เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 โชว์กล้าม

บทที่ 250 โชว์กล้าม

บทที่ 250 โชว์กล้าม


บทที่ 250 โชว์กล้าม

“สุดยอด! นี่เขากระโดดจากจุดนั้นเลยเหรอเนี่ย?!”

“เรื่องแบบนี้แม้แต่ทีมมหาลัยก็ยังทำไม่ได้เลยนะ”

“เขาน่าจะไปเล่นลีกอาชีพได้แล้วด้วยซ้ำ”

ฝูงชนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย ลู่หยางจึงหันไปยิ้มให้ลี่ฉวนอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป

เสินเมิ่งเหยามองตามลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อชายหนุ่มเดินกลับมาเธอก็เริ่มพูดออกไปว่า

“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่านายแข็งแรงขนาดนี้”

“ไม่เท่าไหร่หรอก” ลู่หยางกล่าว

ร่างกายในปัจจุบันยังห่างจากช่วงที่เขาแข็งแกร่งที่สุดอยู่มาก และความเร็วในการตอบสนองของร่างกายก็ยังช้ากว่าในชาติก่อนถึง 0.2 วินาที

แม้ตัวเลข 0.2 วินาทีจะฟังดูเป็นเวลาเพียงแค่เล็กน้อย แต่ในป่าที่เต็มไปด้วยกระสุนปืนความแตกต่างเพียงแค่เล็กน้อยนี้กลับเป็นความแตกต่างระหว่างชีวิตและความตาย

แปะ ๆ ๆ

หวังจิงเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงปรบมือ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็ได้เห็นการเคลื่อนไหวของลู่หยางด้วยตาของตัวเอง

“ถ้านายไม่ไปเป็นทหาร ฉันจะรู้สึกเสียดายมากจริง ๆ นะ”

“พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าผมขอเวลาคิดหน่อย” ลู่หยางกล่าว

“ฉันก็แค่พูดไปงั้น ๆ เอง” หวังจิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นายจะไปเป็นทหารเหรอ?” เสินเมิ่งเหยาถาม

“ฉันแนะนำให้เขาไปเรียนโรงเรียนทหาร 2 ปีหลังจากจบออกมาแล้วเขาจะได้เป็นหน่วยรบพิเศษ” หวังจิงพูดแทรกขึ้นมา

“แต่โควตาของกองทัพมีน้อยมากเลยนะคะ ปีที่แล้วน้องชายฉันยังสมัครเข้าโรงเรียนทหารไม่ได้เลย” เสินเมิ่งเหยากล่าว

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ไอ้หนุ่มนี่ยังบอกว่าขอเวลาคิดดูก่อน” หวังจิงพูดอย่างหงุดหงิด

“ผมต้องถามความเห็นพ่อกับแม่ก่อนไม่ใช่เหรอครับ เมื่อคืนผมโทรไปหาพ่อกับแม่แล้วอีก 2 วันพวกเขาจะกลับมาแล้ว ตอนนั้นผมจะให้คำตอบกับคุณอย่างแน่นอน” ลู่หยางกล่าว

“ก็ได้”

ไม่นานเวลาก็เดินผ่านมาจนถึง 8:00 น. เหล่าบรรดานักเรียนที่กินอาหารเช้าจนเสร็จจึงมารวมตัวกันที่สนามฝึกและทำการฝึกฝนประจำวัน

การฝึกตอนเช้าไม่ได้เป็นปัญหามากนัก เพราะอากาศในเดือนกันยายนค่อนข้างที่จะสดชื่นแต่ในช่วงบ่ายแสงแดดเริ่มแผดเผา เมื่อมันรวมกับร่างกายที่อ่อนล้ามันก็ทำให้ทุกคนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

แน่นอนว่าลู่หยางคือข้อยกเว้น เพราะการฝึกเพียงแค่นี้ทำให้ร่างกายของเขามีเหงื่อไหลออกมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น เช่นเดียวกันกับหวังจิงที่แทบจะไม่มีเหงื่อไหลออกมาให้เห็นเลย

ในช่วงเวลาพักถึงแม้นักศึกษาหญิงจะอยู่ห่างไกลออกไป แต่โม่หลงก็ยังคงเลือกที่จะถอดเสื้อออกมาเพื่อบิดเหงื่อออกจากเสื้อของตัวเอง

“ลู่หยางร่างกายของนายมันทำมาจากอะไรเนี่ย ทำไมนายแทบไม่เป็นอะไรเลย?”

“ใช่ ทำไมนายถึงแทบไม่มีเหงื่อเลยล่ะ?” หลินตรงถามพร้อมกับถอดเสื้อออกมาบิดเหงื่อด้วยเช่นกัน

หวังจิงเห็นนักเรียนถอดเสื้อออกทีละคน เขาจึงพูดเตือนกลับไปว่า

“อะไรกันแค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ? ทุกคนใส่เสื้อกลับไปให้หมดเลย”

เสื้อที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อให้ความรู้สึกราวกับพวกเขากำลังสวมชุดเกราะน้ำแข็ง การใส่เสื้อแบบนี้จึงไม่สบายตัวมากและมันก็ไม่มีใครอยากจะใส่เสื้อกลับเข้าไป

“ครูฝึกพวกผมไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแรงขนาดนั้น แค่นี้พวกผมก็เหนื่อยกันจะแย่แล้ว”

“ใช่ครับ ตอนนี้เสื้อเปียกชุ่มไปหมด ถ้าใส่เสื้อกลับเข้าไปบางทีพวกเราอาจจะเป็นหวัดก็ได้นะ”

ระหว่างที่กลุ่มผู้ชายกำลังบ่น ครูฝึกหญิงที่อยู่ห่างออกไปก็ตะโกนขึ้นมาว่า

“ทุกคนมานี่เร็วเข้าไหน ๆ พวกผู้ชายก็ถอดเสื้อโชว์กล้ามแล้วพวกเราก็มาดูกันใกล้ ๆ หน่อย”

เสียงครูฝึกเรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มสาว ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และถึงแม้ใบหน้าของพวกเธอจะแดงก่ำ แต่พวกเธอก็ยังคงเดินเข้ามาตามคำสั่งของครูฝึก

เมื่อระยะห่างระหว่างกลุ่มผู้ชายกับกลุ่มผู้หญิงลดเหลือ 2 เมตร ครูฝึกสาวก็สั่งให้ทุกคนหยุดและนั่งพักได้ตามสบาย

หลังได้เดินเข้ามาดูใกล้ ๆ สาว ๆ ก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะคิกคัก เหล่าบรรดานักศึกษาชายปี 1 จึงเริ่มเกิดความเขินอายทำให้พวกเขาใส่เสื้อกลับไปในทันที

หวังจิงเห็นสีหน้าอันภาคภูมิใจของครูฝึกฝั่งตรงข้าม เขาจึงหันไปพูดกับเหล่าบรรดานักศึกษาหญิงว่า

“พวกเธออยากเห็นกล้ามกันใช่ไหม?”

“ใช่ค่ะ” เหล่าสาว ๆ ต่างก็ตะโกนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

“ได้ วันนี้ฉันจะให้พวกเธอได้เห็นเองว่ากล้ามเนื้อที่แท้จริงมันควรจะมีหน้าตาเป็นยังไง” หลังจากพูดจบหวังจิงก็ชี้ไปทางลู่หยางก่อนจะพูดว่า

“ออกมายืนตรงนี้แล้วถอดเสื้อซะ”

ตอนแรกลู่หยางคิดว่าตัวเองจะได้ดูเรื่องสนุก ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าแท้ที่จริงเรื่องสนุกนั้นกลับกลายเป็นเขาที่ถูกสั่งให้ถอดเสื้อ

“ครูฝึกอย่าทำแบบนี้สิครับ”

หวังจิงส่งเสียงหัวเราะแล้วพูดว่า

“นี่นายคิดจะขัดคำสั่งของครูฝึกเหรอ? รีบมาตรงนี้เร็วเข้า”

เมื่อได้ยินคำสั่งลู่หยางก็ทำได้เพียงแค่จำใจเดินไปอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 กองร้อย

หวังจิงเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้าง ๆ ลู่หยาง ก่อนที่เขาจะกระซิบขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“ฉันเปิดโอกาสให้นายแล้วนะ นายควรใช้โอกาสนี้อวดกล้ามให้สาว ๆ ดู ฉันเชื่อว่าสาว ๆ หลาย ๆ คนจะต้องเข้ามารุมแย่งนายแน่ ในตอนนั้นเสินเมิ่งเหยาก็จะเริ่มรู้สึกกดดันจนต้องรีบเดินเกมรุกเข้าหานาย”

ตอนแรกลู่หยางกำลังยืนงงแต่หลังจากที่เขาได้ยินคำอธิบาย ชายหนุ่มก็รีบพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“นั่นสินะครับ”

หวังจิงพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปพูดกับทุกคนว่า

“ในสังคมปัจจุบันร่างกายของพวกเราอ่อนแอมากจนเกินไป แต่ถ้าหากพวกเราอยากจะมีชีวิตอยู่รอดในสังคมอันโหดร้ายแบบนี้ได้ อันดับแรกพวกเราก็ต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเสียก่อน วันนี้ครูจะให้พวกเธอได้เห็นเองว่าทำไมการฝึกวันนี้ถึงทำให้ทุกคนเหงื่อท่วมตัวแต่ลู่หยางกลับแทบจะไม่เป็นอะไรเลย”

“เอาล่ะถอดเสื้อได้”

“ครับ” ลู่หยางตอบพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง

โดยปกติกล้ามเนื้อลักษณะนี้ทุกคนจะเคยเห็นเพียงแต่ในทีวีเท่านั้น เมื่อกล้ามเนื้อของลู่หยางได้ปรากฏตรงหน้าทุกคน มันก็อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลยเพราะแม้แต่ผู้ชายก็ยังตกตะลึง

“กล้ามโคตรสวย!”

ฉู่อวี้มองไปยังเพื่อนสาวที่อยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะพูดว่า

“ปิดปากเร็วเข้า น้ำลายไหลมาหมดแล้ว”

“ช่วยไม่ได้ก็เขาน่ากินนี่”

เมื่อโม่หลงกับหลินตงได้เห็นกล้ามเนื้อของลู่หยาง พวกเขาก็พูดอะไรไม่ออก แล้วถึงแม้ว่าภายในใจของทั้งคู่จะเต็มไปด้วยความนับถือ แต่พวกเขาก็อดจะคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าลู่หยางต้องผ่านการฝึกฝนที่ยากลำบากแค่ไหนถึงจะได้กล้ามเนื้อที่สวยงามแบบนี้

หลังเวลาผ่านไปสักพักลู่หยางก็ติดกระดุมเสื้อกลับมาแบบเดิม ระหว่างนั้นสายตาของเขาก็แอบมองไปทางเสินเมิ่งเหยาและได้พบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาทางเขาด้วยแววตาอันเป็นประกาย อย่างไรก็ตามเมื่อดวงตาของทั้งคู่ได้สบเข้าหากัน เสินเมิ่งเหยาก็รีบก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย

“เขาจะต้องตั้งใจโชว์กล้ามให้ฉันดูแน่ ๆ… แต่มันก็เท่ดีนะ” เสินเมิ่งเหยาคิดภายในใจ

“ลู่หยางกำลังมองเธออยู่นะ” ฉู่อวี้กระซิบข้างหูเสินเมิ่งเหยา

“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าพูดไปเรื่อยสิ” เสินเมิ่งเหยาพูดด้วยความเขินอายโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามอง

ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น นักศึกษาหญิงตาไวคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า

“ลู่หยาง ทำไมที่เอวนายมีรอยช้ำล่ะ ไปถูกใครบิดเอาเหรอ?”

ลู่หยางก้มหน้ามองลงไปที่เอวก่อนที่จะได้พบกับรอยช้ำจริง ๆ เหตุการณ์นี้จึงทำให้เขาอดที่จะขำขึ้นมาไม่ได้ ส่วนเสินเมิ่งเหยาก็หน้าแดงจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี

หวังจิงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“ตอนนี้เห็นแล้วใช่ไหมว่าร่างกายที่แข็งแกร่งจริง ๆ มันเป็นยังไง ฉันไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนฝึกฝนไปในระดับเดียวกันกับลู่หยางหรอกนะ แต่อย่างน้อยพวกผู้ชายก็ช่วยมีกล้ามเนื้อให้ฉันได้เห็นหน่อย”

“เข้าใจแล้วครับ!” กลุ่มนักศึกษาชายตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน

ช่วงบ่ายการฝึกก็ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงช่วงเย็นการฝึกถึงได้จบลง

เหล่าบรรดานักเรียนชายแทบไม่เหลือแรงที่จะพูดคุยกันแล้ว พวกเขาจึงทำได้เพียงแต่บ่นออกมาเบา ๆ ระหว่างเดินกลับไปยังหอพักเท่านั้น ส่วนสาว ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าพวกเธอได้รับการปลดปล่อย มีเพียงลู่หยางที่เดินกลับอย่างสบาย ๆ ท่ามกลางสายตาของทุกคน

ฉากโชว์กล้ามก็มา 555

จบบทที่ บทที่ 250 โชว์กล้าม

คัดลอกลิงก์แล้ว