เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 355 ของรางวัลที่ไม่คาดคิด

บทที่ 355 ของรางวัลที่ไม่คาดคิด

บทที่ 355 ของรางวัลที่ไม่คาดคิด


บทที่ 355 ของรางวัลที่ไม่คาดคิด

เทคโนโลยีอันทรงพลังของเซคคัลเวิลด์สามารถจำลองความกลัวภายในจิตใจของผู้คนและเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นบททดสอบในลักษณะเช่นนี้ได้

แม้จะไม่รู้หลักการว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานยังไง แต่มันก็เป็นเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับสภาวะจิตใจของผู้เล่นได้จริง ๆ ซึ่งในระหว่างการทดสอบหากผู้เล่นไม่สามารถทนรับความกลัวไหวหรือต้องการจะถอนตัว ในเวลานั้นการทดสอบก็จะจบลงพร้อมกับภารกิจที่ล้มเหลว

ในทางกลับกันหากผู้เล่นสามารถเผชิญหน้ากับอดีตอันเลวร้ายของตัวเองและยอมรับอดีตเหล่านั้นได้ พวกเขาก็จะทำภารกิจได้สำเร็จพร้อมกับได้รับของรางวัล

ความกลัวในจิตใจของลู่หยางเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็คงจะไม่สามารถจินตนาการได้จริง ๆ เพราะในชาติก่อนเขาเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งที่ต้องเจอกับความโหดร้ายอย่างมากมาย และมันก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นในเด็กวัยนี้เลย

โชคดีที่เขาได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง มันจึงทำให้เขาสามารถเผชิญหน้ากับอดีตอันเลวร้ายได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่กล้ามาทำภารกิจนี้แน่ ๆ

จุดประสงค์ที่เขานำหลานอวี่เดินทางมาด้วยในครั้งนี้ นั่นก็เพราะเขาต้องการจะกระตุ้นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคือบททดสอบทะเลรัก ซึ่งมันมีเพียงแต่คนที่มีประสบการณ์เรื่องความรักจริง ๆ เท่านั้นถึงจะกระตุ้นบททดสอบนี้ขึ้นมาได้

การที่ลู่หยางยังคงอดทนมาได้จนถึงปัจจุบัน มันก็หมายความว่าเขาสามารถผ่านพ้นบททดสอบนี้ไปได้แล้ว ซึ่งในชาติก่อนมันก็มีผู้เล่นมากมายอยากเข้ามาทดลอง แต่ท้ายที่สุดผู้เล่นเหล่านั้นก็มักจะต้องยอมแพ้ขึ้นมากลางคัน

ผู้ที่พ่ายแพ้ต่างก็กลับไปด้วยสภาวะจิตใจอันย่ำแย่หรือบางคนอาจจะเป็นโรคประสาทไปเลยก็มี ด้วยเหตุนี้ภารกิจทดสอบสภาวะจิตใจของเซคคัลเวิลด์จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อในประเทศต่าง ๆ กันอย่างหนัก

หลานอวี่ยืนมองลู่หยางที่กำลังหลับตาและกำลังมีน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย สีหน้าของชายหนุ่มบิดเบี้ยวไปมาทั้งความโกรธและความเสียใจ เธอจึงรีบถามนักเวทชราอย่างร้อนใจว่า

“ท่านนักเวท เขาเป็นอะไรไปงั้นเหรอคะ?”

“ความกลัวภายในจิตใจของเขาค่อนข้างพิเศษ ถึงแม้ฉันจะมองเห็นแต่ฉันก็พูดเรื่องนี้ออกไปไม่ได้ สิ่งที่ฉันพูดได้มีเพียงว่าตอนนี้เขาสามารถก้าวข้ามผ่านความหวาดกลัวพวกนั้นมาได้แล้ว” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากภาพทั้งหมดได้หายไปลู่หยางก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ และทันทีที่เขาได้เห็นหลานอวี่อยู่ข้างหน้า ชายหนุ่มก็พุ่งตัวออกไปกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น

ตอนแรกหลานอวี่ตั้งใจจะปฏิเสธเนื่องมาจากการกอดต่อหน้านักเวทชรามันเป็นสถานที่ที่ไม่สมควร แต่เมื่อเธอได้นึกถึงสีหน้าของลู่หยางในก่อนหน้านี้ เธอก็กอดตอบรับเขากลับไปพร้อมกับลูบหลังของชายหนุ่มไปเบา ๆ

“ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว พี่อย่าเศร้าไปเลยนะคะ”

“เฮ้! ไอ้หนุ่มจะมากอดสาวต่อหน้าคนแก่มันก็ดูจะเกินไปหน่อยนะ สรุปจะเอาของรางวัลไหม? ถ้าไม่เอาของรางวัลฉันจะไปแล้ว” นักเวทชราเคาะไม้เท้าลงกับพื้น

ลู่หยางปล่อยหลานอวี่อย่างไม่เต็มใจ ก่อนที่เขาจะมองไปยังนักเวทชราอย่างตกตะลึง

“คุณลุงเป็นคนจริง ๆ ไม่ใช่ NPC ใช่ไหมครับ?”

“เอ่อ…” ชายชราสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อถูกจับได้ว่าเขาไม่ใช่ NPC ซึ่งในความเป็นจริงเขาก็คือนักพัฒนาคนเดียวกับที่เคยให้ของรางวัลพิเศษกับเสี่ยวเหลียงนั่นเอง

“เอาล่ะ ในเมื่อเธอมองออกฉันก็จะไม่ปิดบังหรอกนะ ใช่แล้ว ฉันคือหนึ่งในผู้พัฒนาของเกมนี้ ยินดีด้วยที่เธอผ่านบททดสอบนี้ได้สำเร็จ เอาล่ะ เชิญนายขออะไรก็ได้ 1 อย่างเป็นของรางวัล” นักเวทชรากลับมาพูดด้วยท่าทางที่สง่างามอีกครั้ง

หลานอวี่อ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า

“คุณลุงคือนักเวทจักรกลในตำนานคนนั้นงั้นเหรอคะ?”

“ใช่แล้ว ฉันเอง” ชายชรากล่าวอย่างพึงพอใจ

“คุณลุง หนูขอลายเซ็นหน่อยได้ไหม? หนูเป็นแฟนคลับของคุณมานานแล้ว” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับวิ่งไปตรงหน้าชายชราอย่างตื่นเต้น

“เอ่อ…” โดยปกติโปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพสันโดษที่ไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมมากนัก เขาจึงไม่ถนัดรับมือกับสาวสวยที่กระตือรือร้นแบบนี้มากที่สุด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังหยิบกระดาษขึ้นมาเซ็นชื่อของตัวเองลงไปและมอบมันให้กับหลานอวี่

“เอาไปสิ ฉันให้”

หลานอวี่รับกระดาษลายเซ็นมาอย่างดีใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“เยี่ยมไปเลย! แบบนี้ทุกคนจะต้องอิจฉาหนูแน่นอน”

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่นึกเลยนะว่าคนแก่อายุ 50 อย่างฉันยังจะมีคนรู้จักกันแบบนี้” นักเวทชรายกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เขิน

ขณะเดียวกันลู่หยางก็แอบกรอกตาภายในใจและคิดว่ามันคงมีเพียงโปรแกรมเมอร์โรคจิตเท่านั้นถึงจะสามารถออกแบบภารกิจโรคจิตแบบนี้ขึ้นมาได้

“อะแฮ่ม! เอาล่ะเจ้าหนุ่มเชิญเลือกของรางวัลมาได้แล้ว” ชายชราเริ่มกลับมาพูดอย่างจริงจังหลังจากตระหนักได้ว่าตัวเองเริ่มออกนอกลู่นอกทางแล้ว

ทันใดนั้นเองมันก็มีหน้าต่างของรางวัลขึ้นมาให้เลือกสรรอย่างมากมาย ซึ่งภายในนั้นก็มีทั้งบลูปริ้น, อุปกรณ์, วัตถุดิบและไอเท็มพิเศษ

“ผมขอเลือกอันนี้ครับ” ลู่หยางกล่าวขณะชี้ไปยังหยดน้ำสีแดงเพลิง

“น้ำตาแห่งเปลวเพลิง? ฉลาดดีนี่ เอาไปสิ หลังจากนี้มันเป็นของเธอแล้ว” นักเวทชรากล่าวพร้อมกับพิจารณาลู่หยางอย่างละเอียดอีกครั้ง

น้ำตาแห่งเปลวเพลิง: อัญมณีรูปหยดน้ำตาภายในบรรจุพลังเวทเพลิงมหาศาล

คำอธิบายของไอเท็มมีอยู่เพียงแค่เท่านี้ แต่ลู่หยางก็รู้ดีว่ามันคือหนึ่งในวัตถุดิบสำหรับการอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูร

เขาได้ทำการอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูรเป็นระดับ 2 มาพักใหญ่แล้ว และเขาก็ต้องการที่จะพัฒนาให้มันไปได้ไกลกว่านี้ แต่การพยายามอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูรเป็นระดับ 3 จำเป็นจะต้องเผชิญหน้ากับบอสเลเวล 80 แน่นอนว่ากำลังของเขาในปัจจุบันยังไม่มากพอที่จะเผชิญหน้ากับบอสเลเวล 80 ได้

ด้วยเหตุนี้เองชายหนุ่มจึงคิดมาโดยตลอดว่าเขาจะต้องรอจนกว่าตัวเองจะมีเลเวล 50 ถึงจะมีโอกาสเอาชนะบอสเลเวล 80 ได้ แต่ใครจะไปรู้ว่าการมาทำภารกิจกับหลานอวี่ในครั้งนี้ มันจะทำให้เขาได้รับวัตถุดิบสำหรับการอัปเกรดหัวใจแห่งเทพอสูรกลับไปด้วย

“ขอบคุณมากครับ พวกผมขอตัวลาก่อน” ลู่หยางกล่าวหลังจากเก็บน้ำตาแห่งเปลวเพลิงเอาไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง

“ลาก่อนค่ะคุณลุง” หลานอวี่กล่าวอย่างอาวรณ์

“ลาก่อน ๆ” ชายชรากล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

หลังจากลู่หยางและหลานอวี่จากไป ชายชราก็หันกลับมาจมอยู่ในความคิดของตัวเอง

“ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าฉันจะได้รับความนิยมในหมู่ผู้เล่นขนาดนี้ คราวหน้าฉันคงจะต้องเตรียมรูปพร้อมลายเซ็นเอาไว้แจกแฟนคลับบ้างแล้วสินะ”

หลังจากพูดจบชายชราก็เปิดกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา ก่อนที่เขาจะได้เห็นว่าใบเปลี่ยนอาชีพ “มิสติก” ได้หายไปจากกระเป๋าอย่างไร้ร่องรอย

“โอ้พระเจ้า! นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย ไม่ได้การล่ะฉันคงจะต้องหลบหน้าไปสักพัก ถ้าพวกคณะกรรมการรู้เข้าฉันจะต้องซวยมากแน่ ๆ” ชายชราพึมพำกับตัวเองก่อนที่เขาจะรีบออฟไลน์หนีไปในทันที

อีกด้านหนึ่ง

หลานอวี่กำลังถือกระดาษลายเซ็นพร้อมกับฮัมเพลงอย่างมีความสุข

“ชอบเขาขนาดนั้นเลยเหรอ?” ลู่หยางถามด้วยรอยยิ้ม

“เขาคือคนสร้างเซคคัลเวิลด์ขึ้นมาเลยนะ ฉันถือว่าเขาเป็นไอดอลสำหรับฉันเลย พี่ลองดูสิลายเซ็นของเขาเท่จะตาย!” หลานอวี่กล่าวอย่างภูมิใจพร้อมกับส่งกระดาษลายเซ็นไปให้ลู่หยาง

ชายหนุ่มรับกระดาษแผ่นนั้นมาก่อนจะขมวดคิ้วอย่างฉับพลัน ซึ่งในขณะที่เขากำลังสงสัยกระดาษแผ่นนี้อยู่นั้น เขาก็เริ่มพลิกกระดาษก่อนจะได้เห็นตัวอักษรที่เขียนอยู่ทางด้านบน

“ใบเปลี่ยนอาชีพมิสติก!” ชายหนุ่มอุทานอย่างตกใจ

“อาชีพมิสติก มันคืออาชีพอะไรเหรอคะ?” หลานอวี่ถามอย่างสงสัย

“สาวน้อยเธอโชคดีมากเลยนะ อาชีพมิสติกคืออาชีพที่อยู่ในระดับเดียวกันกับนักรบหมอกโลหิตเลย” ลู่หยางกล่าวอย่างตื่นเต้น

“หา?” หลานอวี่อุทานขึ้นมาอย่างตกใจ เพราะท้ายที่สุดเธอก็เคยได้เห็นความแข็งแกร่งของนักรบหมอกโลหิตด้วยตาของตัวเองมาแล้ว คำพูดของลู่หยางจึงทำให้เธอตกใจมาก

“ดูเหมือนคราวหน้าฉันคงจะต้องบอกว่าฉันเป็นแฟนคลับเขาบ้างแล้วล่ะ” ลู่หยางกล่าว

“สรุปอาชีพมิสติกมันเป็นอาชีพยังไงคะ?” หลานอวี่ถามอีกครั้ง

“อาชีพนี้คือนักบวชระยะประชิด ซึ่งมันจะทำให้เธอได้มีโอกาสเรียนรู้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถโจมตีโดยไม่สนใจพลังป้องกันทางเวทมนตร์ได้” ลู่หยางกล่าว

“คุณลุงใจดีจังเลย” หลานอวี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

แม้ทั้งสองคนจะชื่นชมนักเวทชราต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่ถ้าหากพวกเขารู้ว่าต้นเหตุของเรื่องนี้แอบออฟไลน์หนีออกไปแล้วพวกเขาก็คงจะต้องหัวเราะขึ้นมาอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็พาหลานอวี่ไปยังหน้าประตูวิหารเมืองเซนต์กอลล์เพื่อให้เธอได้เข้าไปเปลี่ยนอาชีพเป็นมิสติก

“ฉันเสียดายลายเซ็นแผ่นนี้จังเลย หลังจากเปลี่ยนอาชีพเสร็จแล้วฉันจะขอลายเซ็นคืนมาได้ไหม?” หลานอวี่ถาม

“เธอเก็บลายเซ็นแผ่นนั้นเอาไว้ได้ตามสบายเลย มันเป็นเพียงแค่ใบผ่านทางให้เธอเข้าออกวิหารได้เท่านั้นเอง” ลู่หยางกล่าว

“โอเค ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ” หลานอวี่กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ระหว่างนั้นลู่หยางก็เดินไปยังร้านขายยาเพลิงโลหิตเพื่อจะพบกับจินปู้ฮวน

“ช่วงนี้มียาพิเศษอะไรบ้างไหม?”

“ผมเตรียมยาพิเศษเอาไว้ให้หัวหน้าเรียบร้อยแล้วครับ มีทั้งน้ำยาย่อขนาด, น้ำยาขยายขนาด, น้ำยาหายใจใต้น้ำ, น้ำยาป้องกันเวทมนตร์…” จินปู้ฮวนกล่าวอย่างภูมิใจ โดยน้ำยาพิเศษเหล่านี้มันก็มีจำนวนอยู่มากกว่า 50 ชนิด

“ดีมาก” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเลือกหยิบยาย่อขนาด, ยาป้องกันเวทมนตร์และยาป้องกันกายภาพไป

“หัวหน้าที่คุณพูดไว้มันถูกทุกอย่างเลยครับ หลังจากผู้เล่นเข้ามาในเกมมากขึ้นเรื่อย ๆ ความต้องการของยาก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ตอนนี้ผมแทบจะผลิตน้ำยาออกมาขายไม่ทันแล้วครับ” จินปู้ฮวนกล่าวอย่างตื่นเต้น

“พยายามเข้าล่ะ ตราบใดก็ตามที่ในเกมยังมีกิลด์อยู่ ธุรกิจร้านขายยาก็จะยิ่งทวีความรุ่งเรืองมากขึ้นไปเรื่อย ๆ” ลู่หยางกล่าว

จินปู้ฮวนพยักหน้าอย่างซาบซึ้งใจ เพราะใครจะไปคิดว่าคนที่เคยตกอับจะกลายเป็นเศรษฐีได้แบบนี้ ซึ่งมันก็นับว่าเขาเป็นคนที่โชคดีที่ได้มาเจอกับลู่หยาง

“หัวหน้าช่วงนี้กิลด์ต้องการเงินไหมครับ? ผลกำไรของร้านขายยาดีมากจนผมไม่รู้จะเอาเงินพวกนั้นไปทำอะไรแล้ว” จินปู้ฮวนกล่าว

“ไอ้เด็กโง่! ถ้ามีเงินเหลือก็ไปซื้อที่ดินในบ้านเกิดของนายซะ อีกไม่นานพื้นที่แถวนั้นมันจะเกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“จริงเหรอครับ?! แถวบ้านผมมันบ้านนอกมากเลยนะ มันจะมีอะไรเข้ามาพัฒนาได้ยังไง?” จินปู้ฮวนกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ

หากจะให้พูดไปมันก็คงจะไม่มีใครเชื่อว่าที่ดินติดประเทศเพื่อนบ้านจะเกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ลู่หยางได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ เขาจึงรู้ดีว่าในอีกไม่กี่เดือนพื้นที่ในบริเวณนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดที่จำเค้าโครงเดิมแทบไม่ได้เลย

“เชื่อฉันสิ ฉันจะโกหกนายไปทำไม ถ้าเป็นไปได้ให้ซื้ออาคารติดแม่น้ำไม่ว่ามันจะแพงแค่ไหนแต่นายก็ต้องซื้อ” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ ผมจะทำตามคำแนะนำที่หัวหน้าบอก” จินปู้ฮวนกล่าว

“โอเค ฉันไปแล้วนะ” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะกลับไปรอหลานอวี่ที่หน้าประตูวิหาร

ไม่นานหลานอวี่ก็เดินออกมาก่อนที่เธอจะวิ่งเข้ามาหาลู่หยางด้วยความดีใจ

“พี่ชาย ฉันได้เรียนรู้เวทมนตร์ระดับสูงมาด้วยล่ะ”

“ไหน? ได้เรียนสกิลอะไรมาบ้าง?” ลู่หยางถาม

“มีสกิลเรดโลตัสแดนซ์กับอะไนฮิเลชั่นค่ะ” หลานอวี่ตอบ

จบบทที่ บทที่ 355 ของรางวัลที่ไม่คาดคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว