เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 279 ซิลเวอร์แดกเกอร์

บทที่ 279 ซิลเวอร์แดกเกอร์

บทที่ 279 ซิลเวอร์แดกเกอร์


บทที่ 279 ซิลเวอร์แดกเกอร์

บนเนินสูง

ดีม่อนบลัดยืนดูกองกำลังพิเศษบุกทะลวงแนวรบทางด้านซ้ายของโอเวอร์ลอร์ดพร้อมกับพยักหน้าอย่างพอใจ

“พวกเขาทำสำเร็จแล้ว”

บลัดไทแรนท์มองดูกองทัพของฉงป้าที่กำลังวุ่นวาย ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มและพูดขึ้นมาว่า

“คราวนี้ฉันจะทำให้ฉงป้าได้รู้เองว่ามันเป็นเพียงแค่ลูกไก่ในกำมือ บอกพวกเขาทั้ง 6 คนไปว่าหากใครฆ่าฉงป้าได้สำเร็จ ฉันจะให้เงินรางวัลพิเศษเพิ่มอีก 100,000 เครดิต”

“ได้ครับ” เซาธ์โคสท์พยักหน้ารับก่อนจะรีบกระจายคำสั่งออกไปในทันที

ในสนามรบ

กองกำลังโอเวอร์ลอร์ดทางด้านซ้ายถูกกองกำลังของบลัดเติสตี้ฉีกกระชากจนแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันหน่วยรบพิเศษทั้ง 6 ทีมก็กำลังใช้กระบวนทัพรูปหัวลูกศรในการบุกเข้าไปหาฉงป้า

“ฮ่า ๆ ๆ หัวหน้าให้เงินอัดฉีดมาแล้ว พี่น้องทั้งหลายพวกเราอยู่ใกล้กับฉงป้ามากที่สุด รีบตามฉันมาแล้วไปฆ่าฉงป้ามาแลกเงินรางวัลกันเถอะ” แบล็คดรีมตะโกนอย่างสะใจขณะใช้ค้อนขนาดใหญ่ฟาดผู้เล่นกระเด็นออกไปมากกว่า 30 คน

“หัวหน้าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว คุณรีบหลบไปทางด้านหลังเถอะครับ” แฟนทอมเอจพูดอย่างเป็นห่วง

ฉงป้าเข้าใจความกังวลของแฟนทอมเอจเป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังตอบกลับไปอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันไม่เคยเป็นทหารหนีทัพ! วันนี้ฉัน ฉงป้าจะยืนอยู่ตรงนี้ดูซิว่าใครมันจะมีฝีมือพอจะฆ่าฉันได้”

“ทัพทางฝั่งตะวันออกถูกทะลวงแล้ว คราวนี้พวกเราคงจะพ่ายแพ้แล้วค่ะ” ฉวยอู๋อี้กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ?! ตราบใดก็ตามที่ลู่หยางยังไม่แพ้พวกเราก็ยังมีโอกาสได้รับชัยชนะ รีบกระจายคำสั่งออกไปให้ทุกคนยืนหยัดเอาไว้ให้ได้นานที่สุด ถึงแม้ทัพของเราจะถูกแบ่งแยกแต่ก็ห้ามใครวิ่งหนีหรือยอมแพ้ไปอันขาด” ฉงป้าสั่งการด้วยสีหน้าอันเยือกเย็น

เมื่อได้เห็นอารมณ์ของฉงป้า ฉวยอู๋อี้กับแฟนทอมเอจก็รู้แล้วว่าหัวหน้ากิลด์ของตัวเองกำลังหงุดหงิดมากแค่ไหน มันจึงไม่มีใครกล้าส่งเสียงเตือนอะไรขึ้นมาอีก

ระหว่างนั้นฉงป้าก็หันไปมองทางลู่หยางและฉือมู่ ก่อนที่จะได้เห็นว่าทั้งสองทัพกำลังผนวกกำลังโจมตีเข้าใส่แบล็คบลัด และทำให้สถานการณ์ของทางฝั่งเดธโซลย่ำแย่ไม่ต่างไปจากพวกเขา

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ฉงป้าก็รับรู้ได้ในทันทีว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ใครสามารถอยู่ทนได้นานกว่าฝ่ายนั้นก็จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ท้ายที่สุดหากทัพของเขาได้รับความพ่ายแพ้ มันก็จะเป็นการเปิดช่องว่างให้บลัดไทแรนท์โจมตีเข้าใส่ด้านหลังของฉือมู่ กรณีเดียวกันถ้าหากแบล็คบลัดได้พ่ายแพ้ ในเวลานั้นมันก็จะเป็นการเปิดช่องว่างทางด้านหลังของบลัดไทแรนท์

ไกลออกไปสื่อใหญ่ในประเทศต่างก็กำลังบันทึกภาพเหตุการณ์สงครามในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์, สื่อโทรทัศน์หรือสื่อออนไลน์ต่างก็รู้สึกตื่นเต้นกับการเผชิญหน้าในครั้งนี้ด้วยกันทั้งหมด

ไม่ว่ายังไงภาพเหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมานานมากแล้ว บางทีมันอาจจะเป็นภาพเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในวันนี้มันเป็นภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏภายในเกม

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวละครทุกตัวภายในเกมถูกควบคุมด้วยคนจริง ๆ และทุกคนต่างก็กำลังต่อสู้เพื่อเกียรติยศทำให้คนดูต้องลุ้นตามไปด้วย

“โคตรมันเลย!”

