เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 379 สัตว์ขี่ของลู่หยาง

บทที่ 379 สัตว์ขี่ของลู่หยาง

บทที่ 379 สัตว์ขี่ของลู่หยาง


บทที่ 379 สัตว์ขี่ของลู่หยาง

เมื่อได้เห็นว่าน้ำหอมมอมเมาสัตว์ยังคงใช้การได้ผล ลู่หยางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินไปยังขอบหลุมกับดัก

ราชาสิงโตเพลิงยังคงพยายามลุกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงเกาศีรษะตัวเองเบา ๆ และพึมพำออกมาว่า

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วลองจับมันดูเลยก็แล้วกัน”

หลังจากพูดจบเขาก็หยิบบังเหียนออกมาพร้อมกับเลือกทำการฝึกสัตว์ขี่

ระบบ: ราชาสิงโตเพลิงดิ้นรนอย่างรุนแรง การฝึกล้มเหลว!

ข้อความนี้ไม่ได้ทำให้ลู่หยางรู้สึกแย่เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันกลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเอาไว้ไม่อยู่

หากเป้าหมายเป็นสัตว์ที่ไม่สามารถฝึกเป็นสัตว์ขี่ได้ ระบบจะทำการแจ้งเตือนว่ามอนสเตอร์ตัวนี้ไม่สามารถถูกฝึกได้ การที่ระบบแจ้งเตือนมาแบบนี้ก็หมายความว่าเขาสามารถจับราชาสิงโตเพลิงไปเป็นสัตว์ขี่ได้จริง ๆ

“ไอ้หนูมาอยู่ด้วยกันกับพี่เถอะ” ลู่หยางกล่าวกับราชาสิงโตเพลิงก่อนที่เขาจะใช้บังเหียนเพื่อทำการฝึกมันต่อไป

1 ชั่วโมง

2 ชั่วโมง

เวลาได้ผ่านพ้นไปเกือบทั้งวันและในที่สุดเสียงประกาศจากระบบที่ลู่หยางรอคอยมันก็มาถึง

ระบบ: คุณฝึกราชาสิงโตเพลิงสำเร็จแล้ว

ในตอนนั้นชายหนุ่มยังไม่ได้สังเกตเห็นข้อความแจ้งเตือนความสำเร็จเลย เพราะเขายังคงใช้บังเหียนสำหรับฝึกหัดตามความเคยชิน ในอีกด้านหนึ่งเขาก็กำลังคุยเล่นอยู่กับหลานอวี่ เพราะช่วงนี้หญิงสาวต้องกลับบ้านทำให้พวกเขาไม่ได้เจอหน้ากันมา 2 วันแล้ว

ลู่หยางยังคงใช้บังเหียนตามความเคยชินต่อไปกว่า 30 ครั้งกว่าที่เขาจะรู้สึกตัว และทันใดนั้นเขาก็มองไปยังราชาสิงโตเพลิงในหลุมด้วยความตกตะลึง

“สำเร็จแล้วเหรอ? สำเร็จแล้วจริง ๆ ด้วย ฉันจับราชาสิงโตเพลิงได้แล้ว” ลู่หยางตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

ต่อมาชายหนุ่มก็ใช้ฟังก์ชั่นเรียกสัตว์ขี่ทำให้ราชาสิงโตเพลิงภายในหลุมหายไป ก่อนที่มันจะมาปรากฏตัวข้าง ๆ เขาอีกครั้ง

ราชาสิงโตเพลิง

เอฟเฟกต์ เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 185%

สัตว์ขี่ระดับบอสที่สามารถเพิ่มความเร็วได้สูงกว่าสัตว์ขี่ทั่ว ๆ ไปถึง 35% แบบนี้เป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก และการได้มีราชาสิงโตเพลิงในครอบครอง มันก็หมายความว่าเขาจะสามารถเดินทางไปยังแผนที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อรวมผลประโยชน์จากการมีสัตว์ขี่ตัวนี้ประกอบกับการมีหุ่นก็อบลิน มันก็จะทำให้เขาสามารถสร้างหอคอยขึ้นมายังแผนที่ต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย และตราบใดก็ตามที่เขาใช้คทาวาร์ป มันก็จะทำให้เขาสามารถวาร์ปไปจัดการกับบอสในแผนที่ต่าง ๆ ได้ในเวลาเพียงแค่พริบตาเดียว

“พี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?” หลานอวี่ถามหลังจากสังเกตว่าลู่หยางเงียบหายไป

“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“กำลังเก็บเลเวลอยู่กับหยู่เว่ยนอกป้อมวินด์ธันเดอร์ค่ะ” หลานอวี่ตอบ

“ช่วยส่งพิกัดมาให้ที เดี๋ยวฉันจะรีบไปหา” ลู่หยางกล่าว

“โอเคค่ะ” หลานอวี่ตอบ

“โอเค ขอเวลาแป๊บหนึ่ง” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะสั่งให้ราชาสิงโตเพลิงวิ่งไปยังยอดเขาที่เขาเคยกระโดดลงมา

ราชาสิงโตเพลิงวิ่งได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก และในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีมันก็วิ่งขึ้นไปถึงยอดเขาได้สำเร็จ ลู่หยางจึงเรียกหุ่นก็อบลินออกมาเพื่อให้มันสร้างหอคอยเอาไว้ที่นี่

หลังจากหอคอยถูกสร้างจนเสร็จเขาก็ใช้ม้วนคัมภีร์เพื่อเทเลพอร์ตกลับไปยังป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็บังเอิญได้พบกับเรดลีฟไฟอิ้งที่กำลังนำกองกำลังกลับมาพักผ่อน

“สวัสดีครับหัวหน้า” เรดลีฟไฟอิ้งพูดทักทาย

ลู่หยางยกมือขึ้นมาทักทายง่าย ๆ ก่อนที่เขาจะเรียกสิงโตเพลิงแล้วขี่มันออกไปนอกป้อมปราการ

“โอ้โห! หัวหน้าขี่อะไรอยู่น่ะ?” เรดลีฟไฟอิ้งอุทานอย่างตกใจ

“เกมนี้มันมีสัตว์ขี่ด้วยเหรอ?” แบล็คโน้ตพูดอย่างตื่นเต้น

การกระทำของลู่หยางทำให้ทุกคนได้ข้อพิสูจน์แล้วว่าเกมนี้มันมีสัตว์ขี่ให้ใช้งานอยู่จริง ๆ เพราะก่อนหน้านี้หัวข้อเรื่องสัตว์ขี่มันก็เป็นหัวข้อที่ผู้เล่นถกเถียงกันมาเป็นเวลานาน

“หัวหน้า เราต้องเลเวลเท่าไหร่ถึงจะใช้สัตว์ขี่ได้ครับ?” แบล็คโน้ตตะโกนถาม

“เลเวล 35” ลู่หยางตะโกนตอบ

ทันใดนั้นแบล็คโน้ตก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่เขาจะมองดูไปยังแถบค่าประสบการณ์ของตัวเองที่เพิ่งจะมีเลเวล 30 กับอีก 85% เท่านั้นเอง

“พวกเราไปเก็บเลเวลกันไหม? ฉันก็อยากจะใช้สัตว์ขี่เหมือนกับหัวหน้าบ้างแล้ว”

“สัตว์ขี่ของหัวหน้าเท่มากเลย… เดี๋ยวก่อนนะหัวหน้าเลเวล 35 แล้วงั้นเหรอ?!” เรดลีฟไฟอิ้งอุทานอย่างตกตะลึง

“หัวหน้าเก็บเลเวลไวขนาดนั้นได้ยังไง?”

แม้ทุกคนจะมีข้อสงสัยแต่ใครจะไปรู้ว่าลู่หยางใช้วิธีการเก็บเลเวลในแผนที่เลเวล 60 ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้ขี่สิงโตเพลิงผ่านป้อมปราการเพื่อไปยังพิกัดที่หลานอวี่ได้ให้มา

ตลอดทางมีผู้เล่นจากกิลด์ต่าง ๆ ให้ความสนใจกับลู่หยางอย่างมากมาย ซึ่งทุก ๆ คนต่างก็มองไปยังสิงโตเพลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

“หัวหน้ากิลด์บลัดบราเธอร์มีสัตว์ขี่แล้วงั้นเหรอ?”

“เท่าที่ฉันได้ข้อมูลมาฟังก์ชั่นสัตว์ขี่มันเปิดใช้งานตอนเลเวล 35 ไม่ใช่เหรอ? เขาจะเก็บเลเวลเร็วเกินไปแล้ว!”

...

ไกลออกไป

เซี่ยหยู่เว่ยกำลังนำทีมเก็บเลเวลอย่างขะมักเขม้น แต่ในทันใดนั้นมันก็มีร่างสีแดงเพลิงวิ่งเข้ามาใกล้พวกเธออย่างรวดเร็ว

“เอ๋ ทำไมจู่ ๆ มันถึงมีสิงโตอยู่แถวนี้ล่ะ?” หลานอวี่ถามอย่างสงสัย

“ตัวใหญ่ขนาดนั้นมันน่าจะเป็นบอสนะ” หยางหวางกล่าว

“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม” เซี่ยหยู่เว่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงอันจริงจัง

ไม่นานสิงโตเพลิงก็เข้ามาในระยะ 30 เมตร ซึ่งในระหว่างที่ทุกคนกำลังจะโจมตีอยู่นั่นเอง จู่ ๆ พวกเขาก็สังเกตเห็นลู่หยางที่นั่งอยู่บนหลังของสิงโต

“พี่! นี่มันสัตว์ขี่ของพี่เหรอคะ?!” หลานอวี่ถามอย่างตกใจ

“ใช่แล้ว” ลู่หยางตอบ

“หัวหน้า คุณไปเอาสัตว์ขี่สวย ๆ แบบนี้มาจากไหน?” เซี่ยหยู่เว่ยเดินเข้ามาหาลู่หยางอย่างประหลาดใจ

“อยากได้ไหมล่ะ? ถ้าอยากได้อีกสักพักฉันจะพาพวกเธอไปจับมันกันคนละตัว” ลู่หยางกล่าว

“ได้ด้วยเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ได้สิ หากสมาชิกทีมหลักมีเลเวล 35 ขึ้นไปกันหมดแล้ว ฉันจะแจกสัตว์ขี่ให้กันคนละตัว” ลู่หยางกล่าว

“มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะ? แค่บังเหียนอันหนึ่งมันก็มีราคาตั้ง 100 เหรียญทองแล้วนะ” เซี่ยหยู่เว่ยพูดอย่างประหลาดใจ

ปัจจุบันสมาชิกหลักของกิลด์มี 13,000 คน หากลู่หยางจะแจกสัตว์ขี่ให้กับทุกคน มันก็หมายถึงเขาจะต้องลงทุนเป็นเงินถึง 1,300,000 เหรียญทอง ซึ่งมันถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มาก

“เธอไม่ต้องไปสนใจเรื่องเงินหรอก ว่าแต่วันนี้เป็นยังไงบ้าง พวกโซลออฟอีเทอนิตี้สร้างปัญหาอะไรขึ้นมาอีกไหม?” ลู่หยางถาม

“ไม่ค่ะ ตอนนี้การเคลื่อนไหวของพวกเขาแปลกมากเลย พวกเขาต่างก็นำทีมเก็บเลเวลไม่ต่างไปจากพวกเรา ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะรวมกำลังมาทำสงครามเลยแม้แต่นิดเดียว” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ช่วงนี้ก็ระวังพวกเขาเอาไว้ก่อน มารอดูซิว่ามันคิดจะใช้กลอุบายอะไรออกมาอีก” ลู่หยางกล่าว

ยิ่งเขาได้เห็นการเคลื่อนไหวของโซลออฟอีเทอนิตี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีความมั่นใจว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายย่อมไม่ใช่บลัดบราเธอร์แน่ ๆ

อีกด้านหนึ่ง

นอกป้อมปราการสกายมิสท์

บลัดไทแรนท์นำลูกน้องออกไปเก็บเลเวลอย่างบ้าคลั่งและสัญญาว่าจะแจกชุดอุปกรณ์ระดับทองให้ทุกคนฟรี ๆ โดยมีข้อแม้ว่าคนเหล่านี้จะต้องเข้าร่วมในสงครามของกิลด์

“หัวหน้า วันนี้พวกเรามีสมาชิกเลเวล 30 เพิ่มอีก 5,000 คนแล้วครับ” ฉู่หานรายงาน

“ดีมาก บอกให้ทุกคนพยายามต่อไป” บลัดไทแรนท์กล่าว

“หัวหน้าทำไมพวกเราต้องรีบเก็บเลเวลกันขนาดนี้ด้วย? พวกเราจะต้องทำสงครามกับลู่หยางงั้นเหรอครับ?” ฉู่หานถาม

บลัดไทแรนท์เผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหัวและพูดว่า

“เมื่อถึงเวลาเดี๋ยวนายก็จะรู้เอง ตอนนี้ออกไปทำหน้าที่ของตัวเองก่อนเถอะ”

หลังจากได้รับคำสั่งฉู่หานก็หันหลังแล้วเดินจากไป

“เป็นแค่สายลับคิดจะมาสืบข่าวของพวกเรางั้นเหรอ!” เซาธ์โคสท์กล่าวด้วยน้ำเสียงอันดูถูก

ยังระแวงอยู่อีกเหรอ?! นึกว่าลืมไปแล้วนะเนี่ย

จบบทที่ บทที่ 379 สัตว์ขี่ของลู่หยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว