เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 เปิดเทอม

บทที่ 240 เปิดเทอม

บทที่ 240 เปิดเทอม


บทที่ 240 เปิดเทอม

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

ลู่หยางเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับเดินทางไปยังมหาลัยด้วยรอยยิ้ม ซึ่งหลังจากนักศึกษาใหม่ได้พักยาวมาเป็นเวลานานถึง 3 เดือน ทุกคนต่างก็เดินเข้ามาในมหาลัยด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบกับสิ่งใหม่ ๆ

ในห้องเรียน

นักศึกษาใหม่เข้าห้องมาเยอะมากแล้ว แต่มันยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะเริ่มคาบแรก หลาย ๆ คนจึงเริ่มแนะนำตัวพูดคุยกับเพื่อนใหม่ แต่สายตาของผู้ชายส่วนใหญ่กำลังจับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่บริเวณแถวที่ 3

แน่นอนว่าพื้นที่บริเวณนั้นคือพื้นที่ที่เสินเมิ่งเหยากำลังนั่งอยู่ โดยเธอสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวสะอาดตา ปล่อยผมยาวลงมาประบ่าทั้งสองข้างและกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับเพื่อนใหม่ที่เธอเพิ่งรู้จัก

ด้วยนิสัยร่าเริงแจ่มใส, ดวงตากลมโตและใบหน้าอันงดงามทำให้ผู้ชายหลาย ๆ คนตกตะลึงจนแทบจะหยุดหายใจ แล้วมันก็ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งห้องเรียนได้ง่าย ๆ เลย

“โชคดีจริง ๆ ที่ได้เรียนห้องเดียวกับสาวสวยแบบนี้”

“เธอโคตรสมบูรณ์แบบเลย”

“เอาล่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะจีบเธอ ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ”

ลู่หยางรับฟังบทสนทนาของเพื่อนร่วมห้องตรงบริเวณประตูด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะเดินไปในห้องเรียนจนเรียกสายตาของเสินเมิ่งเหยาได้อย่างรวดเร็ว

“อ้าว นั่นนายนี่!”

“เธอก็เรียนห้องนี้ด้วยเหรอ? บังเอิญจังเลยนะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ บังเอิญจริง ๆ นายขี้แย” เสินเมิ่งเหยากล่าวล้อเลียน

ลู่หยางอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เพราะอีกฝ่ายยังคงมีนิสัยเหมือนกับในชาติก่อนไม่มีผิด

“อะไรกัน วันนี้เพิ่งเจอกันแท้ ๆ ก็ล้อเรื่องเก่ากันแล้วงั้นเหรอ ถึงยังไงพวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้วนะ”

เสินเมิ่งเหยาเคยจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ หากเธอได้มีโอกาสได้พบลู่หยางอีกครั้ง ซึ่งเธอก็ตั้งใจที่จะตำหนิที่เขาแอบแกล้งเธอ แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกอายเลยแม้แต่นิดเดียว

“ใครเป็นเพื่อนกับนาย บอกมาซิว่านายจะจัดการกับเรื่องก่อนหน้านี้ยังไง” เสินเมิ่งเหยากล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาเท้าสะเอว

เพื่อนผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ เสินเมิ่งเหยาต่างก็ลุกขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ก่อนที่พวกเธอจะถามหญิงสาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“มีอะไร เขาเคยรังแกเธองั้นเหรอ?”

เสินเมิ่งเหยาเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด

“เมื่อกี้พวกเรากำลังจะพาเสินเมิ่งเหยาไปตามหานายอยู่แล้วเชียว แต่นายก็โผล่หัวมาพอดี บอกมาซิว่านายจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง?” จางเหมิงกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปทางลู่หยาง

“ใช่ พูดมาเลยว่านายจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง?” ฉู่อวี้และหลิวฉ่วงชี้นิ้วไปยังลู่หยางพร้อม ๆ กันและท่าทีของพวกเธอก็คงจะไม่ยอมเลิกราหากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ

ลู่หยางยกมือเป็นสัญญาณว่าเขายอมแพ้ ก่อนจะพูดว่า

“เอาแบบนี้ ตอนพักเที่ยงฉันขอเชิญทุกคนไปทานอาหารที่ร้านยูไลที่ข้างมหาลัยก็แล้วกัน พวกเธอทุกคนสามารถสั่งอาหารได้ตามใจชอบเลย แบบนี้พวกเธอโอเคไหม?”

ร้านยูไลเป็นร้านอาหารหรูที่นำเข้าอาหารทะเลมาจากต่างประเทศ ทำให้มีกุ้งมังกรสด ๆ น่ากินอยู่เยอะมาก

“ในเมื่อนายแสดงความจริงใจแบบนี้ ตอนพักเที่ยงฉันก็จะพาเสินเมิ่งเหยาไปรับคำขอโทษจากนายแน่นอน” จางเหมิงพูดแทนเสินเมิ่งเหยาอย่างพอใจ

ฉู่อวี้และหลิวฉ่วงต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนที่หลิวฉ่วงจะพูดขึ้นมาว่า

“เอาล่ะ ครั้งนี้พวกเราจะยอมยกโทษให้ก็ได้”

เสินเมิ่งเหยามองไปยังเพื่อน ๆ อย่างสับสน และเมื่อเธอมองเห็นรอยยิ้มที่น่าภาคภูมิใจของลู่หยาง มันก็ทำให้หญิงสาวตระหนักได้ในทันทีว่าตอนนี้เธอกำลังถูกอีกฝ่ายแกล้งอีกแล้ว

เมื่อได้เห็นว่าลู่หยางเดินไปนั่งอีกด้าน เสินเมิ่งเหยาก็รีบหันมาพูดกับเพื่อน ๆ อย่างร้อนรน

“ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะ ทำไมพวกเธอถึงตกลงแทนฉันไปแบบนั้นล่ะ?”

“เสินเมิ่งเหยา พวกเราตัดสินใจแล้วว่าตอนพักเที่ยงพวกเราจะกินอาหารเยอะ ๆ เพื่อเป็นการเอาคืนเขา ในตอนนั้นพวกเราค่อยกินไปตำหนิเขาไปก็ยังไม่สาย” จางเหมิงพูดอย่างจริงจัง ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อมูลของร้านยูไลและชี้นิ้วไปยังกุ้งล็อบสเตอร์

“ฉันได้ยินมาว่าล็อบสเตอร์ย่างของที่นี่อร่อยมาก”

“ฉันก็อยากกินกุ้งย่างเนยของที่นี่เหมือนกัน” ฉู่อวี้กล่าว

หลิวฉ่วงมองไปยังร่างที่ค่อนข้างอ้วนท้วมของตัวเอง ก่อนที่จะกัดฟันพูดขึ้นมาว่า

“ฉันขอกินแค่หัวปลานิดหน่อยก็พอ เพราะช่วงนี้ฉันต้องลดน้ำหนัก”

เสินเมิ่งเหยาก้มหน้าลงด้วยความหงุดหงิด ยิ่งเธอได้เห็นรอยยิ้มของลู่หยางมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกโมโห

ทันใดนั้นเองเสินเมิ่งเหยาก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาภายในใจ ก่อนที่เธอจะคิดเงียบ ๆ กับตัวเองว่า

“ทำไมเขาถึงดูเหมือนหัวหน้ากิลด์ลู่หยางเลยนะ?”

เมื่อลู่หยางได้เห็นท่าทางของเสินเมิ่งเหยา เขาก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ แต่ถึงยังไงเขาก็ชอบท่าทางแบบนี้ของเสินเมิ่งเหยามากที่สุด

“โอ้โหพี่ชาย คุณเก่งมากเลย ทั้ง ๆ ที่เพิ่งมาแท้ ๆ แต่กลับสนิทกับนางฟ้าประจำห้องไปซะแล้ว” นักศึกษาร่างอ้วนคนหนึ่งเข้ามาทักทายลู่หยาง

ชายหนุ่มสามารถจดจำอีกฝ่ายหนึ่งได้ในทันที เพราะโม่หลงคนนี้เคยเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทในตอนที่เขาพักอยู่ในมหาวิทยาลัย

“ฉันชื่อลู่หยาง ยินดีที่ได้รู้จัก” ลู่หยางเริ่มแนะนำตัวก่อน

“ฉันชื่อโม่หลง ยินดีที่ได้รู้จักด้วยเหมือนกัน”

ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ชาย 4 คนก็เดินเข้ามาทักโม่หลงว่า

“โม่หลง พวกนายกำลังคุยอะไรกันงั้นเหรอ?”

“พวกนายมาพอดีเลย ฉันขอแนะนำให้พวกนายรู้จักกันนะ นี่คือหลินตง, เฟยหยง, จางเฉียงและฮวงเชียง พวกเราพักอยู่หอเดียวกัน ส่วนนี่ก็เพื่อนใหม่ของฉันชื่อว่าลู่หยาง”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ตอนพักเที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม? เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” ฮวงเชียงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หากวันนี้คือการพบปะกันครั้งแรก ทุกคนก็คงจะถูกความอบอุ่นของฮวงเชียงดึงดูดและคิดว่าอีกฝ่ายเป็นสหายที่น่าคบหา แต่ใครจะไปคิดว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลู่หยางต้องตกต่ำในชาติก่อน มันก็เริ่มมาจากการทรยศของฮวงเชียงที่อยู่ตรงหน้านี้นี่เอง

ย้อนกลับไปในชาติก่อนลู่หยางเคยถามฮวงเชียงว่าทำไมถึงทรยศกับเขา ซึ่งคำตอบและสีหน้าที่อีกฝ่ายตอบกลับมาในตอนนั้น มันก็ทำให้เขาลืมไม่ลงแม้ว่าจะกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้แล้วก็ตาม

“เพื่อนงั้นเหรอ? คนอย่างแกมันคู่ควรกับการเป็นเพื่อนฉันตรงไหน แกก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ฉันเอาไปใช้ประโยชน์ก็เท่านั้นแหละ”

ลู่หยางพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ เพราะตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการแก้แค้น

คนโบราณเคยว่าไว้ว่าให้เก็บศัตรูเอาไว้ใกล้ตัวมากที่สุด เมื่อในชาตินี้เขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน เขาก็คิดที่จะใช้ฮวงเชียงเป็นมีดที่จะย้อนกลับไปแทงเข้าใส่ลิ่วเจีย

“ขอโทษด้วย แต่ตอนเที่ยงนี้ฉันไม่ว่างเพราะว่าฉันต้องพาสาว ๆ พวกนั้นไปเลี้ยงน่ะ” ลู่หยางกล่าว

ฮวงเชียงมองไปยังเสินเมิ่งเหยาด้วยแววตาอันเป็นประกาย ก่อนที่เขาจะกระซิบขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“พี่ชาย ฉันขอเตือนนายสักหน่อยนะ ฉันได้ยินมาว่าประธานสภานักศึกษาหวังรุ่ยกำลังจีบเสินเมิ่งเหยาอยู่ ฉันคิดว่าบางทีนายอาจจะสู้คนพวกนั้นไม่ไหว”

“ขอบใจนะ ว่าแต่ห้องพักของพวกนายว่างไหม?” ลู่หยางถามด้วยรอยยิ้ม

“ห้องของพวกเราว่างที่ 1 พอดีเลย ถ้านายอยากจะมาพักด้วยกันเดี๋ยวฉันจัดการเรื่องที่เหลือให้เอง” ฮวงเชียงกล่าว

“ขอบใจมาก” ลู่หยางพูดอีกครั้ง

“อะไรกัน ตอนนี้พวกเราเป็นสหายกันแล้วไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจหรอก” ฮวงเชียงกล่าว

จบบทที่ บทที่ 240 เปิดเทอม

คัดลอกลิงก์แล้ว