เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 247 วิหารเจ้าอสูร

บทที่ 247 วิหารเจ้าอสูร

บทที่ 247 วิหารเจ้าอสูร


บทที่ 247 วิหารเจ้าอสูร

ลู่หยางเดินออกจากประตูเมืองทางทิศตะวันตกและออกวิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในที่สุดเขาก็ได้พบกับวิหารเจ้าอสูร

ตามเนื้อเรื่องของเกม วิหารแห่งนี้คือวิหารที่ถูกสร้างขึ้นมาบูชาเทพเจ้าตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม โดยเทพยุคนั้นมีพลังอันไร้ขอบเขต และในช่วงแรกพวกเขาก็คอยให้ความช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในเซคคัลเวิลด์อย่างมีเมตตา แต่หลังจากสิ่งมีชีวิตในดินแดนนี้สร้างประตูมิติตามคำสั่งของเจ้าอสูร พวกเขาก็เริ่มใช้ประตูมิติเพื่อบุกรุกไปยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมกับทำการสังหารชาวพื้นเมืองจนเกือบจะสูญพันธุ์

ช่วงเวลาอันตกต่ำได้ดำเนินไปอยู่นาน จนกระทั่งชาวพื้นเมืองได้ค้นพบดวงตาอสูรซึ่งเป็นของวิเศษชิ้นหนึ่ง เมื่อกองทัพเจ้าอสูรถูกดวงตาอสูรจงมองไป พวกเขาก็ถูกผนึกจนกลายเป็นรูปปั้น แม้กระทั่งร่างที่แท้จริงของเจ้าอสูรก็ถูกผนึกเอาไว้ด้วย ทำให้นับแต่นั้นเป็นต้นมาภัยพิบัติที่คอยคุกคามดินแดนแห่งนี้ก็ได้สิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตามถึงแม้เจ้าอสูรและกองทัพของเขาจะถูกผนึกเป็นรูปปั้น แต่ชาวพื้นเมืองก็ไม่มีกำลังที่จะสังหารคนกลุ่มนี้ได้ พวกเขาจึงทำการสร้างอาคารขึ้นมาใต้ดินเพื่อทำการฝังกองทัพเจ้าอสูรไว้ด้านในและทำการสร้างวิหารขึ้นมาบนอาคารนั้น โดยมีดวงตาอสูรคอยสะกดกองทัพที่ถูกฝังเอาไว้ใต้ดินอีกที

เมื่อเวลาผ่านไปชาวพื้นเมืองในยุคโบราณก็ถูกเผ่าพันธุ์ที่นับถือเทพยุคใหม่สังหารจนหมดสิ้น แม้แต่ดวงตาอสูรก็ถูกขโมยไปทำให้เจ้าอสูรฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

หลังจากนึกถึงประวัติของวิหารแห่งนี้ ลู่หยางก็เดินเข้าไปในประตูวิหารผ่านบันไดเวียนลงไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งภาพที่ปรากฏตรงหน้าคืออาคารที่ถูกสร้างด้วยอิฐสีเหลืองเข้มและบนผนังทุก ๆ 10 เมตรจะมีอัญมณีเรืองแสงถูกฝังเอาไว้ให้แสงสว่าง ทำให้วังใต้ดินแห่งนี้มีความสว่างไสวไม่ต่างไปกับช่วงเวลากลางวัน

ไม่ไกลจากจุดที่ลู่หยางยืนอยู่มีรูปปั้นสีเทาถือหอกปลายตะขอสวมชุดเกราะทั้งตัวกำลังหันหน้าเข้ามาหาเขา

นักรบเจ้าอสูร (ระดับกึ่งอีลิท)

เลเวล 30

พลังชีวิต: 8,000/8,000

ในชาติก่อนผู้เล่นหลายคนบังเอิญเข้ามาที่นี่และคิดว่ารูปปั้นพวกนั้นเป็นรูปปั้นจริง ๆ พวกเขาเลยเดินเข้าไปใกล้โดยไม่ได้ตั้งใจ ผลลัพธ์ก็คือพวกเขาถูกรูปปั้นใช้หอกแทงจนตายโดยไม่ทันได้ระวังตัว

ลู่หยางค่อย ๆ เดินเข้าไปหารูปปั้นหินอย่างช้า ๆ และเมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายร่นลงมาเหลือ 5 เมตร ตราผนึกบนรูปปั้นก็ละลายหายไป ก่อนที่นักรบเจ้าอสูรตัวใหญ่จะส่งเสียงร้องคำรามและพุ่งเข้ามาหาลู่หยางด้วยความรวดเร็ว

เบลซซิงเบิร์ส!

-1,986 (คริติคอล)

นักรบเจ้าอสูรกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่มันก็ยังคงพยายามวิ่งเข้าหาลู่หยางอย่างต่อเนื่อง น่าเสียดายที่นักเวทหนุ่มสามารถยิงลูกไฟออกไปได้ติด ๆ กันทำให้ในเวลาเพียงแค่ไม่นานนักรบเจ้าอสูรคนนี้ก็ล้มลงไปเสียชีวิตกองกับพื้น

ระบบ: คุณได้รับค่าประสบการณ์ 886 หน่วย

นักรบเจ้าอสูรไม่ได้ดรอปอะไรลงมา ลู่หยางจึงเดินเข้าไปภายในวังต่อโดยไม่สนใจ ในที่สุดเขาก็ได้พบกันทางแยกซ้ายขวาและด้านหน้าเป็นกำแพงตัน

แผนที่ของวังใต้ดินชั้นแรกเป็นรูปก้นหอย ซึ่งมันก็หมายความว่าผู้เล่นจำเป็นจะต้องเดินผ่านเส้นทางทั้งหมดเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดกึ่งกลางของแผนที่ และทางเข้าสู่ชั้นใต้ดินชั้นที่ 2 ก็ถูกวางเอาไว้ตรงนั้น

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ไม่จำเป็นจะต้องเดินตามเส้นทางปกติ เพราะเขาได้หยิบมีดเอสเคพเดจเจอร์ขึ้นมาขว้างทะลุกำแพง ก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นแสงสีฟ้าเทเลพอร์ตไปยังอีกด้านของกำแพงอย่างรวดเร็ว

รูปปั้นหิน 2 ตัวที่อยู่ข้าง ๆ ลู่หยางเริ่มละลายตราผนึกของมันออกไป แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้จู่โจมใส่ผู้บุกรุก ร่างของลู่หยางก็ได้กลายเป็นแสงสีขาวเทเลพอร์ตไปยังด้านหลังของกำแพงชั้นถัดไปอีกครั้งหนึ่ง

กำแพงรูปก้นหอยของชั้น 1 มีกำแพงให้ต้องเทเลพอร์ตผ่านไปทั้งสิ้น 64 ชั้น ลู่หยางจึงต้องใช้เวลากว่า 20 นาที ก่อนที่เขาจะเดินมายังตรงกลางของแผนที่ที่สำเร็จ

หลังจากเข้ามายังชั้นใต้ดินชั้นที่ 2 รูปปั้นสัตว์ประหลาดหัวแกะที่ถือค้อนแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ก็เริ่มส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับฟาดค้อนลงมายังหัวของลู่หยางด้วยความรวดเร็ว

ผู้พิทักษ์เจ้าอสูร (ระดับกึ่งอีลิท)

เลเวล 30

พลังชีวิต 9,800/9,800

ลู่หยางไม่ได้กระโดดหลบแต่ใช้สคอร์ชิ่งสปีดเลเวล 3 เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่และทำการออกวิ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

ข้อดีของวังใต้ดินแห่งนี้คือมอนสเตอร์ทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกปิดผนึก และถึงแม้ผู้เล่นจะเดินเข้าไปใกล้แต่มันก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาคลายผนึกประมาณ 2 นาที เมื่อลู่หยางได้เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ขึ้นมาถึง 200% มันจึงทำให้เขาสามารถสลัดมอนสเตอร์ภายในแผนที่ได้อย่างง่ายดาย

หลังจากวิ่งไปสักพักชายหนุ่มก็ได้พบทางแยกที่มี 9 เส้นทางให้เลือกเดินต่อไป โดยแต่ละเส้นทางต่างก็ล้วนแล้วแต่นำไปยังชั้นที่ 3 ของวังใต้ดิน เพียงแต่ระยะทางของแต่ละเส้นทางไม่เท่ากัน

ลู่หยางเลือกเส้นทางที่ 6 นับจากทางซ้าย ก่อนที่เขาจะเปิดใช้งานร็อคเก็ตโมบายล์หลังจากผลของสกิลสคอร์ชิ่งสปีดหมดลง

ชายหนุ่มยังคงวิ่งไปด้านหน้าเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากที่เขาเช็คพิกัดในแผนที่ว่าตอนนี้เขายืนอยู่ในตำแหน่ง 6686.7856 ลู่หยางก็ได้ขว้างมีดเอสเคพเดจเจอร์เข้าไปยังกำแพงพร้อมกับร่างที่หายตัวไปปรากฏตรงทางเข้าวังใต้ดินชั้นที่ 3 อย่างพอดิบพอดี

การเดินทางผ่าน 2 ชั้นแรกของวังใต้ดินเคยทำให้ผู้เล่นหลาย ๆ คนรู้สึกยาก แต่ในความเป็นจริง 2 ชั้นนี้เป็นชั้นที่ง่ายที่สุดแล้ว เพราะความยากที่แท้จริงมันจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไป

ท้ายที่สุดถึงแม้มอนสเตอร์ภายในชั้น 3 จะยังคงเป็นมอนสเตอร์ระดับกึ่งอีลิท แต่พลังชีวิต, พลังโจมตี, พลังป้องกันและความเร็วในการเคลื่อนที่ของพวกมันกลับอยู่ในระดับเดียวกันกับมอนสเตอร์ระดับอีลิทหรือแม้แต่บอสมอนสเตอร์บางตัวได้เลย

ในชาติก่อนหลังจากกิลด์ต่าง ๆ บุกเบิกเส้นทางมาได้จนถึงตอนนี้ มันก็มักจะเกิดเหตุการณ์ที่องครักษ์เจ้าอสูรสังหารผู้เล่นเลเวล 30 ที่สวมใส่ชุดเกราะระดับเงินทั่วทั้งตัวได้ในพริบตา

แน่นอนว่าองครักษ์เจ้าอสูรย่อมมีอัตราการดรอปที่ดีมาก และพวกมันก็มักจะดรอปอุปกรณ์ดี ๆ โดยเฉพาะชุดเกราะป้องกันธาตุไฟระดับเหล็ก ซึ่งถือว่าเป็นของที่ดีที่สุดที่ดรอปจากพวกมัน

จุดประสงค์ที่ลู่หยางเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อชุดเซ็ตอุปกรณ์ป้องกันธาตุไฟนี่เอง เพราะถ้าหากว่าเขาต้องการจะบุกเบิกป้อมปราการคริมสัน สิ่งแรกที่เขาจำเป็นจะต้องทำก็คือการรวบรวมอุปกรณ์ป้องกันธาตุไฟไปให้กับลูกน้อง

หลังจากเข้ามาในชั้น 3 ห้องที่ดูเหมือนกับคุกก็ปรากฏต่อหน้าลู่หยาง โดยแต่ละห้องมีขนาดประมาณ 50 เมตร แต่ลูกกรงเหล็กที่สมควรจะเอาไว้กักขังนักโทษกลับถูกพลังงานมืดกัดกร่อนจนทรุดโทรม แม้แต่เพียงการใช้แรงเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถจะทำลายกรงผุ ๆ เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย

หากลู่หยางจำไม่ผิดผู้เล่นจากชาติก่อนได้สรุปว่าในชั้น 3 มีคุกลักษณะนี้อยู่ทั้งสิ้น 15,000 ห้องและในแต่ละห้องก็มีองครักษ์เจ้าอสูรอยู่เฉลี่ยที่ประมาณ 10 ตัว

โดยรวมแล้วทั่วทั้งชั้นมีองครักษ์เจ้าอสูรอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 150,000 ตัว แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 120 ตัวเท่านั้นที่เป็นมอนสเตอร์พิเศษ มันจึงทำให้แม้แต่กิลด์ขนาดใหญ่ที่พยายามเข้ามาบุกเบิกแผนที่แห่งนี้ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลานานกว่า 1 สัปดาห์ในการสังหารมอนสเตอร์พิเศษทั้ง 120 ตัวลง เพราะท้ายที่สุดหลังจากมอนสเตอร์ตัวอื่น ๆ ถูกสังหารลงไป พวกมันก็พร้อมจะกลับมาเกิดใหม่ได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ไม่จำเป็นจะต้องกวาดล้างมอนสเตอร์ตรง ๆ แบบนั้น เพราะเขาสามารถจำพิกัดของมอนสเตอร์พิเศษได้อย่างขึ้นใจ ท้ายที่สุดในชาติก่อนชุดเกราะป้องกันธาตุไฟก็มีราคาสูงมาก เขาจึงเคยเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อค้นหาชุดเกราะป้องกันธาตุไฟไปขายอยู่หลาย ๆ ครั้ง

อันดับแรกคือชายหนุ่มวิ่งไปยังห้องขังหมายเลข 154 ซึ่งหลังจากที่เขามององครักษ์เจ้าอสูรทั้ง 10 ตัวที่ถูกปิดผนึกอยู่ในห้อง เขาก็ทำการวางสกิลไฟร์วอลล์เอาไว้ตรงบริเวณประตู ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังด้านใน

เมื่อองครักษ์เจ้าอสูรสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก พวกมันก็เริ่มทำลายตราผนึกพร้อมกับส่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธแค้น ลู่หยางจึงใช้โอกาสในระหว่างที่พวกมันกำลังเคลื่อนไหวกระโดดออกไปนอกห้องขัง เมื่อพวกองครักษ์เจ้าอสูรวิ่งตามมาพวกมันก็ชนเข้ากับกำแพงไฟโดยไม่สามารถที่จะก้าวข้ามผ่านกำแพงอันร้อนแรงนี้ไปได้

เนื้อเรื่องทั้งตอน!!

จบบทที่ บทที่ 247 วิหารเจ้าอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว