เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 215 เฮลไฟร์ลอร์ด

บทที่ 215 เฮลไฟร์ลอร์ด

บทที่ 215 เฮลไฟร์ลอร์ด


บทที่ 215 เฮลไฟร์ลอร์ด

“ถ้าเรียกเฮลไฟร์ออกมาหลังมีค่าสติปัญญาเพิ่มขึ้นอีก 1,700 หน่วยแล้วมันจะมีอะไรพิเศษงั้นเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถาม

อุปกรณ์ที่พวกเธอสวมอยู่ต่างก็ฝังอัญมณีเพิ่มสติปัญญาเอาไว้อย่างเต็มที่ ถ้ามันได้รวมกับค่าสติปัญญาที่เพิ่มขึ้นอีก 1,700 หน่วย มันก็จะทำให้พวกเธอมีค่าสติปัญญาถึง 2,000 หน่วย ในตอนนั้นเฮลไฟร์ที่เรียกออกมาก็จะกลายเป็นเฮลไฟร์ลอร์ดซึ่งมีพลังมากกว่าเฮลไฟร์ธรรมดาถึงสองเท่า” ลู่หยางตอบ

เมื่อได้ยินว่าเฮลไฟร์ลอร์ดมีพลังมากกว่าเฮลไฟร์ธรรมดาถึงสองเท่า มันก็ทำให้ดวงตาของฮั่นอิ่ง, หลู่จ้าวหยู่และเฉินเฟิงเป็นประกายขึ้นมาในทันที

“ลูกพี่ งั้นแบบนี้เฮลไฟร์ลอร์ดเลเวล 7 ก็เก่งกว่าเฮลไฟร์ธรรมดาถึง 14 เท่าใช่ไหมครับ?” หลู่จ้าวหยู่ถาม

“มันก็ไม่ได้ถึงขั้นนั้นหรอก แต่ความเสียหายที่เฮลไฟร์ลอร์ดเลเวล 7 ทำได้มันก็ไม่ด้อยไปกว่าธันเดอร์สตอร์มของมู่หยูหรอกนะ” ลู่หยางตอบ

“ขอบคุณครับลูกพี่” เฉินเฟิงกล่าว

ลู่หยางตบไหล่เด็กหนุ่มทั้งสองคนพร้อมกับพูดว่า

“ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก ตอนนี้ลองเรียกเฮลไฟร์ลอร์ดออกมาดูก่อนแล้วพวกเราค่อยมาคุยแผนขั้นต่อไปกันนอกเกม”

“ครับ!” เด็กหนุ่มทั้งสองคนตอบรับด้วยความตื่นเต้น เพราะพลังของสกิลต้องห้ามต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผู้เล่นทุกคนยากจะอดใจไหว

นอกจากนี้นับตั้งแต่ที่หลู่จ้าวหยู่และเฉินเฟิงมาอยู่กับลู่หยางได้ครึ่งเดือน รายได้ของพวกเขาก็สูงกว่า 10,000 เครดิตแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อน และทั้งสองก็ไม่รู้ว่าทำไมลู่หยางถึงดีกับพวกเขาขนาดนี้ แต่เหตุการณ์ในปัจจุบันมันก็ทำให้ทั้งคู่ต่างก็สัญญากับตัวเองว่าจะจงรักภักดีคอยช่วยเหลือลู่หยางในทุก ๆ อย่างเท่าที่พวกเขาจะทำได้

ไม่นานทั้งสามก็ได้รับเอฟเฟกต์ราชากุรุกุรุที่ทำให้ค่าสติปัญญาเพิ่มขึ้นมาอีก 1,700 หน่วย

เฮลไฟร์!

เฮลไฟร์!

เฮลไฟร์!

การอัญเชิญเฮลไฟร์ครั้งนี้แตกต่างจากการอัญเชิญเฮลไฟร์ในครั้งก่อน ๆ เพราะมันได้มีหินสีเขียวที่มีขนาดใหญ่มากกว่าหินของเฮลไฟร์ 3 ก้อนตกลงมาจากบนท้องฟ้า เมื่ออุกกาบาตได้ตกลงมามันก็ปรากฏเฮลไฟร์ลอร์ดที่มีความสูงมากกว่า 8 เมตรและสวมใส่ชุดเกราะหนามปกคลุมร่างกาย

โฮก!

เฮลไฟร์ลอร์ด (ระดับอีลิท)

พลังชีวิต 14,000/14,000

ความเสียหายจริง 196-196

เปลวเพลิงชั่วร้าย 286 หน่วย/วินาที

สกิลพิเศษ

ดีม่อนเฟลมพั้น: ทุกการโจมตีมีโอกาส 30% ที่จะสร้างความเสียหายจากเพลิงอสูร 364 หน่วย

“โหดมาก! แบบนี้ใครจะไปฆ่ามันได้” ฮั่นอิ่งอุทานด้วยความตกใจ

“ลูกพี่ ตอนนี้ผมรู้สึกแข็งแกร่งมากเลยครับ” หลู่จ้าวหยู่กล่าว

“ผมก็เหมือนกัน” เฉินเฟิงกล่าวเสริม

ลู่หยางส่งเสียงหัวเราะพร้อมกับพูดว่า

“แน่นอนอยู่แล้ว นี่คือสัตว์อัญเชิญระดับสูงของผู้เล่นเลเวล 100 เชียวนะ ในกรณีของพวกนายมันคือกรณีพิเศษที่สามารถอัญเชิญมันออกมาได้ในตอนนี้ แต่พวกนายต้องระวังตัวเองเอาไว้ให้ดี เพราะถ้าหากพวกนายเกิดตายขึ้นมาเฮลไฟร์ลอร์ดจะก่อกบฏและในตอนนั้นมันจะกลายเป็นฝันร้ายของเพื่อนร่วมทีมแทน”

ฮั่นอิ่ง, หลู่จ้าวหยู่และเฉินเฟิงต่างก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง

“ลูกพี่วางใจได้ พวกเราจะระวังตัวครับ” หลู่จ้าวหยู่ตอบ

“หลังเฮลไฟร์ลอร์ดมีเลเวล 7 มันจะมีเอฟเฟกต์พิเศษอยู่อีกอย่างคือถ้าหากมันไม่ได้ต่อสู้เป็นเวลา 10 นาที ตัวของมันจะเปลี่ยนร่างเป็นลูกไฟลอยวนรอบผู้อัญเชิญ เมื่อพวกนายเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้งพวกนายก็สามารถจำลองการอัญเชิญของมันเพื่อทำให้ศัตรูติดสตั๊นได้” ลู่หยางกล่าว

“มันมีเอฟเฟกต์แบบนี้ด้วยเหรอครับ?” เฉินเฟิงถามอย่างประหลาดใจ

“เอาล่ะทั้งสามคนเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม อีกไม่นานมันอาจจะมีสงครามเกิดขึ้นและในเวลานั้นฉันจะเรียกให้พวกนายทั้งสามคนไปเข้าร่วมรบด้วย” ลู่หยางกล่าว

“เยี่ยมไปเลย” หลู่จ้าวหยู่กล่าวอย่างตื่นเต้น

ทันใดนั่นเองมันก็มีเสียงนาฬิกาดังขึ้น เมื่อลู่หยางมองดูเวลาเขาก็ได้พบว่ามันถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว

“ทุกคนออกไปกินข้าวกันก่อนแล้วพวกเราค่อยไปคุยกันนอกเกม”

เพื่อส่งเสริมความสามัคคีระหว่างพี่น้อง ลู่หยางจึงให้น้อง ๆ กว่า 40 คนที่เขารับเข้ามาผลัดกันทำอาหาร และไม่ว่าอาหารที่ทำจะอร่อยหรือไม่อร่อย แต่อย่างน้อยทุกคนก็จะได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน

วันนี้เป็นเวรของพวกมู่ยี่ทำอาหาร และคนกว่า 40 คนก็กำลังรอกินข้าวอยู่ในห้องชั้นที่ 1

เมื่อลู่หยางพาฮั่นจง, เสี่ยวเหลียงและคนอื่น ๆ ลงมายังชั้นล่าง พี่น้องเหล่านี้ก็ลุกขึ้นยืนพร้อม ๆ กันก่อนจะพูดทักทายอย่างนอบน้อมว่า

“สวัสดีครับลูกพี่”

ในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนลู่หยางทำให้พวกเขาที่ยังคงเป็นเพียงแค่นักเรียนหาเงินได้หลายพันเครดิตแล้ว ทุกคนจึงต่างก็ให้ความเคารพลู่หยางมาก

“นั่งลงเถอะ” ลู่หยางกล่าวก่อนที่จะเดินไปนั่งที่ม้านั่งยาวเพื่อล้อมวงกินข้าวกับน้อง ๆ ทั้ง 40 กว่าคน

หลังกินข้าวเย็นเสร็จเด็ก ๆ ก็แยกย้ายกันออกไปล็อกอินเข้าเกม เหลือเพียงฮั่นจง, สามพี่น้องตระกูลฮั่น, มู่ยี่, มู่หยู, เสี่ยวเหลียง, หลู่จ้าวหยู่และเฉินเฟิงที่กำลังนั่งอยู่รอบ ๆ ลู่หยาง

“ฉันมีเรื่องสำคัญจะประกาศหนึ่งเรื่อง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปสตูดิโอของเราจะมีแผนการขยายขนาด ฉันจะรับสมัครผู้เล่นสายอาชีพเข้ามาเพิ่มอีก 100 คน หลู่จ้าวหยู่ เฉินเฟิง พวกนายไปหาคนที่เหมาะสมจากโรงเรียนของนายได้เลย ส่วนฉันกับเสี่ยวเหลียงจะไปหาคนจากสลัม จำไว้ว่าแต่ละคนมีสิทธิ์หาคนได้แค่คนละ 25 โควตาเท่านั้น ดังนั้นขอให้คัดเลือกสมาชิกใหม่กันให้ดี ๆ” ลู่หยางกล่าว

“ลู่หยาง ตอนนี้พวกเราผลิตชุดคลื่นทะเลกันได้เยอะมากแล้วนะ ถ้ารับคนเข้ามามากกว่านี้บางทีมันอาจจะเยอะเกินไป” ฮั่นจงกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“ผมไม่ได้รับพวกเขามาสร้างชุดคลื่นทะเลครับ แต่ผมเพิ่งได้รับบลูปริ้นร็อคเก็ตโมบายล์มา มันคืออุปกรณ์เสริมที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ 100% เป็นเวลา 30 วินาที” ลู่หยางตอบ

“มันมีคูลดาวน์นานแค่ไหน?” ฮั่นจงถาม

“2 นาทีครับ” ลู่หยางตอบ

“นี่มันไอเท็มทำเงินชิ้นต่อไปชัด ๆ” ฮั่นจงกล่าวพร้อมกับตบโต๊ะเสียงดัง

ตั้งแต่เข้าร่วมเกมฮั่นจงก็พยายามทำความเข้าใจเซคคัลเวิลด์อย่างจริงจัง และในช่วงนี้ในช่องแชทโลกก็มีผู้เล่นมากมายกำลังบ่นว่าแผนที่ของเกมใหญ่เกินไปจนทำให้พวกเขาเสียเวลาในการเดินทางนานมาก ทุกคนจึงพยายามหาซื้ออุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความเร็ว

“ผมวางแผนจะขายอุปกรณ์ชิ้นนี้ชิ้นละ 50 เหรียญเงิน ผู้เล่นทุกคนน่าจะมีกำลังมาซื้อมันได้ไม่ยากเย็นมากนัก” ลู่หยางกล่าว

เมื่อทุกคนได้ฟังแผนการของลู่หยาง มันก็ยิ่งทำให้พวกเขาแสดงสีหน้าออกมาอย่างตื่นเต้น

“ผมกำลังรอคำสั่งจากลูกพี่อยู่แล้ว เรื่องการหาคนไม่น่าจะมีปัญหา” เสี่ยวเหลียงกล่าว

“ทางฝั่งพวกผมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเหมือนกัน” หลู่จ้าวหยู่กล่าว

“ดีมาก ถ้างั้นก็ตกลงกันตามนี้” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงมู่ยี่ที่รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว เพราะในบรรดาทุก ๆ คนที่นั่งอยู่ที่นี่มีเพียงเขาที่ถูกลู่หยางขอให้ไปเล่นเป็นเผ่าสัตว์อสูร

“ฉันมีข่าวดีจะบอกนายด้วยนะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับตบไหล่มู่ยี่เบา ๆ

มู่ยี่รู้ว่าลู่หยางสังเกตเห็นความเหงาของเขา เขาจึงเผยรอยยิ้มพร้อมกับพูดว่า

“ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ ว่าแต่พี่มีข่าวอะไร?”

ลู่หยางมองไปทางมู่หยูเพื่อส่งสัญญาณให้เธอเป็นคนบอกข่าวนี้กับพี่ชายด้วยตัวเอง

“พี่ วันนี้พี่หยางให้จดหมายสถาบันเวทมนตร์กับหนู ตอนนี้หนูเลยกลายเป็นนักเวทลมและได้เรียนสกิลต้องห้ามธันเดอร์สตอร์มมาด้วยล่ะ” มู่หยูพูดอย่างดีใจ

“จริงเหรอ?!” มู่ยี่ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น เพราะในเผ่าหมาป่ามันก็ได้มีผู้เล่นได้รับจดหมายจนกลายเป็นนักเวทลมด้วยเหมือนกัน แม้กระทั่งสกิลธันเดอร์สตอร์มก็เคยปรากฏในสงครามกิลด์จึงทำให้ผู้เล่นเผ่าอสูรพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างมากมาย

“พี่รู้ไหมว่ากว่าจะเรียนธันเดอร์สตอร์มได้มันต้องใช้เงินตั้ง 100 เหรียญทอง โชคดีนะที่พี่ลู่หยางให้เงินหนูมา” มู่หยูกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“ขอบคุณมากครับ” มู่ยี่หันไปขอบคุณทางลู่หยาง

ชายหนุ่มโอบไหล่มู่ยี่พลางพูดว่า

“นายจะมาเกรงใจอะไรกัน ฉันสัญญาว่าในอีกครึ่งปีฉันจะให้นายได้เข้าร่วมกับกองกำลังหลักและในตอนนั้นฉันก็จะช่วยให้นายได้รับอาชีพลับด้วย”

“ไม่ต้องหรอกครับ แค่น้องสาวผมได้อาชีพลับแค่นั้นผมก็ดีใจแล้ว” มู่ยี่กล่าว

“พวกนายทุกคนคือพี่น้องของฉันและฉันจะไม่ทอดทิ้งใครเอาไว้ข้างหลังอย่างเด็ดขาด” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะ

ลู่หยางกำลังทยอยช่วยคนรอบ ๆ ตัวขึ้นเรื่อยแล้วววว

จบบทที่ บทที่ 215 เฮลไฟร์ลอร์ด

คัดลอกลิงก์แล้ว