เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 235 เหลือทางให้ถอย

บทที่ 235 เหลือทางให้ถอย

บทที่ 235 เหลือทางให้ถอย


บทที่ 235 เหลือทางให้ถอย

บลัดไทแรนท์ไม่มีทางรู้เลยว่าภูตลมของซุนหยูได้เลื่อนระดับจนมีเลเวล 16 แล้วทำให้มันมีสกิลเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับสมาชิกภายในทีม 50% เป็นเวลา 3 นาทีและมีเวลาคูลดาวน์เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น ลู่หยางจึงอาศัยความมหัศจรรย์ของภูตลมนี้เองในการเคลื่อนทัพไปหาฉู่หานด้วยความรวดเร็ว

หลังมองดูไปยังกองกำลังของฉู่หานที่กำลังถูกทำลาย ลู่หยางกับฉงป้าก็เดินเคียงข้างกันไปยังกองบัญชาการของฉู่หานที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตร

ตอนนี้ฉู่หานเหลือคนข้างกายอีกเพียงแค่ 300 คนเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่กองกำลังถูกตัดแบ่งออกเป็นส่วน ๆ จึงเหลือเพียงแค่เรื่องของเวลาก่อนที่ทางฝั่งของเขาจะได้รับความพ่ายแพ้

“ฉู่หานยอมรับความพ่ายแพ้ซะเถอะ ถ้าหากพวกนายยอมทิ้งอุปกรณ์เอาไว้กันคนละชิ้น ฉันจะยอมปล่อยพวกนายทั้ง 300 คนไป” ลู่หยางกล่าว

ฉงป้ามองไปทางลู่หยางอย่างประหลาดใจ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา

“คราวนี้แกคิดจะมาไม้ไหนอีก?” ฉู่หานมองไปยังลู่หยางอย่างประหลาดใจด้วยเช่นกัน

“ฉันเคยบอกไปแล้วว่าฉันชอบอุปนิสัยของนาย คนอย่างบลัดไทแรนท์ไม่สมควรจะเป็นหัวหน้าของนายหรอก ฉันรู้ว่านายคงไม่มีทางเปลี่ยนใจแต่ฉันก็ยังคงเคารพการตัดสินใจของนายอยู่ดี ดังนั้นทิ้งอุปกรณ์เอาไว้แล้วไปซะเถอะ” ลู่หยางกล่าว

ฉู่หานเริ่มโด่งดังครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อเขาได้เป็นแชมป์ประเทศในเกมการต่อสู้แบบจำลอง หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าร่วมทีมเทียนเหลียนเพื่อเข้าแข่งขันอีสปอร์ตของมืออาชีพ

เทียนเหลียนคือทีมภายในเครือข่ายของบลัดไทแรนท์ในโลกแห่งความเป็นจริง และมันก็ยังเป็นรากฐานที่ทำให้เขาสามารถรวบรวมผู้เล่นได้ถึง 400,000 คน

ย้อนกลับไปในตอนที่ฉู่หานเข้าร่วมทีมใหม่ ๆ ตอนนั้นบลัดไทแรนท์ยังไม่ได้เป็นหัวหน้ากิลด์ แต่เนื่องมาจากเขาเพิ่งเซ็นสัญญากับกิลด์เป็นเวลา 5 ปี เมื่อบลัดไทแรนท์เข้ามาคุมอำนาจเขาจึงถูกบังคับให้ทำงานด้วยสัญญาที่ตัวเองเซ็นเอาไว้

ในชาติก่อนฉู่หานเคยขัดแย้งกับบลัดไทแรนท์หลายครั้งจนถึงขนาดที่เขาเคยถูกส่งตัวไปเป็นเพียงแค่หัวหน้าทีมเล็ก ๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เคยรังแกผู้เล่นทั่วไปหรืออาจจะเรียกได้ว่าฉู่หานและคนของเขาคือคนดีเพียงกลุ่มเดียวที่อยู่ภายในบลัดเติสตี้

ลู่หยางเคยมีปฏิสัมพันธ์กับฉู่หานในชาติก่อนมาบ้าง แล้วมันก็ทำให้เขาชื่นชมในตัวของอีกฝ่ายมากพอสมควร และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเหลือทางถอยให้กับอีกฝ่ายแบบนี้

“ฉัน! ลู่หยาง พูดอะไรไม่เคยคืนคำในเมื่อฉันพูดออกไปแล้วพวกนายก็ไว้ใจฉันได้เลย”

ฉู่หานถอนหายใจพร้อมกับโยนดาบยาวภายในมือ จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“ครั้งนี้ฉันยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ในครั้งหน้าฉันจะกลับมาเอาคืนพวกนายแน่”

ผู้เล่นทั้ง 300 คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวฉู่หานต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นองครักษ์ที่ติดตามชายคนนี้มานาน เมื่อได้เห็นหัวหน้าทิ้งอาวุธพวกเขาต่างก็ทิ้งอุปกรณ์กันคนละชิ้นด้วยเช่นกัน

“รบกวนคุณช่วยเปิดทางให้กับพวกเขาด้วย” ลู่หยางหันไปพูดกับฉงป้า

ฉงป้าโบกมือให้กองกำลังทั้ง 500 คนที่ล้อมรอบฉู่หานอยู่เปิดทางให้อีกฝ่ายนำลูกน้องเดินจากไป

“น้องชาย คราวนี้กลอุบายของนายช่างร้ายกาจจริง ๆ”

“ผมใช้กลอุบายอะไรที่ไหนกัน?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ลูกน้องคนอื่น ๆ ของฉู่หานต่างก็บาดเจ็บล้มตายกันหมด มีแค่เขากับคนติดตามอีก 300 คนที่เดินกลับไปได้อย่างปลอดภัย เมื่อบลัดไทแรนท์รู้เรื่องนี้เขาย่อมระแวงฉู่หานแน่ ๆ การลงมือของนายในคราวนี้คงจะทำให้ฉู่หานเดือดร้อนแล้วล่ะ” ฉงป้ากล่าว

“เรื่องนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าบลัดไทแรนท์เป็นคนแบบไหน หากเขาใจกว้างเขาก็คงเข้าใจเหตุการณ์นี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากเขาเป็นคนใจแคบฉู่หานก็คงเกิดความระแวงขึ้นมาภายในใจ ในเวลานั้นถึงพวกเขาจะแตกหักกันมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” ลู่หยางกล่าว

“ฉันหาเหตุผลมาคัดค้านอะไรนายไม่ได้จริง ๆ แต่ฉันบอกได้เลยว่านายคือคนที่เจ้าเล่ห์มาก” ฉงป้ากล่าวพร้อมกับยักไหล่

ลู่หยางส่งเสียงหัวเราะโดยไม่พูดอะไร

ฉวยอู๋อี้ที่อยู่ข้าง ๆ ใช้ศอกสะกิดฉงป้าเบา ๆ ให้หัวหน้ากิลด์ระวังคำพูดของตัวเอง แต่ฉงป้ากลับส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับพูดออกมาว่า

“ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันกับลู่หยางเป็นพี่น้องที่จริงใจต่อกัน อย่างน้อยการพูดจาตรงไปตรงมามันก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราได้นะ”

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

ฉวยอู๋อี้กรอกตาพร้อมกับพูดว่า

“ฉันไม่เข้าใจความคิดพวกผู้ชายอย่างพวกคุณจริง ๆ เอาเป็นว่าฉันไปนับอุปกรณ์ก่อนก็แล้วกันแล้วพวกเราค่อยเอามาแบ่งครึ่งอย่างที่ตกลงกันเอาไว้”

ลู่หยางพยักหน้าก่อนที่จะส่งเซี่ยหยู่เว่ยและไป๋ฉือไปช่วยเก็บอุปกรณ์ด้วย

“น้องชาย นายจะเอายังไงต่อ? ตอนนี้เราควรเคลื่อนกองกำลังทั้งหมดไปช่วยฉือมู่ไหม?” ฉงป้ากล่าว

ลู่หยางส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า

“กองกำลัง 2 ใน 3 ของบลัดไทแรนท์พ่ายแพ้ไปแล้ว ถ้าเขาพ่ายแพ้อีกครั้งบลัดเติสตี้ก็จะไม่เหลือกำลังที่จะต่อสู้ในเมืองเซนต์กอลล์อีกต่อไป ดังนั้นถึงแม้พวกเราจะยกทัพไปแต่พวกมันก็คงจะถอยทัพกลับไปหมดแล้ว”

เดิมทีบลัดเติสตี้มีกองกำลังผู้เล่นเลเวล 20 ถึง 30,000 คนที่สวมอุปกรณ์ระดับเงินครบทั้งตัว แต่ในตอนนี้สมาชิกชั้นยอดกว่า 20,000 คนได้สูญเสียอุปกรณ์ของตัวเองไปบ้างแล้ว แม้แต่ขวัญกำลังใจภายในกิลด์ก็ตกต่ำจนถึงขีดสุดพวกเขาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อสู้อีกต่อไป

“นั่นสินะ แล้วตอนนี้พวกเราจะทำยังไงต่อ?” ฉงป้ากล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เราจะแสดงท่าทีว่าจะยกกองกำลังไปช่วยฉือมู่ แต่ในระหว่างทางพวกเราจะซุ่มกองกำลังรออยู่ทางด้านนอก” ลู่หยางกล่าว

หากบลัดไทแรนท์รู้จักประมาณตนและถอยทัพกลับไป ลู่หยางก็ไม่ขัดข้องที่จะปล่อยให้บลัดเติสตี้เก็บกองกำลังไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ฉือมู่และฉงป้ามีความแข็งแกร่งมากเกินไป แต่ถ้าหากบลัดไทแรนท์ต้องการที่จะต่อสู้ตัดสินจริง ๆ ในเวลานั้นลู่หยางก็พร้อมที่จะตอบสนองต่อความต้องการของอีกฝ่าย

ฉงป้าอดที่จะสูดลมหายใจเข้าไปในปอดลึก ๆ ไม่ได้ ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ฉันนับถือในความเลือดเย็นของนายจริง ๆ สมองของนายมันทำมาจากอะไรกันแน่ ทำไมนายถึงคิดแผนการที่แยบยลแบบนี้ขึ้นมาได้?”

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ เพราะในชาติก่อนหลังจากเซคคัลเวิลด์มีการทำสงครามกันอย่างมากมาย มันก็มีกลยุทธ์และกลอุบายทางการรบถูกเปิดเผยออกมาเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งถ้าหากว่าใครได้พัฒนาในสภาพแวดล้อมแบบนั้น แม้แต่คนโง่ก็ยังจะต้องได้เรียนรู้กลยุทธ์วิธีการต่าง ๆ กลับมาอย่างแน่นอน มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลู่หยางจะมีวิธีการคิดแตกต่างจากผู้เล่นในยุคปัจจุบัน

“ทุกคนถอยทัพ ให้ทีมนักธนูคอยระวังทางด้านหลัง ทุก ๆ 50 เมตรให้วางกับดักฟรอสต์แทรพเอาไว้ พยายามทำให้พวกบลัดไทแรนท์ไล่ตามมาให้ช้ามากที่สุด” ลู่หยางตะโกนสั่ง

ฉงป้าพยักหน้ารับพร้อมกับเริ่มสั่งการให้ทีมดำเนินการตามที่ลู่หยางบอกและระหว่างการเดินทางเขาก็หันไปพูดกับอีกฝ่ายว่า

“น้องชาย ฉันขอปรึกษาเรื่องหนึ่งได้ไหม?”

“เรื่องอะไรครับ?” ลู่หยางถาม

“ผลประโยชน์จากการต่อสู้ครั้งนี้ที่พวกเราตกลงกันไว้ เอาเป็นว่าฉันไม่ขอรับผลประโยชน์พวกนั้นก็แล้วกัน” ฉงป้ากล่าว

“คุณอยากจะแลกพวกมันกับอะไร?” ลู่หยางถาม

ในศึกครั้งนี้พวกเขาได้รับอุปกรณ์ระดับทองมามากกว่า 2,000 ชิ้นและอุปกรณ์ระดับเงินมากกว่า 30,000 ชิ้น ดังนั้นส่วนแบ่งที่ฉงป้าจะได้รับมันก็ถือว่ามีมูลค่ามากมายพอสมควร

“ฉันอยากรู้วิธีเรียกเฮลไฟร์ลอร์ดกับวิธีเรียนสกิลเรียกพายุ” ฉงป้ากล่าว

พลังของเฮลไฟร์ลอร์ดได้ประจักษ์ต่อหน้าของฉงป้าแล้ว ส่วนทางด้านสกิลไซโคลนก็เป็นสกิลชั้นยอดสำหรับการป้องกันเมือง อุปกรณ์ที่ยึดได้มาในครั้งนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์เลเวล 20 ที่เขาสามารถนำทีมไปหาอุปกรณ์พวกนั้นเองได้ แต่วิธีการอัญเชิญเฮลไฟร์ลอร์ดกับวิธีการเรียนรู้สกิลไซโคลนมีเพียงแต่จะต้องถามเบาะแสจากลู่หยางเท่านั้น

ลู่หยางคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดว่า

“ผมพอจะขายหนังสือสกิลเฮลไฟร์กับวิธีการอัญเชิญเฮลไฟร์ลอร์ดให้กับคุณได้ แต่เรื่องสกิลไซโคลนถึงแม้คุณจะรู้เรื่องนี้ไปแต่มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนของคุณยังไม่มีใครมีความสามารถมากพอที่จะผ่านการท้าทายระดับ sss ของราชาตัวตลกได้สำเร็จ”

“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันหวังว่าเมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น นายจะนำกองกำลังที่เรียกไซโคลนได้มาช่วยฉัน” ฉงป้ากล่าวเมื่อพิจารณาจากแววตาว่าลู่หยางไม่ได้พูดโกหก

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ขอแค่คุณจ่ายค่าจ้างด้วยราคาที่เหมาะสม” ลู่หยางกล่าว

จบบทที่ บทที่ 235 เหลือทางให้ถอย

คัดลอกลิงก์แล้ว