เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 296 ภารกิจลับของคนแคระแบล็คสโตน

บทที่ 296 ภารกิจลับของคนแคระแบล็คสโตน

บทที่ 296 ภารกิจลับของคนแคระแบล็คสโตน


บทที่ 296 ภารกิจลับของคนแคระแบล็คสโตน

คำรับรองสถาบันเวทมนตร์แบล็คเฟลมเมจ!

ทุกอย่างเป็นไปเหมือนกับสิ่งที่บลัดไทแรนท์ให้สัมภาษณ์ไว้ในชาติก่อนว่าลาวาลอร์ดผู้ซึ่งเป็นบอสตัวสุดท้ายของป้อมปราการคริมสันจะทำการดรอปใบเปลี่ยนอาชีพลับลงมาเป็นของรางวัลด้วย

ในบรรดาอาชีพลับทั้งหมดนอกเหนือจากอัศวินหมอกโลหิตที่เขาให้เป็นอาชีพอันดับ 1 ชายหนุ่มก็คิดว่าแบล็คเฟลมเมจน่าจะเป็นอาชีพที่มีความเก่งเป็นอันดับ 2 ของเกมนี้

ผู้ที่เปลี่ยนอาชีพเป็นแบล็คเฟลมเมจจะสามารถใช้เวทมนตร์ออกมาเป็นเปลวเพลิงสีดำ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้สูงกว่าเวทมนตร์ธาตุไฟปกติมาก

ชาติที่แล้วสาเหตุที่แบล็คเฟลมมีชื่อเสียงโด่งดังส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าเขาได้เปลี่ยนอาชีพเป็นแบล็คเฟลมเมจ และถึงแม้ลู่หยางจะสามารถนำใบเปลี่ยนอาชีพนี้ไปเปลี่ยนเป็นอาชีพลับได้ด้วยเช่นกัน แต่เขาก็ได้ตัดสินใจจะมอบใบเปลี่ยนอาชีพนี้ให้กับแบล็คเฟลมโดยไม่ลังเล

ไม่ว่าตัวเขาจะพัฒนาไปมากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดความแข็งแกร่งของคนคนเดียวก็ยังมีขีดจำกัด มีเพียงแต่การช่วยพัฒนาคนที่อยู่รอบข้างให้แข็งแกร่งขึ้นไปพร้อม ๆ กันด้วยเท่านั้น มันจึงจะทำให้กิลด์ของเขากลายเป็นกิลด์ด์ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

หลังมองดูไอเท็มที่น่าสนใจชิ้นต่อไป เขาก็ได้พบกับแร่สีดำชิ้นหนึ่งที่ดรอปอยู่บนพื้น

เมเมโอไรท์ไอร่อน

รายละเอียด อุกกาบาตสีดำจากนอกโลก

นี่คือต้นเหตุที่ทำให้คนแคระแบล็คสโตนกลายเป็นทาสของลาวาลอร์ดเป็นเวลานานนับพันปี ขณะเดียวกันมันก็คือสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ลู่หยางจึงทำการเก็บก้อนแร่เอาไว้ในกระเป๋าอย่างทะนุถนอม

หลังจากมองสำรวจอยู่บริเวณโดยรอบลู่หยางก็ได้พบกับคนแคระที่กำลังรวมตัวกันมองมาที่เขาอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามชื่อของคนแคระเหล่านี้ก็ไม่ใช่ชื่อสีแดงที่หมายถึงศัตรูอีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นชื่อสีเขียวที่แสดงสถานะถึงความเป็นมิตร

ทันใดนั้นคนแคระชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาลู่หยางด้วยท่าทางที่นอบน้อม

“ขอบคุณท่านนักผจญภัยมากที่ช่วยปลดปล่อยพวกเราจากลาวาลอร์ด หากคุณมีคำรับรองบุกป้อมปราการคริมสัน พวกเราก็ยินดีที่จะยอมรับท่านเป็นเจ้านายคนใหม่ของป้อมปราการแห่งนี้”

ลู่หยางหยิบใบรับรองบุกป้อมออกมาจากกระเป๋าและถามว่า

“สิ่งที่คุณถามถึงใช่อันนี้ไหม?”

“ใช่แล้ว! หากท่านต้องการครอบครองป้อมปราการนี้ก็เชิญท่านนำใบรับรองไปวางไว้หน้ารูปปั้นเทพเจ้าข้างปากปล่องภูเขาไฟได้เลย” คนแคระชราที่มีชื่อว่าโมโรโด้พูดอย่างตื่นเต้น

ลู่หยางคุ้นเคยกับกระบวนการในลักษณะนี้มาแล้ว เพราะในชาติที่แล้วเขาก็เคยยึดครองป้อมปราการขนาดเล็กมาก่อน ชายหนุ่มจึงเดินตามโมโรโด้ไปยังรูปปั้นเทพเจ้าข้างปากปล่องภูเขาไฟซึ่งตรงบริเวณฐานรูปปั้นมีช่องสำหรับเสียบใบรับรองเอาไว้พอดี

ระบบ: ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้เล่นลู่หยางได้ทำการยึดครองป้อมปราการสำเร็จแล้ว

ระบบ: ต้องการประกาศให้ทั้งเซิร์ฟเวอร์ทราบหรือไม่?

ลู่หยางพยายามระงับความตื่นเต้นภายในใจเอาไว้แล้วทำการเลือกปฏิเสธ เพราะในตอนนี้มันยังไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสมสำหรับการเปิดเผยความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป และเขาก็จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำซ้อนแบบในชาติที่แล้วของตัวเองอีกครั้ง

วินาทีต่อมามันก็มีไอคอนรูปป้อมปราการปรากฏขึ้นในหน้าต่างสกิลของลู่หยาง เมื่อเขาทำการกดเข้าไปในไอคอนมันก็มีหน้าต่างสินค้าปรากฏอาคารรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมาให้เลือกมากกว่า 10 แบบ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา, โรงแรม, ร้านขายอุปกรณ์, คลังสมบัติ, ห้องประชุมและอาคารอื่น ๆ อีกอย่างมากมาย โดยอาคารที่มีราคาถูกที่สุดคือห้องสำหรับการพักผ่อนที่มีราคาอยู่ที่ห้องละ 1,000 เหรียญทอง

นี่คือระบบที่ถูกผู้เล่นวิจารณ์มากที่สุดในชาติที่แล้วว่าทำไมทางตัวเกมถึงต้องตั้งราคาอาคารในป้อมปราการเอาไว้สูงมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตามเนื่องมาจากทางตัวเกมเปิดให้แลกเปลี่ยนเงินนอกเข้ามาเป็นเงินในเกมเป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงจำเป็นจะต้องหาวิธีระบายเงินออกเพื่อให้สภาพเงินภายในเกมไม่เกิดอาการเฟ้อมากเกินไป

ขณะเดียวกันป้อมปราการก็มีบทบาทภายในเกมนี้สูงมาก เพราะเมื่อผู้เล่นเลือกออกจากเกมเพื่อไปพักผ่อน ตัวละครของพวกเขาก็ยังจะคงอยู่ในเกมต่อไป ดังนั้นผู้เล่นจึงจำเป็นจะต้องหาสถานที่ปลอดภัยก่อนที่จะทำการกดออฟไลน์ออกไปพักผ่อนในโลกแห่งความเป็นจริง

ตอนแรกไม่ค่อยมีใครคิดว่าระบบนี้จะเป็นระบบที่ยุ่งยากมากนัก แต่หลังจากที่พวกเขามีเลเวลเกิน 20 ผู้เล่นก็ได้พบว่าการวิ่งไปยังการเก็บเลเวลในแต่ละครั้งจำเป็นจะต้องใช้เวลานาน 1-2 ชั่วโมง

การเดินทางไปกลับเพื่อเก็บเลเวลสร้างความยากลำบากให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถออฟไลน์ภายในพื้นที่เก็บเลเวลได้ด้วยเช่นเดียวกัน ป้อมปราการจึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ เพราะป้อมปราการสามารถสร้างโรงแรมให้ผู้เล่นเข้ามาพักผ่อนเพื่อทำการออฟไลน์ได้

ขณะเดียวกันป้อมปราการทุกแห่งก็จะอยู่ในแผนที่เลเวล 30 ขึ้นไป ขอเพียงผู้เล่นเข้ามาพักผ่อนในป้อมปราการพวกเขาก็จะประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้เยอะมาก และด้วยเหตุผลในข้อนี้เองมันจึงทำให้ค่าธรรมเนียมในการเข้าพักเพียงอย่างเดียวสามารถสร้างกำไรให้กับเจ้าของป้อมปราการอย่างมหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้นป้อมปราการยังสามารถให้บริการซื้อขายสินค้าได้หลายอย่าง ผู้เล่นหลาย ๆ คนที่ขี้เกียจเดินทางกลับไปยังเมืองหลักจึงมักจะทำการซื้อขายสินค้าภายในป้อมปราการเลย บริการนี้จึงสามารถสร้างผลกำไรให้กับเจ้าของป้อมปราการได้เป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือป้อมปราการมีคลังสมบัติเป็นของตัวเอง ผู้เล่นจึงไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องการเก็บไอเท็มอีกต่อไป และถึงแม้ป้อมปราการจะถูกตีแตกแต่คลังสมบัติก็ยังคงคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดภายในป้อมปราการแต่ละแห่งอยู่ดี

อย่างไรก็ตามการจะสร้างสิ่งเหล่านี้ก็จำเป็นจะต้องใช้เงินสูงมาก เพราะเพียงแค่โรงแรมแห่งหนึ่งก็มีราคาสูงถึง 10,000 เหรียญทอง โดยโรงแรมสามารถรองรับผู้เข้าพักได้ 500 คน และถ้าหากเจ้าของป้อมปราการต้องการจะอัปเกรดโรงแรมให้ดีกว่านี้พวกเขาก็จะต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม

ขณะเดียวกันอิฐที่เอาไว้ใช้สำหรับสร้างกำแพงเมืองก็มีราคาอยู่ที่ก้อนละ 1 เหรียญเงิน แม้ราคานี้จะฟังดูเหมือนถูกมากแต่ในความเป็นจริงมันต้องใช้อิฐเป็นจำนวนนับแสนก้อนจึงจะสามารถล้อมพื้นที่เล็ก ๆ ให้กลายเป็นสถานที่อันปลอดภัยได้

ด้วยเหตุนี้เองการสร้างป้อมปราการให้ได้มาตรฐานอย่างน้อยจะต้องใช้เงินขั้นต่ำ 100,000 เหรียญทอง ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่ผู้เล่นธรรมดาไม่สามารถหาได้อย่างแน่นอน และแม้แต่หัวหน้ากิลด์ขนาดใหญ่ก็ยังต้องชั่งใจว่าเงินจำนวนนี้มันคุ้มค่าแก่การลงทุนจริง ๆ หรือเปล่า

อย่างไรก็ตามหลังจากป้อมปราการได้เปิดให้บริการอย่างเต็มที่ในเวลาประมาณเพียงแค่ 1 ปี มันก็สามารถผลิตกระแสเงินสดเพื่อใช้ทุนคืนได้จนหมดแล้ว และรายได้ที่เกิดจากในปีที่ 2 เป็นต้นไปก็จะกลายเป็นผลกำไรให้กับเจ้าของป้อมปราการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ตอนนี้ร้านตีเหล็กกับร้านขายยาของลู่หยางสร้างกำไรให้กับเขาได้เดือนละประมาณ 7,000 เหรียญทอง แต่เงินเหล่านี้ยังไม่สามารถนำมาใช้การได้ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการหาเงินทุนจึงกลายเป็นแร่เมเมโอไรท์ไอร่อนที่อยู่ในกระเป๋าของเขานี่เอง

“ท่านเจ้าป้อมปราการ คุณมีอะไรจะถามฉันงั้นเหรอ?” โมโรโด้ถาม

ลู่หยางหยิบแร่เมเมโอไรท์ไอร่อนออกมาจากกระเป๋าแล้วพูดว่า

“ฉันเพิ่งได้แร่ก้อนนี้มาจากลาวาลอร์ด ฉันขอมอบมันให้กับคุณก็แล้วกัน”

“จริงเหรอ?” โมโรโด้มองลู่หยางอย่างตื่นเต้น

“จริง ๆ” ลู่หยางพยักหน้าก่อนจะทำการส่งมอบแร่สีดำให้กับโมโรโด้

ระบบ: ชื่อเสียงของคุณในเผ่าคนแคระแบล็คสโตนถึงระดับเคารพ

“ในที่สุดสมบัติประจำเผ่าของเราก็กลับมาแล้ว” โมโรโด้กอดแร่เมเมโอไรท์ไอร่อนภายในมือราวกับลูกน้อย ก่อนที่เขาจะหันมาพูดกับลู่หยางด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความนอบน้อม

“ท่านเจ้าป้อมปราการพวกเราเผ่าคนแคระแบล็คสโตนยินดีช่วยเหลือท่านทุกอย่าง ไม่ทราบว่ามันพอจะมีอะไรที่พวกเราพอจะช่วยเหลือท่านได้บ้างไหม?”

ทันใดนั้นหน้าต่างซื้อขายก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าลู่หยาง ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้พบกับบลูปริ้นอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 15 ของนักรบและนักเวทที่เขาต้องการมากที่สุด

ในชาติที่แล้วบลัดไทแรนท์เคยให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจนี้ด้วยเช่นกันว่าในตอนที่เขายึดครองป้อมปราการได้ใหม่ ๆ เขาพยายามหาวิธีนำแร่เมเมโอไรท์ไอร่อนไปใช้หลายวิธี อย่างไรก็ตามแม้เขาจะพยายามจนเลเวลของผู้เล่นภายในกิลด์เพิ่มขึ้นถึง 50 แล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถหาวิธีการใช้ประโยชน์จากไอเท็มชิ้นนี้ได้เลย

ขณะเดียวกันคนแคระภายในป้อมที่เคยให้ความเคารพพวกเขาก็เริ่มมีท่าทีเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่บลัดไทแรนท์โมโหเนื่องจากไม่สามารถหาวิธีการใช้แร่เมเมโอไรท์ไอร่อนได้ เขาจึงทำการโยนแร่สีดำทิ้งไปแต่มันบังเอิญกลิ้งไปตกอยู่ด้านหน้าคนแคระแบล็คสโตน ก่อนที่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นผู้เล่นก็ได้มีการจัดอันดับภารกิจที่น่าเสียดายที่สุดที่พวกเขาไม่ได้ทำตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ซึ่งภารกิจของคนแคระแบล็คสโตนก็ถูกจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 19 เลยทีเดียว

ลู่หยางเลือกซื้อบลูปริ้นทั้ง 2 แบบมาอย่างละ 50 ชุด ก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาฮั่นจงและพูดว่า

“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าจะขยายร้านตีเหล็กของเราออกไป”

จบบทที่ บทที่ 296 ภารกิจลับของคนแคระแบล็คสโตน

คัดลอกลิงก์แล้ว