้โห! พลังโจมตีเวทหนูเพิ่มขึ้นมาตั้ง 1,400 กว่า ตอนนี้หนูมีพลังโจมตีมากกว่า 3,600 หน่วยแล้วแถมยังเป็นการโจมตีแบบผสมด้วย”

“การโจมตีแบบผสม?” เสี่ยวเหลียงอุทานอย่างสงสัย

ฮั่นอิ่งพยักหน้ารับเพื่อเป็นการยืนยันว่าตอนนี้การโจมตีของเธอกลายเป็นการโจมตีแบบผสมแล้วจริง ๆ

“เอฟเฟกต์พิเศษของสกิลนี้คือการเพิ่มพลังโจมตีเวทให้กับเธอ 10% ของสิ่งมีชีวิตที่เธอกินเข้าไป และเธอยังสามารถสร้างความเสียหายได้เหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่เธอกินเข้าไปด้วย” ลู่หยางกล่าว

ตามหลักแล้วสกิลนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก แต่เนื่องมาจากสิ่งมีชีวิตที่เธอกินเข้าไปคือเฮลไฟร์ลอร์ด มันจึงทำให้ผลของสกิลแสดงออกมาอย่างแข็งแกร่ง เพราะเฮลไฟร์ลอร์ดไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นในปัจจุบันสมควรจะเรียกออกมาได้

การโจมตีแบบผสมที่ฮั่นอิ่งพูดถึงคือการโจมตีที่สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งความเสียหายเวทและความเสียหายจริง และด้วยความเสียหายจริงที่ไม่สนใจพลังป้องกันนี้ มันก็เทียบเท่าได้กับทีมของลู่หยางมีคนที่สามารถนำทีมเก็บเลเวลที่สปิริตอะคาเดมี่ได้แล้ว 3 คน

“หลังจากออกไปแล้วฮั่นอิ่งกับมู่หยูก็แยกกันไปนำทีมเก็บเลเวลกันคนละทีมนะ ส่วนพี่ก็จะแยกไปพาทีมเก็บเลเวลเพิ่มอีก 1 ทีม” ลู่หยางกล่าว

ฮั่นอิ่งพยักหน้ารับอย่างยินดี เพราะในที่สุดเธอก็มีโอกาสจะได้ช่วยเหลือลู่หยางแล้ว

จุดพักในสปิริตอะคาเดมี่ไม่ได้มีเพียงแค่จุดเดียว แต่มันยังมีบริเวณห้องทดลองหมายเลข 1 และตรงบริเวณหอคอยหมายเลข 2 อีกด้วย

ลู่หยางพาทุกคนออกมาที่ด้านนอกสนามประลองหมายเลข 1 ซึ่งหลังจากที่นั่งพักผ่อนรอคอยไปประมาณครึ่งชั่วโมง พวกฮั่นชาที่ฝึกฝนเสร็จแล้วก็กลับเข้าเกมมาอีกครั้ง

หลังจากแบ่งกลุ่มใหม่ ลู่หยาง, ฮั่นเฟย, ฮั่นชากับอีก 3 คนก็แยกไป 1 ทีม ฮั่นอิ่ง, เสี่ยวเหลียง, ฮั่นหยูกับอีก 3 คนก็แยกไปอีก 1 ทีม ขณะที่มู่หยู, ฮั่นอวี่และฮั่นเมิ่งกับอีก 3 คนก็แยกไปอีก 1 ทีม

เมื่อทั้ง 3 ทีมแยกกันไปเก็บเลเวล มันก็ทำให้ความเร็วในการเก็บเลเวลโดยรวมสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งมันก็ต้องยอมรับว่าผู้เล่นเลเวล 30 กว่า ๆ ที่มาจัดการกับมอนสเตอร์เลเวล 60 ทำให้เลเวลของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจริง ๆ และกว่าเวลาจะล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน ลู่หยางก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็น 40 แล้ว

ขณะเดียวกันสามพี่น้องตระกูลฮั่น, เสี่ยวเหลียงและมู่หยูก็ได้มีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 44 ส่วนเด็ก ๆ อีก 12 คนก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นมาเป็น 35 แล้ว

ก่อนออกจากเกมลู่หยางได้ขนของจากกระเป๋าของทุกคนไปยังวิหารเทพอสูร ซึ่งหลังจากทำการสังเคราะห์อัญมณีจนหมด เขาก็ได้รับอัญมณีระดับ 10 มาทั้งสิ้นอีก 112 เม็ด

อย่างไรก็ตามอัญมณีระดับ 10 มันก็ยังไม่ใช่จุดสูงสุดของอัญมณี เพราะเท่าที่เขาจำได้ในชาติก่อนมันก็เคยมีผู้เล่นที่ฝังอัญมณีระดับ 15 ขึ้นไปทั่วทั้งตัว

การสังเคราะห์อัญมณีระดับ 15 จำนวน 1 เม็ดจำเป็นจะต้องใช้อัญมณีระดับ 1 ถึง 16,384 เม็ด แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังไม่รวมอัตราการสังเคราะห์อัญมณีว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผู้เล่นที่ทำการฝังอัญมณีระดับ 15 ลงในอุปกรณ์ทั้ง 18 ชิ้น โดยฝังอัญมณีเอาไว้ในอุปกรณ์ชิ้นละ 3 เม็ด มันจำเป็นจะต้องใช้เม็ดเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลขนาดไหน

แม้อัญมณีที่ลู่หยางได้รับมาดูเหมือนจะเยอะมาก แต่ความจริงแล้วมันเป็นอัญมณีจำนวนแค่เล็กน้อย เพราะในแผนที่ระดับสูง ๆ อัญมณีจะกลายเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่มอนสเตอร์ดรอปลงมาบ่อยที่สุด และหากผู้เล่นคนไหนต้องการที่จะเข้าสู่สนามประลอง พวกเขาก็ต้องพยายามสังเคราะห์อัญมณีให้มีระดับโดยรวมสูงที่สุดด้วยเช่นกัน

ลู่หยางตั้งใจจะเก็บอัญมณีพวกนี้เอาไว้ก่อน รอให้เขามีอุปกรณ์เลเวล 50 ขึ้นไปแล้วค่อยฝังมันลงไปในอุปกรณ์ทีเดียว

ถึงแม้ว่าเขาจะตัดสินใจยังไม่ใช้อัญมณี แต่เขาก็สามารถลองเปิดกล่องแพนดอร่าดูได้ โดยเฉพาะในช่วง 2 วันที่ผ่านมานี้ที่เขาได้รับกล่องแพนดอร่ากลับมามากกว่า 500 กล่อง

ลู่หยางกลับไปยังสปิริตอะคาเดมี่อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาเสี่ยวเหลียง

“นายช่วยเปลี่ยนเป็นบัญชีสำรองแล้วมาหาฉันหน่อย”

“ได้ครับ” เสี่ยวเหลียงตอบ

“มีอะไรงั้นเหรอครับ?” ฮั่นเฟยถาม

“พวกนายก็ไปเปลี่ยนเป็นบัญชีสำรองด้วย หลังจากเปลี่ยนเสร็จให้ไปเจอกันในเขตเมืองชั้นในของป้อมปราการคริมสัน พวกเราจะทดลองเปิดกล่องแพนดอร่าด้วยกัน”

ลุ้นอีกแล้ว จะเจอบอสอีกไหม?

จบบทที่ บทที่ 387 เตรียมเปิดกล่องแพนดอร่า

คัดลอกลิงก์แล้ว