เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 312 หัวหน้าจะไปหลอกใครอีก?

บทที่ 312 หัวหน้าจะไปหลอกใครอีก?

บทที่ 312 หัวหน้าจะไปหลอกใครอีก?


บทที่ 312 หัวหน้าจะไปหลอกใครอีก?

“มีอะไร?” ลู่หยางถาม

“เราเพิ่งได้รับข่าวมาว่าบลัดไทแรนท์บุกป้อมปราการถึงด่านที่ 3 แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็จะถึงบอสตัวสุดท้าย” ถูเฟิงกล่าว

“ทำไมมันถึงเร็วขนาดนั้น?” ลู่หยางถามอย่างสงสัย

“มีข่าวลือมาว่าบลัดไทแรนท์เรียกตัวฉู่หานมาใช้งานอีกครั้ง เขากับเซาธ์โคสท์จึงร่วมกันบัญชาการกองทัพจนทำให้ผ่านด่านมาได้เร็วขนาดนี้” ถูเฟิงกล่าว

“ไม่คิดเลยว่าบลัดไทแรนท์จะกล้ากลับมาใช้งานฉู่หานใหม่อีกครั้ง ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินเขาต่ำเกินไปจริง ๆ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ทั้งฉู่หานและเย่กู่ซิงต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงในชาติก่อน และถึงแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นเหมือนกับสามพี่น้องตระกูลไป๋หรือบิทเทอร์เลิฟ แต่ในด้านการบัญชาการกองทัพขนาดใหญ่ทั้งสองต่างก็เคยนำทีมจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งประเทศ

ในสงครามครั้งก่อนลู่หยางได้ทำลายความเชื่อมั่นของบลัดไทแรนท์ที่มีต่อเย่กู่ซิงลงไปและยังทำให้ฉู่หานถูกสงสัยว่าเป็นสายลับ หากคิดกันตามหลักการและเหตุผลบลัดไทแรนท์ก็ไม่ควรจะคิดใช้งานฉู่หานอีก แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่าชายคนนี้ใจกว้างกว่าในสิ่งที่ลู่หยางเคยได้ยินมา

“พวกเราควรทำยังไงกันดี? ถ้าหากพวกเขาฆ่าบอสตัวสุดท้ายและยึดป้อมปราการได้สำเร็จ นอกเหนือจากขวัญกำลังใจภายในกิลด์ของพวกเขาจะสูงขึ้นแล้วพวกเขายังสามารถนำกองกำลังไปช่วยเดธโซลหรือจะมารบกวนพวกเราก็ได้ ในเวลานั้นมันก็จะทำให้พวกเราเสียเปรียบในทันที” ถูเฟิงกล่าว

การบุกป้อมปราการสำเร็จมันก็หมายความว่าบลัดเติสตี้จะได้รับบลูปริ้นมาเป็นจำนวนมากและด้วยพื้นฐานที่พวกเขาสั่งสมมา ภายในเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ พวกเขาย่อมสามารถสร้างอุปกรณ์ระดับทองให้กับกองกำลังจำนวน 10,000 คน

“ไม่ต้องห่วง บอสตัวสุดท้ายไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้นแล้วตอนนี้ทางฝั่งของนายเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางกล่าว

“สมาชิกใหม่ 20,000 คนแบ่งกลุ่มกันเสร็จแล้วนายไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วง เดี๋ยวฉันจะหาวิธีให้พวกเขาไปเก็บเลเวลเอง” ถูเฟิงกล่าว

ช่วงเวลานี้กิลด์กำลังยุ่งอยู่กับการบุกเบิกป้อมปราการ ถูเฟิงจึงไม่อยากจะเอาปัญหามาให้ลู่หยางต้องปวดหัว

ลู่หยางเข้าใจความคิดของสหายเป็นอย่างดี ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก

“ผู้เล่นทั้ง 20,000 คนนี้จะมีประโยชน์กับพวกเรามาก ดังนั้นนายไม่จำเป็นจะต้องห่วงเรื่องป้อมปราการ เดี๋ยวฉันจะส่งคนไปช่วยเหลือนายเอง” ลู่หยางกล่าว

ป้อมปราการคริมสัน

ปัจจุบันฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ย, เสี่ยวเหลียงและแม่ทัพคนอื่น ๆ กำลังนั่งมองดูบอสหมาป่าลาวา 3 หัวที่อยู่ไกลออกไปอย่างเหม่อลอย

“เราติดอยู่กับมันมา 2 วันแล้วนะ” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ฉันได้ยินมาว่าบลัดเติสตี้บุกไปถึงบอสตัวสุดท้ายแล้วแต่พวกเรายังติดอยู่ตรงนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายจริง ๆ” เหมาชิวกล่าว

“พวกเรามาลองดูอีกครั้งกันเถอะ เราจะปล่อยให้พวกบลัดเติสตี้นำเราไปไม่ได้เด็ดขาด” ฉิงชางกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ทุกคนต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะลุกยืนขึ้นเพื่อทดลองสู้กับบอสอีกครั้ง ลู่หยางก็ปรากฏตัวจากระยะไกล

“หัวหน้า!” เหมาชิวตะโกนทักทายขึ้นมาเป็นคนแรก ก่อนที่คนอื่น ๆ จะเริ่มทักทายตามมาในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

“ทำไมทุกคนถึงดูเครียดขนาดนั้นล่ะ?” ลู่หยางถามด้วยรอยยิ้ม

“ขอโทษด้วยนะครับหัวหน้าที่พวกเราทำให้คุณอับอาย พวกเราเริ่มบุกเบิกป้อมปราการก่อนบลัดเติสตี้ตั้ง 8 วัน แต่พวกเรากลับถูกพวกมันแซงหน้าไปแล้ว ตอนนี้พวกมันกำลังสู้กับบอสตัวสุดท้ายแต่พวกเรายังติดอยู่ตรงนี้กันอยู่เลย” ฉิงชางกล่าว

ลู่หยางมองไปยังหมาป่าลาวา 3 หัวที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“เรื่องนี้มันไม่ใช่ความผิดของพวกนายหรอก ความจริงการจะสู้กับหมาป่าลาวา 3 หัวต้องใช้กองกำลังผู้เล่นชั้นยอด 500 คน แต่กองกำลังที่พวกนายพามาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นที่มีเลเวลยังไม่ถึง 30 ดังนั้นการที่พวกนายสู้กับมันไม่ได้จึงเป็นเรื่องปกติแล้ว”

บอสตัวนี้คือบอสที่ทางผู้พัฒนาได้ออกแบบมาเพื่อทดสอบความสามารถในการสู้รบของกิลด์ที่ท้าทายมันโดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นตัวบอสยังไม่ได้ต่อสู้กับผู้เล่นเพียงลำพัง เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเริ่มการต่อสู้ขึ้นมามันก็จะมีมอนสเตอร์วิ่งออกมาจากทางประตูด้านหลังร่ายเวทมนตร์โจมตีเข้าใส่ผู้เล่นมากกว่า 3,000 ตัว

อาชีพนักรบหมอกโลหิตของเสี่ยวเหลียงจะสามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้เมื่อเผชิญกับศัตรูที่ใช้การโจมตีทางกายภาพเท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายใช้การโจมตีเวทมนตร์เขาจึงไม่สามารถรับมือกับมอนสเตอร์เหล่านี้ได้

“หัวหน้า ผมอยากเรียกตัวผู้เล่นเลเวล 30 กลับมา 100 คนครับ” บีทเทิลเลิฟกล่าว

“ถ้าพวกเรามีผู้เล่นเลเวล 30 ที่สวมใส่ชุดอุปกรณ์ระดับทองเพิ่มอีก 100 คน พวกเราต้องจัดการบอสตัวนี้ได้แน่ ๆ” ไป๋เหลิงกล่าว

ลู่หยางส่ายศีรษะเป็นคำตอบ ก่อนที่เขาจะพูดออกไปว่า

“ฉันไม่เพียงแต่จะไม่ส่งคนมาช่วยเพิ่ม แต่ฉันยังจะถอนกำลังบางส่วนออกไปด้วย”

“หา?” ทุกคนต่างก็อุทานออกมาอย่างตกตะลึง แต่หลังจากที่พวกเขาตั้งสติได้ทุกคนก็นึกได้ว่าลู่หยางย่อมไม่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลแน่นอน

“คราวนี้หัวหน้าจะไปหลอกใครอีกล่ะคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

ลู่หยางทำได้เพียงแต่กรอกตาไปมาทำให้ทุกคนต่างก็หัวเราะขึ้นมาอย่างชอบใจ

“พวกเธอเห็นฉันเป็นคนแบบไหนกันเนี่ย?” ลู่หยางกล่าว

หลานอวี่ยกมือขึ้นมากุมท้องพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาไม่หยุด ก่อนที่เธอจะพยายามตั้งสติและพูดขึ้นมาว่า

“ก็พี่ชอบทำตัวเจ้าเล่ห์จนพวกเราติดภาพนั้นไปแล้วไงล่ะคะ”

“พวกเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับหัวหน้า” ไป๋เหลิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ท่าทางของทุกคนทำให้ลู่หยางถึงกับหมดคำจะพูด แต่เขาก็ยังคงพูดออกไปว่า

“ครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรแต่มันเป็นเรื่องดีต่างหาก จำนวนสมาชิกภายในกิลด์ของพวกเราเพิ่มขึ้นแล้วฉันเลยตั้งใจจะตั้งกองทัพที่ 6 ขึ้นมา ฝากให้ทุกคนส่งผู้เล่นชั้นยอดมาให้ฉันทีมละ 3 คนด้วยนะ”

“เยี่ยมไปเลยครับ ถ้าหากหัวหน้าไม่พูดขึ้นมาผมก็ว่าจะคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าพอดี” ฉิงชางกล่าว

“พวกเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวเสริม

“มีอะไรงั้นเหรอ?” ลู่หยางถาม

ฉิงชางทำหน้าที่เป็นตัวแทนของทุกคน ก่อนที่เขาจะอธิบายขึ้นมาว่า

“ภายในกิลด์ของเรามีผู้เล่นชั้นยอดอยู่มากจนเกินไป พวกเราแต่ละคนทำหน้าที่เป็นแม่ทัพคุมกองทัพ 20,000 คน โดยภายในกองทัพแบ่งออกเป็น 4 กรมที่แต่ละกรมมีผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการ 2 คน ภายในกรมจะมีหัวหน้าและรองหัวหน้ากองพันอยู่อีก 10 คน ถัดลงไปกว่านั้นก็จะเป็นตำแหน่งเพียงแค่หัวหน้าหน่วยเล็ก ๆ ทำให้สมาชิกของเรามีโอกาสแสดงฝีมือออกมาได้ไม่มากนัก”

“ในความเป็นจริงแล้วผู้เล่นชั้นยอดที่ทางกิลด์ให้เงินเดือนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติเป็นผู้บัญชาการกรมได้ทั้งนั้น น่าเสียดายที่ตำแหน่งภายในกิลด์ของเรายังมีน้อยจนเกินไป พวกเขาเลยต้องเป็นเพียงแค่หัวหน้าหน่วยเล็ก ๆ พวกผมจึงมองว่ามันเป็นการใช้คนเก่งอย่างไม่ค่อยคุ้มค่า ยิ่งเวลาผ่านพ้นไปเท่าไหร่พวกเราก็ยิ่งเสียดายความสามารถของพวกเขามากเท่านั้น”

“ใช่ครับ พวกเขาต่างก็เป็นคนที่มีฝีมือแล้วถึงแม้พวกเขาจะไม่บ่นอะไรออกมา แต่พวกเรากลับรู้สึกไม่สบายใจ” ไป๋เหลิงกล่าวเสริม

ตอนแรกลู่หยางยังกังวลว่าพวกฉิงชางจะไม่ยอมปล่อยลูกน้องภายในกองทัพของตัวเองไป หลังจากที่เขาได้ยินความเห็นของทุกคน มันก็ทำให้เขารู้สึกวางใจลงไปได้บ้าง

“ฉันฝากบอกคนที่พวกนายคัดเลือกกันมาในครั้งนี้ด้วยว่าตำแหน่งต่ำสุดที่พวกเขาจะได้รับคือหัวหน้ากองพันที่จะนำกองกำลัง 1,000 คนและพวกเขายังมีโอกาสได้รับใบเปลี่ยนอาชีพจากกิลด์ด้วย”

“ได้ครับ/ค่ะ” พวกฉิงชางต่างก็ตอบรับอย่างพร้อมเพียงกัน ก่อนที่พวกเขาจะรีบกลับไปปรึกษากับลูกน้องของตัวเอง

ไม่นานหวูหลินเมิ่งฉู่, เหนิงต้าจิวเป่ยชู, เลี่ยเป้าและผู้เล่นชั้นยอดรวม 12 คนก็มายืนอยู่ตรงหน้าลู่หยาง

“สวัสดีครับ/ค่ะ หัวหน้า” ทุกคนต่างก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน และเนื่องจากพวกเขาได้รับเงินเดือนจากลู่หยางเดือนละ 10,000 เครดิตมาเป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือนแล้ว มันจึงทำให้ทุกคนให้เกียรติหัวหน้ากิลด์ของพวกเขามาก

ยิ่งไปกว่านั้นการที่ลู่หยางเซ็นสัญญากับพวกเขาเป็นเวลา 5 ปี มันก็เป็นเหมือนกับหลักประกันว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่มั่นคง ยิ่งในตอนนี้พวกเขาจะได้รับตำแหน่งใหม่ ซึ่งมันก็หมายความว่าพวกเขาจะได้รับเบี้ยเลี้ยงพิเศษเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วยอย่างแน่นอน มันจึงทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

“หลังจากผ่านสนามรบมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ทุกคนก็กลายเป็นผู้เล่นชั้นยอดกันหมดแล้ว ครั้งนี้ฉันมีความคิดจะตั้งกองทัพขึ้นมาใหม่และฉันก็จะให้ทุกคนมีโอกาสได้สร้างผลงาน ทุกคนติดต่อไปรายงานตัวกับถูเฟิงได้เลย เดี๋ยวเขาจะบอกเองว่าจะต้องทำยังไงต่อไป” ลู่หยางกล่าว

“ครับ/ค่ะ” ทั้ง 12 คนต่างก็พยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น ก่อนที่พวกเขาจะหยิบคัมภีร์ย้อนกลับเพื่อเทเลพอร์ตไปยังเมืองเซนต์กอลล์

“หัวหน้าแล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อดีครับ?” ไป๋เหลิงถาม

“นั่นสิครับ เพราะในตอนนี้กองกำลังของพวกเราก็อ่อนแอลงไปกว่าเดิมแล้ว” เหมาชิวกล่าว

“ช่างเรื่องการบุกป้อมปราการไปก่อน ตอนนี้พวกเรามีผู้เล่นเลเวล 30 กี่คนแล้ว?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ตอนนี้พวกเรามีผู้เล่นเลเวล 30 เกินกว่า 10,000 คนแล้วครับ เหลือแค่ผู้เล่นที่อยู่ข้างหลังเราอีก 3,000 กว่าคนที่มีเลเวลไม่ถึง 30” ฉิงชางกล่าว

นี่คือคำสั่งที่ลู่หยางได้พูดทิ้งเอาไว้ในก่อนหน้านี้ว่าผู้เล่นทุกคนที่มีเลเวล 30 จะต้องเดินทางออกไปด้านนอกเพื่อพาสมาชิกเลเวลต่ำไปเก็บเลเวล มันจึงทำให้กองกำลังที่บุกเบิกป้อมปราการมีความอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ

จบบทที่ บทที่ 312 หัวหน้าจะไปหลอกใครอีก?

คัดลอกลิงก์แล้ว