เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 288 วิกฤติครั้งใหญ่

บทที่ 288 วิกฤติครั้งใหญ่

บทที่ 288 วิกฤติครั้งใหญ่


บทที่ 288 วิกฤติครั้งใหญ่

ลู่หยางคิดภายในใจอย่างจนปัญญาว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังหาวิธีการเอาคืนเขาอย่างแน่นอน แต่ทันใดนั้นมันก็ได้มีความคิดเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาภายในใจ เขาจึงแกล้งแสดงท่าทีอันเจ็บปวดพร้อมกับร้องโอดโอยขึ้นมาว่า

“ช่วยมาพยุงพี่หน่อยสิ พี่เจ็บจนลุกยืนไม่ไหวแล้ว”

หลานอวี่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของลู่หยาง ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงมาพูดด้วยความภูมิใจ

“เจ้าคนกะล่อน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่”

หลังจากได้เห็นหลานอวี่วิ่งไปอย่างมีความสุข ลู่หยางก็คิดขึ้นมาภายในใจว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันเขาเกินไปแล้ว

“ได้เลย พรุ่งนี้เจอกัน” ชายหนุ่มคิดขึ้นมาภายในใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น

ลู่หยางเดินมาถึงลานหน้าหอพักหญิงด้วยสีหน้าอันสดใส ก่อนที่เขาจะได้เห็นเสินเมิ่งเหยาและเพื่อนสาวอีก 3 คน

“สวัสดี” ลู่หยางทักทาย

“สวัสดี” เสินเมิ่งเหยาตอบกลับอย่างร่าเริง

“เมื่อคืนมีข่าวดีอะไรหรือเปล่า ทำไมเธอถึงมีความสุขขนาดนี้?” ลู่หยางถาม

“ตอนนี้ฉันมีแฟนแล้วน่ะสิ” เสินเมิ่งเหยาตอบด้วยสีหน้าอันเขินอาย

ทันใดนั้นจางเหมิง, ฉู่อวี้และหลิวฉ่วงต่างก็มองไปยังลู่หยางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ แต่จู่ ๆ ลู่หยางกลับพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีว่า

“จริงเหรอ?!”

“อือ” เสินเมิ่งเหยาตอบรับพร้อมกับพยักหน้า

“แฟนเธอคงจะหน้าตาดี, คิ้วเข้ม, ตาโต ดูเท่มากเลยใช่ไหม?” ลู่หยางถาม

เสินเมิ่งเหยาแสดงสีหน้าออกมาอย่างสับสน เพราะเธอไม่เคยคิดถึงรูปร่างหน้าตาของลู่หยางในโลกแห่งความเป็นจริงมาก่อน เธอจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งพร้อมกับพูดว่า

“ก็น่าจะใช่ล่ะมั้ง”

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ย่อมทำให้พวกฉู่อวี้ตกอยู่ในความสับสน

“ลู่หยางเสียใจจนเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า?” หลิวฉ่วงถาม

“เป็นไปได้นะ ถ้าฉันเจอข่าวร้ายอย่างกะทันหันแบบนี้ บางทีสติฉันก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว” จางเหมิงกล่าว

“น่าสงสารเขาจริง ๆ” ฉู่อวี้กล่าว

ลู่หยางไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของเสินเมิ่งเหยามากนัก เขาจึงพูดออกไปว่า

“สาวสวยอย่างเธอย่อมจะต้องหาแฟนหล่อได้แน่ ๆ เขาคนนั้นจะต้องหล่อมากเลยใช่ไหม?”

“เขาก็หล่อดีนะ แต่ฉันชอบท่าทางที่ดูเด็ดเดี่ยวและน่าเกรงขามของเขามากกว่า” เสินเมิ่งเหยากล่าว

“แล้วเธอเริ่มชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลู่หยางถามอย่างดีใจ

“ประมาณเดือนที่แล้วได้ล่ะมั้ง เขาคอยดูแลเอาใจใส่ฉันตลอดเลย” เสินเมิ่งเหยากล่าวพร้อมกับนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีต

“เหมือนที่ฉันคอยดูแลเธอแบบนี้ใช่ไหม?” ลู่หยางถาม

“ไอ้ขี้แย! นายเอาแต่แกล้งฉันอย่างเดียวต่างหาก” เสินเมิ่งเหยาบ่นก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปหาครูฝึก

ลู่หยางแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และเขาก็อยากจะรู้ว่าหากความจริงถูกเปิดเผยออกไป เสินเมิ่งเหยาจะแสดงสีหน้าออกไปยังไงกันแน่

“ลู่หยาง นายไม่เป็นไรใช่ไหม?” จางเหมิงพยายามเดินเข้ามาปลอบใจ

“ไม่เป็นไร พวกเราไปฝึกกันเถอะ” ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้มเมื่อได้เห็นสายตาอันห่วงใยของสาว ๆ ทั้ง 3 คน

ทั้งสามสาวคิดว่าลู่หยางคงจะเสียใจกับเรื่องนี้มาก พวกเธอจึงไม่พูดอะไรขึ้นมาอีก

กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตลอดทั้งวันลู่หยางมักจะหาโอกาสไปแกล้งเสินเมิ่งเหยาอยู่เสมอจนทำให้เธอแก้มป่องอย่างไม่พอใจ ขณะที่ลู่หยางก็คอยแอบขำอยู่เรื่อย ๆ

ยามเย็น

หลังจากการฝึกจบลงลู่หยางก็เดินไปหาเสินเมิ่งเหยาพร้อมกับเริ่มถามถึงเรื่องราวของแฟนเธอต่าง ๆ นานา

เมื่อพวกเขาเดินมาจนถึงประตูมหาลัย รถลัมโบร์กีนีคันใหม่ก็ขับเข้ามาอย่างรวดเร็วและเมื่อเสียงของเบรครถดังขึ้นอย่างกะทันหัน มันก็ทำให้ทุกคนหันมองมาทางรถสปอร์ตคันหรูด้วยความสนใจ

เมื่อลู่หยางเห็นเจียงเจ๋อลงมาจากรถ เขาจึงชูมือขึ้นพร้อมกับตะโกนออกไปว่า

“ฉันอยู่นี่”

“ทำไมนายยังดูสบายใจอยู่ได้ รีบกลับไปกับฉันเร็วเข้า ตอนนี้มันมีเรื่องใหญ่แล้ว!” เจียงเจ๋อวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ

“มีอะไรงั้นเหรอ?” ลู่หยางถามอย่างตกใจ

“ขึ้นรถก่อนค่อยคุยกันทีหลัง” เจียงเจ๋อลากลู่หยางขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งออกไปจนมิด

“มีอะไร? บลัดเติสตี้กับเดธโซลนำกองกำลังบุกเข้ามางั้นเหรอ” ลู่หยางถาม

“ความจริงมันน่ากลัวกว่านั้นอีก วีดีโอของเซี่ยหยู่เว่ยมียอดเข้าชมมากกว่า 500 ล้านครั้งแล้วจุดรับสมัครของเรามันเลยแน่นไปหมด แค่วันนี้วันเดียวมีคนต้องการเข้าร่วมกิลด์ด์ของเรามากกว่า 50,000 คน แล้วพวกเขาต่างก็เรียกร้องว่าอยากจะไปอยู่ในกองกำลังของเซี่ยหยู่เว่ยกันทั้งหมดเลย” เจียงเจ๋อกล่าว

“เซี่ยหยู่เว่ยมีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ยังจะมาพูดติดตลกอีก นี่มันเรื่องใหญ่นะ! ถ้าเราจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีเซี่ยหยู่เว่ยอาจจะพาคนพวกนั้นแยกออกไปตั้งกิลด์ใหม่ขึ้นมาได้เลย ความจริงตอนนี้มันก็มีคนเรียกร้องให้เซี่ยหยู่เว่ยแยกตัวออกไปตั้งกิลด์ด์ใหม่แล้วและมันก็มีคนให้เสียงตอบรับกันเยอะมาก”

“นอกจากนี้ฉันยังได้ยินข่าวมาว่าฉือมู่พยายามทุ่มสุดตัวที่จะดึงฉิงชางไปเข้าร่วมกิลด์ ถึงขนาดที่เขายอมเสนอค่าตอบแทนให้ปีละ 300,000 เครดิตเชียวนะ”

“ทางฉงป้าก็แอบไปประลองกับสามพี่น้องตระกูลไป๋ที่สนามประลองด้วยเหมือนกัน ฉันคิดว่าเขาจะต้องไปชวนทั้ง 3 คนไปร่วมกิลด์ด้วยแน่ ๆ”

“หากเซี่ยหยู่เว่ยแยกตัวออกไปมันน่าจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่อย่างแน่นอน ในเวลานั้นแม้แต่ฉิงชางหรือสามพี่น้องตระกูลไป๋ก็อาจจะลาออกจากกิลด์ของเราด้วย” เจียงเจ๋อพูดอย่างร้อนรน

“ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เล่า มันยังมีเรื่องอะไรอื่นอีกไหม?” ลู่หยางพยายามปลอบใจสหาย

“ฉันได้ยินมาว่าบลัดเติสตี้อาจติดต่อไปหาพวกบิทเทอร์เลิฟแล้ว แม้แต่ผู้เล่นชั้นยอดภายในกิลด์ของเราอย่างเรดลีฟไฟอิ้งกับแบล็คโน้ตก็มีกิลด์อื่นติดต่อมาทาบทามด้วยเหมือนกัน โดยพวกเขาเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่ากิลด์ของเราซะอีก” เจียงเจ๋อกล่าว

ลู่หยางตบไหล่เจียงเจ๋อเบา ๆ พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“เชื่อฉันเถอะว่าพวกเขาไม่ทิ้งเราไปไหนหรอก”

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ?” เจียงเจ๋อถาม

“ฉันเชื่อมั่นในตัวของทุกคนที่ฉันชักชวนพวกเขามากับมือ คนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนที่จะทอดทิ้งเพื่อนพี่น้องเพราะเรื่องเงิน และพวกเขาก็ไม่ใช่คนที่จะถูกซื้อตัวด้วยผลประโยชน์ด้วย” ลู่หยางกล่าว

คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เจียงเจ๋อมองไปทางลู่หยางด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากที่ไหนกันแน่

“นายอาจจะต้องเตรียมใจไว้บ้างนะ คนอื่น ๆ อาจจะไม่ไปแต่เซี่ยหยู่เว่ยอาจจะไปจริง ๆ ตอนนี้ฉันติดต่อเธอในเกมไม่ได้แล้ววันนี้เธอก็ยังไม่เข้าเกมอะไรด้วยซ้ำ” เจียงเจ๋อกล่าว

“เราเข้าเกมไปดูสถานการณ์กันก่อนเถอะแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง” ลู่หยางกล่าว

ในเกม

จุดรับสมัครกิลด์บลัดบราเธอร์

“พวกเราต้องการสมัครเข้ากิลด์”

“ถ้าคุณไม่รับพวกเรา พวกเราก็จะแยกตัวออกไปตั้งกิลด์เองกับเซี่ยหยู่เว่ย”

“ใช่แล้ว พวกเราคือกองทัพผู้พิทักษ์ราชินี พวกเราจะก่อตั้งกิลด์เพื่อราชินีของพวกเรา”

ผู้เล่นกว่า 100,000 คนได้มาชุมนุมกันตรงบริเวณจุดรับสมัครคนเข้าร่วมกิลด์ ถูเฟิงกับผู้เล่นอีก 50 คนที่ทำหน้าที่เป็นคนคอยรับสมาชิกใหม่จึงทำได้เพียงมองไปยังฝูงชนอย่างจนปัญญา

ทันใดนั้นเจียงเจ๋อก็พาลู่หยางเข้ามามองดูสถานการณ์จากในระยะไกล

“เห็นไหม? ฉันบอกแล้วว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแย่มาก คนที่สมัครเข้ากิลด์มาเมื่อคืนก็ออกจากกิลด์ไปเยอะมากด้วยเหมือนกัน เพราะพวกเขาบอกว่ากฎเกณฑ์ที่เราตั้งขึ้นมามันทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับเซี่ยหยู่เว่ยยากเกินไป” เจียงเจ๋อกล่าว

ลู่หยางพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“เรื่องนี้ถึงฉันจะออกตัวไปแต่มันก็ไม่มีประโยชน์ นายไปจัดการธุระของตัวเองเถอะ รอให้เซี่ยหยู่เว่ยเข้าเกมแล้วพวกเราค่อยมาจัดการเรื่องนี้กันทีหลัง”

เจียงเจ๋อพยักหน้ารับ

“ตอนนี้พวกฉิงชางอยู่ไหน?” ลู่หยางถาม

“พวกเขากำลังนำทีมบุกเบิกพื้นที่ใหม่อยู่” เจียงเจ๋อตอบ

“ถ้างั้นเราก็ไปดูพวกเขากันก่อนก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าว

อะไรจะขนาดนั้นนนนน

จบบทที่ บทที่ 288 วิกฤติครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว