เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 ทีมนักเวทไฟ

บทที่ 220 ทีมนักเวทไฟ

บทที่ 220 ทีมนักเวทไฟ


บทที่ 220 ทีมนักเวทไฟ

พลังของบลัดบราเธอร์ยังคงอ่อนแอกว่าบลัดเติสตี้มาก และถ้าหากพวกเขาต้องการจะได้รับชัยชนะในสงคราม พวกเขาก็จำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์ที่ศัตรูไม่คาดคิด ขณะเดียวกันกัปตันเกรย์อาวล์ก็ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่ลู่หยางได้เตรียมเอาไว้ให้กับบลัดไทแรนท์

“ฉันหานักเวทได้ครบ 100 คนแล้วจะให้เรียกรวมตัวพวกเขาเมื่อไหร่?” เจียงเจ๋อโทรเข้ามาหาลู่หยาง

“แน่ใจใช่ไหมว่าพวกเขาไว้ใจได้?” ลู่หยางถามเพราะนักเวทไฟทั้ง 100 คนที่เขาได้ให้เจียงเจ๋อคัดสรรมาถือได้ว่าเป็นอาวุธสำคัญที่เขาจะเอาไว้ใช้ในช่วงสงคราม

คนที่ถูกเลือกแต่ละคนถูกพวกบลัดเติสตี้ฆ่าตายอย่างน้อยสามครั้ง พวกเขาจึงมีความโกรธแค้นฝังแน่นในจิตใจ ช่วงสองวันนี้ฉันกับถูเฟิงไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากตรวจสอบภูมิหลังของพวกเขาอย่างละเอียด ดังนั้นนายวางใจได้เลยมันไม่มีสายลับอยู่ในบรรดาพวกเขาแน่นอน” เจียงเจ๋อตอบ

“ขอบคุณมาก ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาเซ็นสัญญากับเราก่อน นี่คือสัญญาการรักษาความลับอย่างเคร่งครัดแล้วเดี๋ยวประมาณ 5 โมงเย็นฉันจะกลับไปสอนพวกเขาเอง” ลู่หยางกล่าว

“อ้อ! ฉันลืมบอกไปว่าคนพวกนี้ยังมีสกิลไม่ครบนะ นายต้องจัดการปัญหาเรื่องนี้เอง” เจียงเจ๋อกล่าว

หนังสือสกิลสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าเฉพาะหรือดรอปลงมาจากบอสเท่านั้น ผู้เล่นทั่วไปที่ไม่สามารถแย่งชิงบอสกับกิลด์ใหญ่ ๆ ได้จึงแทบจะไม่มีสกิลระดับกลางใช้งานกันเลย ยิ่งไปกว่านั้นช่วงแรกกิลด์ต่าง ๆ ก็มักจะเก็บสกิลเอาไว้ให้คนภายในกิลด์ได้ใช้งาน นักเวทไฟทั้ง 100 คนที่เจียงเจ๋อคัดสรรมาจึงยังไม่ได้เรียนรู้เบลซซิงเบิร์สเลยแม้แต่คนเดียว

“ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาหมดแล้ว” ลู่หยางกล่าว

ท้ายที่สุดพวกหลู่จ้าวหยู่ก็อยู่แต่ในวิหารราชาซอมบี้ไม่ได้ออกไปไหนเลย ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้พวกเขาจึงได้รับหนังสือสกิลมาอีกหลายร้อยเล่ม

“โอเค ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปจัดการเรื่องกิลด์ต่อก่อนนะ ช่วงนี้ในกิลด์ของเรามีคนตายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนพวกบลัดไทแรนท์ก็จัดตั้งกองกำลังพิเศษ 5,000 คนแย่งชิงบอสตามแผนที่ต่าง ๆ พร้อมกับฆ่าคนของเราไปด้วย นี่พวกมันไม่รู้เลยหรือยังไงว่าการกระทำของพวกมันสร้างความเดือดร้อนให้คนไปทั่ว” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างไม่พอใจ

ลู่หยางพยายามระงับความโกรธเอาไว้พร้อมกับพูดว่า

“ฉันพอเห็นข่าวในช่องแชทกิลด์แล้ว แต่ช่วงนี้ขอให้ทุกคนอดทนกันเอาไว้ก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่กำลังหลักทั้ง 3,000 คนถูกฝึกฝนจนเสร็จ เมื่อนั้นเราจะเริ่มเปิดศึกในทันที แต่นายก็อย่าพึ่งไปบอกคนอื่นในเรื่องนี้ก่อนล่ะ”

“วางใจได้ ฉันรู้ว่าจะต้องทำยังไง” เจียงเจ๋อกล่าว

หลังจากวางสายลู่หยางก็ติดต่อไปหาจินปู้ฮวน

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับอาจารย์?” จินปู้ฮวนถามขณะปรุงยาอยู่ในร้านขายยา

“ช่วยเตรียมน้ำยาระดับสูงสำหรับทำสงครามให้กับคน 3,000 คนเอาไว้ให้ที” ลู่หยางกล่าว

การทำสงครามที่แท้จริงไม่ใช่การชนะศึกเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้ง แต่มันคือการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ เพราะถ้าหากฝ่ายตรงข้ามสามารถจัดตั้งทัพขึ้นมาได้ใหม่แต่ทางฝ่ายเรามีน้ำยาไม่พอ ในเวลานั้นถึงแม้พวกเขาจะชนะศึกมาแล้วหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็อาจจะพ่ายแพ้ในสงครามได้

แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ของกลุ่มผู้เล่นอิสระ มันก็มีต้นเหตุมาจากพวกเขาไม่มีกำลังจะซื้อน้ำยาเพื่อทำศึกในระยะยาว

“ไม่เกิน 3 วันผมจะส่งมอบน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตระดับสูง 30 ชุดกับน้ำยาฟื้นฟูมานาระดับสูง 30 ชุดให้กับทุกคนเองครับ” จินปู้ฮวนกล่าว

น้ำยาฟื้นฟูระดับสูงสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาได้ถึง 1,000 หน่วยภายใน 12 วินาที โดยราคาของพวกมันจะอยู่ที่ชุดละ 10 เหรียญเงิน แต่เนื่องมาจากลู่หยางมีร้านขายยาของตัวเอง ต้นทุนของน้ำยาเหล่านี้จึงอยู่แค่ชุดละประมาณ 1 เหรียญเงินเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ามันจะมีร้านขายยาคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง แต่สงครามครั้งนี้มันก็มากพอที่จะทำให้ลู่หยางใช้เงินจนหมดตัว ในกรณีที่เขาเดินหมากจนสงครามพ่ายแพ้ ในเวลานั้นกิลด์ก็คงแตกสลายและเขาก็คงจะต้องผันตัวไปเป็นนักธุรกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสงครามครั้งนี้แล้ว” ลู่หยางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“ลูกพี่พูดว่าอะไรนะครับ?” เสี่ยวเหลียงถามหลังจากที่เขากลับมาจากการจับกัปตันเกรย์อาวล์จนครบทั้งห้าตัว

ลู่หยางส่ายหน้าเป็นสัญญาณว่าไม่มีอะไร ก่อนที่จะมองดูสามพี่น้องตระกูลฮั่นที่แต่ละคนก็ได้จับเกรย์อาวล์มาจนครบทั้งห้าตัวแล้วเช่นกัน

“เอาล่ะหลังจากจับพวกมันครบแล้วก็เก็บเลเวลให้กับพวกมันซะ แต่อย่าลืมว่าต้องให้พวกมันเป็นคนสังหารมอนสเตอร์พวกมันถึงจะได้ค่าประสบการณ์” ลู่หยางกล่าวก่อนที่จะไปหาจับเกรย์อาวล์ให้ครบทั้งห้าตัวด้วยเช่นกัน

เกรย์อาวล์ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับอีลิท ดังนั้นหลังจากเวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นานลู่หยางก็จับพวกมันจนครบทั้งห้าตัว หลังจากพามอนสเตอร์กลุ่มนี้เก็บเลเวลไปอีก 1 ชั่วโมง ในที่สุดเกรย์อาวล์ของทุกคนก็มีเลเวล 7 ด้วยกันทั้งหมด

เมื่อเกรย์อาวล์มีเลเวล 7 สกิลพิเศษของมันก็เปลี่ยนจากเวิร์ลวินด์เป็นไซโคลน

ไซโคลน

ประเภท เวทมนตร์ธาตุลม

ระยะ 200 เมตร

มานาที่ต้องใช้ 600 หน่วย

รายละเอียด ปล่อยพายุขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เมตร สร้างความเสียหาย 100 หน่วย/วินาทีแก่ศัตรูในระยะ 60 เมตร เป็นเวลา 30 นาที เคลื่อนที่ได้ไกลสุด 200 เมตร

“โคตรโกง!” ฮั่นเฟยอุทานอย่างตกตะลึง

“ลองใช้มันดูสิ” ลู่หยางกล่าว

ฮั่นเฟยพยักหน้าก่อนจะสั่งให้กัปตันเกรย์อาวล์ตัวหนึ่งปล่อยสกิลไซโคลน

เกรย์อาวล์กระพือปีกทั้งสองขึ้นไปเหนือศีรษะขณะภายในปากของมันบ่นพึมพำด้วยภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง

ทันใดนั้นท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มลงอย่างกะทันหันพร้อมกับลมพายุที่เริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาเพียงแค่ไม่นานพวกลู่หยางก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะถูกลมพัดจนปลิว ก่อนที่ในเวลาต่อมาพายุหมุนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เมตรก็เชื่อมต่อระหว่างท้องฟ้าลงมาสู่พื้นดิน

โครม!

ในระยะไกลพายุหมุนอาจจะดูเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า แต่เมื่อมันพัดลงมาแม้แต่ต้นไม้อายุนับพันปีก็ถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง

“โคตรโหด!” ฮั่นอวี่กล่าว

“ถ้าเรามีเกรย์อาวล์ทั้ง 25 ตัวนี้ พวกเราจะต้องชนะสงครามกับพวกบลัดเติสตี้แน่ ๆ” ฮั่นอิ่งกล่าว

“แค่นี้มันยังไม่พอ เดี๋ยวฉันจะต้องกลับไปเตรียมการอีกหน่อย” ลู่หยางกล่าว

“พี่จะไปแล้วเหรอ?” ฮั่นอิ่งถาม

“พวกเธออยู่เก็บเลเวลที่นี่ต่อเถอะ พวกเกรย์อาวล์ไม่ค่อยมีสติปัญญามากนัก ดังนั้นพวกมันจึงไม่มีความคิดที่จะทรยศ พวกเกรย์อาวล์ของฉันก็ฝากพวกเธอเอาไว้ก่อน ฉันยังต้องกลับไปจัดการเรื่องอื่นต่ออีกนิดหนึ่ง” ลู่หยางกล่าว

ปัจจุบันเหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนจะ 5 โมงเย็น ลู่หยางจึงจำเป็นจะต้องเดินทางกลับไปสอนนักเวทไฟที่เจียงเจ๋อได้คัดเลือกมา

“โอเคค่ะ” ฮั่นอิ่งพูดอย่างไม่อยากจะให้ลู่หยางไปมากนัก

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มก่อนจะใช้ม้วนคัมภีร์เดินทางกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์ จากนั้นเขาก็ส่งข้อความไปหาเจียงเจ๋อ:

ทุกคนมากันครบแล้วหรือยัง?

ทุกคนเซ็นสัญญาหมดแล้ว แต่เราไม่มีสถานที่ลับให้ไปรวมตัวกัน ตอนนี้ฉันเลยให้พวกเขากระจายกันอยู่ข้างนอกจนหมด :เจียงเจ๋อตอบอย่างกลุ้มใจ

เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนขนาดใหญ่ของบลัดบราเธอร์ เพราะเมื่อพวกเขาไม่มีสถานที่รวมตัว มันก็เหมือนกับพวกเขาเป็นคนไร้บ้าน

บอกให้พวกเขาไปรวมตัวกันที่หมู่บ้านสปอร์ ที่นั่นเป็นสถานที่ลับยังไม่มีใครรู้ตำแหน่ง :ลู่หยางตอบ

โอเค :เจียงเจ๋อตอบกลับ

หลังจากปิดหน้าต่างสนทนาลู่หยางก็เดินทางไปหาฮั่นจงเพื่อนำหนังสือสกิลเบลซซิงเบิร์สมา 100 เล่ม จากนั้นเขาก็ใช้ประตูวาร์ปเทเลพอร์ตไปยังเมืองไนท์เคอร์เทน ก่อนที่จะวิ่งไปทางหมู่บ้านสปอร์

อีกด้านหนึ่ง

เจียงเจ๋อกับถูเฟิงก็ได้นำนักเวทไฟทั้ง 100 คนมาจนถึงหมู่บ้านสปอร์แล้ว

“ในที่สุดก็จะได้เจอกับหัวหน้าสักที นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันจะได้เจอหัวหน้าตัวเป็น ๆ” นักเวทไฟคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น

“การย่อคาถาเป็นเทคนิคในฝันของฉันเลย ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ฉันจะมีโอกาสได้เรียนรู้พวกมันจริง ๆ ไม่รู้ว่าหัวหน้าคิดค้นมันขึ้นมาได้ยังไง”

“ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ฉันจะได้แก้แค้นพวกบลัดเติสตี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมปล่อยพวกมันไปเป็นอันขาด!”

ใบหน้าของนักเวททุกคนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะสำหรับพวกเขาลู่หยางก็เปรียบเสมือนกับตัวตนในตำนาน และในเวลาเพียงแค่ไม่นานร่างของลู่หยางก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในระยะไกล

จบบทที่ บทที่ 220 ทีมนักเวทไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว