เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 243 น้องใหม่

บทที่ 243 น้องใหม่

บทที่ 243 น้องใหม่


บทที่ 243 น้องใหม่

ตอนแรกสมาชิกชมรมเทควันโดกำลังส่งเสียงเชียร์เมื่อได้เห็นลูกเตะของหวังรุ่ย แต่ใครจะไปคิดว่าในวินาทีถัดไปลู่หยางจะโจมตีสวนกลับจนทำให้หวังรุ่ยเป็นลมหมดสติไปแบบนี้

ทุกคนตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะรีบวิ่งมาดูอาการของหวังรุ่ยอย่างรวดเร็ว

“กัปตันเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“กัปตันรีบตื่นขึ้นมาเร็วเข้า!”

หวังจิงตกใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก เขากับครูฝึกอีกคนจึงรีบวิ่งเข้ามาดูสถานการณ์ในทันที แต่เมื่อเขาได้เห็นว่าแท้ที่จริงหวังรุ่ยไม่ได้หมดสติเพียงแค่จุกจนขยับตัวไม่ได้ ครูฝึกทั้งสองต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

หวังรุ่ยพยายามที่จะลุกยืนขึ้นแต่เขากลับบอกว่าแขนขาของตัวเองไม่สามารถจะขยับเขยื้อนได้เลย ประธานชมรมเทควันโดจึงทำได้เพียงจ้องมองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองเท่านั้น

ลู่หยางเดินเข้ามาหน้าหวังรุ่ย ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“อย่าพยายามขยับเลย เมื่อช่องท้องถูกกระแทกเข้าอย่างแรง เส้นประสาทในช่องท้องจะถูกกระตุ้นทำให้มันส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมเส้นประสาท ในเวลานั้นหัวใจจะเต้นช้าลงกว่าเดิมมากแต่หลังจากผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวคุณก็ลุกขึ้นมาได้เอง”

“ลู่หยาง คราวนี้นายเล่นแรงเกินไปแล้วนะ” หวังจิงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“คุณก็รู้ว่าถ้าผมออกแรงมากกว่านี้อีก 3 ส่วน หัวใจของเขาก็คงจะหยุดเต้นไปแล้วล่ะ ถ้าผมไม่ได้เล็งชกที่ท้องแต่เป็นตรงบริเวณเหนือกระดูกต้นคอ ตอนนั้นสมองของเขาก็จะได้รับความเสียหายถาวรจนกลายเป็นคนไม่เต็มเต็ง การที่ผมไม่ได้ทำอะไรพวกนั้นมันก็ถือว่าผมปราณีเขามากแล้ว” ลู่หยางกล่าว

จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของลู่หยางทำให้สมาชิกชมรมเทควันโดขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เหตุการณ์นี้จึงทำให้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาอีกและแม้แต่หวังจิงและครูฝึกอีกคนก็ยังรู้สึกตกตะลึงไม่แพ้กัน

“ทำไมจิตสังหารของเขาถึงรุนแรงขนาดนี้?” ครูฝึกหญิงหันมาถามหวังจิงเบา ๆ

ลู่หยางไม่ได้สนใจบทสนทนาระหว่างครูฝึกทั้ง 2 คน แต่เลือกที่จะหันไปพูดกับหวังรุ่ยที่กำลังนอนรอเปลหามอยู่บนพื้น

“ฉันขอเตือนอีกครั้งว่าถ้าหากนายยังมายุ่งกับฉัน คราวหน้านายจะไม่โชคดีแบบนี้แน่”

ในที่สุดหวังจิงก็เข้าใจว่าทั้งสองเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เขาจึงมองไปยังลู่หยางพร้อมกับขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปพูดกับครูฝึกที่อยู่ข้าง ๆ

“รีบพาเขาไปห้องพยาบาลกันก่อนเถอะ”

“ทุกคนอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด พวกชมรมเทควันโดเข้ามาช่วยหามกัปตันของพวกนายหน่อย” ครูฝึกหญิงกล่าว

เหล่าบรรดาสมาชิกชมรมเทควันโดพยายามหามหวังรุ่ยไปยังห้องพยาบาลอย่างวุ่นวาย ซึ่งในระหว่างนั้นโม่หลงก็ได้เดินเข้ามาพูดกับลู่หยางว่า

“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยนะเนี่ยว่านายจะเก่งขนาดนี้”

“ฉันแค่ต่อยออกไปมั่ว ๆ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะทนรับหมัดมั่ว ๆ ของฉันไม่ได้” ลู่หยางกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

“พวกเราก็อุตส่าห์เป็นห่วงตั้งนาน ที่แท้นายฝึกการต่อสู้มาก่อนก็ไม่บอก” เสินเมิ่งเหยาเดินเข้ามาหาลู่หยางด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง โดยมีเพื่อน ๆ เดินตามมาอยู่ใกล้ ๆ

“ฉันไม่ได้เก่งหรอก แต่หวังรุ่ยอ่อนแอเกินไปต่างหาก ใครจะไปรู้ว่าเขาจะรับหมัดฉันไม่ได้แบบนี้” ลู่หยางยังคงตีหน้าซื่อเล่าความเท็จต่อไป

“อ๋อ งั้นเหรอ แล้วทำไมนายถึงวิเคราะห์ผลข้างเคียงหลังจากการชกได้ละเอียดขนาดนั้นล่ะ? อย่าคิดว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ยินนะ” เสินเมิ่งเหยากล่าว

“โอเค ๆ ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันตั้งใจชกเขาจริง ๆ แต่สำหรับผู้ชายเลว ๆ แบบนี้มันก็ควรจะโดนสั่งสอนกันบ้าง” ลู่หยางกล่าว

“ขอบใจนะ” เสินเมิ่งเหยากล่าวอย่างซาบซึ้งใจเล็กน้อย

“ไม่เป็นไร” ลู่หยางกล่าว

“ลู่หยางมานี่” หวังจิงเรียกลู่หยางด้วยสีหน้าไม่พอใจทันทีหลังจากที่เขากลับมาจากห้องพยาบาล

ลู่หยางแสดงสีหน้าออกมาอย่างจนใจ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาหวังจิง

“มีอะไรเหรอครับครูฝึก?”

“ความจริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หวังจิงถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่บอกใครเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง” ลู่หยางกล่าว

“เล่ามา” หวังจิงกล่าว

“สำหรับหน่วยรบพิเศษอย่างคุณ ถ้ามีคนพยายามมาแย่งภรรยาคุณแล้วยังท้าทายคุณต่อหน้าสาธารณะอีก คุณจะทำยังไง?” ลู่หยางถาม

“ฉันจะฆ่ามัน” หวังจิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันเย็นยะเยือก

“ก็นั่นแหละครับ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่เสินเมิ่งเหยา

“เธอคนนั้นคือภรรยาในอนาคตของผม หวังรุ่ยมีผู้หญิงอยู่แล้ว 2 คนแต่ก็ยังพยายามจะมาตามจีบเสินเมิ่งเหยาอีก ที่สำคัญคราวนี้เขาตั้งใจจะทำให้ผมขายหน้าต่อหน้าผู้หญิงที่ผมรักแล้วแบบนี้ผมจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้ยังไง?”

เมื่อได้ฟังความจริงจากปากของลู่หยาง เขาก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

“ฮ่า ๆ ๆ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันจะยอมปล่อยไปก็แล้วกัน ว่าแต่ข้อเสนอที่ฉันเสนอไปก่อนหน้านี้นายสนใจไหม?”

“เรื่องเป็นทหารน่ะเหรอครับ?”

“ใช่ หลังจากที่นายเป็นนักเรียนทหารที่นี่ 1 ปี ในปีหน้านายก็เข้าไปฝึกในกองทัพได้เลย หลังจากฝึกพิเศษครบ 2 ปีแล้วในเวลานั้นนายก็จะได้กลายเป็นหน่วยรบพิเศษตัวจริง” หวังจิงกล่าว

“ขอผมคิดดูก่อนก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าว

ก่อนหน้านี้ลู่หยางไม่เคยมีความคิดที่จะเข้ากองทัพเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อลองคิดดูการเป็นทหารก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยในยุคสมัยนี้ทหารก็มีสถานะที่สูงมาก ยิ่งในอนาคตกองทัพยิ่งจะมีส่วนร่วมกับสถานการณ์ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

“ขอแค่ให้คำตอบฉันก่อนการฝึกทหารจบลงก็พอแล้ว ฉันจะรายงานเรื่องนี้ไปยังผู้บังคับบัญชาเอง เอาล่ะตอนนี้กลับไปฝึกต่อเถอะ” หวังจิงกล่าว

เพื่อให้ทุกคนลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดไปเมื่อสักครู่ หวังจิงจึงเริ่มการฝึกอย่างโหดร้ายทำให้ตลอดทั้งบ่ายทั้งนักศึกษาชายและนักศึกษาหญิงต่างก็ถูกฝึกจนหมดแรง ทำให้พวกเขาอยากจะกลับไปทิ้งตัวลงนอนโดยไม่ต้องอาบน้ำเลยด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าการฝึกแค่นี้ยังไม่มากพอที่จะทำให้ลู่หยางเหนื่อยขนาดนั้น หลังจากนั่งพักไปเพียงแค่ 5 นาทีเรี่ยวแรงส่วนใหญ่ของเขามันก็ฟื้นคืนกลับมาเรียบร้อยแล้ว

“ทำไมนายถึกจังวะ” โม่หลงกล่าวพร้อมกับหอบแฮก ๆ

“แค่นายออกกำลังกายบ่อย ๆ ร่างกายของนายก็จะอึดเหมือนกับฉันเอง” ลู่หยางกล่าว

“ถึงฉันจะฝึกหนักแต่ฉันก็ไม่มีทางอึดได้แบบนายหรอก ว่าแต่นายเล่นเซคคัลเวิลด์ไหม? ฉันเล่นเป็นเผ่ามนุษย์อยู่ในเมืองเซนต์กอลล์ชื่อบอร์นแฮนซั่ม ตอนนี้เลเวล 15 แล้ว”

เมื่อโม่หลงเริ่มพูดถึงเซคคัลเวิลด์ ฮวงเชียงกับจางเฉียงก็เข้ามาล้อมวงพูดคุยด้วยเช่นเดียวกัน เพราะท้ายที่สุดเกม ๆ นี้ก็กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักศึกษามาก

เสินเมิ่งเหยาแอบฟังบทสนทนาอยู่ใกล้ ๆ โดยที่สายตาของเธอยังคงจับจ้องมองไปยังลู่หยาง เพราะท้ายที่สุดชายหนุ่มคนนี้ทำให้เธอนึกถึงหัวหน้ากิลด์ เพียงแต่ลู่หยางภายในเกมปฏิบัติตัวกับเธออย่างอ่อนโยน แต่ลู่หยางคนนี้กลับปฏิบัติตัวกับเธออย่างแข็งกระด้าง

“ฉันก็เล่นเป็นเผ่ามนุษย์อยู่ในเมืองเซนต์กอลล์เหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

“ตอนนี้นายเลเวลเท่าไหร่แล้ว?” เสินเมิ่งเหยาถาม

“เลเวลฉันก็เท่า ๆ กับคนอื่น ๆ นั่นแหละ” ลู่หยางตอบส่ง ๆ

เสินเมิ่งเหยาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะตอนแรกเธอกังวลว่าลู่หยางคนนี้จะเป็นลู่หยางคนเดียวกับในเกม ซึ่งถ้าหากว่ามันเป็นแบบนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องวางตัวยังไง เนื่องจากลู่หยางในเกมกับลู่หยางที่อยู่ตรงหน้าปฏิบัติตัวกับเธออย่างแตกต่างกันดั่งคนละโลก

ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังชื่นชมลู่หยางภายในเกมมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นบุคลิกอันสง่างามหรือความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ มันจึงทำให้เธอตกหลุมรักลู่หยางภายในเกมไปแล้ว

“ฉันเลเวล 20 แล้ว เดี๋ยวฉันจะพาพวกนายไปเก็บเลเวลเอง ว่าแต่เสินเมิ่งเหยาเธอเลเวลเท่าไหร่แล้วล่ะ?” ฮวงเชียงกล่าว

ทุกคนต่างก็จับจ้องมองไปยังเสินเมิ่งเหยาเป็นตาเดียวกัน เพราะทุกคนต่างก็อยากรู้เลเวลของเธอ

“เลเวลฉันไม่สูงเท่าไหร่หรอก แต่ช่วงนี้ฉันมีธุระต้องจัดการไม่มีเวลามาเที่ยวเล่นหรอก พวกนายไปหาฉู่อวี้กับจางเหมิงดีกว่า”

จบบทที่ บทที่ 243 น้องใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว