เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 283 พักเบรค 15 วัน

บทที่ 283 พักเบรค 15 วัน

บทที่ 283 พักเบรค 15 วัน


บทที่ 283 พักเบรค 15 วัน

“ถ้างั้นก็ตกลงกันตามนี้ ฉันจะได้เรียกพวกเขามาทำสัญญากันให้เรียบร้อย” ฉงป้ากล่าวอย่างไม่ค่อยสบายใจ

“ได้ครับ” ลู่หยางตอบ

ทันใดนั้นพื้นที่พิเศษก็เปลี่ยนเป็นห้องสำหรับการเจรจา โดยลู่หยาง, ฉือมู่และฉงป้าได้ยืนอยู่ตรงบริเวณทิศใต้ของโต๊ะ ทางฝั่งตรงข้ามเป็นแบล็คบลัดและบลัดไทแรนท์ ส่วนทางทิศตะวันออกได้มีร่างของโซลออฟอีเทอนิตี้และหลิวเซี่ยฮุยปรากฏขึ้นมา

“ไม่คิดเลยนะว่าพวกเราจะมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้” หลิวเซี่ยฮุย ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของหอเฟิ่งเซียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แบล็คบลัดมองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพราะถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาขัดขวางเขาอีกครั้ง กิลด์ของเขาก็คงจะเอาชนะกิลด์ของฉือมู่ไปได้ตั้งนานแล้ว

ในทางกลับกันลู่หยางไม่ได้ให้ความสนใจกับแบล็คบลัดเลย แต่เขาได้มองไปทางโซลออฟอีเทอนิตี้อย่างไม่วางตา

“ผมได้ยินชื่อเสียงของประธานลู่หยางมาตั้งนานแล้ว ดูเหมือนว่าคุณจะเก่งกาจสมกับคำร่ำลือจริง ๆ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณสำหรับคำชม ถ้าหากมีโอกาสพวกเราคงจะได้ทำธุรกิจร่วมกัน ทางตัวผมก็รู้สึกชื่นชมเวทมนตร์สายฟ้าของคุณมาก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หางตาของโซลออฟอีเทอนิตี้กระตุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และถึงแม้เรื่องที่เขาเป็นนักเวทสายฟ้าจะมีคนรู้อยู่ไม่น้อย แต่ลู่หยางที่อยู่ในเมืองหลักอีกเมืองก็ไม่สมควรที่จะรู้ข้อมูลพวกนี้เลย

“เลิกพูดไร้สาระแล้วมาเซ็นสัญญากันสักที ฉันจะรีบไปบุกป้อมปราการอีกที่หนึ่งแล้ว” แบล็คบลัดพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“ถ้างั้นก็มาเซ็นสัญญากันเถอะ ทุกคนจะได้แยกกันไปทำธุระของตัวเอง” ฉือมู่กล่าว

“ฉันจะทวนข้อตกลงกันอีกครั้งว่าภายใน 15 วันนี้พวกเราจะไม่โจมตีเข้าใส่กัน” ฉงป้ากล่าว

“ตกลงตามนั้น ไม่จำเป็นจะต้องพูดทวนซ้ำอีกแล้ว” บลัดไทแรนท์กล่าว

ฉือมู่กับฉงป้าต่างก็แสดงสีหน้าอึดอัดออกมาพร้อมกันและทั้งคู่ต่างก็ไม่กล้ามองไปยังสีหน้าของลู่หยางเลย

ลู่หยางก็ไม่ได้พูดอะไรให้เสียเวลาด้วยเช่นกัน หลังจากทำการเซ็นสัญญาเขาก็ทำการตัดการเชื่อมต่อออกจากพื้นที่พิเศษ

“หัวหน้าไปไหนมาคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามหลังจากเห็นลู่หยางหายตัวไป

ฉิงชางและเหล่าบรรดาแม่ทัพคนอื่น ๆ ต่างก็กำลังรอคำสั่งของลู่หยางอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน

“พวกเราจะเริ่มออกเดินทางเลยไหมครับ?” ไป๋ฉือถาม

ลู่หยางส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า

“เมื่อกี้ฉันโดนขายไปเรียบร้อยแล้ว”

หลังจากนั้นลู่หยางก็ทำการเล่าเรื่องสัญญาสงบศึกให้ทุกคนฟัง ซึ่งมันก็ทำให้ทุกคนแสดงสีหน้าออกมาอย่างไม่พอใจ

“ฉือมู่มันทำแบบนี้ได้ยังไง?! พวกเราช่วยมันรบมาตั้งหลายวัน ถ้าไม่มีพวกเรายกกำลังมาช่วยพวกมันก็คงจะเสียป้อมปราการไปตั้งนานแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับขายพวกเราเพื่อแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง” ฉิงชางพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด

“แม้แต่ฉงป้าก็ยังยอมรับข้อเสนอนี้ด้วย พวกเขาจะไร้ยางอายเกินไปแล้ว” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ผมจะไปพูดกับพวกมันเอง” ไป๋ฉือกล่าวอย่างโกรธเคือง

ลู่หยางรีบดึงไป๋ฉือเอาไว้ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ฉันเคยบอกทุกคนเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่านี่แหละคือโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อไหร่ก็ตามที่สงครามจบลงทุกฝ่ายก็จะพยายามไขว่คว้าสิ่งที่จะทำให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์มากที่สุด”

ไม่ว่าจะเป็นฉิงชางหรือพวกไป๋ฉือทุกคนต่างก็อายุยังน้อย แล้วพวกเขาก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ได้พบกับความเห็นแก่ตัวในโลกธุรกิจ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นพันธมิตรหักหลังทั้ง ๆ ที่พวกเขานำกำลังมาช่วยเหลือ

“แบบนี้พวกเราก็เสียเปรียบสิคะ ทั้งบลัดเติสตี้และเดธโซลต่างก็เป็นกิลด์ที่ใหญ่มาก หลังจากหมดสัญญาพวกเขาจะต้องร่วมมือกันกำจัดเราเป็นอันดับแรกแน่ ๆ” โคลด์วิลโลว์กล่าว

“นั่นคือเหตุผลที่ฉันได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าก่อนสงครามครั้งนี้จะจบลงไง ในช่วง 8 วันที่ผ่านมานี้พวกเรามีสมาชิกกว่า 6,000 คนที่มีเลเวลถึง 30 แล้ว ทางฝั่งของถูเฟิงก็รวบรวมอุปกรณ์เลเวล 30 ของทุกอาชีพได้ครบ 1,000 เซ็ตแล้วด้วยเหมือนกัน”

“หากจะให้พูดถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง พวกเราคือกิลด์ที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในสงครามนี้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นฉือมู่ยังพอจะมีจิตสำนึกอยู่บ้าง เขาจึงเสนออัญมณีหลายหมื่นเม็ด, หนังวัวหลายหมื่นชุดและบลูปริ้นชุดระดับแพลตตินั่มของโจรมาให้กับเราอีก 1 เซ็ต” ลู่หยางกล่าว

หลังได้ยินคำอธิบายพวกฉิงชางก็มีสีหน้าผ่อนคลายลงไปบ้าง

“โชคดีจริง ๆ ที่หัวหน้ามองการณ์ไกล ไม่อย่างนั้นคราวนี้พวกเราก็คงจะโดนฉือมู่กับฉงป้าหลอกจนเละเทะไปแล้ว” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างชื่นชม

หลังจากเดธโซลฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมา สิ่งแรกที่พวกเขาคิดจะทำคือการโจมตีบลัดบราเธอร์อย่างแน่นอน หากลู่หยางไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์นี้เอาไว้ 15 วันหลังจากหมดสัญญาพวกเขาก็คงจะถูกกวาดล้างทั้งกิลด์โดยไม่มีทางโต้กลับเลยแม้แต่นิดเดียว

“หัวหน้าแล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อครับ?” ไป๋เหลิงถามอย่างไม่พอใจ

“รักษาสีหน้าแบบนี้เอาไว้แล้วไปหาฉือมู่แทนฉันเพื่อขอรับของชดเชยที่เขาบอกเอาไว้ ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องกลัวนายจนรีบส่งของพวกนั้นมาให้เราในทันที” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็ขำกับมุกตลกของลู่หยาง แต่ไป๋เหลิงยังคงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ

“ผมจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้เลย เสียแรงจริง ๆ ที่ผมนับถือเขามาตั้งนาน”

หลังไป๋เหลิงเดินออกไปลู่หยางก็ส่งสัญญาณให้ไป๋ฉือ, ไป๋หูและฉิงชางตามไปด้วยเพื่อไม่ให้ไป๋เหลิงก่อเรื่องใหญ่อย่างที่ไม่ควรจะเป็น

เหตุการณ์นี้ทำให้ไป๋เหลิงรู้สึกโกรธมาก เพราะสิ่งที่ฉือมู่ทำมันก็ไม่ต่างไปจากการขอให้พี่น้องออกมาช่วยสู้รบ แต่ในท้ายที่สุดฉือมู่กลับไปแอบตกลงกับศัตรูก่อนจะทิ้งพี่น้องเอาไว้ตายคาตีนของศัตรูในขณะที่ตัวเองแอบหนีไปใช้เงินอย่างสบายใจ

ดังนั้นไป๋เหลิงจึงไม่ได้ให้โอกาสชิงเฟิงนำไอเท็มมาส่งเลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาได้ขนทุกอย่างกลับมาเองเพื่อไปยังอาคารทางทิศตะวันตกของเมืองเซนต์กอลล์ที่ลู่หยางได้ซื้อเอาไว้

ฉือมู่ที่ยืนดูสถานการณ์จากชั้น 2 ไม่ได้รู้สึกโกรธหลังจากที่ได้เห็นท่าทีของพวกไป๋เหลิงเลย แต่เขากลับมองว่าเด็ก ๆ พวกนี้ยังคงหนุ่มแน่นและมีประสบการณ์น้อย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาไม่รู้นั่นก็คือหลังจากถูเฟิงได้รับวัตถุดิบทั้งหมดแล้วเขาก็สั่งให้ช่างตีเหล็ก, ช่างตัดเย็บและช่างอัญมณีลงมือผลิตอุปกรณ์ขึ้นมาทั้งคืนในทันทีเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในอนาคต

เจียงเจ๋อได้ถอยกลับมาจากสนามรบเพื่อช่วยถูเฟิงดูแลสั่งการเรื่องภายในกิลด์ด้วยเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ลู่หยางได้รวบรวมบลูปริ้นชุดเซ็ตอุปกรณ์ระดับทองถึงระดับแพลตตินั่มเลเวล 30 ที่ดีที่สุดสำหรับนักรบ, พาลาดิน, นักเวทและโจรได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตราบใดก็ตามที่พวกเขามีวัตถุดิบมากเพียงพอ ผู้เล่นสายผลิตภายในกิลด์ของพวกเขาก็จะสามารถผลิตอุปกรณ์ได้ 1 เซ็ตภายในเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียว

“ฉันขอให้ทุกคนจดจำเหตุการณ์ในครั้งนี้เอาไว้ว่าถ้าพวกเราขาดกำลังคอยสนับสนุน พวกเราก็จะไม่มีพลังบนโต๊ะเจรจาด้วยเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

“ผมจะจำไปจนวันตายเลยล่ะ!” ไป๋เหลิงพูดด้วยความโกรธ

“หัวหน้าแล้วพรุ่งนี้พวกเรายังจะไปบุกป้อมปราการอยู่ไหมคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“กิลด์ชั้น 4 ต่างก็แยกกันไปบุกเบิกป้อมปราการของตัวเองแล้ว พวกเราควรไปแย่งรางวัลป้อมปราการแห่งแรกให้พวกมันโมโหกันดีไหมครับ?” เหมาชิวเสนอ

ลู่หยางมองดูทุกคนเสนอความคิดเห็นขึ้นมาอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า

“การบุกป้อมปราการเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริง แต่ทุกคนลืมอะไรไปหรือเปล่า?”

“ลืมอะไรครับ/ค่ะ?” ทุกคนต่างก็มองลู่หยางอย่างสับสน

“พวกเรามีนัดจัดงานเลี้ยงกันไง อย่าลืมว่าเรายังรอให้ใครบางคนเต้นโชว์อยู่นะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นสาว ๆ ทั้งเซี่ยหยู่เว่ย, หลานอวี่และโคลด์วิลโลว์ต่างก็หน้าแดงขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้คุณยังจะมีอารมณ์คิดเรื่องแบบนั้นอยู่อีกเหรอ? คุณช่วยคิดถึงเรื่องที่สำคัญกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ” โคลด์วิลโลว์บ่น

“ใช่ครับ ตอนนี้พวกเราควรรีบช่วงชิงความสำเร็จ เรื่องงานเลี้ยงเลื่อนออกไปก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ?” เหมาชิวถาม

“สิ่งที่ทุกคนโกรธมันไม่ใช่สิ่งที่รับรู้กันโดยทั่วไปสักหน่อย ลูกกิลด์ของเรารับรู้แค่ว่าพวกเราได้รับชัยชนะและสมควรจะต้องเฉลิมฉลอง ดังนั้นเราควรจัดงานเลี้ยงฉลองพร้อมกับงานสังสรรค์พร้อม ๆ กันเพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจภายในกิลด์” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เฮ้อ ทำไมตอนนี้มันน่าอึดอัดจังเลยนะ” ไป๋เหลิงกล่าว

ลู่หยางตบไหล่ไป๋เหลิงเบา ๆ ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“เชื่อฉันสิว่าหลังจากนี้อีก 15 วันฉันจะทำให้ทุกคนยืนอยู่บนป้อมปราการของเดธโซลอย่างสะใจ”

“จริงเหรอครับ?” ไป๋เหลิงถามอย่างตื่นเต้นโดยที่น้ำเสียงของเขาเริ่มกลับมาสดใสร่าเริงอีกครั้งหนึ่ง

น่าโมโหจริง ๆ เน๊าะ หงุดหงิด ๆ

จบบทที่ บทที่ 283 พักเบรค 15 วัน

คัดลอกลิงก์แล้ว