“นี่แหละสิ่งที่ฉันตามหา”

“ภาพนี้มันเป็นภาพเหมือนกับตอนสงครามโลกเลยชัด ๆ”

เหล่าบรรดาผู้สื่อข่าวต่างก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

ขณะที่นักข่าวกำลังบันทึกภาพเหตุการณ์อยู่นั้น ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเซคคัลเวิลด์ก็มีการถ่ายทอดสดสงครามในครั้งนี้ให้ผู้คนได้รับชมฟรี ๆ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในเกมก็สามารถรับชมถ่ายทอดสดได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“นักบวชพันธนาการของแบล็คบลัดเท่มากเลย ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะสามารถควบคุมเฮลไฟร์ลอร์ดเอาไว้ได้ทั้งหมด”

“บลัดไทแรนท์วางแผนมารอบคอบมาก การปรากฏตัวของเขาทำให้สถานการณ์พลิกไปเลยเพียงแค่แปปเดียว”

“ฉงป้าเก่งสมชื่อจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทนได้นานขนาดนั้น”

“นักธนูอัจฉริยะคนนั้นเป็นใครกันนะ? ทำไมเขาถึงโจมตีได้ไกลตั้ง 100 เมตร ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาคนเดียวจะสังหารนักบวชพันธนาการได้ทั้ง 8 คน”

“เฮ้ย ดูสาวคนนั้นสิ!”

“โคตรสวยเลย”

“ดูเหมือนเธอจะเป็นนักเวทสายฟ้าที่มีเวทมนตร์ต้องห้ามด้วย”

ในโลกแห่งความเป็นจริง

เหล่าบรรดานักเรียนมากมายกำลังจดจ้องดูการต่อสู้ในครั้งนี้ แล้วถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถเข้าเกมได้เพราะติดเรียน แต่พวกเขาก็ยังพอหาเวลาว่างมารับชมการถ่ายทอดสดได้

“ถ้าได้เข้าเกมฉันจะเข้าร่วมกับกิลด์บลัดเติสตี้ ไม่สิ ฉันเข้าร่วมกับกิลด์บลัดบราเธอร์ดีกว่า” นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันชื่นชม ซึ่งในตอนแรกเขาชอบความเด็ดขาดของบลัดไทแรนท์มาก แต่เมื่อภาพตัดไปยังนักรบสาวคนหนึ่งของบลัดบราเธอร์ มันก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ความสวยของนักรบคนนี้สามารถจะพูดได้ว่า ‘หญิงงามล่มเมือง’ ไม่ว่าจะเป็นดวงตาอันโฉบเฉี่ยว ผิวขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากแดงที่ชวนน่าหลงใหลหรือรูปร่างอันแสนงดงาม และท่าทางการถือดาบอันสง่าผ่าเผยต่างก็ล้วนแล้วแต่ดึงดูดสายตาของหนุ่ม ๆ ได้เป็นจำนวนมาก

แน่นอนว่านักรบสาวคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากราชินีกุหลาบเซี่ยหยู่เว่ยนั่นเอง

หลังจากสงครามครั้งนี้จบลง ชื่อเสียงของเซี่ยหยู่เว่ยก็แพร่สะพัดไปในหมู่ผู้เล่น โดยเฉพาะฉายาราชินีกุหลาบที่ให้ทั้งความรู้สึกงดงามและน่าเกรงขามไปในเวลาเดียวกัน

“หยู่เว่ย! ศัตรูด้านหน้าแข็งแกร่งเกินไป พี่น้องของพวกเราบุกเข้าไปไม่ได้” จางจื่อโป๋วิ่งกลับมารายงานอย่างเหนื่อยล้า

เซี่ยหยู่เว่ยขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปทางด้านหน้า แล้วแววตาอันเย็นชาของเธอ มันก็ทำให้นักเรียนชายจำนวนนับไม่ถ้วนตกอยู่ในอาการหลงใหล

“หานซาตามฉันมา เราจะไปทำลายแนวรบของพวกมัน” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวพร้อมกับชูดาบยาวและพุ่งออกไปด้านหน้า

เมื่อได้รับคำสั่งหานซาก็ได้นำทีมชั้นยอดที่เขาได้ฝึกฝนมาเป็นพิเศษตามหลังเซี่ยหยู่เว่ยเข้าไปในแนวรบของศัตรู

ลู่หยางมองดูเหตุการณ์ในระยะไกลด้วยรอยยิ้มพร้อมกับคิดภายในใจว่าเค้าโครงของราชินีไร้พ่ายและแม่ทัพผู้ซื่อสัตย์ในชาติก่อนกำลังค่อย ๆ เด่นชัดในชาตินี้

“พี่ พวกเรารีบไปช่วยฉงป้าก่อนดีไหมคะ? ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรับมือไม่ไหวแล้ว” มู่หยูถาม

“ไม่ต้องห่วง ฉงป้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นและฉันก็ส่งคนไปช่วยเขาแล้ว” ลู่หยางกล่าว

ไกลออกไป

ปัจจุบันกองกำลัง 20,000 คนของฉงป้าถูกจัดการไปแล้วมากกว่า 8,000 คน กองกำลังที่เหลืออยู่กว่าอีก 10,000 คนจึงพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง แต่ถ้าหากสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะได้รับความพ่ายแพ้

เมื่อฉวยอู๋อี้เห็นกองทัพบลัดเติสตี้เริ่มกลืนกินกองทัพของพวกเธอเข้ามาเรื่อย ๆ มันก็ทำให้ฉวยอู๋อี้อดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ว่า

“หัวหน้า คุณกลับเมืองไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะคอยอยู่ดูแลที่นี่เอง”

“เธอหมายความว่ายังไง?” ฉงป้าถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“คุณคือจิตวิญญาณของกิลด์ ดังนั้นคุณห้ามตายในสนามรบอย่างเด็ดขาด หากคุณเกิดพลาดเสียชีวิตขึ้นมามันจะส่งผลกระทบต่อกำลังใจของทุกคนอย่างหนัก” ฉวยอู๋อี้กล่าว

“แล้วเธอคิดว่าถ้าฉันหนีไปตอนนี้กำลังใจของทุกคนจะไม่แย่ลงหรือยังไง!” ฉงป้าพูดอย่างหงุดหงิด

“ประธานฉงป้าสมกับเป็นสุภาพบุรุษจริง ๆ ในเมื่อแกเป็นคนพูดแบบนี้ขึ้นมาเอง ฉันก็ขอเป็นคนส่งแกไปสู่สุคติก็แล้วกัน” เสียงพูดดังขึ้นมาจากใต้ดินอย่างกะทันหัน ก่อนที่ฝูงงูขาวฝูงหนึ่งจะรวมตัวกันกลายเป็นกอร์เจียสที่พุ่งเข้ามาหาฉงป้าอย่างรวดเร็ว

“หัวหน้าระวัง!”

เหล่าบรรดาองครักษ์ทั้ง 20 คนรีบเข้ามาล้อมฉงป้าเอาไว้อย่างกะทันหัน กอร์เจียสจึงเผยรอยยิ้มออกมาก่อนที่งูแสงสีขาวจำนวนนับไม่ถ้วนจะพุ่งออกมาจากดาบภายในมือ

ซีคออฟไวท์สเนค!

เมื่อเหล่าบรรดาองครักษ์ถูกงูแสงพุ่งเข้ากัด มันก็ทำให้พวกเขาติดสถานะกลายเป็นอัมพาตชั่วคราว ซึ่งในตอนนี้แม้แต่ฉวยอู๋อี้หรือฉงป้าก็ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้

“อย่าพยายามดิ้นรนเลย หากไม่มีคนใช้สกิลขับไล่ พวกแกก็จะต้องอยู่นิ่ง ๆ ไปเป็นเวลา 10 วินาที แกจงจำเอาไว้ให้ดี ๆ ว่าคนที่ฆ่าแกได้เป็นคนแรกคือฉันกอ…”

กอร์เจียสยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันใดนั้นมันก็มีมีด 2 เล่มปักเข้าที่ต้นคอของเขาพร้อม ๆ กัน โดยมีดเล่มหนึ่งมีสีขาวราวกับหิมะ ขณะที่มีดอีกเล่มมีสีดำราวกับรัตติกาล แน่นอนว่าผู้ที่ปรากฏขึ้นมาก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากฮั่นเฟยที่พึ่งทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพจนเสร็จ

“จำเอาไว้ว่าคนที่ฆ่าแกคือฉัน ซิลเวอร์แดกเกอร์!” ฮั่นเฟยกล่าวพร้อมกับชักมีดออกมาจากลำคอของกอร์เจียสอย่างเย็นชา ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นฝ่ายตรงข้ามก็เสียชีวิตลงอย่างไม่เต็มใจ

อย่างหล่อเลยยยย ถึงเวลาเฉิดฉายแล้วน้องพี่!! 555

จบบทที่ บทที่ 279 ซิลเวอร์แดกเกอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว