เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 337 บุกเดี่ยวกลางดงศัตรู

บทที่ 337 บุกเดี่ยวกลางดงศัตรู

บทที่ 337 บุกเดี่ยวกลางดงศัตรู


บทที่ 337 บุกเดี่ยวกลางดงศัตรู

ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาทีกองกำลังพิทักษ์ราชินีทั้ง 20,000 คนก็เสียชีวิตลงไปจนเกือบหมด

บลัดไทแรนท์และแบล็คบลัดมองดูสถานการณ์ในสนามรบด้วยความพึงพอใจ เพราะในตอนนี้กองกำลังของพวกเขาได้ดันไปจนใกล้ถึงปากทางออกของหุบเขาแล้ว ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานการต่อสู้ในครั้งนี้ก็จะได้รับการตัดสิน

“หลังจากเรายึดหุบเขานี้ไว้ได้ ถึงแม้ลู่หยางมันจะยึดป้อมปราการไปแต่เราก็สามารถยึดป้อมปราการคืนมาได้อย่างแน่นอน” บลัดไทแรนท์กล่าว

“คราวนี้พวกมันต้องได้ลิ้มรสกับความพ่ายแพ้ ทุกคนรีบเร่งมือเร็วเข้า เราจะต้องไปยึดป้อมปราการของเราคืนมา” แบล็คบลัดตะโกนอย่างตื่นเต้น

เมื่อซอฟไลท์เห็นว่ากองกำลังของพวกเขากำลังจะถูกสังหารจนหมด เขาจึงรีบส่งข้อความไปหาเจียงเจ๋อว่า

“หัวหน้า พวกเราจะทนไม่ไหวแล้วครับ”

“ใจเย็น ๆ ตอนนี้มันใกล้จะถึงโชว์หลักแล้ว” เจียงเจ๋อส่งข้อความตอบกลับ ก่อนที่เขาจะหันไปตบไหล่เสี่ยวเหลียงที่อยู่ข้าง ๆ

“น้องชาย มันถึงเวลาของนายแล้ว”

“ไว้ใจผมได้เลย” เสี่ยวเหลียงใช้มือตบโล่เสียงดัง ก่อนที่เขาจะวิ่งไปยังสนามรบอย่างรวดเร็ว

ในระหว่างที่ซอฟไลท์กำลังสับสนกับคำพูดของเจียงเจ๋ออยู่นั้น จู่ ๆ มันก็ได้มีเสียงร้องคำรามดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา

“ทุกคนหลีกทางหน่อย!”

เสี่ยวเหลียงที่ร่างกลายเป็นสีแดงกำลังกระโจนเข้าใส่สนามรบอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็กระโดดข้ามหัวพวกซอฟไลท์ไปเพื่อเผชิญหน้ากับกองกำลังของเดธโซลโดยลำพัง

“ย๊าก!” เมื่อกระโจนเข้ามาอยู่ท่ามกลางดงของศัตรู เด็กหนุ่มก็เริ่มเปิดใช้งานสกิลเรดมิสท์บลัดเทิธในทันที สมาชิกของเดธโซลทุกคนที่อยู่ในรัศมี 30 เมตรจึงถูกบังคับให้ไปโจมตีเสี่ยวเหลียงอย่างไม่เต็มใจ

ชั่วขณะนั้นสมาชิกของเดธโซลก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถึงยังไงพวกเขาก็เป็นอาชีพที่โดดเด่นทางด้านการโจมตีทางกายภาพอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีต่อมาหมอกสีแดงรอบ ๆ ตัวของอีกฝ่ายกลับเริ่มหมุนตัวอย่างรวดเร็ว

เรดมิสท์เวิลด์วินด์สเลช!

ฉับ!

ฉับ!

ฉับ!

เรดมิสท์เวิลด์วินด์สเลชสามารถหมุนปั่นได้ 3 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งการโจมตีแต่ละครั้งก็มีพลังโจมตีพื้นฐานอยู่สูงถึง 5,000 หน่วย ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในรัศมี 30 เมตรจึงไม่สามารถที่จะต้านทานได้ และมันก็ทำให้ผู้เล่นชุดทองเกือบ 100 คนถูกสังหารโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เล่นรอบข้างมองซากศพของสหายอย่างตกตะลึง ซึ่งมันก็ไม่มีใครเห็นได้ชัดว่าเมื่อสักครู่มันได้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ในขณะนี้คือเสี่ยวเหลียงที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากศพเพียงลำพัง

“ฆ่ามัน!”

“อย่าให้มันหนีไปได้!”

“โจมตีมันเข้าไปพร้อมกันเลย”

โดยปกติผู้เล่นที่เพิ่งปล่อยสกิลใหญ่ออกมามักจะตกอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นความรู้รอบตัวที่ใคร ๆ ก็รู้กัน

อย่างไรก็ตามเสี่ยวเหลียงที่ได้เปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบหมอกโลหิตก็ถือว่าเป็นข้อยกเว้น และถึงแม้เขาจะถูกดาบมากกว่า 10 เล่มโจมตีเข้ามาพร้อมกัน แต่มันก็สร้างความเสียหายให้กับเขาเพียงแค่นิดเดียว

เด็กหนุ่มกวาดสายตามองดูศัตรู ก่อนที่เขาจะกระโจนเข้าไปกลางดงศัตรูเพียงลำพัง

ปัง!

นักรบชุดทองเลเวล 30 จำนวน 6 คนใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าชนเสี่ยวเหลียงจนทำให้เขาสตั๊นยืนอยู่กับที่

เมื่อได้เห็นว่าสกิลชาร์จของตัวเองได้ผล นักรบทั้ง 6 ก็ใช้ดาบยาวฟันลงมาพร้อมกัน ขณะที่ผู้เล่นบริเวณรอบข้างก็เริ่มใช้สกิลต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเป็นการสังหารเสี่ยวเหลียงลงไปให้ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อเสี่ยวเหลียงได้ถูกโจมตี มันก็เริ่มมีพายุหมอกโลหิตที่เริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

ฉับ!

ฉับ!

ฉับ!

แสงสีแดงหมุนวนอยู่ทั้งสิ้น 3 ครั้งและทำให้ศัตรูทุกคนในรัศมี 30 เมตรถูกสังหารลงทั้งหมด

“นั่นมัน…นั่นมันสกิลอะไรกันแน่?!” เวสท์วินด์พูดอย่างตกตะลึง

“รีบรายงานหัวหน้าเร็วเข้าว่าพวกมันมีสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาแล้ว” จินเตียวตะโกนเสียงดัง

“สายไปแล้วเว้ย!” เสี่ยวเหลียงสังเกตเห็นจินเตียวและเวสท์วินด์ได้ในทันที เขาจึงใช้สกิลกระโดดเพื่อมุ่งหน้าไปยังทั้งสองคน

เรดมิสท์บลัดเทิธ!

เสียงร้องคำรามดังกึกก้องไปทั่วทั้งพื้นที่พร้อม ๆ กับผู้เล่นเกือบร้อยคนที่อยู่รอบข้างที่ถูกบังคับให้โจมตีเข้าใส่เสี่ยวเหลียงโดยไม่สามารถควบคุมได้

นอกเหนือจากสกิลเรดมิสท์บลัดเทิธจะช่วยเรียกศัตรูรอบด้านให้เข้ามาโจมตีเข้าใส่ตัวเองแล้ว มันยังเป็นสกิลที่ช่วยเพิ่มพลังป้องกันทางกายภาพให้กับเด็กหนุ่มอีก 1,000 หน่วยอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นโล่ที่เขาใช้ยังเป็นโล่ไทเกอร์วอริเออร์ชิลด์ระดับตำนาน ดังนั้นถึงแม้เขาจะถูกรุมโจมตีจากผู้เล่นรอบด้านแต่ความเสียหายที่ปรากฏขึ้นมามันก็มีเพียงแค่เลข 1 เท่านั้นเอง

ฉับ!

ฉับ!

ฉับ!

หมอกโลหิตหมุนปั่น 3 ครั้งติดต่อกันทำให้จินเตียว, เวสท์วินด์และผู้เล่นอีกเกือบ 100 คนที่อยู่รอบข้างถูกสังหารไปทั้งหมด

“นี่มันสกิลของอาชีพอะไรกันเนี่ย?! ทุกคนรีบรุมฆ่ามันเร็วเข้า”

“ฉันว่าอย่าเข้าไปใกล้มันดีกว่า”

“พวกนักเวทใช้สกิลโจมตีจากระยะไกล”

“นักธนูยิงเข้าใส่มันไปเลย”

เมื่อพรรคพวกถูกสังหารไปแล้วกว่า 300 คน สมาชิกของเดธโซลและบลัดเติสตี้ต่างก็พยายามหลบหนีออกมาห่าง ๆ น่าเสียดายที่มันยังมีผู้เล่นบางส่วนที่ไม่เห็นเหตุการณ์ในก่อนหน้านี้ พวกเขาจึงบุกเข้าไปโจมตีใส่เสี่ยวเหลียงและถูกสกิลเรดมิสท์เวิลด์วินด์สเลชปั่นสังหารจนตายทั้งหมด

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานบริเวณกลางสนามรบที่เคยอึดอัด มันก็กลายเป็นพื้นที่ว่างที่มีเสี่ยวเหลียงยืนอยู่เพียงแค่คนเดียว

เหตุการณ์นี้ทำให้ซอฟไลท์และสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์ราชินีมองไปยังเสี่ยวเหลียงด้วยความตกตะลึง ยิ่งร่างกายของอีกฝ่ายถูกย้อมไปด้วยหมอกสีแดง มันก็ยิ่งทำให้ชายคนนี้ดูน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก

วินาทีต่อมามันก็มีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นบริเวณข้าง ๆ ของซอฟไลท์ ซึ่งมันเป็นแสงจากการที่หลานอวี่ได้นำทีมนักบวชเข้ามาชุบชีวิตพรรคพวกในสนามรบ

“เขาคือใครงั้นเหรอครับ?” ซอฟไลท์ถามหลานอวี่

หลานอวี่มองไปยังเสี่ยวเหลียงที่กำลังกระโจนเข้าไปภายในกลุ่มนักเวทของศัตรู ก่อนจะตอบว่า

“เขาคืออาวุธลับของหัวหน้ากิลด์เรา”

“หัวหน้ากิลด์นี่มียอดฝีมือเป็นลูกน้องอยู่เยอะจริง ๆ” ซอฟไลท์กล่าวอย่างรู้สึกทึ่งภายในใจ

ซอฟไลท์มีความมั่นใจว่าถ้าหากเป็นการต่อสู้แบบตัวต่อตัว เขาก็มีฝีมือไม่แพ้สามพี่น้องตระกูลไป๋ แม้แต่การต่อสู้แบบสองต่อสองเขากับจอมโจรเงาก็เคยต่อสู้จนเสมอกับไป๋เหลิงกับไป๋ฉือมาแล้วครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้มองไปยังนักรบร่างสีแดงที่อยู่ตรงหน้า ซอฟไลท์ก็ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเขาจะสู้กับนักรบคนนี้ได้ยังไง

“สกิลของเขามันจะแรงเกินไปแล้ว แค่หมอกพวกนั้นปั่นโจมตีไป 3 ครั้งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมี 30 เมตรก็ถูกทำลายหายไปจนหมดเลย” จอมโจรเงากล่าว

“พวกผมควรนำกองกำลังไปช่วยเขาไหมครับ?” ซอฟไลท์ถามภายในช่องสื่อสารของทีม

“ไม่ต้อง ให้เวลาเสี่ยวเหลียงแสดงฝีมือหน่อย ฉันอยากเห็นภาพที่เสี่ยวเหลียงคนเดียวสังหารฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด” เจียงเจ๋อตอบ

หลานอวี่, จางจื่อโป๋และคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ซึ่งมันก็ไม่มีใครแสดงสีหน้าราวกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกออกมา เพราะทุกคนเชื่อว่าเสี่ยวเหลียงสามารถทำแบบนั้นได้จริง ๆ

“เดี๋ยวผมจะลองดูนะครับ” เสี่ยวเหลียงกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาแห้ง ๆ

หลังจากพูดจบเด็กหนุ่มก็กวาดสายตามองไปยังศัตรูที่ถอยห่างออกไปไกลมากกว่า 30 เมตร ก่อนที่เขาจะร้องตะโกนขึ้นมาว่า

“ในเมื่อพวกแกไม่เข้ามา ฉันก็จะเป็นคนเข้าไปหาพวกแกเอง!”

วินาทีต่อมาร่างของเสี่ยวเหลียงก็กระโจนเข้าไปหาฝูงชน ซึ่งในตอนนี้มันไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่าสกิลของเสี่ยวเหลียงทำงานได้ยังไง พวกเขาจึงทำได้เพียงแต่โจมตีเข้าใส่ศัตรูตามสัญชาตญาณเท่านั้น

ขณะเดียวกันยิ่งมันได้มีการโจมตีสัมผัสเข้ากับร่างของเสี่ยวเหลียงมากเท่าไหร่ หมอกโลหิตมันก็ยิ่งเริ่มหมุนปั่นด้วยความถี่ที่มากกว่าเดิมไปเท่านั้น มันจึงทำให้ศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางต่างก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานการบุกของเสี่ยวเหลียงเพียงคนเดียว มันก็ได้ทำให้กองกำลังพันธมิตรของเดธโซลและบลัดเติสตี้ถอยร่นออกไปมากกว่า 100 เมตร

“บุกเข้าไปสิวะ! พวกแกจะกลัวอะไรกัน พวกเรามีกันตั้งเท่าไหร่ทำไมต้องกลัวมันแค่คนคนเดียว” แบล็คบลัดตะโกนอย่างไม่พอใจ

บลัดไทแรนท์มองดูสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสับสนด้วยเช่นกัน เพราะเขาไม่เข้าใจว่าจู่ ๆ นักรบที่มีพลังโจมตีแรงกว่าเวทมนตร์ต้องห้ามได้โผล่ขึ้นมาจากที่ไหนกันแน่

“พลังป้องกันของมันสูงเกินไป การโจมตีทางกายภาพแทบจะทำอะไรมันไม่ได้เลย” เอไจล์ไนน์เฮฟเว่นกล่าว

“สโนวี่รีเวอร์นำทีมนักเวทน้ำแข็งไปฆ่ามันซะ” บลัดไทแรนท์ตะโกนสั่ง

วินาทีต่อมานักเวทน้ำแข็งทั้ง 100 คนภายใต้การนำทีมของสโนวี่รีเวอร์ก็พร้อมใจกันเล็งการโจมตีไปที่เสี่ยวเหลียง แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะปล่อยเวทมนตร์ออกไปอยู่นั่นเอง เด็กหนุ่มก็กระโจนเข้ามากลางดงของพวกเขาเสียก่อน

เรดมิสท์บลัดเทิธ!

เสี่ยวเหลียงส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งและมันก็บังคับให้นักเวททั้ง 100 คนต้องยกคทาขึ้นมาฟาดเข้าใส่นักรบร่างแดงอย่างไม่เต็มใจ

ฉับ!

ฉับ!

การโจมตีในคราวนี้กระตุ้นสกิลเรดมิสท์เวิลด์วินด์สเลชขึ้นมา 2 ครั้งและมันก็ทำให้นักเวททั้ง 100 คนถูกสังหารจนตายทั้งหมด

เยี่ยม! เสี่ยวเหลียงเก็บเรียบ ลูกพี่ต้องภูมิใจ!

จบบทที่ บทที่ 337 บุกเดี่ยวกลางดงศัตรู

คัดลอกลิงก์แล้ว